คลังเรื่องเด่น
-
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๕ -
การบวชเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก เพราะเป็นบุญในส่วนของเนกขัมมบารมี
การบวชเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก เพราะเป็นบุญในส่วนของเนกขัมมบารมี ซึ่งในการสร้างบารมีทั้งหมด แทบจะไม่มีใครเริ่มต้นด้วยเนกขัมมบารมี ในเมื่อแทบจะไม่มีใครเริ่มต้นด้วยเนกขัมมบารมี ถ้าไม่ได้มีวิสัยการบวชมาก่อน โอกาสที่จะบวชต้องบอกว่าเป็นศูนย์เลย หรือไม่ก็บวชแล้วอยู่ไม่ได้ เพราะไม่ใช่วิสัยของตน
โดยเฉพาะการบวชในสมัยนี้ ที่อยู่เป็นพรรษาหายากมาก ส่วนใหญ่เขาบวชกัน ๓ วันบ้าง ๗ วันบ้าง ๑๕ วันบ้าง เดือนหนึ่งบ้าง บางคนบวชแล้วสึกกลับบ้านไป เขายังเก็บโต๊ะจีนไม่เสร็จเลย สมัยก่อนทางบ้านอาตมาจะมีสมาคมตระกูลแซ่ เวลาเขามีงานก็ต้องช่วยกันไปช่วยกันมา เช่น เขาใส่ซองให้เรามาร้อยหนึ่ง ครั้งต่อไปเราต้องใส่ซองเขาไป ๑๕๐ มีอยู่บ้านหนึ่ง มีแต่ใส่ซองให้คนอื่นมาตลอด คนเป็นลูกก็ไม่คิดที่จะบวชหรอก เพราะไม่ใช่วิสัยของตนเอง ต่อมาลูกบ้านนี้บวช เลี้ยงโต๊ะอะไรเสร็จสรรพเรียบร้อย วันรุ่งขึ้นก็สึก คนเขาด่ากันทั้งตำบล ว่าตั้งใจบวชมาเอาซองอย่างเดียว
ส่วนอาตมานั้น ที่บ้านมีพี่ชายคนโต พี่สาวคนโตสองคน และพี่ชายคนที่สามที่แต่งงานไป นอกนั้นก็ไม่ได้แต่ง โอกาสที่จะได้ครองเรือนเหมือนคนอื่นเขาก็ไม่มี พอมางานบวชของอาตมา... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๕ -
"รักษาศีล คือรักษากายวาจาใจของเรา" (หลวงปู่ฝั้น อาจาโร)
.
"รักษาศีล คือรักษากายวาจาใจของเรา"
" .. ขณะนี้เราไม่ได้ทำโทษน้อยใหญ่ทั้งหลาย โทษทั้งหลายเหล่านี้ก็ไม่มีในตัวเรา เราต้องพิจารณามันให้แน่นอนลงไป เชื่อมั่นลงไป คือศรัทธาความเชื่อของเรา เชื่อจริงหรือไม่จริงเล่า "ที่ท่านวางศีลไว้ คือกาย วาจา ใจของเรานี้เป็นศีล" ท่านไม่ได้ให้รักษาอื่น "ให้รักษาศีล คือรักษากายวาจาใจของเรานี้"
อย่าว่าเป็นของยากของลำบากรำคาญ "เราต้องการความสุขความสบายแล้ว เราก็ต้องรักษากายของเรา รักษาวาจาของเรา รักษาดวงใจของเรา" ไม่ทำโทษน้อยใหญ่ทั้งหลายทั้งหมด ข้อนี้เราทั้งหลายก็รู้อยู่แล้วสิ่งที่เป็นโทษ เป็นบาปกรรมเราไม่ทำ
"เมื่อเราไม่ได้ทำบาปทำกรรมแล้ว บาปกรรมทั้งหลายก็ไม่มีในตัวเรา" ให้พิจารณาดู ถ้าเราไม่ชอบบาปกรรมเราก็เลิกทำ บาปกรรมทั้งหลายก็ไม่มีในตัวเรา เราควรพินิจพิจารณาข้อนี้ให้แน่ใจลงไป เชื่อมั่นลงไป .. "
"การฟังและการปฏิบัติ"
(หลวงปู่ฝั้น อาจาโร) ๓ กันยายน ๒๕๑๑
ม.ร.ว. ส่งศรี เกตุสิงห์ ถอดจากแถบบันทึกเสียง -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๕ -
การละกาย
การละกาย
เดินจิต -
"รากเหง้าของพระศาสนา" (หลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระ)
.
