คลังเรื่องเด่น
-
อำนาจจิตของพระป่า : หลวงพ่อชา เตรียมสละร่างให้ฝูงหมาป่าขย้ำ แต่หลวงปู่มั่นเข้ามาช่วยได้ทัน!!!
หนึ่งในครูบาอาจารย์ผู้ให้แสงสว่างในทางธรรม ที่หลวงพ่อชาเคารพเทิดทูนไว้ในที่สูง สรรเสริญในพระคุณและปรารภถึงเสมอ คือ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต แม้หลวงพ่อชาจะศึกษาธรรมกับหลวงปู่มั่นไม่นานก็ตาม แต่ท่านทั้งสองก็มีสายสัมพันธ์ทางธรรมต่อกัน
เรื่องที่จะนำมาเล่าให้ฟังต่อไปนี้ เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ยืนยันถึงความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์ (หลวงปู่มั่น)และศิษย์(หลวงพ่อปาน) ได้เป็นอย่างดี เรื่องมีอยู่ว่า
วันหนึ่งหลวงพ่อชาและคณะได้เดินทางมาถึงป่าชายเขาแห่งหนึ่ง เวลานั้นใกล้จะมืดเต็มทีแล้ว ก็เลยหาที่ปักกลด เวลาล่วงไปประมาณสามทุ่มเศษ ๆ ได้มีหมาป่าฝูงหนึ่งวิ่งผ่านมา เมื่อพวกมันเหลือบมาเห็นท่านเข้า ต่างก็วิ่งกรูกันเข้ามาจะทำอันตราย หลวงพ่อรู้สึกตกใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เลยเอาผ้ามุ้งกลดลง ตั้งสติ กำหนดจิต อธิษฐานว่า
"ข้ามาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อเบียดเบียนใคร มาเพื่อต้องการบำเพ็ญคุณความดี มุ่งต่อความพ้นทุกข์ ถ้าหากว่าเราเคยได้กระทำกรรมต่อกันมา ก็ขอให้กัดข้าให้ตายเสียเถิด เพื่อเป็นการชดใช้หนี้กรรมเก่า แต่ถ้าไม่เคยมีเวรมีภัยต่อกันแล้ว ก็ขอให้หลีกไป"
นั่งหลับตาภาวนาปลงสังขาร ยอมสละชีวิต... -
เมื่อหลวงปู่ดู่ อธิษฐานจิตถึง "พระอาจารย์ธรรมโชติ" แห่งค่ายบางระจัน ขอคาถากำราบโจรที่มาขโมยของที่วัด
สุดปาฏิหาริย์!! เมื่อหลวงปู่ดู่ อธิษฐานจิตถึง "พระอาจารย์ธรรมโชติ" แห่งค่ายบางระจัน เพื่อขอคาถากำราบโจรที่มาขโมยของที่วัด น่าเหลือเชือสุดๆ!!
หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นภิกษุชาวไทย จำพรรษา ณ วัดสะแก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ มีวิธีการเมตตาในสอนศิษย์ทั้งหลาย โดยอุบายธรรมสั้นๆ ง่ายๆ แต่มีความหมายลึกซึ้งในตัว โดยเล่าจากเหตุการณ์ที่ท่านพบเห็นมากับตัวของท่านเองหรือได้มาจากการปฏิบัติธรรมอันยาวนานตลอดชีวิตท่านและบางครั้งก็กล่าวถึงพุทธประวัติ ธรรมบทหรือชาดกต่าง ๆ ตามแต่ท่านจะเห็นควร ในเวลาหรือโอกาสต่างๆ ที่จะนำมาสอนศิษย์เพราะลูกศิษย์แต่ละคนนั้นมีภูมิธรรมไม่เท่ากัน คนที่เข้าวัดใหม่ๆ ท่านก็จะสอนแบบเข้าใจง่ายๆ แต่ลึกซึ้งและกินใจจน เสมือนหนึ่งว่าท่านสามารถรู้ถึงก้นบึ้งของความคิดของบรรดาลูกศิษย์ลูกหา นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าขานกันว่า หลวงปู่ดู่ ได้อธิษฐานจิตถึง หลวงพ่อธรรมโชติแห่งค่ายบางระจัน เพื่อขอคาถากำราบขโมยที่ชอบมาขโมยของที่วัด
กล่าวคือในคืนหนึ่ง ในช่วงก่อน ปี พ.ศ.๒๕๐๐ หลังจากที่ท่านสวดมนต์ทำวัตรเย็น และเข้าจำวัดแล้วนั้น เกิดนิมิตไปว่าได้ฉันดาว... -
"เทวดาสวดมนต์" : หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
"หลวงปู่ชอบ ฐานสโม" ท่านได้บอกเตือนลูกศิษย์เรื่องการสวดมนต์ว่า "เทวดาในแต่ละสถานที่เขาชอบบทสวดมนต์ที่แตกต่างกัน"
บางสถานที่ก็ชอบ... บทธัมมะจักกัปปะวัตตสูตร
บางสถานที่ก็ชอบ... บทกะระณียะเมตตะสูตร
บางสถานที่ก็ชอบ... บทมาติกา
บางสถานที่ก็ชอบ... บทเมตตาสังนะสูตร
พอสวดฮอด(ถึง)บทที่พวกเขาชื่นชอบละก็เขาจะพากันเปล่งเสียงสาธุการดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว!! เทวดาเขาพากันออนซอนสะออนหลาย(พากันชื่นชอบเป็นอย่างยิ่ง)
หลวงปู่ท่านเน้นย้ำเรื่องการสวดมนต์ว่า...
"เวลาสวดมนต์ไหว้พระ อย่าทำเป็นเล่น เห็นเป็นของสนุกคะนองปาก ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นของสูง ควรค่าต่อการเคารพเป็นอย่างยิ่ง หากพากันเห็นเป็นของเล่นแล้ว ก็จะเป็นบาปเป็นกรรมกับตัวเอง นักปราชญ์ได้ยินท่านก็ตำหนิ เทวดาเขาก็พากันตำหนิ"
"เวลาไหว้พระสวดมนต์ ให้พากันตั้งใจสวดจริงๆ เวลาสวดก็ให้มีสมาธิจดจ่อลงไปในบทนั้นๆ มันถึงจะมีอานิสงส์เกิดขึ้นกับตัวเจ้าของ(ตัวเอง)"
"การสวดมนต์ไหว้พระเป็นการทำสมาธิไปในตัว บางทีข้ออรรถ ข้อธรรมต่างๆ มันก็จะผุดขึ้นมาในขณะที่สวดมนต์ก็มี"
"เทวดาทั้งหลายนั้น เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกับพวกเรามาก่อน มีจิตใจฝักใฝ่ในบุญกุศล... -
พระเถระเมียนมารับตำแหน่งปธ.องค์การพุทธโลก
พระเถระเมียนมารับตำแหน่งปธ.องค์การพุทธโลก
พระเถระเมียนมารับตำแหน่งปธ.องค์การพุทธโลก
เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2560 ที่ผ่านมีพิธีถวายตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์องค์การพุทธโลก ให้แก่พระอังสะบุ สะยาดอ ที่กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา โดยมีคณะสงฆ์นานาชาติ จาก 8 ประเทศร่วมงาน คือไทย กัมพูชา ลาว เมียนมา ศรีลังกา เวียดนาม อินเดีย และบังคลาเทศ
…………….
(ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊กPornchai Pinyapong)
ขอขอบคุณที่มา
http://www.banmuang.co.th/news/education/92166 -
กฎแห่งกรรม : พิการเพราะฆ่าแมว
ผลแห่งกรรมนั้น หากจังหวะเวลาและโอกาสมาพร้อม เมื่อไหร่ มันก็จะให้ผลเมื่อนั้น จึงไม่ควรประมาทในชีวิต หากใครเผลอพลาดพลั้งไปทำกรรมชั่วแล้ว ก็จงละ เลิก และหมั่นสั่งสมกรรมดีไว้ให้มากๆ กรรมชั่วที่เคยทำไว้จะได้เบาบางลง หากไม่ทำความดี มีแต่สั่งสมกรรมชั่วเรื่อยไป ไม่นานกรรมชั่วทั้งหลายก็คงจะตามมาทันอย่างแน่นอน และวันนั้นจะเป็นวันแห่งความทุกข์ของชีวิตที่ไม่มีทางหลีกหนีได้ ดังเช่นเรื่องราวของนายสมหมาย ซึ่งเป็นชาวจังหวัดยโสธร มีอาชีพทำไร่ทำนา ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ที่แสดงให้ถึงอำนาจของกฎแห่งกรรมที่ทeงานอย่างตรงไปตรงมา เรื่องมีอยู่ว่า
ในช่วงฤดูฝน มีน้ำหลาก นายสมหมายก็ออกไปหาปลาที่ท้องไร่ท้องนาตามปกติ วันหนึ่งสมหมายหาปลาได้มากกว่าปกติ มีแต่ปลาช่อนตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น เขาดีใจมาก กลับมาที่บ้านก็มีแต่คนชมว่าเก่ง สามารถหาปลาได้มากมาย เขาเอาปลาที่หามาได้ทั้งหมดขังไว้ในตุ่ม
สมหมายหลงกระหยิ่มยิ้มย่องกับความโชคดีของตน แต่หารู้ไม่ว่าความโชคดีนั้นกำลังจะนำไปสู่ความหายนะของชีวิตตนเอง เขาไม่เคยหวาดกลัวกับบาปกรรมที่ตนกระทำไว้เลย
เขาได้นำปลาที่ตนเองหามาได้นั้นมาปรุงเป็นอาหารอยู่หลายวัน... -
แสดงพระคัมภีร์โบราณที่นอร์เวย์ถวาย”ในหลวงร.9″
แสดงพระคัมภีร์โบราณที่นอร์เวย์ถวาย”ในหลวงร.9″
วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560, 09.28 น.
แสดงพระคัมภีร์พระไตรปิฏกโบราณจากมูลนิธิภูมิพโลภิกขุ ที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยออสโล ประเทศนอร์เวย์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล “ในหลวงร.9”
วันที่ 30 กันยายน 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่าง 29-30 กันยายน 2560 นี้ ที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยออสโล ประเทศนอร์เวย์ มีงานแสดงพระคัมภีร์พระไตรปิฏกโบราณจากมูลนิธิภูมิrโล ภิกขุ จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยมีพระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหารประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ประธานฝ่ายสงฆ์
และดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นายประสิทธิพร เวทย์ประสิทธ์เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงออสโล พระวิมลศาสนวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต จากเสถียรธรรมสถาน รวมถึงพระธรรมทูตและชาวไทยจากแสกนดิเนเวียและยุโรป ร่วมฟังการบรรยายและชมนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9... -
พระพุทธเจ้าเสด็จมาอธิบายเรื่อง พระนิพพาน : หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
..." พระองค์ทรงมีพระฏีกา ตรัสว่า : " สัมพเกษี ข้อนี้มีอุปมาฉันใด คนที่เข้าถึงพระนิพพาน กล่าวคือ เป็นผู้มีจิตบริสุทธิ์ แล้วก็เหมือนกัน คนที่กล่าวเมื่อกี้นี้ เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีโทษตามกฏหมายของบ้านเมือง แต่ทางพระพุทธศาสนาเรานี้ ถ้าใครบริสุทธิ์ ไม่ตกอยู่ในอำนาจของกิเลส ตัณหา อุปาทาน อกุศลกรรม อันนี้ก็ถือว่าเข้าพระนิพพาน "
.." คือ ดับจากความทุกข์ ดับจากการถูกลงโทษทรมาน ดับจากการถูกจองจำ ในนรกก็ดี เป็นเปรตก็ดี เป็นอสุรกายก็ดี เป็นสัตว์เดรัจฉานก็ตาม หรือว่า แม้จะเป็นมนุษย์ ก็หาความสุขไม่ได้.. ไอ้คนที่มีกิเลส ตัณหา อุปาทาน อกุศลกรรม เป็นเจ้านาย รับโทษทุกข์อย่างนี้ "
.." ทีนี้ คนที่บริสุทธิ์แล้ว อำนาจกิเลส ตัณหา อุปาทาน อกุศลกรรม ไม่สามารถจะลงโทษได้ ก็มาอยู่ที่ พระนิพพาน และไม่มีการเคลื่อนที่อีก คือ ไม่เคลื่อนกลับไปหากิเลส ตัณหา อุปาทาน อกุศลกรรม "
.. เมื่อพระองค์อธิบายถึงตอนนี้ ตามความรู้สึกก็ชักจะเข้าใจ แต่ว่า ท่านผู้ฟังเข้าใจหรือไม่เข้าใจนี่ อาตมาก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะว่า นั่งพูดอยู่คนเดียวนี่ ไม่รู้เลยว่า ท่านเข้าใจหรือไม่เข้าใจ.
