คลังเรื่องเด่น
-
อย่าติเตียนคนชอบฤทธิ์ เพราะการมีฤทธิ์ เป็นของดี
อย่าติคนติดฤทธิ์ เพราะการมีฤทธิ์ เป็นของดี
สมเด็จองค์ปฐม ทรงมีพระเมตตา ตรัสสอนเรื่องนี้ไว้ดังนี้
๑. เห็นคนติดฤทธิ์ จงอย่าตำหนิเขา เพราะจิตของบุคคลผู้ยังเข้าไม่ถึงพระอริยเจ้า ย่อมจักติดฤทธิ์เป็นธรรมดา สอบสวนอารมณ์ของจิตให้ดี ๆ พวกเจ้าในอดีตก็ติดฤทธิ์อยู่เช่นกัน พอหนักเข้าเห็นทุกข์ ก็เริ่มปล่อยจากการต้องการฤทธิ์ กำลังของฤทธิ์เป็นกำลังของอภิญญา เป็นส่วนหนึ่งของพระธรรม ในหลักสูตรของคำสอนของพระพุทธศาสนานี้ หากมีแล้วใช้ไปในด้าน สัมมาทิฎฐิ ก็เป็นของดี มิใช่ของทราม แต่ถ้าใช้ไปในทางด้าน มิจฉาทิฎฐิ ก็จักเป็นโทษมากกว่าเป็นคุณ จิตมักเหลิงทะนงตนว่าเป็นผู้ประเสริฐ
๒. แต่ถ้าอภิญญาสมาบัตินั้นเป็น โลกุตรวิสัย ของผู้ใช้ ก็ย่อมไม่เป็นโทษแก่ตนเองและผู้อื่น อภิญญาเป็นของดี นี่ถ้าหากใช้ให้เป็นก็มีประโยชน์ จึงไม่พึงไปกล่าวตำหนิติเตียนเรื่องฤทธิ์ให้มากนัก เพราะตั้งแต่ เตวิชโช ฉฬภิญโญ ปฏิสัมภิทัตปัตโต เป็นหมวดของอภิญญาทั้งหมด หากพูดตำหนิไปก็ไม่ต่างกับการปรามาสพระธรรม เพราะฉะนั้นจุดนี้ตั้งใจให้ดีๆ พิจารณาคำพูดก่อนจักพูดเรื่องฤทธิ์ทุกครั้ง อย่าสักแต่ว่าพูดโดยมิได้คิด... -
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ตอน ผู้ติดเหยื่อโลก ชอบฟังเรื่องกาม ไม่ฟังเรื่องสงบ
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ตอน ผู้ติดเหยื่อโลก ชอบฟังเรื่องกาม ไม่ฟังเรื่องสงบ
สุนักขัตตะ ! กามคุณมีห้าอย่างเหล่านี้. ห้าอย่างนั้นอะไรเล่า ? ห้าอย่าง คือ รูปที่เห็นด้วยตา, เสียงที่ฟังด้วยหู, กลิ่นที่ดมด้วยจมูก, รสที่ลิ้มด้วยลิ้น, และโผฏฐัพพะที่สัมผัสด้วยกาย ; (แต่ละอย่างล้วน) เป็นสิ่งที่น่าปรารถนา, น่ารักใคร่, น่าพอใจ, เป็นสิ่งที่ยวนตายวนใจให้รัก, เป็นที่เข้าไปตั้งอาศัยซึ่งความใคร่, เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัดย้อมใจ. สุนักขัตตะ ! เหล่านี้แล คือ กามคุณห้าอย่าง
สุนักขัตตะ ! นี้เป็นสิ่งที่มีได้เป็นได้ คือข้อที่บุรุษบุคคลบางคนในโลกนี้ มีอัชฌาสัยน้อมไปในเหยื่อของโลก (คือกามคุณห้าอย่าง), ถ้อยคำสำหรับสนทนา อันพร่ำบ่นถึงเฉพาะต่อกามคุณนั้น ๆ ย่อมตั้งอยู่ได้สำหรับบุรุษบุคคลผู้มีอัชฌาสัยน้อมไปในเหยื่อของโลก, เขาย่อมตรึกตามตรองตาม ถึงสิ่งอันอนุโลมต่อกามคุณนั้น ๆ, สิ่งนั้นย่อมคบกับบุรุษนั้นด้วย บุรุษนั้นย่อมเอาใจใส่ต่อสิ่งนั้นด้วย. ส่วนเมื่อถ้อยคำที่ประกอบด้วยสมาบัติเรื่องไม่หวั่นไหว (ด้วยกามคุณ) ที่ผ่านไปมาอยู่ เขาย่อมไม่ฟัง ไม่เงี่ยหูฟัง ไม่กำหนดจิตเพื่อจะรู้, ถ้อยคำชนิดนั้น ก็ไม่คุ้นเคยกับบุรุษนั้น... -
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน พระมหากัสสปเถระถูกนินทา
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน พระมหากัสสปเถระถูกนินทา
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเวฬุวัน ทรงปรารภพระมหากัสสปเถระ ตรัสพระธรรมบท พระคาถาที่ 91 นี้
ครั้งหนึ่ง พระศาสดาทรงจำพรรษาอยู่ในกรุงราชคฤห์ พร้อมด้วยพระภิกษุจำนวนหนึ่ง ก่อนจะออกพรรษาประมาณสองสัปดาห์ ได้รับสั่งให้แจ้งแก่ภิกษุทั้งหลายว่า พระองค์จะเสด็จออกจากกรุงราชคฤห์ไปสู่ที่จาริก พวกภิกษุบางรูปจึงได้รมบาตรและย้อมจีวรเป็นต้นของตนเพื่อจะตามเสด็จพระศาสดา เมื่อภิกษุบางรูปเห็นพระมหากัสสปเถระซักจีวร ก็ได้พากันคาดเดาว่า “มีประชาชนเป็นอันมากทั้งในเมืองและนอกเมืองต่างให้ความเคารพนับถือพระมหากัสสปเถระมาก และคนเหล่านี้ก็ได้คอยอุปถัมภ์ท่านด้วยปัจจัย 4 จะเป็นไปได้ละหรือที่พระมหากัสสปเถระจะจากอุบาสกอุบาสิกาเหล่านี้ตามเสด็จพระศาสดาไปได้”
เมื่อครบ 2 สัปดาห์ตามที่พระศาสดาทรงประกาศว่าจะเสด็จไป พระศาสดามีดำริว่า “จะต้องมีภิกษุไปในงานมงคลและงานอวมงคลที่ประชาชนจัดขึ้น จะปล่อยให้วัดร้างว่างเปล่าโดยไม่มีพระภิกษุอยู่เป็นการไม่สมควร” ดังนั้นพระองค์จึงตัดสินพระทัยที่จะให้มีภิกษุบางรูปอยู่ที่วัดไม่ตามเสด็จพระองค์ไป... -
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน เมื่อหมอชีวกรุ่มร้อนใจ
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน เมื่อหมอชีวกรุ่มร้อนใจ
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในสวนมะม่วงของหมอชีวก ทรงปรารภปัญหาอันหมอชีวกทูลถาม ตรัสพระธรรมบท พระคาถาที่ 90 นี้
