คลังเรื่องเด่น
-
แรม๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงกลางเดือน๑๒ บุญที่ยิ่งใหญ่ "อานิสงส์กฐินทาน"(หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ)
วันแรม๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงกลางเดือน๑๒ ..อานิสงส์แห่งบุญที่ยิ่งใหญ่ "อานิสงส์กฐินทาน" หลวงพ่อฤาษีลิงดำบอกไว้อย่างชัดเจน
อานิสงส์กฐินทาน........พระราชพรหมยาน( หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
ต่อไปนี้ จะพูดถึงอานิสงส์กฐิน เอาย่อๆนะ อานิสงส์ในการถวายกฐิน หรือว่าบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายถวายสังฆทาน สังฆทานวันนี้เป็นสังฆทานของกฐิน การถวายสังฆทานทุกอย่างมีผลควบกับกฐิน เพราะเป็นวันของกฐิน ความจริงการทอดกฐิน ไม่ใช่ประเพณีนิยม เป็นพระวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ว่า ผ้ากฐินทาน จะรับได้ก็ต่อเมื่อถึงวันแรม๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงกลางเดือน๑๒ หลังจากนั้น จะทอดขนาดไหนก็ตาม จะไม่เป็นกฐิน ฉะนั้น กฐินมีเวลากาลจำกัด
ทีนี้ ว่าถึงอานิสงส์กฐิน อานิสงส์กฐินนี้ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ท่านเคยเทศน์ และก็เทศน์ตามบาลี ท่านพูดถึงอานิสงส์ให้ทราบ ฉะนั้น การถวายวันนี้ทั้งหมด เมื่อวานก็ดี วันนี้ก็ดี จะเป็นเงินก็ตาม จะเป็นของก็ตาม ถือว่าทุกอย่าง เป็นอานิสงส์กฐิน
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
ต่อไปนี้ก็โปรดทราบ จะนำพระสูตรตามที่ท่านกล่าวไว้ในบาลีให้ทราบ ตามที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า ในสมัยพระองค์เกิดเป็น"มหาทุคคตะ"... -
ออกกำหนดการ งานพระราชพิธี วันที่13-14ตุลา.
ราชกิจจานุเบกษาประกาศหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมจัดทำหนังสือที่ระลึกงานพระราชพิธี ‘นวมินทรา ศิรวาทราชสดุดี’ และ ‘พระเสด็จสู่ฟ้า ราษฎร์ล้วนอาลัย’ สมพระเกียรติ เตรียมแจกจ่ายประชาชน 3 หมื่นเล่ม
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ราชกิจจานุเบกษาประกาศหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตุลาคม พุทธศักราช 2560
เลขาธิการพระราชวัง รับพระราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระบรมชนกนาถ เสด็จสวรรคตจะบรรจบครบรอบ 1 ปี ในวันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม 2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล มีกำหนดการ ดังนี้
วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง
เวลา 17 นาฬิกา เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท... -
แจงคำสั่งเจ้าคณะใหญ่ให้วัดงดเว้นขายวัตถุมงคลในโบสถ์
จากกรณีที่วัดหลายแห่งทั่วประเทศเกิดความสับสนกับคำสั่งเจ้าคณะปกครอง เกี่ยวกับการห้ามไม่ให้วัดจำหน่ายพระบูชา วัตถุมงคล ภายในและบริเวณพระอุโบสถ หรืออุโบสถว่า เป็นการห้ามไม่ให้วัดจัดสร้างวัตถุมงคลนั้น วันนี้( 3 ต.ค.) นายประดับ โพธิกาญจนวัตร โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่า คำสั่งเจ้าคณะใหญ่แต่ละภาคการปกครองคณะสงฆ์ที่ออกมาเกี่ยวกับเรื่องคุมเข้มพฤติกรรมพระ เณร ทั้งห้ามวิพากษ์ วิจารณ์กระทบสถาบัน เป็นคำสั่งที่ออกมาตามแผนการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ฝ่ายปกครองของคณะสงฆ์ไทย โดยคำสั่งดังกล่าวนั้น ถือเป็นคำสั่งเดิมที่ คณะสงฆ์เคยออกมาแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นการเน้นย้ำให้คณะสงฆ์ได้ปฏิบัติอีกครั้ง ไม่ให้ปล่อยปละละเลย ที่สำคัญเป็นการปฏิรูปกิจการคณะสงฆ์ให้อยู่ระเบียบและพระธรรมวินัยเข้มข้นขึ้น
นายประดับ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีหลายวัดเกิดความสับสนเกี่ยวกับการสร้างวัตถุมงคลนั้น คำสั่งดังกล่าวไม่ได้ห้ามเรื่องการสร้างแต่อย่างใด แต่สั่งการให้วัดไม่ควรนำวัตถุมงคลมาวางจำหน่ายภายในพระอุโบสถ หรืออุโบสถ เพราะจะเกิดความไม่เหมาะสม เนื่องจากพระอุโบสถ หรืออุโบสถ... -
วัดพุทธชินราชรายได้ลดวันละ 8 หมื่นบาท หลังมีคำสั่งห้ามจำหน่ายวัตถุมงคล
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก หรือ วัดใหญ่ ขณะนี้ยอดเงินบูชาวัตถุมงคลลดลงวันละ 80,000 หมื่นบาท ซึ่งอาจจะทำให้ไม่มีเงินใช้จ่ายสำหรับพระและเณรในวัด
จุดที่ให้เช่าบูชาวัตถุมงคล ที่เคยอยู่จากในวิหารหลวงพ่อพุทธชินราช ถูกย้ายออกมาวางด้านนอกวิหาร ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 4 ยอดเงินบูชาหายไปวันละ 80,000 บาท ทั้งที่เป็นเจ้าเดิมที่เคยอยู่ในวิหารแต่ประชาชนรู้สึกไม่แน่ใจว่าเป็นของแท้ของวัดหรือไม่ โดยวัดต้องติดป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งไว้
หากยอดเงินบูชาวัตถุมงคลตกลงต่อเนื่องเช่นนี้ วัดอาจจะไม่มีเงินใช้จ่ายสำหรับพระและเณรรวมกว่า 300 รูป โดยในแต่ละเดือนวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก มีรายจ่ายประมาณ 1-2 ล้านบาท รวม 4 วันที่ย้ายจุดบูชาวัตถุมงคลออกมาจากวิหาร รายได้หายไปแล้วกว่า 300,000 บาท
ขอขอบคุณที่มา
http://news.thaipbs.or.th/content/266632 -
"เขาสมิง" !!! ดินแดนแห่งผู้ทรงธรรม หรือ ความแค้นจนพ่ายแพ้ต่อกรรม !!