* เอากัน เป็นอันว่า ตอนนี้ท่านฟังอยู่กับอาตมา... -
นิพพานคืออะไร (พระราชสุทธิญาณมงคล)
นิพพาน ๒ (ดับกิเลสมีเบญจขันธ์ และดับเบญจขันธ์แตกดับ)
นิพพาน ๓ (ดับกิเลสมีเบญจขันธ์ และดับเบญจขันธ์เหลือแต่ธาตุดับธาตุสิ้นสลายหมดสิ้นไปด้วย)
นิพพาน ๔ (ความดับกิเลสของพระอริยะตามลำดับชั้น พระโสดาบัน- สกิทาคามี-อนาคามี-อรหันต์)
นิพพาน คือความเย็นทางวิญญาณ เย็นทางอารมณ์
นิพพาน คือความไม่ร้อน (เพราะถูกไฟราคัคคิ-โทสัคคิ-โมหัคคิเผา)
นิพพาน คือความสะอาดในภายใน นิพพาน คือความสว่างทางปัญญา
นิพพาน คือความสงบทางอารมณ์ นิพพาน คือความอิ่ม ไม่หิวด้วยตัณหา
นิพพาน คือความบริบูรณ์ในความปรารถนา นิพพาน คือความพ้นจากห้วงมายาของโลก
นิพพาน ไม่ดำ-ไม่ขาว-ไม่ยาว-ไม่สั้น-ไม่มีผู้หญิง-ไม่มีผู้ชาย
นิพพาน มิใช่ความตาย หรือถึงได้เมื่อตายแล้ว นิพพานไม่ใช่เมืองแก้ว
คนสามัญเปรียบเสมือนอาหารดิบ (คนดิบ-คนเถื่อน)... -
"จงมีสติเมื่อเกิดความโกรธ" (สมเด็จพระญาณสังวร)
"จงมีสติเมื่อเกิดความโกรธ"
" .. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้แก่ที่เหตุ "จึงต้องแก้ที่ความโกรธ แก้ให้ความโกรธน้อยลง" ทำให้หมดสิ้นเชิงในวันหนึ่ง "วิธีที่แก้ความโกรธให้เกิดผลรวดเร็ว ไม่ชักช้า มีอยู่ว่าให้พยายามทำสติให้รู้ตัวเมื่อความโกรธเกิดขึ้น"
"คือเมื่อโกรธ ก็ให้รู้ว่าโกรธและเมื่อรู้ว่าโกรธแล้ว" ก็ให้พิจารณารูปร่างหน้าตาของความโกรธ "ให้เห็นว่าเป็นความร้อนเป็นความทุกข์" จนกระทั่งถึงให้รู้ว่า "เป็นอารมณ์ที่ไม่พึงปรารถนา" ให้มีสติพิจารณาอยู่เช่นนั้น "อย่าให้ขาดสติ"
เพราะ "เมื่อขาดสติ เวลาโกรธจะไม่พิจารณดังกล่าว แต่จะต้องออกไปพิจารณาเรื่องหรือผู้ที่ทำให้มีความโกรธและก็จะไม่เป็นการพิจารณาเพื่อให้ความโกรธลดน้อย" แต่จะกลับเป็นการพิจารณาให้ความโกรธมากขึ้น "เหมือนเป็นการเพิ่มเชื้อให้แก่ไฟ"
"จึงต้องพยายามทำสติ ควบคุมสติให้พิจารณาเข้ามาแต่ภายในใจเท่านั้น" ให้เห็นความโกรธเท่านั้น ดูอยู่แต่รูปร่างหน้าตาของความโกรธเท่านั้น การทำเช่นนั้น "ท่านเปรียบว่า เหมือนขโมยที่ซุกซ่อนอยู่เมื่อมีผู้มาดูหน้าตาก็จะซุกซ่อนอยู่ต่อไปไม่ได้จะหนีไป"
ความโกรธก็เช่นกัน "เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะถูกจ้องมองดูอยู่... -
ไปชม!’วิหารเทพวิทยาคม’สถาปัตยกรรมวัดบ้านไร่
ไปชม!‘วิหารเทพวิทยาคม’สถาปัตยกรรมวัดบ้านไร่
‘วัดบ้านไร่’หรือวัดหลวงพ่อคูณก่อสร้าง‘วิหารเทพวิทยาคม’ตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อคูณ ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมพุทธประวัติ พระวินัย และพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
วันนี้ (29 ก.ย. 60) “วัดบ้านไร่”หรือวัดหลวงพ่อคูณ ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ก่อสร้างวิหารเทพวิทยาคม ซึ่งอยู่บนพื้นที่กลางบึงน้ำขนาด 30 ไร่ บริเวณวิหารมีขนาดกว้าง 60 เมตร ยาว 60 เมตร องค์วิหารเป็นอาคารลักษณะทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 เมตร สูงประมาณ 42 เมตร โดยมีทั้งหมด 4 ชั้น
วิหารเทพวิทยาคมประกอบด้วยสิ่งน่าสนใจได้แก่“สะพานพญานาค”ที่ทอดกายเป็นสะพานแห่งศรัทธาเดินข้ามผ่านโลกมนุษย์สู่โลกแห่งธรรม“ซุ้มประตูบารมีทั้ง 4 ทิศ”ได้แก่ ซุ้มพระอินทร์ ซุ้มพระยม ซุ้มพระพิรุณ และซุ้มพระกุเวร หรือท้าวเวสสุวรรณ และ“เสารอบอาคาร”ซึ่งเป็นเสาที่บรรจุภพชาติที่พระพุทธเจ้าถือกำเนิดทั้ง 523 ชาติไว้รอบๆด้านผนัง รอบนอกนำเสนอจิตรกรรมฝาผนังเรื่อง“ทศชาติชาดก”เป็นจิตรกรรมเขียนสีแผ่นเซรามิก
ขอบคุณ Facebook : สีสันโคราช
ขอบคุณ Facebook : สีสันโคราช... -
วัดไทยทั่วโลกบำเพ็ญกุศลถวายร.9 ครบ 1ปีสวรรคต13ต.ค.นี้
วันนี้(29 ก.ย.)ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม นายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กล่าวภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ว่า เนื่องในวันที่ 13 ต.ค. 2560 ครบรอบ 1 ปี แห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ประชุมมส.ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงมีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนา จึงมีมติให้วัดทั่วประเทศในราชอาณาจักรไทย และวัดไทยในต่างประเทศ ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องต้นกำหนดจัดพิธีดังกล่าวในเวลา 16.30 น. โดยให้พระภิกษุ 10 รูปสวดพระพุทธมนต์ สดับปกรณ์ แสดงพระธรรมเทศนา นอกจากนี้มส.ยังมีมติให้พระภิกษุ ที่ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศลดังกล่าว ใช้พัดยศเป็นกรณีพิเศษ เพื่อถวายพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน ซึ่งพระองค์ได้โปรดเกล้าฯพระราชทานสมณศักดิ์แด่พระสังฆาธิการมาอย่างยาวนาน
นายบุญเชิด กล่าวต่อไปว่า สำหรับการจัดพิธีดังกล่าวให้วัดเจ้าคณะจังหวัด และวัดเจ้าคณะอำเภอ เป็นศูนย์กลางจัดพิธีดังกล่าว พร้อมกับวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้หากประชาชนอยู่ใกล้วัดใด ขอให้ไปวัดนั้น... -
เวียดกงเปิดกลด"หลวงปู่หงษ์"เจอแต่ความว่างเปล่า พอปรากฏกาย รัวM๑๖ กระสุนร่วงกองเต็มพื้น
ปักกลดชายแดน เจอ..เวียดกงรุมจับ "หลวงปู่หงษ์" เปิดกลด..เจอแต่ความว่างเปล่า..พอปรากฏกาย รัวใส่ด้วย M๑๖ กระสุนร่วงกองเต็มพื้น.