ครั้งหนึ่ง พระเทวทัตได้ร่วมคบคิดกับพระเจ้าอชาตศัตรู ได้พยายามสังหารพระศาสดาโดยกลิ้งหินก้อนใหญ่ลงมาจากยอดเขาคิชฌกูฏ หินก้อนนั้นได้ตกลงมาปะทะกับยอดเขาเบื้องล่างแตกกระจาย มีสะเก็ดพุ่งไปถูกพระบาทของพระศาสดาถึงกับห้อพระโลหิต ทรงได้รับความเจ็บปวดมาก พระศาสดาถูกนำไปยังวัดสวนมะม่วงของหมอชีวก หมอชีวกได้ถวายเภสัชที่ชะงัด เพื่อให้แผลหายเร็วและได้พันแผลที่พระบาทเอาไว้ แต่หมอชีวกจะต้องไปให้การรักษาแก่คนไข้ผู้หนึ่งในเมือง จึงกราบทูลพระศาสดาว่าตนจะกลับมานำเอายาที่พอกเอาไว้นี้ออกในตอนเย็น หมอชีวกกลับมาเมื่อตอนที่ประตูเมืองปิดเสียแล้ว จึงออกมาพบพระศาสดาไม่ได้ เขาเกิดความวิตกกังวลว่า “แย่จริง เราทำกรรมหนักเสียแล้ว ที่เราถวายเภสัชอย่างชะงัด พันแผลที่พระบาทของพระตถาคตเจ้า ดุจคนสามัญ เวลานี้เป็นเวลาแก้แผลนั้น เมื่อแผลนั้นอันเรายังไม่แก้ ความเร่าร้อนในพระสรีระของพระผู้มีพระภาคเจ้า จักเกิดตลอดคืนยังรุ่ง”
ขณะนั้น... -
‘อุทกวิทยาไทย’เตือนฝนตกมากอาจเกิดน้ำท่วมทั่วโลก
เมื่อวันที่ 31 ส.ค.นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยว่าสถานการณ์ฝนจะไม่น้อยลง ขอให้ประชาชนติดตามการประกาศคำเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้กำลังมีพายุก่อตัวในทะเลจีนใต้ ดูทิศทางเคลื่อนตัวเข้าประเทศเวียดนาม และประเทศลาว ซึ่งประเทศไทยจะได้รับผลกระทบในอีก2-3 วันข้างหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ท่วมอยู่แล้วได้รับผลกระทบมากขึ้น เช่นพื้นที่ลุ่มต่ำภาคกลาง ที่มีน้ำหลากจากทางเหนือลงมาด้วย ประกอบกับน้ำทะเลหนุนสูง ช่วงวันที่ 4-8 ก.ย. รวมถึงกรุงเทพฯและปริมณฑล อาจมีน้ำท่วมบางพื้นที่
ประธานมูลนิธิภัยพิบัติฯ กล่าวว่าจะเกิดสภาพอากาศแปรปรวนไปทั่วมีแนวโน้มที่จะเกิดน้ำท่วมทั่วโลก เพราะปริมาณฝนตกมากขึ้นผิดปกติ ทั้งนี้สมาคมอุทกวิทยาไทย จะจัดประชุมระดมผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และทุกหน่วยงานด้านน้ำ มาร่วมหารือรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์ ที่หอประชุมชูชาติ กำภู กรมชลประทาน ที่จัดขึ้นเร็วๆนี้ เพื่อตอบโจทย์ถึงปริมาณฝนที่ตกมากขึ้น วิเคาระห์ถึงสาเหตุเกิดจากอะไร เพื่อมาใช้ในการคาดการณ์สภาพอากาศให้แม่นยำยิ่งขึ้น เช่น ตกอย่างไร ที่ไหน เพื่อให้ข้อมูล ถูกต้อง รวดเร็วต่อประชาชน... -
ศีลและเรื่องเกี่ยวกับศีล : หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ
จุดประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านจำให้ได้ก่อนเป็นประการแรก (เป็นสุตมยปัญญา) แล้วจึงนำไปพิจารณาด้วยปัญญาขั้นต้นของตนเอง เมื่อเข้าใจและตีธรรมะนั้นได้ถูกตรงตามความเป็นจริงแล้ว ก็จะเกิดปัญญาขั้นที่ ๒ คือ จินตมยปัญญา และทำซ้ำ ๆ พิจารณาซ้ำ ๆ จนเกิดความชำนาญ จนเกิดความอัตโนมัติขึ้นกับจิต หมายความว่า เพียรรักษาศีลด้วยอิทธิบาท ๔ จนศีลรักษาจิตของผู้นั้นเองเป็นอัตโนมัติ กลายเป็นสีลานุสสติ หรือจิตเป็นฌานในศีล หรือจำง่ายว่า เพียรรักษาศีลจนกระทั่งศีลรักษาศีลเรา ไม่ให้ผิดศีลอีกตลอดกาล ความเป็นพระโสดาบันปัตติผลเกิดขึ้นที่จุดนี้เอง
เรื่องมูลเหตุของศีล, พระพุทธเจ้าบัญญัติศีลเพื่อใคร, ทรงยกย่องศีลไว้มากมายอย่างไร, ตัวอย่างอานุภาพของศีล มีอยู่แล้วในตอนต้น ผมจึงเลือกเอาข้อความที่หลวงพ่อท่านเน้น ต้องการให้พวกเรารู้แล้วนำไปปฏิบัติต่อให้เกิดผล โดยเขียนเป็นข้อ ๆ เพื่อสะดวกในการจดจำดังนี้
๑. หากศีลไม่บริสุทธิ์ ความหวังเรื่องสมาธิ หรือมรรคผล ย่อมไม่เกิด ถือเป็นกฎตายตัว พระองค์สอนหลักการปฏิบัติในพระพุทธศาสนาไว้ ๓ ประการ คือ ศีล-สมาธิ-ปัญญา ซึ่งย่อมาจากอริยมรรค ๘ นั่นเอง
๒. “พระอินทร์ท่านว่า... -
หรือจะเกิดสงครามจริงๆ
เมื่อตอนเช้ามืดของวันที่ 29 ส.ค. ตามเวลาในประเทศไทย สำนักข่าวต่างประเทศทั้งสื่อออนไลน์ โทรทัศน์ รายงานข่าว การยิงขีปนาวุธ ไม่ทราบชนิดของ เกาหลีเหนือ จากฐานทัพ ซูนัน ที่ตั้งอยู่ใกล้กับ กรุงเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ ข้ามประเทศญี่ปุ่น ผ่านเกาะฮอกไกโดไปตกบริเวณน่านน้ำนอกชายฝั่งฮอกไกโด เป็นระยะทาง 2,700 กิโลเมตร ที่ความสูง 550 กิโลเมตร
ทั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่นได้เปิดสัญญาณเตือนภัยและพยายามที่จะยิงจรวดทำลายขีปนาวุธดังกล่าว สร้างความตกอกตกใจให้กับคนญี่ปุ่นกันทั้งประเทศ โดยระบบเตือนภัยของญี่ปุ่นได้แนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงหามาตรการป้องกันเอาไว้ก่อน ซึ่งนายกฯญี่ปุ่น ชินโสะ อาเบะ ออกแถลงการณ์ตอบโต้การกระทำของเกาหลีเหนือทันทีพร้อมที่จะตอบโต้เกาหลีเหนือทุกเม็ด เพราะถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อประเทศญี่ปุ่นอย่างร้ายแรงชนิดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ก่อนหน้าที่ เกาหลีเหนือ ได้ยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้จำนวน 3 ลูก เป็นการยั่วยุ ยั่วน้ำลายในช่วงที่มี การซ้อมรบระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ และเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาก็มีการ ยิงขีปนาวุธเข้าใส่เกาะกวม ซึ่งเป็นที่ตั้ง ฐานทัพของสหรัฐฯ มารอบหนึ่งแล้ว... -