ตำนานเล่าขานที่ไม่ธรรมดาของ "เขาสมิง" !!! ดินแดนแห่งผู้ทรงธรรม หรือ ความแค้นจนพ่ายแพ้ต่อกรรม !!! #ที่สุดแห่งเรื่องเล่าครั้งโบราณ
เขาสมิง ปัจจุบันเป็นชื่อของอำเภอหนึ่งในจังหวัดตราด อำเภอเขาสมิงตั้งอยู่ทางทิศเหนือของตัวจังหวัด หากเดินทางไปเมืองตราดจะต้องผ่านอำเภอเขาสมิงนี้ก่อน ชื่อเขาสมิง เป็นภูเขาเล็กๆ ลูกหนึ่งซึ่งอยู่ห่างตัวอำเภอราว ๓ กิโลเมตร
เรื่องนี้ก็เหมือนตำนานอื่น ๆ ที่คนเล่าต่างยืนยันว่ามันเป็นเรื่องจริง เรื่องมีอยู่ว่า มีชายคนหนึ่ง (ชื่อของเขาหล่นหายไปตามกาลเวลา คือไม่ทราบแล้วว่าชื่ออะไร) เขามีเรื่องขัดใจกับเพื่อนบ้าน เขาคิดจะล้างแค้นเพื่อนของเขา เขาเป็นคนที่เรียนวิชาอาคม เขามีสิ่งหนึ่งที่เรียกกันว่า น้ำมันสมิง สมิงคือเสือที่สามารถกลายร่างเป็นคนได้ คือจะแปลงร่างเป็นคนเพื่อหลอกพรานป่าให้ลงมาจากการนั่งห้างบนที่สูงเพี่อจับกินเป็นอาหาร เสือสมิงสามารถแปลงกายได้หลายแบบ ทั้งเด็กผู้ชาย ผู้หญิง และบางครั้งแปลงเป็นพระธุดงค์ก็ยังได้ตามแต่มันจะต้องการ
ที่มันสามารถกลายร่างเป็นคนได้นั้นเชื่อกันว่า เกิดจากการที่มันเป็นเสือที่ดุร้ายและฆ่าคนเป็นอาหารจำนวนมาก วิญญาณมนุษย์จึงเข้าสิง... -
ด้วยเวรกรรมที่ทำมา! ทำกรรมแบบใด ถึงได้เกิดเป็น พ่อแม่-ลูกกัน...
ด้วยเวรกรรมที่ทำมา! ทำกรรมแบบใด ถึงได้เกิดเป็น พ่อแม่-ลูกกัน... ลักษณะของลูก ๔ แบบ จะมาเกิดเพื่อแทนคุณ หรือ ทวงคืน??
กฎแห่งกรรม 3 ชาติ ได้บันทึกไว้ว่า
ชาวโลกทุกคน เกิดมาต่างหนีไม่พ้น พบ พราก สุข ทุกข์ เศร้า อภัย แค้น รัก ชัง นี่คือผลแห่งของกรรม ปลูกเหตุเช่นไร ย่อมได้ลิ้มผลเช่นนั้น ไม่ว่าจะเหตุใด หรือ ผลใด ล้วนหนีไม่พ้น กฎแห่งกรรมทั้งสิ้น
“สามีภรรยา” เองก็มีกรรมร่วมกันมา ไม่ว่าจะกรรมดี หรือกรรมชั่ว ถ้าไม่มีกรรมร่วมกันมาเลย ก็ไม่อาจอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันได้ ส่วน“บุตรธิดา” นั้นคือ หนี้ ไม่ว่าจะเป็นทวงหนี้ หรือชดใช้หนี้ ก็สุดแท้แต่เวรกรรมที่ทำมา หากไม่มีหนี้ ไม่มาเกิดเป็น บิดา มารดา ลูกกัน ได้ เช่นนั้น สามีภรรยาคู่ใด ที่มีกรรมดีร่วมกันมา ย่อมสมานสามัคคี รักใคร่กลมเกลียว ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร ส่วนสามีภรรยา ที่มีกรรมชั่ว ร่วมกัน มาแต่อดีตชาติ ย่อม ทะเลาะเบาะแว้ง บ้านแตกสาแหรกขาด ไม่อาจอยู่ร่วมกัน จนวันตาย
ส่วน “บุตรธิดา” นั้น จะมาเกิดใน ๔ ลักษณะต่อไปนี้ ....
๑. มาแทนคุณ ด้วยบุญในอดีต ที่ได้สั่งสมร่วมกันมา ด้วยพระคุณที่มีต่อกัน จึงได้มาเกิดเป็นครอบครัวเดียวกัน... -
ยอดพระไตรปิฏก : หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
ยอดพระไตรปิฏก
ผู้ถาม : กราบเรียนถามหลวงพ่อที่เคารพ เขาบอกว่ามีคาถาบทหนึ่งคือยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก เขาเขียนไว้ว่า ถ้าภาวนาแล้วจะไม่ตกนรก ลูกอยากเรียนถามว่า ถ้าภาวนาเป็นประจำบาปกรรมที่ทำจะไม่ทำให้ตกนรกหรือเจ้าคะ
หลวงพ่อ : ฉันว่าเอายังงี้ดีกว่า เขาเอายอดใช่ไหม ฉันจะให้เหง้าพระไตรปิฎก ยอดน่ะหักได้ เหง้าน่ะหักไม่ได้นะ เอายังงี้ซิ ภาวนาด้วยแล้วก็ทำด้วย แค่ภาวนาอย่างเดียวอย่าไปเชื่อใครเขานะ ดีไม่ดีเวลาตายอกุศลเข้าแทรกจิตได้ เวลานั้นไปนรกแน่ เวลาภาวนาก็ไม่ยาก ใช้ศัพท์ภาวนาว่า พุทโธ ก็ได้ นะมะพะทะก็ได้
พุทโธ เป็นพระนามขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพียงแค่นึกถึงชื่อพระพุทธเจ้าอย่างเดียวไปสวรรค์นับไม่ถ้วน แต่การทำอย่างนี้ถ้าหมดบุญจากสวรรค์ ลงนรกได้เหมือนกัน
วิธีป้องกันป้องกันเขาทำแบบนี้
๑.ไม่ลืมว่าชีวิตจะต้องตาย
๒.ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ด้วยความจริงใจ
๓.รักษากรรมบถ ๑๐ ให้ครบถ้วน คือ ทางกาย ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ทางวาจา ไม่พูดปด ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล ทางใจไม่คิดอยากได้ทรัพย์สมบัติ ของใครโดยไม่ชอบธรรม ไม่จองล้าง จองผลาญใคร... -
ปริศนา สะกิดเตือนใจจากพระอาจารย์มั่น
หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ท่านพูดเป็นปัญหาว่า "กล้วย ๔ หวี สำรับอาหาร ๔ สำรับ สามเณรนั่งเฝ้า พระเจ้านั่งฉัน"
เราในฐานะผู้ฟังจากท่านมาก เบื้องต้นก็จำได้แค่นี้ เก็บไว้อย่างนี้แหละ แต่ไม่มีการตีความหมายให้แจ่มแจ้ง ถ้าจะพูดแล้ว ปัญหาที่ว่านี้ เป็นปัญหาธรรมะเปรียบเทียบกับการปฏิบัติของบุคคล
หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ...ท่านได้กล่าวไว้ว่า "เพราะฉะนั้นเราอย่าประมาทในคำพูดแต่ละคำของครูบาอาจารย์ จะทำให้พลาดจากของดีที่ท่านให้ไว้"