"รากเหง้าของพระศาสนา"
" .. "ทาน - ศีล - ภาวนา" เป็นรากเหง้าของความเป็นมนุษย์และเป็นรากเหง้าของพระศาสนา ที่มนุษย์ต้องคอยสั่งสมให้มาอยู่ในนิสัย
- "ทาน" เป็นเครื่องแสดงน้ำใจ เพื่อสงเคราะห์ผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ
- "ศีล" เป็นเครื่องปัดเป่าความคิดของผู้มีกิเลส
- "ภาวนา" อบรมใจให้ฉลาดเที่ยงตรงต่อเหตุผลและความถูกต้อง ผู้เป็นหัวหน้างาน หรือ มีภารกิจมาก ควรหันมาฝึกใจเป็นอย่างยิ่ง "เพราะการภาวนาช่วยแก้ความยุ่งยากลำบากใจ ทุกประเภทที่เป็นภาระหนัก" หากปล่อยใจโดยไม่มีธรรมเป็นเครื่องยับยั้ง คงไม่ได้รับความสุข แม้จะมีสมบัติก่ายกอง .. "
"มุตโตทัย"
(หลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระ) -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๕ -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๕ -
คนทำความดีมี ๒ ประเภท
บุคคลที่ทำความดีนั้น สามารถแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ประเภทแรกคือ ทำความดีเพราะอยากทำ ท่านทั้งหลายเหล่านี้จะทำได้ทน ทำได้นาน ไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถากถางเยาะเย้ยของคนอื่น อีกประเภทหนึ่ง คือ บุคคลที่ทำความดีเพราะอยากดี ประเภทนี้ถ้าผลความดีไม่ตอบแทนในระยะใกล้ ก็อาจจะหมดกำลังใจไปเลย
รางวัลคนคู่คุณธรรมของสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมินั้น ตั้งใจที่จะให้กับบุคคลทั้ง ๒ ประเภท คือประเภทที่ทำความดีเพราะอยากทำ ก็จะได้มีเครื่องยืนยันว่า สิ่งที่เขาทำนั้น บุคคลอื่นมองเห็นและยกย่องในสิ่งที่เขาได้กระทำต่อเนื่องมายาวนาน ส่วนประเภททำความดีเพราะอยากดี ก็จะได้เห็นว่ามีผลของความดีตอบ คือได้รับใบประกาศเกียรติคุณ ได้รับเงินรางวัล ได้ออกสื่อ มีชื่อเสียง ยืนยันว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูกต้อง เป็นสิ่งที่สังคมยกย่อง
แต่ว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าท่านทำความดีเพราะอยากทำ ท่านก็จะทำได้ทน ทำได้นาน ไม่ท้อถอย ถ้าทำความดีเพราะอยากดี แล้วผลความดีไม่ตอบแทน ก็อาจจะหมดกำลังใจ เลิกทำความดีไปเลยก็ได้
ดังนั้น..ในเรื่องของการกระทำความดี จึงเป็นเหมือนอย่างกับการว่ายทวนกระแสโลก การทำความชั่วนั้น ถ้านับไปแล้ว... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๕ -
บารมีพระอยู่ในทุกอณูของอากาศ หากใจเราเปิดรับมากเท่าไร ยิ่งได้ผลมากเท่านั้น