ห้าสิบห้าหาไม่เห็น
หลวงปู่หงษ์ ได้ธุดงค์ ดั้นด้นมาถึงเขตดินแดงติดต่อระหว่างกัมพูชากับเวียดนาม(เวียดกง) ซึ่งขณะนั้นลัทธิคอมมิวนิสต์กำลังเผยแพร่ มีอิทธิพลต่อทวีปเอเชียอาคเนย์เป็นอย่างมาก ได้มีหลายประเทศเปลี่ยนระบบการปกครองเป็นลัทธิดังกล่าว ในจำนวนนี้ ประเทศเวียดนาม หรือเรียกกันว่า “พวกเวียดกง” ก็เปลี่ยนระบบการปกครองไปแล้ว ระบอบการปกครองลัทธินี้ สอนให้ไม่มีศาสนา มีความเชื่อเกี่ยวกับเทพเทวดา หรือว่าวิญญาณทั้งหลาย จึงได้กวาดล้างลัทธิของทุกศาสนาให้หมดไปโดยสิ้นเชิง ดังนั้นพระสงฆ์องค์เจ้าก็ต้องศึกไป บ้างก็ต้องหนีออกนอกประเทศ มิฉะนั้นจะถูกทำลายล้างเข่นฆ่าให้ตายหมด
ขณะที่หลวงปู่หงษ์ ได้ธุดงค์มาถึง ณ เขตชายแดนประเทศกัมพูชา กับประเทศเวียตนาม ทันใดนั้นทหารเวียตกงก็ได้แห่กันมาประมาณห้าสิบกว่าคน ล้อมรอบกลดของหลวงปู่หงษ์ เพื่อจะจับนำตัวไปฆ่า แต่เมื่อเปิดผ้าคลุมมุ้งกลดดู ก็เห็นแต่กลดว่างเปล่า คงมีแต่กาน้ำใส่น้ำตั้งอยู่ กับบาตรและถุงยามเท่านั้น... -
สมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธานประชุมมส
สมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธานประชุม มส.
วันที่ 29 ก.ย.2560 ณ อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(อมฺพรมหาเถร) เสด็จทรงเป็นประธานการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ครั้งที่ 24/2560 โดยมีนายกนก แสนประเสริฐ รองผู้อำนวยการ ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
------------
ขอบคุณที่มา
http://www.banmuang.co.th/news/education/92123 -
บอกให้พระเณรรีบออกมา..ก่อนที่กิ่งไม้จะหักโค่นทับกุฏิพัง "หลวงปู่หล้า ตาทิพย์"
หลวงปู่หล้าตาทิพย์ วัดป่าตึง จ.เชียงใหม่
ชื่อเสียงของหลวงปู่หล้า เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปก็เนื่องด้วยท่านเป็นพระที่ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในหลักศีลธรรมอันงดงาม หลวงปู่หล้าท่านได้รับสมญานามจากศรัทธาญาติโยมว่ามีญาณวิเศษที่สามารถล่วงรู้เหตุการณ์ข้างหน้าได้ จนชาวบ้านทั่วไปเรียกท่านว่า “หลวงปู่หล้าตาทิพย์”
หลวงปู่หล้า (พระครูจันทสมานคุณ) ท่านเกิดในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่๕ ซึ่งอยู่ในช่วงผลัดเปลี่ยนเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่สมัยของเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๗ (พ.ศ.๒๔๒๖-๒๔๓๙) กับเจ้าอินทวโรรส สุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๘(พ.ศ.๒๔๔๒-๒๔๕๒) หลวงปู่หล้าเกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น ๗ ค่ำเดือน ๑๑ตรงกับวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๔๔๑ ที่บ้านปง ตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ โยมพ่อชื่อ นายเงิน โยมแม่ชื่อ นางแก้ว นามสกุล บุญมาคำ เหตุที่มีนามสกุลนี้ หลวงปู่หล้าเล่าว่า “เพราะพ่ออุ๊ย(ปู่) ชื่อบุญมา แม่อุ้ย(ย่า) ชื่อ คำ เมื่อมีการตั้งนามสกุล กำนันจึงตั้งให้เป็น บุญมาคำ “หลวงปู่หล้าเป็นบุตรคนสุดท้องของครอบครัวจากจำนวนพี่น้อง ๔ คน เมื่ออายุได้ ๑... -
เคล็ดวิชาหลวงปู่มั่น! ปฏิบัติธรรมให้ก้าวหน้า ภาวนาให้เห็นผล!
เรื่อง "เน้นที่ปฏิบัติ ไม่อธิบายธรรมมาก เพราะจะกลายเป็นสัญญา"
(หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต สอนกรรมฐาน หลวงปู่แหวน สุจิณโณ)
ครั้งหนึ่งหลวงปู่แหวน สุจิณโณได้รับการสั่งสอนในเรื่องการปฏิบัติกรรมฐานจากหลวงปู่มั่น ซึ่งในการสอนครั้งนั้นเป็นไปแบบเรียบง่ายไม่เน้นการอธิบาย แต่เน้นไปที่เรื่องปฏิบัติแบบเรียบง่ายสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการติดในรูปแบบของสัญญาที่จะเกิดจากการอธิบายธรรมแบบพิสดารเกินไป โดยท่านหลวงปู่มั่นอธิบายว่า
หลวงปู่มั่นนั้น เวลาแนะนำสั่งสอนศิษย์ ท่านไม่ค่อยอธิบายธรรมะให้พิสดารมากนัก โดยท่านให้เหตุผลว่า ถ้าอธิบายไปมากผู้ปฏิบัติมักไปติดคำพูดกลายเป็นสัญญา ต้องปฏิบัติให้รู้ให้เกิดแก่จิตแก่ใจของตนเอง จึงจะรู้ได้ว่า คำว่าทุกข์นั้นเป็นอย่างไร ? คำว่าสุขนั้นเป็นอย่างไร ? คำว่าพุทธะ ธรรมะ สังฆะนั้นมีความหมายเป็นอย่างไร ? สมาธิอย่างหยาบเป็นอย่างไร ? สมาธิอย่างละเอียดเป็นอย่างไร ? ปัญญาที่เกิดจากปัญญาเป็นอย่างไร ? ปัญญาเกิดจากภาวนาเป็นอย่างไร ? เหล่านี้ผู้ปฏิบัติต้องทำให้เกิดให้มีขึ้น ในตนของตนจึงจะรู้ ถ้ามัวถือเอาแต่คำอธิบาย ของครูอาจารย์แล้วจิตก็จะติดอยู่ในสัญญา ไม่ก้าวหน้าในการภาวนา... -
ทำไมต้องเจริญสมาธิ? : พระราชพรหมยาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
คนถึงแม้ว่าจะทำบุญหนัก แต่ว่าเวลาจะตาย บังเอิญจิตไปนึกถึงอกุศลเข้าอย่างใดอย่างหนึ่ง อกุศลก็จะพาลงไปอบายภูมิก่อน ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นจะต้องเจริญสมาธิ คำว่าสมาธินี่แปลว่าการตั้งใจ
อย่างที่ท่านทั้งหลายทำบุญกันนี่ก็จะบอกว่า อุ้ย...หลวงพ่อมาทีไร ฉันก็ถวายสังฆทานทุกที การถวายสังฆทานแต่ละครั้งมีสิทธิ์ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นที่ ๕ เรียกว่า นิมมานรดี หรือถ้าจะไม่ไปก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ดี บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท เราอาจจะเผลอได้ ตามบาลีว่า “เอกะ จะรัง จิตตัง” จิตดวงเดียวเที่ยวไป
จิตน่ะมันรับอารมณ์เดียว เวลาที่เรารัก คนที่เรารัก สัตว์ที่เรารัก เขาจะทำเลวขนาดไหนก็ตาม เราก็ยังรัก ถึงเวลาโกรธขึ้นมา ทำดีขนาดไหน มันก็เกลียดใช่ไหม ไม่นึกถึงความดีของเขา ก็รวมความว่าจิตมันรับอารมณ์เฉพาะ ฉะนั้น ถ้าหากว่าถ้าจิตออก
จากร่าง ถ้าบังเอิญไปพบอกุศลเข้าก็ไปอบายภูมิได้
ฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงสอนให้ฝึกจิตให้มีอารมณ์ทรงตัว อันดับแรก ก็กำหนดรู้จับลม