ข้อธรรมะที่ท่านให้ไว้แล้วนำไปตีความหมายให้ละเอียดลงไปว่า "กล้วย ๔ หวี ได้แก่ ธาตุ ๔ เณรน้อยนั่งเฝ้า ได้แก่คนที่ไง่เขลาเบาปัญญา ไม่รู้เท่าทันตามหลักของธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม นั่งเฝ้าตัวเองอยู่ ไม่รู้ว่าในตัวของตนนั้นมีอะไรบ้าง กินแล้วก็นอน เลี้ยงร่างกายให้อ้วนท้วนสมบูรณ์ไม่ได้ทำอะไรที่ดีให้เกิดขึ้นแก่ตัวเองเลย อันนี้แหละชื่อว่าโง่เขลาเบาปัญญา ได้แต่นั่งเฝ้าตัวเองอยู่ สามเณรนั่งเฝ้าสำรับที่มีอยู่แล้วโดยไม่ฉัน ก็หมายถึงบุคคลที่ไม่รู้ธาตุ ๔ ตามความเป็นจริงว่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลมเป็นอย่างไร ไม่ยอมกำหนดรู้แบบชนิดที่ให้เกิดปัญญา "พระเจ้านั่งฉัน"... -
การผรุสวาจา ด่าว่าพระ ( พระอาจารย์เล็ก วัดท่าขนุน )
การผรุสวาจา ด่าว่าพระ (พระอาจารย์เล็ก วัดท่าขนุน)
พระอาจารย์กล่าวว่า "เรื่องใหญ่ในวงการสงฆ์ปัจจุบันนี้คือวัดพระธรรมกาย อย่าทำตัวเป็นกองเชียร์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะว่าถ้าทำตัวเป็นกองเชียร์เมื่อไร เราจะสร้างกรรมไม่รู้ตัว
ถ้าใครลองไปอ่านเรื่องอัศจรรย์โลกใบนี้ ที่เว็บวัดท่าขนุน จะมีเปรตอยู่ตนหนึ่ง ด่าบุคคลที่ต้องอาบัติปาราชิก แล้วตัวเองไปเกิดเป็นเปรต ต้องทนทุกข์ยากหิวโหยอยู่เป็น ๑,๐๐๐ ปี
อย่าลืมว่าแม้บุคคลนั้นจะต้องอาบัติปาราชิก แต่จากการที่เราด่า เราไม่ได้ด่าตัวบุคคล เราใช้คำว่าพระ !!! ซึ่งคำว่า พระ แปลว่า ผู้ประเสริฐ โดยเฉพาะสมัยนี้เห็นในโซเชียลมีเดีย มีการคอมเมนต์ต่าง ๆ ใช้คำพูดรุนแรงมาก ด่ากันหยาบ ๆ คาย ๆ โดยใช้คำว่าพระ แต่ละคนตายเมื่อไรจะรู้ว่าตนเอง จะได้รับโทษอะไรบ้าง
แต่ว่าโทษใหญ่ที่จะเกิดขึ้น ก็คือ ถ้าเราไปเชียร์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง กาย วาจา ใจ ของเรานั่นแหละที่จะเป็นทุกข์เป็นโทษ เพราะฉะนั้นควรที่จะอยู่ในความสงบ แล้วก็คอยดูว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดโทษแก่ตนเอง อย่างต่ำ ๆ ก็ไปเป็นเปรต อย่างที่อยู่ในเว็บวัดท่าขนุน ลองไปค้นอ่านกันเอาเอง"... -
แม่อุ้ยเฒ่า... ผู้มั่นคงในกิจวัตรปฏิบัติ มั่นคงในศีล สุดท้ายมากราบลาไปสวรรค์ กับหลวงปู่ตื้อ
แม่อุ้ยเฒ่า... ผู้มั่นคงในกิจวัตรปฏิบัติ มั่นคงในศีล สุดท้ายมากราบลาไปสวรรค์ กับหลวงปู่ตื้อ
ช่วงที่ท่านพระอาจารย์ตื้อ (อจลธมฺโม) อยู่จำพรรษาวัดดาราภิรมย์ เป็นตุ๊หลวงรักษาวัดสืบต่อจากท่านเจ้าคุณพระอุบาลีฯ ท่านพระอาจารย์ตื้อ (อจลธมฺโม) อยู่วัดดาราภิรมย์ได้สิบกว่าปี อยู่พร่ำสอนผู้คนชาวศรัทธา
ชาวศรัทธาอำเภอแม่ริมในยุคสมัยนั้น เป็นศิษย์ของท่านเจ้าคุณพระอุบาลีฯ เพราะวัดดาราภิรมย์เป็นวัดของเจ้าแม่ดารารัศมีสร้างถวายแก่ท่านเจ้าคุณพระอุบาลีฯ
ช่วงที่ท่านอาจารย์ตื้อ (อจลธมฺโม) เป็นตุ๊หลวงนั้น มีโยมแม่อุ้ยคนหนึ่ง คนเฒ่าอายุ ๗๐ ปี เป็นผู้ตั้งใจปฏิบัติภาวนา รักษาศีลอุโบสถในวันพระและวันก่อนและวันหลังวันพระรวมแล้วได้ ๓ วัน แม้ในวันปกติก็รักษาศีล ๕ ได้ตลอด จิตใจปักลงตั้งมั่นในธรรมมาตั้งแต่เมื่อครั้งได้ฟังเทศน์ธรรมของท่านเจ้าคุณพระอุบาลีฯ แล้วมาฝึกหัดปฏิบัติภาวนากับท่านอาจารย์ตื้อ (อจลธมฺโม) อีกอยู่หลายปี
ฝึกหัดภาวนาอยู่กับท่านอาจารย์ตื้อ (อจลธมฺโม) ได้ ๓ ปี จึงได้เห็นพุทโธ มั่นคงอยู่ในใจ เรื่องอุคคหปฏิภาคนั้น ได้มาแต่ปีแรก ท่านอาจารย์ตื้อก็สอนให้พิจารณาร่างกายเป็นอสุภะ อสุภัง ตั้งอยู่ในไตรลักขณาญาณ... -
การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นแล้ว
โดย…ส.สุดโต
เราชาวพุทธ ได้ยินผู้ที่ปรารถนาดีต่อพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก เช่นสภาปฏิรูปแห่งชาติ เสนอความคิดเห็นให้มีการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา เนื่องจากพระภิกษุสามเณรบางรูปซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ประพฤติตนไม่เหมาะสม ไม่เป็นเป็นบ่อเกิดแห่งศรัทธา เช่นบางรูป บางสำนักถึงกับดัดแปลงหลักธรรมคำสอนให้ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง เพื่อหาประโยชน์ใส่ตน เป็นที่เอือมระอาของพุทธศาสนิกชนที่จงรักภักดีต่อพระพุทธศาสนา จนกระทั่ง สภาปฏิรูปแห่งชาติจึงเสนอให้มีการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา 4 ประเด็นหลัก ได้แก่
1.เรื่องการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดและพระภิกษุสงฆ์ 2.เรื่องปัญหาพระสงฆ์ปฏิบัติตัวไม่เหมาะสม ไม่เอื้อต่อพระธรรมวินัย อันนำมาซึ่งความเสื่อมศรัทธา 3.เรื่องการทำพระะรรมวินัยให้วิปริตและการประพฤติวิปริตจากพระธรรมวินัย 4. เรื่องฝ่ายอาณาจักร ที่จะต้องเข้าไปสนับสนุน ปกป้อง คุ้มครองกิจการฝ่ายศาสนจักร และเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ครม. ส่งเรื่องให้ มหาเถร สมาคมดำเนินการต่อ ซึ่งมหาเถรสมาคมมอบให้พระพรหมมุนี พระพรหมบัณฑิต และพระพรหมโมลี ไปกำหนดกรอบปฏิรูปพระพุทธศาสนา 6 ด้าน บวก หนึ่ง ได้แก่... -
หลวงปู่ตื้อเผชิญหน้าวิญญาณหลงทางในเมืองลาว!! ขนาดชี้ทางสว่างให้ ดวงตาก็ยังมืดมน
หลวงปู่ตื้อเผชิญหน้าวิญญาณหลงทางในเมืองลาว!! ขนาดชี้ทางสว่างให้ ดวงตาก็ยังมืดมน ... จนต้องปล่อยไปตามยถากรรม!