มส.เตรียมเยียวยาจิตใจประชาชนหลังน้ำท่วม
วันนี้(31 ส.ค.)พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมส. กล่าวว่า ตามที่ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือพระสงฆ์ประชาชนในพื้นที่จ.อุบลราชธานีและจ.ร้อยเอ็ด ระหว่าง 24-26 ส.ค. 2560 นั้น ได้แจ้งต่อประชาชนในพื้นที่ว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาล 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยประชาชนและทรงกำชับให้พล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเร่งช่วยเหลือประชาชน ขณะที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(อมฺพรมหาเถร) ก็ทรงห่วงใยพระภิกษุสามเณร และประชาชน มอบตนในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณะสงเคราะห์ออกช่วยเหลือ ถวายเครื่องสมณบริโภคแก่พระสงฆ์มอบถุงยังชีพแก่ ประชาชนจ.อุบลราชธานีในพื้นที่อ.วารินชำราบ อ.ตระการพืชผล อ.ดอนมดแดง ซึ่งมีพระเถระทั้งในและนอกพื้นที่ร่วมลงไปช่วยเหลือ ซึ่งต่อจากนี้จะได้เร่งหาแนวทางเมื่อพระสงฆ์หรือประชาชนไร้ที่พักอาศัยว่าจะมีวิธีใดบ้างที่จะบรรเทาความเดือดร้อนได้ ตลอดจนจะต้องมีการเยียวยาทางจิตใจแก่ผู้ประสบภัยด้วยการอาศัยธรรมะจากพระสงฆ์ด้วย... -
เรื่อง..พระโสดาบัน บุญมาก
“..พระโสดาบันก็คือเคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม
พระอริยสงฆ์ แล้วก็มีศีล ๕ บริสุทธิ์เท่านี้เอง
ถ้าเราทำได้แบบนี้ถามว่าพ้นทุกข์หรือยัง
ก็ตอบว่ายังไม่พ้นทุกข์ แต่ทุกข์ติดตามได้ยาก
ถ้ายังมีร่างกายอยู่เพียงใด ยังไม่พ้นทุกข์
แต่ทุกข์ก็หาโอกาสตามได้ยากเต็มทีถ้าเราตาย
เพราะถ้าตายจากความเป็นคนพระโสดานี่แล่น
ไปนรกล่ะก็ถูกซ้อม สัตว์นรกมันซ้อมอานเลย
เพราะอะไรรู้ไหม ลงไปนรกขุมไหนขุมนั้นไฟดับ
เครื่องลงโทษก็หยุด ไอ้พวกนั้นมันโกรธพยายมอยู่
แล้วใช่ไหม มันก็นึกว่าพยายมมาสิเพราะแต่งตัว
คล้ายกันมันก็เลยซ้อมเอา (หัวเราะ) อย่าไปนะ ใครไปแล้วเคราะห์ร้ายนะ
พระโสดาบันไปเกิดในอบายภูมิไม่ได้
เขาห้ามเพราะบุญมันมาก
อย่างต่ำก็ไปเกิดเป็นเทวดาหรือพรหม แล้วก็วนไป
วนมาแค่มนุษย์ไม่กี่ชาติก็ไปนิพพาน นี่ว่ากันตามแบบ”
ที่มา: จาก ธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ ๓๗๖ หน้า ๒๘
โดย…หลวงพ่อพระราชพรหมยาน -
เตือนใจ..วัดฯ เชียงใหม่สร้างอุทยานมหานรก คนโกง-กินหินดินทรายระวังเป็นเปรต
เตือนใจ..วัดฯเชียงใหม่ สร้างอุทยานมหานรก คนโกง-กินหินดินทราย ระวังเป็นเปรต
เผยแพร่: 31 ส.ค. 2560 16:05:00
เชียงใหม่ - คณะสงฆ์-ศรัทธาวัดแม่แก้ดน้อย เชียงใหม่ ใช้เงินบริจาคเกือบ 20 ล้าน สร้างอุทยานมหานรก 8 ขุม สอนสาธุชน-เยาวชน เตือนใจคนโกงบ้านโกงเมือง-กินหินดินทราย สุดท้ายระวังกลายเป็นเปรต พร้อมเตรียมจัดงานปล่อยผี หรือประเพณีสิบสองเป็ง 3-5 กันยาฯนี้
วันนี้(31 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้คณะสงฆ์-ศรัทธาวัดแม่แก้ดน้อย ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ได้สร้างอุทยานนรกและสวรรค์ ขึ้นเพื่อเป็นคติเตือนใจให้กับศรัทธาประชาชน และเยาวชนที่มาเที่ยวภายในวัด ให้นึกถึงบาปบุญคุณโทษ ตามหลักพุทธศาสนา
โดยภายในอุทยานฯ มีทั้งรูปปูนปั้นเปรต ความสูงกว่า 10 เมตร เท่าต้นตาล จำนวน 2 ตน ลักษณะปากเท่ารูเข็ม ลิ้นห้อยยาว มือใหญ่เท่าใบตาล ท้องปล่อง ตาโต ซึ่งสามารถเคลื่อนไหวได้ นอกจากนี้ยังมีรูปปูนปั้นอสูรกาย กระทะทองแดง ท้าวพญายม และการจำลองมหานรก 8 ขุม และดินแดนพุทธภูมิ-สรวงสรรค์ จำลอง
พระครูวิสาลจริยคุณ เจ้าอาวาสวัดดอนชัยป่าตึงงาม หรือวัดแม่แก้ดน้อย บอกว่า ใช้เงินที่ญาติโยมบริจาคทำบุญสร้างอุทยานฯไปแล้วกว่า... -
สวดมนต์เช้า-เย็น ธรรมดา มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนโกฏจักวาล - พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
“…พระพุทธมนต์ โดยท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต…”
เรื่องนี้ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พักอยู่บนดอยปะหร่องกับท่านอาจารย์มนู ตอนเช้าเที่ยวบิณฑบาตรให้พรชาวบ้าน พอให้พรเสร็จ สุขัง พะลัง ท่านสอนให้ชาวบ้าน “สาธุ” พร้อมกันด้วยเสียงสูง ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ว่าเป็นเชิงตลกว่า… มือทั้งสองข้างของเราชูขึ้นข้างบน เหมือนบั้งไฟจะขึ้นสู่ท้องฟ้า
วันหนึ่งท่านนั่งพักในที่เป็นที่พักกลางวัน มีเทพพวกหนึ่งจากเขาคิชฌกูฏ อยู่ที่ไหนไม่รู้ เราก็ไม่รู้จัก ท่านว่ามาถามท่านว่า “เสียงสาธุ สาธุ สาธุ อะไร สะเทือนสะท้านทุกวัน พวกเทพทั้งหลายได้ฟัง มีความสุขไปตามๆ กัน”