หายใจเข้าออก หายใจเข้านึกว่าพุท หายใจออกนึกว่าโธ แต่ว่าคำภาวนานี่ไม่จำกัดนะ จะนึกพุทโธก็ได้ นะมะ พะธะ ก็ได้ หรืออะไรก็ได้... -
พระธรรมทูตภาคใต้ลุยช่วยน้ำท่วมสตูลต่อเนื่อง
พระธรรมทูตภาคใต้ลุยช่วยน้ำท่วมสตูลต่อเนื่อง
วันที่ 29 ก.ย.2560 สืบเนื่องจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมาหลายวัน ในพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะฝั่งทะเลอันดามันในหลายจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดสตูลหนักสุดในรอบ 10 ปีท่วมทุกพื้นที่บางพื้นที่มีน้ำสูงถึง 2 เมตร ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในการดำรงชีพ ด้วยเหตุดังกล่าว ในส่วนคณะสงฆ์ภาคใต้อย่างเช่นคณะสงฆ์จังหวัดสตูลร่วมกับเครือข่ายพระธรรมทูตอาสาจังหวัดสตูลนำโดยพระมหาคลี จารุวํโส เจ้าคณะจังหวัดสตูลและพระครูโสภณปัญญาสาร ประธานเครือข่ายพระธรรมทูตอาสาจังหวัดสตูล ได้นำพระสงฆ์สามเณรและเครือข่ายออกช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม
เครือข่ายพระธรรมทูตอาสาจังหวัดสงขลา นำโดยพระปลัดนรุตม์ชัย อภินนฺโท ประธานเครือข่าย ได้นำสิ่งของบริจาคและปัจจัย เพื่อไปส่งมอบแก่คณะสงฆ์จังหวัดสตูล เครือข่ายพระธรรมทูตอาสาจังหวัดสตูล ในการสบทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบน้ำท่วมจังหวัดสตูล
พระปลัดนรุตม์ชัย กล่าวว่า เครือข่ายพระธรรมทูตอาสาจังหวัดสงขลา ได้เปิดรับบริจาคสิ่งของ ปัจจัย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบน้ำท่วมจังหวัดสตูล โดยได้ประชาสัมพันธ์ผ่าน นำสักเพจข่าว... -
‘ดร.สุเมธ’ เรียกสติคนไทย ตามรอยพระราชา
‘ดร.สุเมธ’ เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา แนะคนไทยตั้งสติ อย่างอยู่กับความโศกเศร้านานเกินไป พร้อมย้ำว่า การเดินตามรอยพระราชดำริของในหลวง ร.9 จะทำให้คนไทยรู้จักพระองค์ท่านมากขึ้น
นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สร้างความโศกเศร้าให้คนไทยทุกหมู่เหล่า แต่เมื่อพ้นจากจุดนั้นมาแล้ว จะต้องเรียกสติกลับคืนมา เพื่อสร้างความเข้มแข็งและปัญญาให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด หากจะทำสิ่งใดก็จะต้องตั้งอยู่บนฐานของคำว่า ‘ประโยชน์สุข’ ตามที่พระองค์ท่านทรงสอนไว้
หนึ่งในแนวทางที่จะทำให้คนไทย รู้จักพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มากขึ้น นั่นคือการเดินตามรอยพระองค์ท่าน ผ่าน “หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา” โดยความร่วมมือของ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) มูลนิธิชัยพัฒนา และศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน) ซึ่งคัดสรรแหล่งเรียนรู้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นำเสนอในรูปแบบหนังสือเดินทาง 9 เส้นทาง 9 เล่ม รวม 81 แหล่งเรียนรู้ ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย
โดดเด่นด้วยการนำตัวการ์ตูนครอบครัวรวม 4 คน มาเดินเรื่อง... -
พุทธเบ่งบานที่แคนาดาทหารฝึกนั่งสมาธิ
พุทธเบ่งบานที่แคนาดาทหารฝึกนั่งสมาธิ กับพระสายมหายาน
วันที่ 27 ก.ย.2560 จากการติดตามเฟซบุ๊ก Bhante Saranapala ของพระสายมหายานที่เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่เมืองออนแทรีโอ ตอนกลางของประเทศแคนาดา มีโดยมีกิจกรรมในบริบทต่างๆ รวมถึงการฝึกวิปัสสนากรรมฐาน
ขอบคุณที่มา
http://www.banmuang.co.th/news/education/91909 -
พระบารมี"ในหลวงร.9"แผ่ถึงพระแผ่ธรรม
พระบารมี"ในหลวงร.9"แผ่ถึงพระแผ่ธรรม
สมเด็จพระพุฒาจารย์ปิดโครงการพัฒนาสมรรถนะพระธรรมวิทยากรเผยแพร่พระพุทธศาสนาภายใต้กองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มอบเกียรติบัตรแก่พระธรรมวิทยากรจำนวน 200 รูป
วันพฤหัสบดีที่ 28 กันยายน 2560 สมเด็จพระพุฒาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์ปิดโครงการพัฒนาสมรรถนะพระธรรมวิทยากรเผยแพร่พระพุทธศาสนา ภายใต้กองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ที่ดำเนินการโดยกรมการศาสนาและ วัดยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่พระธรรมวิทยากรจำนวน 200 รูป โดยมีนายสุธน บัววัฒน์ รองอธิบดีกรมการศาสนา ร่วมงานที่อาคารมหาเจษฏาบดินทร์ วัดยานนาวา
โครงการอบรมดังกล่าวจัดขึ้นตั้งแต่ีวันที่ 25 กันยายน ซึ่งนายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และพระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองดี สุรเตโช) ราชบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม ในฐานะกรรมการสถาบันส่งเสริมและเผยแพร่การพระศาสนาแห่งประเทศไทย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมให้โอวาทว่า
"อยากให้โครงการนี้เป็นที่รับรู้อย่างแพร่หลาย... -
"นินทาว่าร้าย" (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร)
"นินทาว่าร้าย"
" .. ได้มีพระลูกศิษย์ของหลวงปู่รูปหนึ่ง "ได้รับความคับข้องใจอย่างมาก จากคำนินทาว่าร้าย" จนถึงขนาดคิดจะหนีไปอยู่ที่อื่นโดยไม่บอกลาใคร
ตื่นเช้าพอเข้าไปใกล้หลวงปู่ หลวงปู่ก็ถามขึ้นว่า "ท่าน .. ท่านห้ามเสียงกบเสียงเขียด ไม่ให้ร้องได้ไหม?" เพียงคำพูดประโยคเดียวของหลวงปู่ ก็สามารถยังความสงบเย็นแก่ดวงใจของลูกศิษย์ผู้นั้นได้
หลวงปู่ได้เตือนสติอีกว่า "ที่กบเขียดมันร้องเท่ากับมันฆ่าตัวเอง" ฆ่าอย่างไร? หลวงปู่อธิบายว่า "กบเขียดมันร้องว่า กูอยู่นี่ ๆ ๆ .. เมื่อคนได้ยินก็มาจับไปกิน คำนินทาว่าร้ายก็เหมือนกัน เราไม่ได้เป็นเหมือนเขาว่า มันก็ฆ่าคนว่าเอง ไม่ต้องไปเดือดร้อน" .. "
"พุทธาจาโรปูชา"
หลวงปู่สิม พุทธาจาโร -
จะทำอย่างไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกรรม !?