เมื่อครั้งหลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม ออกจาริกธุดงค์ได้เดินทางข้ามแม่น้ำโขงไปทางฝั่งลาวได้พักบำเพ็ญเพียรบริเวณนครเวียงจันทน์เป็นเวลาหลายเดือน
หลวงปู่ตื้อ เล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า แถวใกล้นครเวียงจันทน์ หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม ได้ไปปักกลดภาวนาบนเส้นทางช้างศึกของเจ้าอนุวงศ์ กษัตริย์ในประวัติศาสตร์ของลาว ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเป็นเส้นทางเดินทัพของเจ้าอนุวงศ์ในอดีต หลวงปู่ได้ปักกลดภาวนาอยู่บนเส้นทางนั้นหลายคืน ไม่ทราบว่าท่านมีจุดประสงค์ภายในใจอะไร ความจริงพอจะเดาได้ แต่ไม่อยากเดา
หลวงปู่เล่าให้สานุศิษย์ฟังว่า มีคืนหนึ่ง ท่านได้นิมิตว่ามีวิญญาณหลงทางมาหามากมายจริงๆ ส่วนใหญ่เป็นทหารหนุ่มๆ ทั้งสิ้น เดินผ่านมาทางที่ท่านพักปักกลดอยู่ที่ท่านเรียกว่าวิญญาณหลงทาง ก็คือ เป็นพวกมิจฉาทิฏฐิ ไม่รู้จักกราบพระไหว้พระ บางคนก็ยืนมองพระเฉยๆ บางคนก็สนุกสนานเฮฮาไปตามเรื่อง
หลวงปู่ ได้แผ่เมตตาอุทิศบุญกุศลไปให้ ปรากฏว่าไม่ได้ทำให้พวกเขาสามารถระลึกและคลายมานะทิฏฐิได้เลย วิญญาณเหล่านั้นได้แต่มาปรากฏให้เห็นเท่านั้น... -
คณะสงฆ์ออกคำสั่งเข้มงวดวินัยพระภิกษุสามเณร
วิเคราะห์คำสั่งคณะสงฆ์ออกคำสั่งเข้มงวดวินัยพระภิกษุสามเณร ให้ระวังการวิพากษ์วิจารณ์ที่จะกระทบกับความมั่นคง ระวังการใช้สื่อสังคม ออนไลน์ และคำสั่งบางฉบับกวดขันการสร้างและโฆษณาวัตถุมงคล
ก่อนที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะมาทำงานวันแรกในวันนี้ พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ทั้งฝ่ายธรรมยุติและมหานิกายได้มีคำสั่งออกมาเพื่อให้พระภิกษุ-สามเณร ได้ปฏิบัติตาม แม้คำสั่งนี้ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาอาจจะเกิดความหย่อนยานลงไป ประกอบกับเกิดความขัดแย้งในหลายๆ ด้าน
สมเด็จพระวันรัต เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุติ และสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก มีคำสั่งเรื่อง ให้พระสังฆาธิการตรวจสอบพฤติกรรมและลงโทษพระภิกษุในปกครอง 4 ประเด็น คือ
ข้อแรก ให้พระสังฆาธิการดำเนินการตามกฎ ข้อบังคับและระเบียบ ดำเนินการกับพระภิกษุสามเณรที่ละเมิดกฎหมายบ้ายเมืองและพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
ข้อที่ 2 ให้พระสังฆาธิการกวดขันควบคุมพระภิกษุสามเณร ที่วิพากษ์วิจารณ์ หรือแสดงตนกระทบต่อความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และความสงบสุขของประชาชน... -
นักวิชาการเชื่อคำสั่งเถระฯ ห้ามได้แค่ชั่วคราว ชี้แก้วิกฤตสงฆ์ยั่งยืน พระต้องเปลี่ยนวิธีคิด
สืบเนื่องกรณีการเคลื่อนไหวแก้วิกฤตสงฆ์ โดยพระเถระและเจ้าคณะปกครองหลายระดับได้มีหนังสือถึงวัดต่างๆในพื้นที่ให้ดูภิกษุสามเณรให้อยู่ในธรรมวินัย งดการกระทำที่ทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธา อาทิ ใช้โซเชียลมีเดียวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นต่างๆในทางยั่วยุ ปลุกปั่น, โฆษณาพระเครื่องและวัตถุมงคลโดยอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์, แสดงพฤติกรรมผิดเพศกำเนิด เป็นต้น
ผศ.ดร. ชาญณรงค์ บุญหนุน อาจารย์ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร กล่าวว่า จากที่ได้อ่านเอกสารพบว่า ข้อห้ามบางส่วนดูเป็นการห้ามแบบเฉพาะกิจ เช่น ในงานประเพณีชักพระทางภาคใต้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการจัดระเบียบครั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่วงการสงฆ์ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์มาเป็นเวลานาน เช่น เรื่องพระตุ๊ดพระแต๋ว พระอาจเริ่มตระหนักพอสมควรว่าตัวเองกำลังตกในสถานะแบบไหน จึงมีความพยายามปฏิรูป ก่อนหน้านี้นายไพบูลย์ นิติจะวัน พยายามเสนอเรื่องการปฏิรูปศาสนาซึ่งเท่าที่ตนทราบก็มีเสียงตอบรับ ส่วนการห้ามเรี่ยไรมีมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ไม่มีผลที่จะทำให้เกิดการลงโทษ ปัจจุบันการเรี่ยไรมีมากขึ้น และมีหลากหลายวิธี
“การห้ามตั้งโต๊ะเรี่ยไรทั้งหมด คงทำไม่ได้ในความจริง... -
"คาถาเห็นผี" ลพ.ฤาษี วัดท่าซุง
ขอแชร์จากเฟส Rak Chanthanasarn
"คาถาเห็นผี"
โดย ชาโดว์
เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๒๖ ข้าพเจ้าได้ร่วมเดินทางไปกับคณะของพระคุณเจ้าหลวงพ่อพระสุธรรมยานเถระ ที่บ้านริมทะเลของพันตำรวจเอกเล็ก - คุณรสนา ฟอตี้ ที่คลองวาฬ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลวงพ่อท่านให้ "คาถาเห็นผี" อยู่ที่คลองวาฬ ข้าพเจ้าไม่กล้าท่อง เกรงจะเห็นผีจริงๆ จนกลับถึงบ้านคืนแรก นึกว่านอนอยู่ในบ้านเราเองไม่เป็นไร กำลังง่วง เพลียจากการเดินทางจึงไม่ทันคิดมาก นอนนึกว่า
"เอ๊ะ เป็นหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค พระอาจารย์ของหลวงพ่อท่านเอง"
หลวงปู่ปานท่านลืมตาดูข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็จ้องหน้าท่าน ท่านพูดด้วยเบาๆแบบให้พรหรือว่า "ดีแล้ว" ฟังไม่ถนัด หน้าท่านคล้ายหลวงพ่อฤาษีลิงดำมาก คนอื่นเข้าไปกราบทีละคนๆ คนดีท่านให้พรหรือเฉยๆ มีบางคนเข้าไปกราบท่านไล่ แต่ยังดื้อเข้าไปอีก ท่านตวาดเบาๆ คนนั้นกระเด็นไปตั้งไกล
แล้วข้าพเจ้าก็ตื่นนอน จึงพิจารณาดูก็รู้ว่าคงเป็นเพราะเราว่าคาถาเห็นผีก่อนนอนนั่นเอง ผีแบบนี้เองไม่น่ากลัว นึกว่าเป็นผีแบบอยู่ๆโผล่ออกมาเลย ได้ชื่อว่าผีใครจะไม่กลัว
อีก ๒-๓ วัน ได้ไปกับคณะหลวงพ่อท่านอีก ที่สวนทุเรียนจันทบุรีของตระกูลเวสารัชชานนท์... -
อานิสงส์บุญกฐิน
ช่วงนี้เป็นช่วงของ กาลกฐินคำว่ากาลนั้น กาละ แปลว่า เวลา เวลาของกฐิน กฐินจริง ๆ ความหมายก็คือ ผ้าสะดึง ผ้าที่ขึง เครื่องขึงที่ยึดผ้าให้ตึง จะได้ประกอบให้เป็นสิ่งโน้นสิ่งนี้ได้ ไม่ว่าจะเย็บปักถักร้อยอะไรก็ทำได้ง่าย
กาลกฐินเป็นเรื่องกำหนดตามระเบียบพิธีของสงฆ์ โดยเฉพาะพระภิกษุที่จำพรรษาแล้วเป็นเวลาครบถ้วน ๓ เดือน สมัยก่อนนั้นพระพุทธเจ้าท่านอนุญาตให้เปลี่ยนจีวรได้ คราวนี้ว่าการเปลี่ยนจีวรนี้ต้องสมเหตุสมผล คือว่าเป็นผู้ที่จีวรเก่าจริง ๆ ชนิดที่เรียกว่าหมดสภาพแล้ว ก็อนุญาตให้เปลี่ยนได้ ท่านให้เสาะหาผ้าที่จะมาทำจีวร
ภายหลังการเสาะหาผ้าเต็มไปด้วยความยากลำบาก นางวิสาขาก็ดี อนาถบิณฑิกเศรษฐีก็ดี จึงทูลขอให้รับคหปติจีวร คือจีวรที่มีผู้น้อมมาถวายได้ คราวนี้พอจำพรรษาแล้วครบสามเดือนแล้วมีสิทธิรับกฐินได้ กาลกฐิน คือ เวลาของการรับกฐิน เริ่มตั้งแต่แรมหนึ่งค่ำเดือนสิบเอ็ด ไปสิ้นสุดเอากลางเดือนสิบสอง เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม
ช่วงระยะนี้วัดไหนก็ตามที่มีเจ้าภาพ ตั้งใจว่าจะถวายกฐิน ก็จะจัดให้ถวายกฐินขึ้นมา คราวนี้กฐินเป็นงานบุญพิเศษ ความจริงกฐินเป็นสังฆทานเหมือนกัน แต่ว่าจำกัดด้วยเวลา คือ... -
"อสุภํ มรณํ" (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร)
"อสุภํ มรณํ"
".. อีกตอนหนึ่ง "หลวงปู่สิม พุทธาจาโร" ได้เมตตาเล่าประสบการณ์ "ที่ท่านได้ อสุภกรรมฐาน" จากการพิจารณาซากศพ สมัยพำนักอยู่ที่ "สำนักสงฆ์ป่าช้าบ้านเหล่างา"(วัดป่าวิเวกธรรมวิทยาราม) จังหวัด ข่อนแก่นว่า ..