ท่านว่า ท่านมาพิจารณาอะไร ที่ไหน จึงระลึกได้ว่า “โอ….เสียงสาธุการชาวบ้านถวายทาน” พอรับทราบแล้วพวกเทพก็ว่า “เขาก็สาธุการด้วย” แล้วทำประทักษิน เวียนขวาลากลับไป ส่วนมากพวกเทพจะทำอย่างนั้น
ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เลยมาพิจารณาต่อว่า การสาธยายมนต์ พุทธมนต์นะใครก็ตามจะเป็นกิจวัตรพระสงฆ์ เช้า-เย็น หรือชาวพุทธทุกคนสวดพุทธคุณ
ระลึกในใจ มีอานุภาพแผ่ไปได้หมื่นจักวาล
พูดออกเสียงพอฟังได้ มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนจักวาล
สวดมนต์เช้า-เย็น ธรรมดา... -
ฮาร์วีย์ถล่มอีก!กระทบเท็กซัส-หลุยเซียน่าสาหัส
ฮาร์วีย์ถล่มอีก!กระทบเท็กซัส-หลุยเซียน่าสาหัส
พายุฮาร์วีย์กลับมาพัดขึ้นฝั่งใกล้บริเวณเขตแดนระหว่างรัฐเท็กซัสกับรัฐลุยเซียน่าของสหรัฐอีกครั้ง ทำให้ฝนตกหนักมากขึ้นและเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ โดยล่าสุดพบอีก 6 ศพถูกกระแสน้ำพัดรถตู้จมน้ำ
วันนี้ (31 ส.ค. 60) เจ้าหน้าที่ทหารของกองทัพเรือสหรัฐฯทีนำเฮลิคอปเตอร์บินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเมืองโบม้อล รัฐเท็กซัส หลังจากประสบภัยนำท่วมจากพายุฮาร์วีย์ โดยต้องใช้กระเช้าบรรทุกคนขี้นลงจากหลังคาบ้านมายังพื้นที่ที่ปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานอย่างหนักครั้งนี้
ขณะที่พายุโซนร้อนฮาร์วีย์ได้กลับมาขึ้นฝั่งอีกครั้งใกล้บริเวณเขตแดนระหว่างรัฐเท็กซัสกับรัฐลุยเซียน่า ของสหรัฐทำให้มีฝนตกมากขึ้น หลังมีฝนตกหนักมากเป็นประวัติการณ์อยู่ก่อนแล้ว ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่และทำให้เมืองฮิวสตันในรัฐเท็กซัสกลายเป็นอัมพาต
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ พายุฮาร์วีย์ขึ้นฝั่งมาแล้วครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา จนกลายเป็นพายุเฮอริเคนที่ทรงพลังที่สุดในรอบกว่า 50 ปีที่พัดถล่มรัฐเท็กซัสและคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วไม่ต่ำกว่า 18 ราย นอกจากนี้... -
ชาติก่อนซ่อมพระพุทธรูปที่หักพัง มาเกิดเป็นสาวสวยไม่เปลี่ยนแปลงจนอายุ 120 ปี
อานิสงส์ซ่อมพระพุทธรูป
ตัวอย่างก็คือ พระนางวิสาขามหาอุบาสิกา ท่านสวยด้วยอำนาจเบญจกัลยาณี ตามที่ท่านเจ้าคุณราชเมธี วัดประยูรวงศาวาส ท่านแต่งเป็นคำกลอนไว้ว่า
งามผมสมพักตร์ลักขณา งามโอษฐาจิ้มลิ้มดูพริ้มเพรา
งามทนต์ยลปลั่งดังสังข์ขัด ผิวทัดกณิการ์งามราศี
คลอดบุตรสักเท่าไรวัยยังดี หญิงเช่นนี้ใครได้มางามหน้าเอย
คำว่า "งามผมสมพักตร์ลักขณา" ก็เพราะว่าผมจะเรียบอยู่ตลอดเวลา ถ้าต้องการให้เป็นคลื่นก็จะเป็น และก็เรียบโดยไม่ต้องหวี ไม่ต้องแต่ง และก็จะยาวไม่มากถ้ายาวไปถึงเอวก็จะช้อนงอนขึ้นไม่ยาวลากดิน ผมก็ไม่เหม็นสาบเหม็นสาง ไม่ต้องสระไม่ต้องล้าง
คำว่า "โอษฐาจิ้มลิ้มดูพริ้มเพรา" ก็เพราะว่าริมฝีปากแดงระเรื่อไม่แดงมากนัก แล้วเรียบไม่มีริ้วไม่มีรอย ปากสวย
คำว่า "งามทนต์ยลปลั่งดังสังข์ขัด" ก็เพราะว่าฟันเรียบแลดูเป็นเงาเหมือนมุกน่าชม ไม่ต้องใช้แปรงสีฟัน ไม่ต้องขัด ไม่ต้องแต่ง
คำว่า "ผิวทัดกณิการ์งามราศี" ขึ้นชื่อว่าผิวไม่มีไฝไม่มีฝ้า ถ้าขาวก็ขาวเนื้อละเอียดดี ถ้าดำก็ดำนวลๆ เรียกว่าพอสวยสำหรับในสมัยที่เขาต้องการ
คำว่า "คลอดบุตรสักเท่าไรวัยยังดี"... -
เหนื่อยเพื่อพระนิพพาน
เหนื่อยเพื่อพระนิพพาน
เหนื่อยนั้น เหนื่อยแน่ เพราะเรายังมีขันธ์ 5 ก็ต้องทำจิต ยอมรับความเบื่อหน่ายนั้นว่า เป็นธรรมดา ที่เราเหน็ดเหนื่อย เพลิดเพลินอยู่ในกามโลกียวิสัย มากี่แสนอสงไขยกัปแล้ว เราเกิดตาย อยู่กับความเหนื่อยของขันธ์ 5 นี้มานานเท่าไหร่
ความเหนื่อยเหล่านั้นมันหาสาระไม่ได้ ขอให้ตั้งใจจริง เต็มใจจริง เหนื่อยเพื่อทำกรรมฐาน ให้พ้นโลก ช่วยศาสนกิจเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต ที่ทรงขันธ์ 5 อยู่นี้ อดทนไปเถิด
สลัดตัดความเบื่อหน่ายทิ้งไป รู้ทุกข์นั้นดีกว่าไม่รู้ทุกข์ รู้เหน็ดเหนื่อย ดีกว่าไม่รู้เหน็ดเหนื่อย รู้ธรรม ดีกว่าไม่รู้ธรรม จิตจะได้ชำระความมัวเมา ในกามโลกียวิสัย ทิ้งไปจากอารมณ์เสียที
ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น
พระราชพรหมยาน หลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุง
รวบรวมโดย พล.ต.ท.นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน
************************************************** -
"ค่าของตนที่ฝึกดีแล้ว" (สมเด็จพระญาณสังวร)
"ค่าของตนที่ฝึกดีแล้ว"