เก็บตกจากงานเป่ายันต์เกราะเพชร วันเสาร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒
อาตมาจะสร้างวิทยาลัยสงฆ์กาญจนบุรี ต้องใช้เงินทุนมาก ปีนี้ก็เลยออกวัตถุมงคล ๒ รุ่นด้วยกัน ทั้ง ๆ ที่โดยปกติแล้วไม่ค่อยได้ออก เป็นสมเด็จองค์ปฐมเนื้อเขียวเหล็กไหล ฉลอง ๖๐ ปีของอาตมา ซึ่งเป็นเนื้อพิเศษที่ทำได้ยากมาก เพราะว่าต้องอาศัยน้ำจากแหล่งเดียวในการบ่มเหรียญ ถึงจะเปลี่ยนเป็นสีปีกแมลงทับได้ แล้วหลายเหรียญก็ค่อนข้างจะดื้อ บ่มแล้วไม่ขึ้น แต่อาตมาว่า ถ้าหากว่าเป็นอาตมาก็จะเอาที่บ่มไม่ขึ้นนั่นแหละ เพราะแสดงว่ามั่นคงต่อตัวเองมาก ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
ส่วนอีกชุดหนึ่งเป็นแผ่นเลเซอร์ยันต์เกราะเพชรเล็ก ๆ โตกว่าเหรียญบาทนิดเดียว ถ้าท่านใดบูชาติดตัวเอาไว้ก็ต้องบอกว่า ไม่ต้องเป่ายันต์ก็ได้ แต่อาจจะลืม อาจจะหาย ถ้าหากว่าไม่มั่นใจก็เป่ายันต์เกราะเพชรติดตัว บูชาแผ่นยันต์ไปด้วย
สมเด็จองค์ปฐมเนื้อเขียวเหล็กไหลราคาแพงหน่อย เพราะว่าทำยาก เหรียญละ ๒,๕๐๐ บาท แต่แผ่นเลเซอร์ยันต์เกราะเพชรนั่น ๕๐ บาท สำหรับบุคคลที่เบี้ยน้อยหอยน้อย แต่ท่านก็อุตส่าห์ให้ต่อท้ายมาแล้วว่า งานนี้ให้ในเรื่องของลาภผลด้วย แต่ว่าให้ภาวนาคาถาเงินล้านเป็นปกติ... -
"ฝึกหัดสมาธิโดยบริกรรมพุทโธ" (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
.
"ฝึกหัดสมาธิโดยบริกรรมพุทโธ"
" .. ผู้บริกรรมภาวนาพุทโธ ๆ ๆ พึ่งทำใจเย็น ๆ อย่าได้รีบร้อน ให้ทำความเชื่อมั่นในคำบริกรรมพุทโธ "มีสติควบคุมจิตของตนให้อยู่ในพุทโธของตนก็แล้วกัน" ความเชื่อมั่นเป็นเหตุให้ใจตั้งมั่นไม่คลอนแคลน ปล่อยวางความลังเลสงสัยอะไรทั้งหมดและจิตจะรวมเข้ามาอยู่ในคำบริกรรมพุทโธ ๆ ๆ
"มีสติควบคู่กับพุทโธเท่านั้น" ตลอดเวลา จะยืน เดิน นั่ง นอน หรือประกอบกิจการงานอะไรทั้งหมด "ก็จะมีสติรู้เท่าอยู่กับพุทโธอย่างเดียว" ผู้ภาวนาสติยังอ่อนอุบายยังน้อย "ต้องยึดคำบริกรรมพุทโธเป็นหลัก" ถ้ามิฉะนั้นแล้วจะภาวนาไม่เป็น หรือเป็นไปแต่ยังจับหลักไม่ได้ .. "
"ฝึกหัดสมาธิโดยบริกรรมพุทโธ"
(หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ -
เทคนิคการทรงภาพพระ ( บรรยายธรรมโดย หลวงตาม้า วัดถ้ำเมืองนะ )
เทคนิคการทรงภาพพระ -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๕ -
"เมตตา มุทิตาที่ผิด" (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า)
.