"ศพที่เก็บไว้ ๔-๕ วัน ก่อนจะเผานั้น" ถ้าสมณะนักบวชเรายังไม่เคยเห็น ก็อาจจะไม่รู้สึกอะไร "แต่ผู้ที่เคยดูศพอย่างนั้นมาแล้วจะนึกได้ว่า พอเปิดฝาโลงเท่านั้นแหละ จะเห็นน้าท่วมเอ่อขึ้นมาตั้งครึ่งโลง" แมลงวันไม่รู้มาจากไหน ไม่ต้องมีใครเชื้อเชิญละ มาจับสบงจีวรเต็มไปหมด "เวลาไปบังสกุลเสร็จ ดมซากศพเสียไม่รู้กี่ลมหายใจ"
อัน "กลิ่นเหม็นอสุภะ ของน้ำเลือดน้ำหนองคนเรานั้น มันไม่เหมือนเนื้อสัตว์อย่างอื่น มันเหม็น .. " หลวงปู่เว้นช่วงนิดหนึ่ง ด้วยคงไม่รู้ว่าจะเปรียบเทียบกับอะไรดี " .. เหม็นเหมือนแบบ .. ที่ไม่ชอบนะ" คือร่างกายมนุษย์คนเรามันก็ดูชอบกัน "มันดูดกันได้ ดูดเอากลิ่นเหม็นเข้ามาอยู่ในคนที่ไม่เหม็น เลยเหม็นไปด้วยกัน"
นี่แหละร่างกายนั้น "พระพุทธองค์ท่านจึงสอนให้กำหนดเป็นอสุภกรรมฐาน" อย่าไปเห็นว่า "รูป" ไม่ว่าหญิงชาย "ให้เข้าใจว่า เป็นอันเดียวกันไม่มีใครสวยใครงามกว่ากัน"... -
“เจ้าคุณแย้ม” จัดเทศน์มหาชาติเวสสันดร ๑๓ กัณฑ์ เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.๑๐ สมเด็จพระราชินี ใน ร.๙
“เจ้าคุณแย้ม” จัดเทศน์มหาชาติเวสสันดร ๑๓ กัณฑ์ เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.๑๐ สมเด็จพระราชินี ใน ร.๙พระเถระ ภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาร่วมเป็นเจ้าภาพ
สำนักข่าว Thai R News – วันนี้ (1 ตุลาคม) ที่วัดไร่ขิง พระอารามหลวง อ.สามพราน จ.นครปฐม พระเทพศาสนาภิบาล (ท่านเจ้าคุณแย้ม) รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง เป็นประธานในพิธีการเทศน์มหาชาติ เวสสันดรชาดก 13 กัณฑ์ เฉลิมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรากูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา 65 พรรษา 28 กรกฎาคม 2560 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา 85 พรรษา 12 สิงหาคม 2560 โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 1 ตุลาคม 2560 ท่ามกลางคณะสงฆ์จังหวัดนครปฐม ข้าราชการ นักเรียนนักศึกษา และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้ นอกจากจะได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ยังได้รับความร่วมมือจากพระเถรานุเถระ หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน... -
หลวงปู่ดู่ท่านชี้แนะ"ขอให้พบแต่ความดี ไม่มีความทุกข์" อธิษฐานแค่นี้ ส่งผลทั้งภพนี้และภพหน้า
"หลวงปู่ดู่" ท่านชี้แนะ.."ขอให้พบแต่ความดี...ไม่มีความทุกข์" อธิษฐานแค่นี้ เพียงพอแล้ว ส่งผลทั้งภพนี้และภพหน้า..ต่อๆไป
เวลาทำบุญควรอธิษฐานอย่างไร?