" .. ผู้มีปัญญา "เห็นค่าของตนที่ฝึกแล้ว" ย่อมยินดีที่จะเผชิญกับความยาก ความยากแม้มากมายเพียงไรก็ตาม ย่อมให้ผลเป็นความมีค่าแห่งจิตใจตน "เป็นความมีค่าแห่งตนเอง เป็นผลที่ค้มกับความยากลำบาก" ที่ต้องต่อสู้เพื่อให้การฝึกตนเป็นไปด้วยดี
"คนมีปัญญาย่อมพร้อมที่จะรับความยาก เพียงเพื่อจะได้มีโอกาสฝึกตน" ผู้ที่เป็นคนดีแล้ว ย่อมสามารถฝึกคนไปสู่ความดีงามต่าง ๆ "ได้นำตนไปสู่ความเจริญรุ่งเรื่องได้และสามารถนำผู้อื่นไปสู่ความดีงามต่าง ๆ ได้ด้วย"
ท่านจึงกล่าวว่า "ตนที่ฝึกดีแล้วเป็นแสงสว่าง ตนที่ฝึกดีแล้วเป็นเครื่องนำชีวิต ตนที่ฝึกดีแล้วเป็นเครื่องยังชีวิตให้สว่าง" .. "
"พระนิพนธ์" สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๙ -
พระขอผอ.พศ.คนใหม่ เข้าใจงานสงฆ์-ไม่ขัดแย้ง
วันนี้( 30 ส.ค.)ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(อมฺพรมหาเถร) เสด็จทรงเป็นประธานการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ครั้งที่ 21/2560 โดยพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ลาประชุม พร้อมได้มอบหมายให้นายกนก แสนประเสริฐ รองผอ.พศ. ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการมส.แทน โดยภายหลังการประชุมมส. พระพรหมเมธี โฆษกมส. กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ในการประชุมมส.ครั้งนี้ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องการโยกย้ายพ.ต.ท.พงศ์พร แต่อย่างใด
นายกนก กล่าวว่า ขณะนี้พ.ต.ท.พงศ์พร ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ โดยการประชุมมส.ครั้งนี้ได้มอบหมายให้ตนปฏิบัติหน้าที่แทน และยังไม่ได้มีการมอบหมายงานอะไรเป็นพิเศษมายังตน ส่วนการดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตเงินทอนวัด ทางพศ.ก็ยังคงดำเนินการตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม คงต้องรอความชัดเจนในการมอบหมายงาน และแนวทางการทำงานอีกหลังภายหลังมีโปรดเกล้าฯตำแหน่งใหม่ผอ.พศ.ลงมาแล้ว ส่วนการประชุมมส.ในครั้งนี้ คณะสงฆ์ ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องการโยกย้ายผอ.พศ.แต่อย่างใด
ด้าน... -
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน ภิกษุอาคันตุกะ
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน ภิกษุอาคันตุกะ
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภพวกภิกษุอาคันตุกะ ตรัสพระธรรมบท พระคาถาที่ 87 พระคาถาที่ 88 และพระคาถาที่ 89 นี้
ภิกษุประมาณ 500 รูป จำพรรษาอยู่ในแคว้นโกศล ออกพรรษาแล้ว ปรึกษากันว่า “จักเฝ้าพระศาสดา” จึงไปยังพระเชตวัน ถวายบังคมพระศาสดาแล้ว นั่งอยู่ ณ ที่สุดข้างหนึ่ง พระศาสดาทรงพิจารณาธรรมอันเป็นปฏิปักษ์แก่จริยาของพวกเธอ พระศาสดาได้ตรัสสอนด้วย พระธรรมบท 3 พระคาถาเหล่านี้ว่า
กณฺหํ ธมฺมํ วิปฺปหาย
สุกกํ ภาเวถ ปณฺฑิโต
โอกา อโนกมาคมฺม
วิเวเก ยตฺถ ทูรมํฯ
บัณฑิตออกจากบ้าน
มาสู่ความเป็นผู้ไร้บ้าน
ก็ควรจะละทิ้งธรรมดำ(อกุศลกรรมบถ 10)
มีความยินดีในวิเวก(นิพพาน)
ที่ยินดีได้ยากฯ
ตตฺราภิรติมิจฺเฉยฺย
หิตฺวา กาเม อกิญฺจโน
ปริโยทเปยฺย อตฺตานํ
จิตฺตเกฺลเสหิ ปณฺฑิโตฯ
บัณฑิตควรละกามสุขเสียให้ได้
เป็นผู้ไร้นิวรณ์
ชำระตนให้ผ่องแผ้ว
จากเครื่องเศร้าหมอง.
เยสํ สมฺโพธิยงฺเคสุ
สมฺมา จิตฺตํ สุภาวิตํ
อาทานปฏินิสฺสคฺเค
อนุปาทาย เย รตา
ขีณาสวา ชุติมนฺโต
เต โลเก ปรินิพฺพุตาฯ
ผู้มีจิตฝึกอบรมถูกต้องดีแล้ว
ในองค์ธรรมเครื่องตรัสรู้
ไม่มีความยึดมั่นถือมั่น... -
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน การฟังธรรม
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน การฟังธรรม
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภการฟังธรรม ตรัสพระธรรมบท พระคาถาที่ 85 และพระคาถาที่ 86 นี้
ครั้งหนึ่ง ประชาชนชาวเมืองสาวัตถี ได้พร้อมเพรียงกันถวายทานแก่ภิกษุทั้งหลาย และได้จัดแจงให้ภิกษุแสดงธรรมตลอดคืนยังรุ่ง แต่มีหลายคนไม่สามารถนั่งฟังธรรมตลอดคนได้ และได้เดินทางกลับบ้านเสียก่อน มีบางคนเท่านั้นที่ฟังธรรมได้ตลอดคน แต่ส่วนใหญ่ก็ได้นั่งสับประหงก ฟังธรรมไม่รู้เรื่อง มีแค่ไม่กี่คนที่ตั้งใจฟังธรรม
ในวันรุ่งขึ้น พวกพระภิกษุนั่งสนทนากันในโรงธรรมถึงเรื่องนี้ พระศาสดาเมื่อทราบเรื่องที่พระภิกษุสนทนากันนั้นแล้ง จึงตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย คนส่วนใหญ่ยังยึดติดอยู่กับโลกนี้ จะมีส่วนน้อยเท่านั้นที่จะข้ามไปยังฝั่งโน้นคือพระนิพพานได้”
จากนั้น พระศาสดาได้ตรัส พระธรรมบท พระคาถาที่ 85 และพระคาถาที่ 86 ว่า
อปฺปกา เต มนุสฺเสสุ
เย ชนา ปารคามิโน
อถายํ อิตรา ปชา
ตีรเมวานุธาวติฯ
ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย
ผู้ถึงฝั่ง(นิพพาน)ได้ มีน้อย
ส่วนคนนอกนี้
ได้แต่วิ่งเลาะฝั่งเท่านั้น.