"เมตตา มุทิตาที่ผิด"
" .. เมตตาขาดอุเบกขาก็ผิด กรุณาขาดอุเบกขาก็ผิด มุทิตาขาดอุเบกขาก็ผิด "เมตตากรุณาที่ผิด" ก็เช่น "ปรารถนาให้เขาเป็นสุข" พยายามช่วยให้พ้นทุกข์เต็มกำลังความสามารถ "เมื่อทำไม่ได้ดังปรารถนาก็เป็นทุกข์ เพราะไม่วางอุเบกขา" เช่นนี้แหละผิด
แต่ถ้าทำเต็มสติปัญญาความสามารถโดยควรแล้ว "แม้ไม่เกิดผลดังปรารถนา ก็วางอุเบกขาเสียได้" ไม่เร่าร้อนด้วยความปรารถนาต้องการจะให้สมมุ่งหมายเช่นนี้ "ก็เป็นเมตตากรุณาที่ไม่ผิดที่ถูก"
"มุทิตา" ความพลอยยินดีด้วยก็เช่นกัน "มุทิตาที่ผิด" ก็เช่น "ไปพลอยยินดีด้วยกับการได้การถึง ที่ไม่สมควรทั้งหลาย" การได้การถึงที่ผิดที่ไม่ชอบเช่นนั้น "ผู้มีมุทิตาที่แท้จริงในพรหมวิหาร จะวางใจเป็นกลางวางเฉยอยู่ได้ด้วยอุเบกขา" ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องแม้ด้วยมุทิตา .. "
"แสงส่องใจ" ๓ ตุลาคม ๒๕๒๖
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๕ -
จักกวัตติสูตร.กับสิ่งที่เกิดขึ้น(ในปัจจุบัน)- "จงมีตน มีธรรม เป็นเกาะเป็นที่พึ่ง"
=AZULbVvJRkm2YRj-o-0YjrdWdBRMpa456vhxBke_r_-j0HSkLnOl9I5gclpUdttVGa_BAW7BTxYMnF2erfatTmH6q_Nu5sAzmN7p1WJo2FJ5zZkC9Ngay_mqpnnkkPCNJVmQ90We1VLBZ_M-fzCxBRPx9wIWIcwaV45c-l0M1XgJCD4F7jh2OkrL3_5yK6G3Kfg&__tn__=*NK*F']#จักกวัตติสูตร ....ว่าด้วยมนุษย์แต่ละยุค
-----------------------------------
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงมีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง อย่ามี
สิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง
จงมีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งอยู่
------------------------------------
[๓๓] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ เมืองมาตุลาในแคว้นมคธ ณ ที่
นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฯ
ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงตรัสดังนี้ว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงมีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง อย่ามี
สิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง จงมีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งอยู่
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้มีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง
มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง... -
รับข่าวอย่างมีสติคือรับสาร ไม่ใช่รับอารมณ์มาปรุงแต่งเพิ่ม
พระอาจารย์กล่าวว่า "ช่วงนี้พระพุทธศาสนาของเราค่อนข้างจะสั่นคลอน เพราะว่าสื่อสังคมต่าง ๆ ทำให้ข่าวไปถึงได้เร็วแล้วก็ง่าย แต่การรับข่าวของพวกเราก็ควรที่จะรับอย่างมีสติ คำว่ามีสติในที่นี้ก็คือ อย่าไปใส่อารมณ์ตามเนื้อข่าว ไม่ว่าจะเป็นจริงหรือไม่เป็นจริงก็ตาม ถ้าเราไปใส่อารมณ์ตามเนื้อข่าวเมื่อไร โอกาสที่เราจะขาดทุนมีสูงมาก
โดยเฉพาะบรรดาท่านทั้งหลายที่ไปลงความเห็นในลักษณะของการตำหนิติเตียนหรือด่าว่าพระสงฆ์ การที่เราตำหนิติเตียนหรือด่าว่าพระสงฆ์ ท่านยิ่งบริสุทธิ์เท่าไร โทษก็ยิ่งหนักเท่านั้น
ถ้าหากว่าจะดูตัวอย่างในพระธรรมบท ซึ่งเศรษฐีไปด่าพระที่ต้องอาบัติปาราชิก ขาดความเป็นพระไปแล้ว ปรากฏว่าเศรษฐีต้องไปเกิดเป็นเปรตอยู่ในหลุมขี้ ก็เพราะว่าคนอื่นทำผิดทำชั่วก็จริง แต่พอเราไปด่าว่า เราก็ทำชั่วไปด้วย ก็คือทำชั่วด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจนั่นเอง การไปจ้องจับผิดผู้อื่นเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำอยู่แล้ว การด่าว่าจิตก็ต้องประกอบไปด้วยโทสะ โมหะ
ดังนั้น...เมื่อตายไปเศรษฐีก็เลยกลายเป็นเปรต เหมือนอย่างกับว่าคนอื่นหาทางลงอบายภูมิ เราเห็นเข้าเราก็โดดตามลงไปด้วย ทั้ง ๆ ที่ตัวเราไม่จำเป็นที่จะต้องทำเช่นนั้น... -
"ไฟราคะดับยาก" (หลวงปู่หล้า เขมปัตโต)
.