คนส่วนใหญ่เวลาทำบุญมักจะอธิษฐานว่า ขอให้รวย ขอให้สุขภาพแข็งแรง ขอให้ได้เลื่อนตำแหน่ง ฯลฯ
แต่ที่จริงแล้วมีคำอธิษฐานที่ง่าย สั้น ครบวงจร และเป็นประโยชน์ครบถ้วนกว่ามาก
"หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ" เคยสอนเรื่องนี้ไว้ว่า เวลาทำบุญให้อธิษฐานสั้น ๆ ไปเลยว่า
"ขอให้พบแต่ความดี ... ไม่มีความทุกข์"
เพราะคำว่า "ความดี" นั้นรวมครบหมด ทั้งรวย สุขภาพดี มียศตำแหน่ง มีคนรักและเมตตา ฯลฯ
ส่วน "ความทุกข์" นั้นก็หมายถึงตัดสิ่งไม่ดีออกหมดทุกอย่าง ไม่มีทุกข์ ไม่มีโรคภัย ไม่มีอุปสรรค ไม่มีศัตรู ฯลฯ
ที่สำคัญคือ การพบแต่ความดีนั้นสำคัญมาก
เพราะถึงแม้เราจะขอพรจนร่ำรวยได้จริง แต่ถ้าไม่มีความดี เงินนั้นเราอาจเอาไปเล่นพนัน ไปซื้อยาบ้า สุดท้ายก็พาไปนรก
แม้จะมียศตำแหน่ง แต่ถ้าปราศจากความดีก็อาจเอาตำแหน่งนี้ไปข่มเหงรังแกคนอื่น คดโกงประเทศชาติ ก็มีนรกเป็นที่ไป
หรือแม้จะมีแต่คนรัก คนเมตตา แต่ถ้าหากเราไม่ดี เราก็อาจกลายเป็นคนเจ้าชู้ หลอกคนนี้ให้รัก คนนั้นให้หลง... -
“สมเด็จพระพุฒจารย์” ชี้เจ้าคณะใหญ่ทุกหนเตรียมออกกฎคุมเข้มพฤติกรรมพระ-เณร
“สมเด็จพระพุฒจารย์” ชี้เจ้าคณะใหญ่ทุกหนเตรียมออกกฎคุมเข้มพฤติกรรมพระ-เณร ไม่ให้มีพฤติกรรมเสื่อมเสีย “สมเด็จพระพุฒจารย์” ชี้เจ้าคณะใหญ่ทุกหนเตรียมออกกฎคุมเข้มพฤติกรรมพระ-เณร ไม่ให้มีพฤติกรรมเสื่อมเสีย
เมื่อวันที่ 1 ต.ค. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปัญโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เปิดเผยว่า จากกรณีมีคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก คุมเข้มพฤติกรรมพระภิกษุ-สามเณร ทั้งห้ามวิพากษ์วิจารณ์กระทบสถาบัน ว่า มีการออกคำสั่งดังกล่าวจริง ซึ่งคำสั่งดังกล่าว ไม่ใช่เป็นคำสั่งใหม่ แต่เป็นคำสั่งที่เคยมีบัญญัติและเป็นสิ่งที่คณะสงฆ์สมควรปฏิบัติอยู่แล้ว แต่ด้วยเวลาผ่านไป ส่วนใหญ่การบังคับใช้กฎระเบียบ มักจะถูกผู้ควบคุมกฎและผู้ปฏิบัติ ละเลย ย่อหย่อน ทำให้มีการประพฤติผิดอาบัติ จนเกิดความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์มาเป็นระยะๆ ดังที่เป็นข่าวในสังคม รวมทั้งโลกออนไลน์
ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย จึงหารือกรรมการมหาเถรฯ และคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ สมควรที่จะออกคำสั่งดังกล่าวออกมาแจ้งให้มีการบังคับใช้ เพื่อกำชับซ้ำให้พระสังฆาธิการคุมเข้มพฤติกรรมพระภิกษุสามเณร... -
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน . เรื่องพระขานุโกณฑัญญพระเถระตอไม้
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน . เรื่องพระขานุโกณฑัญญเถระผู้ปราบโจรด้วยใจเมตตา
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภพระขานุโกณฑัญญเถระ ตรัสพระธรรมบท พระคาถาที่ 111 นี้
พระขานุโกณฑัญญเถระ เรียนกัมมัฏฐานในสำนักของพระศาสดาแล้วไปปฏิบัติธรรมอยู่ในป่า และได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ขณะที่ท่านเดินทางกลับมาเพื่อจะกราบทูลพระศาสดา ท่านรู้สึกอ่อนเพลียก็ได้แวะลงจากทาง ไปนั่งเข้าฌานอยู่บนศิลาดาดแห่งหนึ่ง ในขณะนั้นพวกโจรห้าร้อยคนปล้นหมู่บ้านแห่งหนึ่งแล้วเอาสิ่งของที่ปล้นมาได้นั้นทำเป็นห่อคนละห่อเทินศีรษะเดินมา รู้สึกอ่อนเพลียมาก จึงแวะลงข้างทางเดินไปตรงจุดที่พระโกณฑัญญเถระนั่งเข้าฌานอยู่พอดี พวกโจรเห็นพระเถระเข้าใจว่าเป็นตอไม้ เพราะตอนนั้นมืดค่ำแล้ว โจรคนหนึ่งวางห่อสิ่งของที่ปล้นมาได้ลงบนศีรษะของพระเถระ ส่วนคนอื่นๆก็วางสิ่งของของตนพิงพระเถระไว้ จากนั้นก็แยกกันนอนหลับอยู่ในบริเวณนั้น พอตื่นขึ้นมาในตอนเช้าจะไปเอาของของตนก็ได้พบว่า สิ่งที่ตนคิดว่าเป็นตอไม้นั้นความจริงเป็นสิ่งมีชีวิต พวกโจรเข้าใจว่าพระเถระ “เป็นอมนุษย์” และพากันเตรียมจะวิ่งหนี แต่พระเถระได้กล่าวกับพวกโจรว่า อย่าได้กลัวไปเลย... -
ธรรมโอสถ!เป็นยาวิเศษ ไม่หายให้มันตาย "หลวงปู่มั่น" ใช้รักษาไข้ป่า
ธรรมโอสถ..เป็นยาวิเศษ หากไม่หายก็ให้มันตายซะ.. "หลวงปู่มั่น" ใช้รักษาไข้ป่า เห็นผลทันตา.."หลวงปู่เจี๊ยะ" บันทึกไว้ให้ลูกหลานต่อไป..
คาถารักษาไข้ป่าของหลวงปู่มั่น หลวงปู่เจี๊ยะได้บันทึกไว้
ท่านพระอาจารย์มั่นป่วยเป็นมาลาเรีย เรา(พระเจี๊ยะ,หลวงปู่เจี๊ยะ) เป็นพระคิลานุปัฏฐาก(พระผู้ดูแลพระที่อาพาธ)ประจำองค์ท่าน ปกตินิสัยท่านไม่ชอบเกี่ยวกับหยูกยาอะไร แม้ท่านจะอยู่ในวัยชราธาตุขันธ์กำลังร่วงโรยก็ตาม ท่านยังหนักหน่วงในธรรมโอสถ เป็นเครื่องประสานธาตุขันธ์อยู่ตลอดเวลา
ตามปกตินิสัยใจคอท่านพระอาจารย์มั่น เวลาท่านป่วยหนักคับขับทางธาตุขันธ์ร่างกายเข้าที่จนมุม ท่านมักคิดค้นด้วยสติปัญญาไม่ลดละ ในเวลาป่วย ท่านจะมีอุบายพิจารณาธรรมในขณะเดียวกัน ท่านถือว่า
หลวงปู่มั่น
“ทุกข์เวทนาที่เกิดขึ้นในกายเป็นเรื่องของสัจธรรมโดยตรง ต้องพิจารณาให้รู้ในสิ่งที่ควรจะรู้ได้ ไม่ปล่อยให้ทุกข์ย่ำยีเปล่าๆ เพื่อเป็นการฝึกซ้อมสติปัญญา ให้รู้เท่าทันเหตุการณ์ว่าสติปัญญาที่เคยอบรมและซักซ้อมมาเป็นเวลานาน ขณะเข้าสู่สงครามคือความทุกข์ทรมาน ใจจะไม่มีความหวั่นเกรงต่อความจริง ไม่มีความสะท้านหวั่นไหวกับพายุ... -
นั่งสมาธิแล้วปวดขา : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
“นั่งสมาธิแล้วปวดขา”
ถาม : ถ้าเรานั่งสมาธิจนขวปวดนี่คือต้องสู้ต่อหรือว่าเรา
พระอาจารย์ :ไม่สู้ เราเพียงแต่ปล่อยมันปวดไปเท่านั้นเอง อย่าไปสู้กับมัน
ถาม : ปล่อยคือ ยังนั่งต่อไป
พระอาจารย์ : นั่งต่อไป มันจะปวดก็เรื่องของมันอย่าไปยุ่งกับมัน อย่าไปอยากให้มันหายแล้วมันจะไม่ทุกข์ ที่มันทุกข์ที่มันนั่งไม่ได้เพราะอยากให้มันหาย พออยากแล้วมันก็ทุกข์ขึ้นมาในใจ ไอ้ที่ทนไม่ได้ไม่ใช่เพราะความปวดของร่างกายแต่ความทุกข์ของใจที่อยากจะให้ความปวดหายไป ก็ความอยากอีกเหมือนกัน แบบเดียวกับที่โยมเขาถามมา ก็อยากให้เขาเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ ไอ้นี่ก็อยากให้ความปวดหายไป มันก็เป็นความทุกข์ขึ้นมา
ดังนั้นอย่าไปอยาก มันปวดก็ให้มันปวดต่อไป ปวดมากกว่านี้ได้ไหม ถามมันดู ท้ามันไปเลย
ถาม : ไม่ต้องเปลี่ยนลุกมาเดิน
พระอาจารย์ : ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก ถ้าเราอยู่เฉยๆ ไม่ได้ หยุดความอยากไม่ได้ก็ใช้การท่องพุทโธไปช่วยก็ได้ ท่องพุทโธๆไปไม่สนใจกับมันแล้วเดี๋ยวความทุกข์ใจก็จะหายไป เหมือนกับความกลัวอย่างนี้ เวลาเรากลัวเราพุทโธๆไป เดี๋ยวความกลัวก็หายไป เวลาเราอยากให้ความเจ็บหายไป เราก็พุทโธๆ ไป... -
รู้ไว้ไม่เสียหาย! การเตรียมการรับมือกับภัยพิบัติจากสงครามนิวเคลียร์ และวิธีที่จะเอาชีวิตรอด
รู้ไว้ไม่เสียหาย!! การเตรียมการรับมือกับภัยพิบัติ จากสงครามนิวเคลียร์ และ วิธีที่จะเอาชีวิตรอดเมื่อเกิดสงครามนิวเคลียร์!?!