เย จ โข สมฺมทกฺขาเต
ธมฺเม ธมฺมานุวตฺติโน
เต ชนา ปารเมสฺสนฺติ
มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตรํฯ... -
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ตอน สุขที่สัตว์โลกควรกลัว และไม่ควรกลัว
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ตอน สุขที่สัตว์โลกควรกลัว และไม่ควรกลัว
...ก็ข้อนั้น อันเรากล่าวแล้วว่า บุคคลควรรู้จักการวินิจฉัย (ตัดสินใจ) ในความสุข เมื่อรู้จักการวินิจฉัยความสุขแล้ว ควรประกอบความสุขชนิดที่เป็นภายใน, ข้อนั้นเรากล่าวเพราะอาศัยเหตุผลอะไรเล่า ? ภิกษุ ท. ! กามคุณมีห้าอย่างเหล่านี้. ห้าอย่างนั้นอะไรเล่า ? ห้าอย่างคือ รูป ที่เห็นด้วยตา, เสียง ที่ฟังด้วยหู, กลิ่น ที่ดมด้วยจมูก, รส ที่ลิ้มด้วยลิ้น, และโผฏฐัพพะ ที่สัมผัสด้วยกาย, (แต่ละอย่างล้วน) เป็นสิ่งที่น่าปรารถนา น่ารักใคร่ น่าพอใจ เป็นสิ่งที่ยวนตายวนใจให้รัก เป็นที่เข้าไปตั้งอาศัยซึ่งความใคร่ เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัดย้อมใจ ;ภิกษุ ท. ! สุข โสมนัสอันใดเกิดขึ้น เพราะอาศัยกามคุณห้าเหล่านี้, สุข โสมนัสนั้น เราเรียกว่ากามสุข อันเป็นสุขของบุถุชน เป็นสุขทางเมถุน (มิฬ๎หสุข) ไม่ใช่สุขอันประเสริฐ. เรากล่าวว่า สุขนั้น บุคคลไม่ควรเสพ ไม่ควรเจริญ ไม่ควรทำให้มาก, ควรกลัว.
ภิกษุ ท. ! ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เข้าถึงซึ่ง ปฐมฌาน ... ทุติยฌาน ... ตติยฌาน ... จตุตถฌาน ...๑ แล้วแลอยู่. นี้ เราเรียกว่า สุขอาศัยเนกขัมมะเป็นสุขเกิดแต่ความสงัดเงียบ... -
“ซานดรา บุลล็อก” บริจาคล้านเหรียญฯ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมเตือน...
นักแสดงเจ้าของฉายา “ขวัญใจอเมริกันชน” ร่วมบริจาคเงิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพิบัติน้ำท่วม ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนในเทกซัสมากมายในขณะนี้
“ในน้ำท่วม 8 ฟุต ไม่มีเรื่องการเมืองอยู่อีกแล้ว … เหลือแต่ผู้คนเท่านั้นที่อยู่กับน้ำสูง 8 ฟุตเหล่านั้น” ซานดรา บุลล็อก กล่าว และยังบอกว่าเธอรู้สึกยินดีเสมอ “ที่พอจะทำอะไรได้ เราต้องช่วยดูแลกันค่ะ”
โดยคำพูดของ บุลล็อก น่าจะอ้างอิงสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศสหรัฐฯ ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นมาเป็นผู้นำ แม้จะเกิดภัยพิบัติน้ำท่วม ก็ยังมีการโจมตีทางการเมืองมากมาย
บุลล็อก ได้ตัดสินใจที่จะประกาศการบริจาคเงินให้สังคมรับรู้ เพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายได้ส่งความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัย ขณะที่ก่อนหน้านี้เธอมักจะเลือกบริจาคเงินช่วยเหลือองค์กรต่างๆ อย่างเงียบๆ E! Online บอกว่านับจากปี 2001 เป็นต้นมาเธอเคยส่งเงินช่วยเหลือผ่านกาชาดให้กับผู้ประสบภัยในเหตุการณ์ต่างๆ รวมเป็นเงินมากถึง 5 ล้านเหรียญฯ โดยแทบไม่ได้ปรากฏเป็นข่าวเลย
เจ้าของรางวัลออสการ์จากหนังเรื่อง The Blind Side... -
"หลวงปู่ชอบจับโขมย"
"หลวงปู่ชอบจับโขมย"
" .. ท่านพระอาจารย์มั่น "มักจะคุมจิต คอยดูเวลาศิษย์ออกไปบิณฑบาตตอนเช้า" หรือมิฉะนั้น "ก็เวลาที่ท่านกำลังเทศน์อยู่" ใครคิดอะไรผิดปกติจะต้องถูกท่านทัก หรือดุเอาบ่อย ๆ
อย่างไรก็ดี "ในระยะหลังพระเณรมีจำนวนมากขึ้น" โดยเฉพาะระหว่างที่ท่านเทศน์นั้น กระแสธรรมของท่านจะหลั่งไหลต่อเนื่องกันอย่างเผ็ดร้อน หากมีอะรไมาทักขัดจังหวะทำให้สะดุดหยุดลง ก็จะไม่ต่อเนื่องกัน "ท่านจึงมอบให้หลวงปู่(หลวงปูชอบฯ)ช่วยดูแลพระ จับโขมยให้ผมด้วย"
"โขมย ผู้โขมยคิดอย่างไม่ถูกต้องตามครรลองของพระ" ผู้ควรถือศีล ๒๒๗ ข้อให้บริสุทธิ์ "เป็นที่เลื่องลือกันว่า ปรจิตวิชา หรือรู้วาระจิตผู้อื่น หลวงปู่ก็ว่องไวไม่แพ้ท่านพระอาจารย์มั่น" อาจารย์ของท่านเหมือนกัน
พระเณรทั้งหลาย "จึงเกรงท่านมากและเคารพท่านรองลงมาจากท่านพระอาจารย์มั่นทีเดียว" ผู้เขียน (คุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต) เคยกราบเรียนถามท่านว่า "ที่หลวงปู่จับพระ จับโขมย" ที่ว่า "โขมยคิด ไม่ถูกต้องนั้น ท่านคิดเรื่องอะไร"
หลวงปู่เล่ายิ้ม ๆ ว่า "ส่วนมาก็คิดฮอดผู้สาว" ได้ความว่า บางทีไปบิณฑบาต ไปเห็นสาวอาบน้ำหรือมาใส่บาตร ทำตาหวานใส่ "พระหนุ่มบางองค์... -
“ขันติและเมตตา” (สมเด็จพระญาณสังวรฯ)
“ขันติและเมตตา”
” .. ผู้มี “ขันติ” นับได้ว่าเป็นผู้มี “เมตตา” เพราะความอดทนจะทำให้ไม่ปฏิบัติตอบโต้ความรุนแรงที่ได้รับ คือ จะไม่ทำร้ายแม้ผู้ที่ให้ร้าย จะอดทนได้ สงบอยู่ได้อย่างปกติ ความอดทนได้เช่นนี้มีเหตุสำคัญประการหนึ่ง คือ “ความเมตตา”
“ความเมตตา” จะทำให้ไม่คิดร้าย ไม่พูดร้าย ไม่ทำร้ายผู้ใดทั้งนั้น แม้ว่าผู้นั้นจะคิดร้าย พูดร้าย ทำร้ายตนสักเพียงใด
“เมตตา” จะทำให้มุ่งรักษาผู้อื่น รักษาจิตใจผู้อื่นไม่ให้ต้องกระทบกระเทือนเพราะการคิด การพูด การทำของตน ความมุ่งรักษาจิตใจผู้อื่น เช่นนั้น เป็นเหตุให้พยายามระงับกาย วาจา ใจ ของตนให้สงบอยู่ ไม่แสดงความรุนแรงผิดปกติให้ปรากฏออกกระทบผู้อื่น
นี้คือ “ขันติ ความอดทน” ที่เกิดได้ด้วย “อำนาจของเมตตา” เป็นสำคัญ .. “
สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
-----------------------
ขอบคุณที่มา... -
เสียงธรรม ตะปูคุณไสย หมดฤทธิ์ ตกมาจากฟ้าที่วัดท่าซุง เพราะมีคนทำหลวงพ่อฤาษีลิงดํา บันทึกความจำพิเศษ .03
ตะปูคุณไสย หมดฤทธิ์ ตกมาจากฟ้าที่วัดท่าซุง เพราะมีคนทำหลวงพ่อฤาษีลิงดํา บันทึกความจำพิเศษ .03(นาฑีที่๒๒)
108*** 1009 :- เผยแพร่เมื่อ 29 สิงหาคม 2560 -
คนที่จะนึกถึงพระนิพพานเป็นอารมณ์จริง ๆ ต้องมีนิสัยเป็น พุทธจริต
"... คนที่จะนึกถึงพระนิพพานเป็นอารมณ์จริง ๆ
คนประเภทนี้จะต้องมีนิสัยเป็น พุทธจริต
พุทธจริตนี่เขาเป็นคนฉลาด
ถ้าคนไม่ฉลาดก็ไม่เอาสอนเท่าไหร่ก็ไม่เอา
แม้แต่อยู่กับพระพุทธเจ้าก็ยังไม่เอาเลย
นิพพานังหรือนิพพานะสุงขังก็ว่ามันไป
.