จะทำอย่างไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกรรม !?
บทของกรรมในตอนหนึ่งจากหนังสือพระไตรปิฎกฉบับพิเศษ ธรรมธาตุ ธรรมชาติ แห่งสรรพสิ่ง
อนึ่งการเผชิญภาวะต่างๆนั้นคือ " กรรมเก่า "
การตัดสินใจเลือกการตอบสนองนั้นคือ " กรรมใหม่ "
ตัวอย่างเช่น
นายดำเคยประทุษร้ายบุคคลผู้ไม่ผิดแต่กาลก่อน มาในบัดนี้กรรมนั้นทำให้นายดำถูกประทุษร้ายโดยไม่ผิด เมื่ออยู่ในภาวะเผชิญเช่นนี้ นายดำสามารถเลือกตอบสนองได้ 3 วิธีคือ
1. วางเฉย
ก็เป็นอันว่าได้รับผลกรรมแล้ว กรรมนั้นก็สิ้นสุดลง
2. ประทุษร้ายตอบ
ก็เป็นอันว่ารับกรรมเก่าและก็สร้างกรรมดำใหม่ขึ้นอีก
ในกาลต่อไปก็จักโดนประทุษร้ายอีกแน่นอน
3. อภัยและเมตตา
ก็เป็นอันว่ารับกรรมเก่าแล้ว ก็สร้างกรรมขาวใหม่ขึ้น
ในกาลต่อไปศัตรูนั้นก็จักกลายมาเป็นมิตร
พระพุทธองค์ตรัสว่า " หว่านพืชเช่นไร ก็ได้รับผลเช่นนั้น "
เพราะฉะนั้นต่อไปภายภายหน้าหากเราเกิดโมโหเพราะมีคนดูถูกเรา ก็จงย้อนระลึกนึกถามตัวเองก่อนว่า
" เราเคยดูถูกคนอื่นบ้างไหม ? " และควรจะบอกกับตัวเองว่า " สิ่งที่เราได้รับอยู่นี้เป็นผลจากการกระทำที่ไม่ดีของเราในอดีต เราควรยอมรับเคราะห์กรรมนี้โดยไม่เคืองแค้นใคร ๆ... -
เปิดสอบพระปริยัติธรรมแดนพุทธภูมิย้อนรอยอดีต
เปิดสอบพระปริยัติธรรมแดนพุทธภูมิย้อนรอยอดีต
สมเด็จวัดปากน้ำ ส่งสารพิธีเปิดสอบพระปริยัติธรรม ชั้นนวกภูมิ ร่วมทั้งสิ้น 143 รูป/คน แดนพุทธภูมิ ที่วัดไทยพุทธคยา ประจำปี 2560 ย้อนร้อยพุทธกาลเปิดโรงเรียนแห่งแรกในพระพุทธศาสนาที่สำนักเรียนป่าอิสิปนมฤคทายวัน
วันที่ 28 กันยายน 2560 เวลา 08.30 น. ที่สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 วัดไทยพุทธคยา พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล เป็นประธานเปิดการสอบสนามสอบพระปริยัติธรรม ชั้นนวกภูมิ ประจำปีการศึกษา 2560 ระหว่างวันที่ 28 – 30 กันยายน 2560 โดย สำนักเรียนวัดปากน้ำ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับวัดไทยพุทธคยา อินเดีย โดยความเมตตาของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรรมการมหาเถรสมาคม
โดยมีพระปิฎกเมธี (ทองดี ปญฺญาวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ประธานคณะกรรมการผู้นำข้อสอบ เข้าถวายเครื่องสักการะหัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล และอ่านโอวาทสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าสำนักเรียนวัดปากน้ำ มีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า พระพุทธองค์ได้ทรงเลือก ป่าอิสิปนมฤคทายวัน... -
การอยู่กับปัจจุบันธรรม ( พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ )
การที่ให้ทุกท่านกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกนั้น นอกจากจะสร้างสมาธิให้เกิดขึ้น เพื่อให้จิตมีกำลังในการตัดกิเลสแล้ว ที่สำคัญก็คือ ถ้าความรู้สึกทั้งหมดของเราอยู่กับลมหายใจเฉพาะหน้า ก็จะเป็นการอยู่กับปัจจุบันธรรม
การอยู่กับปัจจุบันธรรมนั้น จะทำให้การดำรงชีวิตของเรามีทุกข์น้อยมาก นอกจากความทุกข์ที่เกิดขึ้นเป็นปกติของร่างกายนี้แล้ว ทุกข์อื่นที่เกิดจากความคิดของเราจะไม่มี เพราะว่าส่วนใหญ่แล้ว ในปัจจุบันนี้เราทุกข์เพราะความคิดของตัวเอง คิดแล้วไม่สามารถที่จะหยุดความคิดนั้นได้ ส่วนใหญ่เราไปคิดโหยหาอดีต ไปฟุ้งซ่านถึงอนาคต แค่เริ่มคิดก็เริ่มทุกข์แล้ว
ในภัทเทกรัตตสูตร องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า อตีตํ นานฺวาคเมยฺย นปฺปฏิกงฺเข อนาคตํ คือ บุคคลไม่บังควรหวนคำนึงถึงอดีต และไม่บังควรที่จะฟุ้งซ่านถึงอนาคต ปจฺจุปฺปนฺนญฺจ โย ธมฺมํ ตตฺถ ตตฺถ วิปสฺสติ การอยู่กับปัจจุบันธรรมเฉพาะหน้าเท่านั้น จึงจะทำให้รู้แจ้งเห็นจริงได้
การที่เราส่งความคิดไปในอดีต ก็เปรียบเหมือนกับรถทัวร์ที่ออกจากท่ารถไปแล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะไปคร่ำครวญถึง เพราะว่าเราไม่สามารถที่จะขึ้นได้ทัน แต่ถ้าเราส่งความคิดฟุ้งซ่านไปในอนาคต... -
อุเบกขาในฌาน (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
อุเบกขาในฌาน
ถาม : จริง ๆ ก็ตัวอุเบกขา ?