เราทุกคนคงจะทราบกันแล้วว่าสถานการณ์ของปัจจุบันนี้มีโอกาสเกิดสงครามนิวเครียร์มากๆ แล้วถ้ามันเกิดขึ้นจริงเราจะทำยังไง? เพื่อให้เรามีชีวิตรอดได้
สำหรับเรื่องนี้หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเองไกลตัว แต่เราจะเห็นได้ว่าในช่วงนี้ที่ต่างประเทศมีความขัดแย้งกันนับวันจะยิ่งเพิ่มทวีความรุนแรงขึ้น จุดสนใจของนานาประเทศก็ต้องจับตาว่าจะเกิดสงครามระหว่างประเทศขึ้นหรือไม่
ปัจจุบัน การเตรียมรับมือภัยพิบัติต่างๆ พบว่าในบรรดาภัยพิบัติทั้งหลายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ภัยพิบัติจากสงครามนิวเคลียร์เป็นสิ่งที่รับมือได้ยากที่สุด และต้องเตรียมการนานหลายปี เนื่องจากผลกระทบจากสงครามนิวเคลียร์นั้นกว้างขวางมากและส่งผลยาวนานหลายปี ถ้าจะรอให้สัญญาณของสงครามชัดเจนแล้วค่อยเตรียมตัวคงจะไม่ทันเวลา การเตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆย่อมดีกว่า
เนื่องจากสงครามใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากการรบกันด้วยอาวุธทั่วไปแล้ว... -
"ขอให้ภูมิใจในอำนาจวาสนาของตัวเอง" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
"ขอให้ภูมิใจในอำนาจวาสนาของตัวเอง"
" .. อย่างเรา "นับว่าเป็นวาสนาบารมี เกิดมาในท่ามกลางพุทธศาสนาแล้วยังได้นับถือและได้ปฏิบัติตัวตามแนวทางนี้ด้วย" เรายังมีร่องรอยมีช่องทาง มีความหวังที่จะเป็นไปตามแถวทางของพระพุทธเจ้า ที่จะถึงแดนแห่งความสมหวังเป็นลำดับลำดาไป
จนกระทั่งถึงความสมหวังอันสมบูรณ์ได้ "เพราะการประพฤติปฏิบัติตามศาสนธรรมของพระองค์" ถ้าจะเทียบถึงความได้เปรียบแล้ว มนุษย์เราเฉพาะอย่างยิ่งชาวพุทธและนักปฏิบัติ เป็นผู้ได้เปรียบแก่สัตว์ทั้งหลายทั่วโลกดินแดนอยู่มากมาย
"เพราะมีหวังทั้งปัจจุบัน" แม้สกลกายความเป็นอยู่ ต้องได้อาศัยปัจจัยทั้งหลายเช่นเดียวกับโลกทั่ว ๆ ไป "แต่ภายในก็มีอาหารเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสมที่สุด ได้แก่คุณธรรม" ไม่ได้เอายาพิษเป็นฟืนเป็นไฟเข้ามาเผาภายในจิตใจ
"เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ทั่วโลกดินแดนเพราะไม่มีธรรม" เนื่องจากไม่สนใจในธรรม สิ่งที่เข้าไปเกี่ยวข้อง สิ่งที่สัมผัสสัมพันธ์ก็มีแต่ฟืนแต่ไฟ นี่ .. จึงว่าได้เปรียบมากมาย
"ขอให้ภูมิใจในอำนาจวาสนาของตัวเอง" เราเกิดมาในชาตินี้ได้มอบกายถวายชีวิตกับพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์... -
เข้มสงฆ์ครั้งใหญ่คุมพฤติกรรมห้ามวัดโฆษณาวัตถุมงคล
วันนี้ (30 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงาว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ได้มีคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ที่1/2560 ลงวันที่ 28 ก.ย. เรื่อง ให้พระสังฆาธิการตรวจสอบพฤติกรรมและลงโทษพระภิกษุสามเณรในปกครอง โดยระบุว่า อาศัยอำนาจตามความในข้อ 7 (1) ถึง (5) แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ เห็นสมควรให้พระสังฆาธิการตรวจสอบพฤติกรรมและลงโทษพระภิกษุสามเณรในปกครอง ดังต่อไปนี้
1.พระภิกษุสามเณรผู้ทำการอันละเมิดกฎหมายบ้านเมือง และพ.ร.บ.คณะสงฆ์ ให้พระสังฆาธิการดำเนินการตามกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง มติ หรือประกาศมหาเถรสมาคมที่เกี่ยวข้อง และประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้เข้าดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัดกับพระภิกษุสามเณรผู้มีพฤติกรรมดังกล่าว
2.พระภิกษุสามเณรผู้วิพากษ์วิจารณ์ หรือแสดงตนในทางกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และความสงบสุขของประชาชน หรือส่อไปในทางยั่วยุ ปลุกปั่น ทำลาย ก้าวร้าวรุนแรง และไม่สร้างสรรค์... -
ส่อเค้าความจริงเริ่มจะปรากฎเฉกเช่นคำทำนาย!! ถอดรหัสจากพุทธทำนาย จากใบลานเก่า จากประเทศลาว
ส่อเค้าความจริงเริ่มจะปรากฎ..เฉกเช่นคำทำนาย!! ถอดรหัสจากพุทธทำนาย จากใบลานเก่า จากจังหวัดอัตตะบือ ประเทศลาว!?!