...ตอนเช้ามืดไม่ต้องภาวนาก็ได้ตั้งจิตไปเลย
นึกถึงพระพุทธเจ้า นึกถึงพระธรรม นึกถึงพระอริยสงฆ์
พรหมและเทวดาทั้งหมด ตลอดจนท่านผู้มีคุณ
ขอจงเป็นพยานแก่ข้าพระพุทธเจ้า
ข้าพระพุทธเจ้าทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำมาแล้วทั้งหมด
หรือจะทำในการข้างหน้าก็ตาม
ไม่ต้องการอย่างอื่น ต้องการอย่างเดียวคือพระนิพพาน
จิตจับพระนิพพานเป็นอารมณ์เพียงเท่านี้แหละ
.
...ตอนที่ภาวนา เราจะภาวนาว่าอะไรก็ได้
ที่เราคล่องตัวใช่ไหม ง่ายไหมล่ะ
ไอ้ที่ว่าง่ายน่ะ ฉันไม่ได้สร้างขึ้นมาเองนะ
ในพระสูตรจากพระไตรปิฎกมีเยอะ "
.
ที่มา : หนังสือ คำสอนหลวงพ่อวัดท่าซุง ๕๔ (หน้า ๗)
ครบรอบ ๑๐๐ ปี พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน -
เหม็นภายนอกกับเหม็นภายใน - พระราชพรหมยาน(หลวงพ่อฤาษีฯ)
เหม็นภายนอกกับเหม็นภายใน
ท่านสอนลูกสาวในอดีตชาติของท่าน เมื่อวันที่ ๑๐ ม.ค. ๓๖ เวลาประมาณ ๑๗.๔๕ น. มีความสำคัญดังนี้
๑.“ทุกข์บางอย่างก็ละได้ ทุกข์บางอย่างก็ละไม่ได้ ทุกข์ของกายละไม่ได้ ต้องหาทางระงับ หรือดับมันไปตามเรื่องตามราว ส่วนทุกข์ของจิตนั้นละได้นะ”
(เหตุเพราะขณะนั้นลูกสาวของท่านกำลังนั่งขับถ่ายอยู่ ซึ่งเป็นทุกข์ของกาย)
๒.ท่านถามว่า “ถุงเท้า-เสื้อ-ผ้าที่ใช้แล้วยังไม่ได้ซัก เหม็นไหม ?”
ตอบ เหม็นค่ะ
ท่านถามว่า “แล้วขี้ เยี่ยว เหม็นไหม ?”
ตอบ เหม็นค่ะ
ท่านถามว่า “เสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซัก กับขี้เยี่ยวที่อยู่ข้างใน อันไหนเหม็นกว่ากัน ?”
ตอบ ข้างในเหม็นกว่าค่ะ
ท่านถามว่า “แล้วไอ้ขี้ที่อยู่ข้างนอก ตั้งแต่หัวจรดเท้าลงมาเหม็นไหม ? แล้วซักได้ไหม ?”
ตอบ ซักได้ชั่วคราวค่ะ
ท่านถามว่า “แล้วร่างกายมันมีดีตรงไหน ?”
ตอบ ไม่มีดีเลยค่ะ
ในเมื่อกายไม่ดี เหม็นขี้ทั้งตัว แก้ไขระงับได้ชั่วคราว โดยอาศัยความโง่ที่เราไปหลงเกาะติดกาย ทำให้เกิดมาเป็นตัวเป็นตน ทุกข์ของกายอย่างนี้แก้ไขให้หายเด็ดขาดไม่ได้ จนกว่ากายจะตายไป
๓.ท่านถามว่า “แล้วปาก-วาจาของเอ็งเหม็นไหม ?”