ตอบ : นั่นเป็น อุเบกขาในฌาน
มีตั้งแต่อุเบกขาในเมตตา รักหวังสงเคราะห์เขา แต่ยังทำไม่ได้ จึงต้องวางไว้ก่อน
อุเบกขาในกรุณา สงสารอยากให้เขาพ้นทุกข์แต่ยังทำไม่ได้ จึงต้องวางไว้ก่อน
อุเบกขาในมุทิตา ถึงจะพลอยยินดีด้วยก็ตาม แต่ถ้าหากว่าสิ่งนั้นยังไม่ใช่เรื่องของธรรมของวินัยอย่างแท้จริง เราก็พยายามรักษาอารมณ์สงบใจของเราไว้
อุเบกขาในอุเบกขา ถ้าหากว่าหมดทางจริง ๆ ก็จำเป็นต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของกฎแห่งกรรม
ถาม : อย่างนี้ ถ้าผมเดินไปเจอคนง่อยเปลี้ยเสียขา ผมก็แค่ให้เงินเขากินข้าว แค่นี้ถือว่าพอไหมครับ ?
ตอบ : ก็เหลือเฟือแล้ว สงเคราะห์เขาในด้านที่เราทำได้ แต่ไม่ใช่ไปฝืนกฎของกรรม
เขาขาดเสื้อผ้าให้เสื้อผ้าเขา เขาขาดอาหารให้อาหารเขา ขาดที่อยู่อาศัย ถ้าสามารถช่วยได้ ก็หาที่อยู่อาศัยให้เขา แต่ไม่ใช่ไปทำให้เขาหาย ยกเว้นเราจะรู้จริง ๆ ว่า วาระกรรมของคน ๆ นั้นหมดลงแล้ว ก็ทำให้หายวิ่งปร๋อเดี๋ยวนั้นเลยก็ได้
พระพุทธเจ้าตอนตรัสรู้ ในปฐมสมโพธิกถาบอกไว้ว่า คนตาบอดก็กลับเป็นคนตาดี คนง่อยเปลี้ยเสียขาก็กลายเป็นคนขาดี... -
100 ปี ธงชาติไทย: 4 เรื่องราวเกี่ยวกับธงไตรรงค์ที่คุณอาจไม่เคยรู้
Image copyright Wasawat Lukhrang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ธงชาติบนเสาธงหน้าศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย
เมื่อเวลา 8:00 น. ของวันนี้ (28 ก.ย.) หน่วยงานราชการในประเทศไทยต่างพร้อมกันจัดกิจกรรมเคารพธงชาติ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปีของธงไตรรงค์
แต่ธงชาติไทยนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร และเพราะอะไรจึงมีรูปร่างหน้าตาแบบที่ใช้กันทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นของธงไตรรงค์นั้นต้องย้อนกลับไปเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ในช่วงปีที่เกิดเหตุน้ำท่วมหนักในประเทศสยาม
Image copyright Wasawat Lukhrang/BBC Thai
1.ก่อนหน้าธงไตรรงค์
ธงชาติเป็นแนวคิดของตะวันตก ที่มีรากเหง้าจากความคิดเรื่องชาติที่มีลักษณะเป็น “รัฐ” คือมีขอบเขตที่แน่นอน มีประชาชนที่เชื่อว่าตัวเองสืบทอดมาจากรากเหง้าเดียวกัน และมีผู้ปกครองที่มีหน้าที่สืบสานเพื่อคงความเป็นรัฐนั้นไว้ และธงชาติเพื่อแสดงถึงความเป็นรัฐชาตินั้นๆ
สมัยอยุธยายังไม่มีแนวคิดเรื่องความเป็นรัฐชาติอย่างในปัจจุบัน จึงไม่มีแนวคิดใช้ธงเพื่อเป็นตัวแทน อย่างไรก็ตามในหนังสือเรื่องธงไทยของ ฉวีงาม มาเจริญระบุไว้ว่าการค้าขายทางเรือในสมัยอยุธยาเฟื่องฟู... -
ปฏิบัติ สวดมนต์ทุกวัน แต่ทำไมยังมีคนคิดร้ายต่อครอบครัวเราและตัวเรา
"การที่เราปฏิบัติ สวดมนต์ทุกวัน แต่ทำไมมีคนคิดร้ายต่อครอบครัวเราและตัวเรา เราควรทำอย่างไรดี ?"
หลวงตาม้า:
เราเกิดมาภพปัจจุบัน เราก็เห็นว่า คนในโลกปัจจุบันนี่ทำอะไรกันไว้ นั่นล่ะ เราก็เหมือนก่อน เราก็เคยทำเขาไว้นั่นแหละ มาปัจจุบันเนี่ย เพราะติดในรูป รส กลิ่น เสียง ติดในสมบัติ ติดในความเป็นใหญ่ ทางโลกน่ะ แล้วเราก็ลืมไป แล้วก็ไปทำกรรม เกิดมาปัจจุบันเนี่ย ไปที่ไหนก็โดน มีหลายคนที่ไปที่ถ้ำ โห ลำบาก เพราะตัวเองเป็นจอมยุทธ์สมัยก่อน ชอบเล่นของ เล่นจนมายุคปัจจุบัน ไปไหนก็มีความรู้สึกว่าคนใส่ของน่ะ จี๊ดๆ จ๊าดๆ ไม่มีความสุขเลย ไปทั่วประเทศ ไปให้พระท่านดู ท่านก็แก้ยากนะ ไม่ใช่แก้ง่ายๆ เพราะเล่นตลอดชีวิตไง พวกเล่นคุณไสย เล่นอะไรตลอดชีวิต มาปัจจุบัน จะต้องนอนกางกลด ก็ลองเอาพระหลวงปู่ไปวางรอบบ้านเลย แล้วสวด ค่อยทุเลา ค่อยล้าง ค่อยๆ หายไป เพราะเวลาเล่นมันเพลิน มันเพลินแล้วมันทำให้ติด เล่นมากมันติด มันก็หลงทุกคน ส่วนมาก ถ้าไม่มีครูบาอาจารย์ท่านรักษาดูแลเนี่ย หลงนะ
เพราะฉะนั้น เวลาทำอะไร ท่านบอกให้อธิษฐานขอครูบาอาจารย์ท่าน ขอเทพพรหมทั้งหลาย พระโพธิสัตว์ในอดีต ปัจจุบัน อนาคต ให้ท่านดูแล ให้น้อม... -
อานิสงส์ของการปล่อยสัตว์ (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺปญฺโญ)
ถาม: อานิสงส์ของการปล่อยสัตว์....?