"ไฟราคะดับยาก"
" .. พระพุทธศาสนาเน้นลงเบื้องต้น "กล่าวเรื่องไฟราคะดับยากและก็ไหม้จิตใจแบบอบอวลนิ่มนวล" เหมือนไฟเผาถ่านที่อบไว้
จะบรรเทาและดับได้ "ก็เนื่องด้วยการพิจารณาร่างกายที่เปื่อยเน่าและสกปรกโสมมให้เห็นชัด" ทั้งกลิ่นและสีและลักษณะที่อยู่ให้เห็นเป็นของโสโครกจริง ๆ "จนเป็นนิมิตติดตา" เนืองนิจแยบยล "จนถอนอาลัยว่าสวยงามในขันธสันดานดวงใจได้เด็ดขาด" .. "
"รวมคำสอนบูรพาจารย์"
(หลวงปู่หล้า เขมปัตโต)
https://nippanang.com/ -
ปฏิบัติธรรมแล้วทำไมใจยังเร่าร้อน ? / วิสัชนาโดยพระมหาวรพรต
ปฏิบัติธรรมแล้วทำไมใจยังเร่าร้อน ?
เดินจิต -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๕ -
"เราต้องทำ ต้องฝึกตัวเอง" (หลวงปู่ลี กุสลธโร)
.
"เราต้องทำ ต้องฝึกตัวเอง"
" .. ถ้าจะบริกรรมพุทโธ "ก็ให้อยู่กับพุทโธ" ถ้าจะพิจารณา "ก็พิจารณาตั้งแต่เกศาลงมาจนถึงพื้นเท้า" พิจารณาดูซิอย่าให้มันออกจากนั้น "ธรรมเกิดก็เกิดอยู่ที่นี่" ทำอย่างไรมันถึงจะเป็นไปได้ เราก็ต้องทำ ต้องสอนตัวเอง ฝึกตัวเอง
"ผู้ที่จะเห็นอรรถเห็นธรรมจริง ๆ ก็คือตัวผู้ฝึกเอง" พระพุทธเจ้าท่านเพียงแต่บอกทางเท่านั้น จะรู้ก็รู้ตัวผู้ปฏิบัติเอง พอเราค้นคิดพิจารณาไป ก็พอรู้ขึ้นมา ก็นึกได้ว่าพ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านเคยเทศน์ให้เราฟังมาแล้ว "มีแต่ตัวเราต้องลงมือปฏิบัติทำเอาเอง"
"เรื่องการภาวนา ไม่เหมือนฝ่ายปริยัติ" ท่องจำเหมือนนกแก้วนกขุนทอง ท่องเหมือนสวด ปาฏิโมกข์ก็ท่องได้ ถ้าได้เรียน แต่ด้านจิตใจของเรามันต่างกัน การโปรดชาวโลกก็แตกต่างกัน .. "
"ธรรมลี เศรษฐีธรรม"
(หลวงปู่ลี กุสลธโร) -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๕ -
"ความเกิดเป็นต้นตอของทุกข์" (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
.