วันเสาร์ 30 กันยายน 2017 7:23 pm สังคม
สำหรับวันสิ้นโลกที่ทุกคนต่างจะได้ยินกันมาหนาหูแล้ว ไม่ว่าจะเป็นข่าวลือที่ว่าจะมีวัตถุประหลาดพุ่งเข้าชนโลก ทำให้เกิดภัยพิบัติอันตรายครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้นบนโลก และจะทำให้โลกถึงแก่กาลอวสาน และมวลมนุษยชาติจะดับสูญทั้งสิ้นนั้น แต่แล้วก็ยังไม่เกิดขึ้น! จะว่าไปแล้วคำทำนายเรื่องวันสิ้นโลก หรือภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในเมืองมนุษย์ ก็มีอยู่หลายเรื่อง แม้แต่ในพระพุทธศาสนาเอง ก็เคยมีผู้มีญาณหยั่งรู้ได้ทำนายทายทักความหายนะที่พร้อมจะเกิดขึ้นในอนาคตไว้เช่นกัน แน่นอนว่า คำทำนายดังกล่าวย่อมมีทั้งผู้ที่ “เชื่อ” และ “ไม่เชื่อ”
เมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2550 มีคุณยายผู้ปฏิบัติธรรมท่านหนึ่งได้นำหนังสือเรื่องพุทธทำนายฉบับถอดรหัสมา ให้อ่าน ในขณะที่ผู้เขียนได้จัดสรรเวลาของตนเอง ไปฝึกทำสมาธิภาวนา วิปัสสนาภาวนา และเมตตาภาวนา ที่วัดเพลง แขวงและเขต บางพลัด ซึ่งพระอาจารย์ พระมหาฉัตรชัย รักขิตจิตโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสสอนนำการทำสมาธิภาวนา วิปัสสนาภาวนา และเมตตาภาวนา... -
ระวังตัวไว้เถิด เพราะนรกมีจริง!! "หลวงพ่อทูล"วัดป่าบ้านค้อ เล่า โปรด "โยมพ่อ"ใน"นรก
ระวังตัวไว้เถิด เพราะนรกมีจริง!!!! "หลวงพ่อทูล" วัดป่าบ้านค้อ เล่าประสบการณ์ โปรด "โยมพ่อ" ใน "นรก"
พระปัญญาพิศาลเถร (ทูล ขิปฺปปญฺโญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านค้อ ในตลอดระยะเวลา ๒๓ ปี ที่ท่านเป็นเจ้าอาวาส ท่านได้ทุ่มเทกาย ทุ่มเทใจในการช่วยพัฒนาพระพุทธศาสนา และทำคุณประโยชน์อันมากมาย และสร้างบูรณะสิ่งต่าง ๆในวัดป่าบ้านค้อแห่งนี้ และเป็นพระนักพัฒนา ทำประโยชน์ให้กับสังคมอีกมากมาย หลวงพ่อท่านได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงถือว่า ท่านพ้นจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านค้อ
ครั้งหนึ่งท่านเคยเล่าถึง ประสบการณ์จากการภาวนา ไว้ดังนี้ ..
+++ โปรดโยมพ่อในนรก +++
เมื่อภาวนาไปได้ ๓ วัน ในคืนนั้น ได้เกิดนิมิตเห็นเส้นทางอันราบรื่นขึ้นต่อหน้า ข้าพเจ้าได้ออกเดินทางตามทางนั้นไป อีกพักหนึ่ง ได้เห็นประตูเหล็กขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้า มีชายฉกรรจ์รักษาประตูอยู่ ๔ คน แต่ละคนถือหอกดาบครบมือ มีหน้าตาเคร่งขรึม ยืนนิ่งอยู่ ข้าพเจ้าก็เดินเข้าไปหาเพื่อจะถามว่านี้เป็นสถานที่อะไร ทางนี้จะไปที่ไหน ทั้ง ๔ คนนั้นได้ไหว้แสดงความเคารพนอบน้อมเป็นอย่างดี แล้วได้พูดขึ้นว่า ที่นี่เป็นประตูเข้าไปสู่ “ยมโลก”... -
มือหลุดจากประตูสวรรค์หงายท้องตกลงนรกทันที !! ภิกษุพึงระวัง หากทำไม่ดี ร้ายแรงยิ่งกว่าคนธรรมดา!
มือหลุดจากประตูสวรรค์หงายท้องตกลงนรกทันที !! ภิกษุพึงระวัง หากทำไม่ดี ความผิดร้ายแรงยิ่งกว่าคนธรรมดา! คำเตือนจากหลวงพ่ออินทร์ถวาย
พระสงฆ์ถ้าคิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำไม่ดี นี่ตกนรกได้ง่ายมากนะ หลวงพ่อเคยได้ยินคำพังเพยของพี่น้องชาวเชียงใหม่ที่ว่า พระสงฆ์ถ้าหากว่าทำดี มือหนึ่งเกาะประตูสวรรค์ แต่ตีนข้างหนึ่งเหยียบปากนรกอยู่ แต่พอมือหลุดจากประตูสวรรค์หงายท้องตกลงนรกทันทีเลยนะ แต่ถ้าหากว่าทำดีตีนเหยียบปากนรกยันเข้าประตูสวรรค์ไปเลย ถ้าทำดีก็ขึ้นสวรรค์เร็ว แต่ถ้าทำไม่ดี มันก็ลงนรกเร็วเหมือนกันนะ
ทั้งนี้เพราะสงฆ์เป็นอยู่ด้วยปัจจัย ๔ ของฆราวาสญาติโยม เขาอธิษฐานแล้วอธิษฐานอีกก่อนจะใส่บาตร ทั้งครอบครัว ทั้งลูก สามี ภรรยา เตรียมทำอาหารเพื่อจะใส่บาตรพระสงฆ์ ในเมื่อพระสงฆ์บวชเข้ามาแล้ว ทำตัวไม่ดี เกเร คิดแต่จะออกนอกลู่นอกทาง อย่างนี้พาลจะตกนรกเอาได้ง่ายๆ นะ
อันนี้เป็นคำพังเพยของชาวเชียงใหม่ ซึ่งหลวงพ่อก็เห็นด้วยนะเพราะว่าเราเลี้ยงชีวิตเนื่องด้วยผู้อื่น เราควรจะทำดีอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า “ดูกรพระสงฆ์ ถ้าหากว่าพวกท่านทั้งหลาย ทานอาหารของชาวบ้านแล้ว พิจารณาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ได้เห็นความเกิด... -
หลวงพ่ออุตมะปะทะโจร!! โจรคิดว่าสายลับจะเอาไปยิงทิ้ง ด้วยบุญบารมีเพราะมีสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งช่วยไว้
วินาทีชีวิต...หลวงพ่ออุตมะปะทะโจร!! โจรคิดว่าสายลับจะเอาไปยิงทิ้ง ด้วยบุญบารมีรอดมาได้เพราะมีสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งช่วยไว้
“หลวงพ่ออุตตมะ” คือพระมอญผู้มีฉายาว่า “อุตตมรมฺโพ” แปลว่า “ผู้มีความภาคเพียรอันสูงสุด” สอบได้เปรียญธรรม ๗ ประโยคที่สำนักวัดสุการี เมืองสะเทิม ประเทศพม่า เมื่อปี ๒๔๘๒ จากนั้นก็ธุดงค์ไปทั่วภาคตะวันออกเฉียงใต้ของพม่าและภาคเหนือของไทย มีเรื่องเล่าถึงการยึดมั่นในสัจจะอธิษฐานว่าครั้งหนึ่งหลวงพ่อไปปักกลดอยู่ในที่ห่างไกลจากผู้คนไม่ปลอดภัย มีชาวบ้านที่หากินทางล่าสัตว์และหาปลามานิมนต์ให้ไปพักกับเขาในหมู่บ้าน แต่หลวงพ่อตอบปฏิเสธไปว่า
“โยมกลับไปเถอะ อาตมาอธิษฐานมาธุดงค์แล้ว อันตรายยังไงอาตมาก็อธิษฐานไปแล้ว อันตรายยังไม่เกิด แต่อธิษฐานเกิดแล้ว อาตมาไม่อยากเสียอธิษฐาน จะอันตรายยังไงก็แล้วแต่บุญบารมีของอาตมาเถิด”
ทุกเหตุการณ์ที่หลวงพ่อเผชิญอันตราย ได้แสดงถึงความเด็ดเดี่ยวเชื่อมั่นในธรรมะอย่างไม่หวั่นไหว
อีกเรื่องที่หลวงพ่ออุตตมะชอบเล่าให้ฟัง และยังจำไม่ลืม เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นราว ๔ โมงเย็น หลวงพ่อเดินธุดงค์ไปถึงต้นน้ำตะไลอ่อง ใกล้ชายแดนไทย-พม่า...
หน้า 358 ของ 440