ตอบ: อันดับแรกได้เมตตาบารมี เราไปปล่อยเขาให้มีชีวิตรอดได้รับความสุขความสะดวกสบาย ต่อไปเราทำอะไรก็จะสะดวกสบายไปหมด ...มีอานิสงส์พิเศษอีกก็คือ เรื่องของการปล่อยชีวิตสัตว์นั้น ถ้าหากว่าเป็นสัตว์ที่เขาขายเพื่อให้ไว้ฆ่าเป็นอาหาร ถ้าช่วงนั้นเรามีอุปฆาตกรรมเข้ามา ก็จะเป็นกุศลต่อชีวิตให้เราด้วย ตัวหนึ่งเท่ากับปีหนึ่ง สมมติว่าคุณปล่อยปลา ๑๐ ตัว ก็จะอายุยืนต่อไป ๑๐ ปี
แต่ถ้าหากว่าไม่มีอุปฆาตกรรมเข้ามารบกวน อานิสงส์ตัวนี้ก็จะทำให้เรามีความสุขสะดวกสบาย เรื่องเคราะห์กรรมใหญ่ๆ ที่หนักอยู่สักหน่อย ถ้าหากว่าปล่อยพวกไก่พวกเป็ดที่เขาจะฆ่า เคราะห์กรรมอันนั้นก็จะเบาไป
ถ้าจะถึงแก่ชีวิตเลย ก็ให้ปล่อยสัตว์ใหญ่ อย่างพวกแพะ แกะ วัว ควาย ก็จะเป็นการต่อชีวิตของเราได้ ยิ่งกรรมหนักก็ยิ่งปล่อยสัตว์ใหญ่ยิ่งได้เปรียบ
แล้วยังมีอานิสงส์แปลกๆ อยู่อย่าง คือหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านเคยซื้อปูทะเลไปปล่อย เพราะเห็นปูโดนมัดอยู่เป็นเข่งๆ ก็สงสาร ซื้อแล้วก็เอาไปปล่อย ตัดเชือกปล่อยลงทะเลไป ท่านบอกว่า ปกติแล้วท่านจะปวดหลังเมื่อยตัวเป็นประจำ พอปล่อยแล้วก็ไม่เป็นอีก ท่านมานึกๆ ดู อ๋อ........ -
ตายในคุกไปนิพพานได้ไหม!? (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ)
ตายในคุกไปนิพพานได้ไหม!?
ผู้ถาม กระผมอยู่เรือนจำบางขวาง แดน ๓ ได้อ่านหนังสือ ธัมมวิโมกข์ และ คู่มือปฎิบัติกรรมฐาน ทำให้นักโทษ ๓๐ – ๔๐ คน ปฎิบัติรักษาศีล ๘ เป็นประจำ
หลวงพ่อ เออ….ดีจริง ๆ นะ ดีมากเชียว
ผู้ถาม ครับ แล้วก็ตั้งใจไว้อย่างนี้ว่า ถ้าตายในคุกก็ดี ตายนอกคุกก็ดี ขอไปนิพพานทันที อย่างนี้จะมีสิทธิ์ได้ไปหรือเปล่าขอรับ …?
หลวงพ่อ มีผลร้อยเปอร์เซ็นต์ จะตายที่ไหนก็ตามนะ จิตเขาบริสุทธิ์นะ จะตายในเรือนจำ เรือนจำน่ะมันไม่ใช่ส้วม ตายในส้วมยังไปนิพพานได้เลย เมื่อปี ๒๕๒๓ น่ะ ฉันย่อมไปแล้วในส้วม
ผู้ถาม ลองเล่าให้ญาติโยมฟังหน่อยได้ไหมครับ
หลวงพ่อ ลองเล่าได้รึ เรื่องเป็นเงินเป็นทอง คือว่าเมื่อปี ๒๕๒๓ ใช่ไหมล่ะ ท่านถือว่าปี ๒๕๒๕ ขาดจากอายุที่ไปขอไว้ ท่านเคยบอกว่า ถ้าท่านขอ ๒๕๒๕ ไม่ทัน ในปี ๒๕๒๓ ตอนเช้าก็ดีอยู่นะ เดินลงจากชั้นบนหิ้วกระเป๋าอุปกรณ์ที่ทำงานน่ะ ลงมาที่ตึกทำงานใช่ไหม มันก็ปกติ ถ้าป่วยก็หิ้วลงมาไม่ได้ แต่ไปถึงเอาของไปวางแล้วก็นึกอยากจะเข้าห้องน้ำ
พอนั่งบนโถส้วมปั๊ป ! มันมืดตื๋อไป ไม่เห็นอะไรทั้งหมด จิตพุ่งขึ้นทันที แต่ว่าพอไปถึงแล้ว ท่านไล่กลับลงมา... -
กรรมเก่าหนีกันไม่พ้น!! แม้ “หลวงตาบัว” ขอบิณฑบาตชีวิตเณรไว้ ก็ไม่เป็นผล ด้วยบุพกรรมที่ทำมา
กรรมเก่าหนีกันไม่พ้น!! ยมบาลมาตาม "เณร" ไปลงนรก แม้ “หลวงตาบัว” ขอบิณฑบาตชีวิตเณรไว้ ก็ไม่เป็นผล ด้วยบุพกรรมที่ทำมา
จากหนังสือแว่นส่องธรรม โดย หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
นายยมบาลมีรูปร่างใหญ่และสูงเสมอกุฎีสองชั้นที่ท่านพักอยู่ ทั้งรูปร่างและลักษณะท่าทางน่ากลัวมาก เข้ามาหาท่านแล้วถามหาตัวบุรุษผู้ชื่อว่านายสม ผู้มีกรรมเบาบางบ้างแล้วจวนจะพ้นโทษจากนรก เธอได้รับความผ่อนผันจากการควบคุม เช่นเดียวกับนักโทษในเมืองมนุษย์ที่จวนพ้นโทษได้รับการผ่อนผันพอประมาณฉะนั้น แต่พอสัตว์นรกตนนั้นได้ช่วงเป็นโอกาสอันดี ก็คิดเป็นขโมยสองชั้น คือเมื่อชาติเป็นมนุษย์เธอก็เคยขโมยเขาเก่ง จนถึงได้ไปตกนรกเพราะกรรมนั้น ครั้นพอไปอยู่ในนรกพอได้โอกาสจากการผ่อนผัน เธอก็ขโมยจากนรกกลับมาเกิดเป็นมนุษย์
พระพุทธศาสนาคือบ่อแห่งมหาสมบัติสารพัดอย่างในไตรภพ แดนมนุษย์เป็นสถานที่สถิตแห่งศาสนธรรมอันล้ำค่า ผู้ประสงค์สมบัติจากศาสนธรรมจึงไม่ควรปล่อยโอกาสที่มีอยู่ให้ผ่านพ้นไปจะเสียใจในภายหลัง เพราะการเกิดมาเป็นมนุษย์ที่บริสุทธิ์เต็มภูมิอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ นี้ มิได้เป็นของหาได้อย่างง่ายดาย...
หน้า 359 ของ 440