"ความเกิดเป็นต้นตอของทุกข์"
" .. การหนีจากกองทุกข์ของพระพุทธเจ้า "พระองค์มิได้สอนให้หนีด้วยการไม่เหลียวแลทุกข์ หนีด้วยการเกลียดชังหรือไปด้วยยานพาหนะต่าง ๆ" แต่พระองค์สอนให้เพ่งดูทุกข์ซึ่งเป็นของมีอยู่ "จนรู้จักต่อต้านเหตุที่ให้เกิดทุกข์" เช่น เห็นว่า "ความเกิดเป็นต้นตอของทุกข์ทั้งหลาย"
ความเข้าไปยึดเอาสิ่งนั้น ๆ มาเป็นของตัว "เพราะความไม่รู้เท่าตามความเป็นจริง จึงเป็นผู้ได้เสวยทุกข์ตลอดกาล" ผู้มารู้แจ้งเห็นจริงด้วยปัญญาอันชอบแล้ว "ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งปวงแล้วจะมีทุกข์มาจากไหน" .. "
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
http://tesray.com/three-dhamma-forces/ -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๕ (รอบค่ำ)
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๕ (รอบค่ำ) -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๕ (ช่วงทำบุญเช้าวันพระ)
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๕ (ช่วงทำบุญเช้าวันพระ) -
"บรรเทาราคะตัณหาลงได้" (หลวงปู่หรียญ วรลาโภ)
.
"บรรเทาราคะตัณหาลงได้"
" .. แม้เป็นคฤหัสถ์ "ถ้าหากว่ามาพิจารณาร่างกายนี้เป็นอารมณ์ มันก็จะบรรเทาราคะตัณหาลงได้" จะไม่ประพฤติผิดมิจฉาจารกรรม "หรือว่าจะไม่ไปทำชู้กับสามีหรือภรรยาของผู้อื่น" ถ้าบุคคลใดเป็นผู้ปล่อยให้ราคะตัณหาครอบงำจิตใจอย่างรุนแรงแล้ว "มันย่อมดิ้นรนแสวงหาไปไม่เลือกเฟ้นเลย ไม่คำนึงถึงว่า มันจะเป็นบาปเป็นโทษ" ไม่คำนึงเลย
เมื่อความรักมันครอบงำจิตใจแล้ว "มันทำให้ใจมืด ใจบอด มองไม่เห็นโทษเห็นภัยอะไรเลย" ถ้าเป็นพระเป็นเจ้าก็เหมือนกัน "ถ้าปล่อยให้ราคะตัณหา ครอบงำจิตใจอย่างรุนแรงแล้ว มันก็อยู่ไม่ได้ในพรหมจรรย์นี้" หรือถ้าอยู่ไป "ก็จะประพฤติผิดพระวินัยเข้าไปอย่างร้ายแรง กระทำให้ชีวิตนี้อับเฉาลงไป" ไม่ได้ผลจากการประพฤติพรหมจรรย์นี้เลย .. "
"ธรรมโอวาทหลวงปู่หรียญ"
(หลวงปู่หรียญ วรลาโภ) -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๕ -
"รีบปฏิบัติให้หลุดพ้นเสีย" (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)
.
"รีบปฏิบัติให้หลุดพ้นเสีย"
" .. คำสอนทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์นั้น เป็นเพียงอุบายให้คนทั้งหลายหันมาดูจิตนั้นเอง "คำสอนของพระพุทธองค์มีมากมาย ก็เพราะกิเลสมีมากมาย" แต่ทางที่ดับทุกข์ได้มีทางเดียวคือพระนิพพาน
"การที่เรามีโอกาสปฏิบัติธรรมที่ถูกทางเช่นนี้มีน้อยนัก" หากปล่อยโอกาสให้ผ่านไป "เราจะหมดโอกาสพ้นทุกข์ได้ทันในชาตินี้" แล้วจะต้องหลงอยู่ในความเห็นผิดอีกนานแสนนานเพี่อจะพบธรรมอันเดียวกันนี้
ดังนั้น เมื่อเราเกิดมาพบพระพุทธศาสนาแล้ว "รีบปฏิบัติให้หลุดพ้นเสีย มิฉะนั้นจะเสียโอกาสอันดีนี้ไป" เพราะว่าเมื่อสัจจธรรมถูกลืม ความมืดมนย่อมครอบงำปวงสัตว์ให้อยู่ในกองทุกข์สิ้นกาลนาน .. "
"หลวงปู่ฝากไว้"
พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)
หน้า 91 ของ 440