ตอบ ยังเหม็นอยู่ค่ะ
ท่านถามว่า... -
นายกฯ ชี้แจง ย้าย “ผอ.พศ.” นั่งผู้ตรวจราชการ สำนักนายกฯ ไม่ใช่การลงโทษหรือถูกเด้ง
ครม.มีมติอนุมติให้ พ.ต.ท.พงศ์ธร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี นายกฯ ชี้แจง ไม่ใช่การลงโทษหรือถูกเด้ง
วันนี้ (28 ส.ค.2560) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ ครม.มีมติอนุมติให้ พ.ต.ท.พงศ์ธร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ไม่ใช่การถูกลงโทษหรือการถูกเด้ง เพราะตนเองพอใจการทำงานของ พ.ต.ท.พงศ์ธร เห็นได้จากการแต่งตั้งครั้งนี้ ที่ได้เลื่อนมาดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นการพิจารณาเห็นชอบตามความเหมาะสม ตามที่ได้มีการหารือและต้นสังกัดได้ส่งเรื่องขึ้นมา เพราะที่ผ่านมา พ.ต.ท.พงศ์ธร ถือว่าได้ทำงานสำเร็จไปแล้วในบางเรื่อง และเป็นคนดีที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่งหลังจากนี้เมื่อมาทำงานที่สำนักนายกรัฐมนตรี ก็จะได้ช่วยงานของตนเองในด้านการปฏิรูป
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่ายังไม่ได้พิจารณาบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แทน พ.ต.ท.พงศ์ธร ซึ่งระหว่างนี้จะมีผู้ทำหน้าที่รักษาการไปพลางก่อน... -
วิธีต่ออายุแบบโบราณ โดย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
วิธีต่ออายุแบบโบราณ โดย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
การต่ออายุก็ต้องทำให้มันถูก ถ้าทำไม่ถูกแล้วก็เสียเงินเปล่า ถ้าบังเอิญเป็นอายุขัยต่อเท่าไรไม่สำเร็จผล เพราะเชื้อไฟเดิมดับ หมดบุญบารมีที่ทำมา
การหมดบุญบารมีนั้น แม้อายุขัยก็ไม่แน่ บางคนเป็นเด็กก็หมดอายุขัย บางคนก็เป็นหนุ่ม เป็นสาว บางคนวัยกลางคน บางคนก็ถึงวัยแก่อายุขัยนี่ไม่แน่นอนนัก
คำว่า อายุขัย นี่หมายความว่าก่อนที่จะเกิด กฎของกรรมดีหรือกรรมชั่วกำหนดชีวิตให้มาเท่าไรถ้ากำหนดชีวิตมา ๒๐ ปี ก็ต้องแค่ ๒๐ ปี ๑๐ ปีก็ต้อง ๑๐ ปี ๓ วัน ก็ต้องแค่ ๓ วัน
นี่เป็นอายุขัยต่อไม่ได้ ถ้าตายก่อนนั้นเขาเรียกว่า “อุปฆาตกกรรม” หรือว่า “อกาลมรณะ” อย่างนี้ต่อได้ และถ้าบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายจะต่ออายุแบบนี้
ก็ต่อเสียทุกวันก็หมดเรื่องกัน วิธีต่อทุกวัน ก็หมายความว่า ให้ทุกท่านมีความเคารพในพระรัตนตรัย คือ พระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ อย่างจริงจัง
และก็ต้องเว้นจากกรรมที่เป็น ปาณาติบาต และถ้ามีเวลาเดินผ่านไป มีใครเขาหาปลาหาเต่า ที่เขาจะฆ่ามันให้ตายก็ออกสตางค์ซื้อ
พอกำลังที่เราจะซื้อได้ แล้วก็นำไปปล่อยในที่ปลอดภัย... -
อานิสงส์การนั่งสมาธิ สามารถไป สวรรค์ พรหมโลก นิพพานได้
อานิสงส์การนั่งสมาธิ
อานิสงส์ฌาน 1
ถ้าตายในขณะทรงฌาน จะไปเกิดในพรหมโลก 3 ชั้น
- ฌาน 1 อย่างหยาบ เกิดเป็นพรหมชั้นที่ 1
- ฌาน 1 อย่างกลาง เกิดเป็นพรหมชั้นที่ 2
- ฌาน 1 อย่างละเอียด เกิดเป็นพรหมชั้นที่ 3
ถ้าใช้กำลังฌาน 1 ไปคิดเรื่องความไม่คงตัวของร่างกาย ว่าร่างกายไม่ใช่ของใจเรา ตัวเราจริง ๆ คือ จิต ร่างกายไม่ใช่เรา ร่างกายมีความไม่มั่นคง เสื่อมสลายตลอดเวลา สรุปคือ ถ้าเอาไปพิจารณาในวิปัสสนา ก็จะเข้าถึงความเป็นพระอริยะเจ้าได้ง่าย
อานิสงส์ฌาน 2
- ฌาน 2 อย่างหยาบ ให้ผลไปเกิดในพรหมโลกชั้นที่ 4
- ฌาน 2 อย่างลาง ให้ผลไปเกิดในพรหมโลกชั้นที่ 5
- ฌาน 2 อย่างละเอียด ให้ผลไปเกิดในพรหมโลกชั้นที่ 6
เอากำลังฌาน 2 ไปพิจารณาวิปัสสนา ว่าทุกอย่างในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเรา เราไม่ต้องการอะไรในโลกนี้ เราต้องการแค่นิพพาน ก็จะเข้าถึงความเป็นพระอริยะเจ้าได้ง่ายกว่าฌาน 1
อานิสงส์ฌาน 3
- ฌาน 3 อย่างหยาบ ให้ผลไปเกิดเป็นพรหมชั้นที่ 7
- ฌาน 3 อย่างกลาง ให้ผลไปเกิดเป็นพรหมชั้นที่ 8
- ฌาน 3 อย่างละเอียด ให้ผลไปเกิดเป็นพรหมชั้นที่ 9
ฌานนี้มีอารมณ์หนักแน่น สดชื่น เป็นอย่างมาก ถ้าเอาไปพิจารณาวิปัสสนา... -
ก่อน ลพ.จะมรณภาพ "พระศรีอาริย์" ได้ฝากคนของท่านไว้ ๓ แสน
องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าได้มาแจ้งว่า ...
"...เจ้าเจริญธรรมให้แจ้ง ถึงไม่รักในฐานะที่ควรรัก ...ไม่เกลียด ไม่โกรธ ในฐานะที่ควรโกรธ ...ไม่ขัดเคืองในฐานะทีขัดเคือง >>> อย่างนี้ได้ชื่อว่า ได้อริยผลบริบูรณ์แล้ว เจ้าเป็น "พระขีนาสพ" ตั้งแต่เวลา ๔ นาฬิกา วันนี้ ซึ่งตรงกลางเดือน ๙ พอดี..."
ท่านจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้ชนะในที่สุด สมความปรารถนาที่ได้อธิษฐานลงมา ออกบวชของท่านในชาตินี้ จึงถือได้ว่าเลือกทางเดินเป็นพระอริยสาวกอย่างแน่นอน ด้วยการกำจัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหาน
แต่ถึงจะหมดภาระสำหรับตนแล้ว ท่านก็ยังต้องมีภารกิจสำหรับลูกหลานที่ติดตามกันมา ที่เรียกว่า "เป็นผู้ที่เคยสนับสนุนพระโพธิญาณกันมาในกาลก่อน" จึงมีข้อแม้ว่า จะต้องอยู่เพื่อทำกิจของพระโพธิญาณต่อไปอีก ๑๒ ปี (ถึงปี ๒๕๑๘)
ครั้นถึงปี ๒๕๑๕ หนังสือประวัติหลวงพ่อปาน ก็ปรากฏออกมา พร้อมอาการป่วยหนักของท่าน เมื่อจะขอลาเข้าสู่พระนิพพาน ท่านปู่พระอินทร์ ก็มายับยั้งว่า
"คุณตั้งใจมาช่วยบรรดาลูกหลาน อย่างน้อยก็ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เวลานี้คนของคุณยังมาไม่หมด (จะครบสิ้นปี ๒๓) คนของโยมก็ยังมาไม่ครบ... -
มส.มอบพระไตรปิฎกฉบับสากลอุปทูตอิหร่าน
มส.มอบพระไตรปิฎกฉบับสากลอุปทูตอิหร่าน
วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 14.37 น.
มส.มอบพระไตรปิฎกฉบับสากลอุปทูตอิหร่าน
เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2560ที่ผ่านมา พระพรหมบัณฑิต ศ.ดร. กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) มอบพระไตรปิฎกฉบับสากล (Common Buddhist Tex :CBT) ให้นายโมฮัมหมัด เรซา เซนาลี (Mohammad Reza Zeinali) อุปทูตวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตอิหร่าน ประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าพบเนื่องในวาระ 40 ปี ความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมไทย-อิหร่าน ณ วัดประยุรวงศาวาส
..................
(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ PrayoonNews PhonSommana)
-----------------
ขอบคุณที่มา
http://www.banmuang.co.th/news/education/89331
หน้า 372 ของ 440