คลังเรื่องเด่น
-
พระเมรุมาศจำลอง 85 แห่ง ทั่วประเทศ เสร็จ 100% แล้ว
ความคืบหน้า ในการเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่คนทั้งประเทศมองเห็นได้ชัดเจนอย่างหนึ่ง คือ การสร้างพระเมรุมาศจำลอง 85 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งวันนี้นับได้ว่า เสร็จสิ้นแล้วทั้ง 85 แห่งทั่วประเทศ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชานุญาตให้รัฐบาลจัดสร้างพระเมรุมาศจำลอง 85 แห่ง เพื่อให้คนไทยทุกคน ได้มีส่วนร่วมถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ออกแบบอย่างงดงามและสมพระเกียรติ เช่นเดียวกับพระเมรุมาศจริง โดยให้แผนกสถาปนิกในพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมศิลปากร ได้ร่วมกันจัดทำแบบก่อสร้างจำลองขึ้น
รูปแบบเป็นสถาปัตยกรรมไทยรูปทรงบุษบก 7 ชั้น ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 16 เมตร สูงจากพื้น 45 เซนติเมตร มีองค์พระเมรุมาศตั้งอยู่กึ่งกลาง ขนาด 4.50 คูณ 4.50 เมตร ความสูงรวมฐานประมาณ 22.35 เมตร ซึ่งมีกำหนดต้องสร้างให้เสร็จสินทั้งหมด ตั้งแต่ 15 ตุลาคม 2560
กรุงเทพฯ จะมีพระเมรุมาศจำลองทั้งหมด 9 แห่ง ที่พิเศษสุด คือ พระเมรุมาศจำลองที่บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต เป็นพระเมรุมาศจำลององค์เดียวที่ทำจากไม้สักทองทั้งหลัง... -
ท้องฟ้าเหนือ “กรุงลอนดอน” เปลี่ยนเป็นสีเหลืองผิดปกติ
ท้องฟ้าเหนือกรุงลอนดอนแปรเปลี่ยนเป็นโทนสีเหลืองผิดปกติ หลังพายุโอฟีเลียพัดฝุ่นทรายจากซาฮารา และควันจากเหตุไฟป่าโปรตุเกส
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ท้องฟ้าเหนือกรุงลอนดอนกลายเป็นสีเหลือง หลังจากที่พายุโอฟีเลียได้พัดพาเอาฝุ่นทรายจากทะเลทรายซาฮาราในแอฟริกาเหนือ และควันไฟจากไฟป่า ที่เกิดขึ้นในโปรตุเกสและสเปนทางตอนใต้ของยุโรปเข้าสู่เกาะอังกฤษ ขณะที่ได้บดบังแสงจากดวงอาทิตย์ ชาวลอนดอนต่างประหลาดใจต่อปรากฏการณ์ดังกล่าว และได้พากันแชร์รูปในสื่อออนไลน์
ทั้งนี้ พายุโอฟีเลียได้ลดระดับความรุนแรงจากพายุเฮอร์ริเคนในวันนี้ แต่ก็ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายในไอร์แลนด์ โดยพายุโอฟีเลีย นับเป็นพายุที่มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบ 50 ปี
โฆษกสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของอังกฤษกล่าว “ตอนที่โอฟีเลียเคลื่อนตัวมาจากกลุ่มเกาะอะโซร์ส พายุลูกนี้หอบเอาฝุ่นทะเลทรายซาฮารามาจากแอฟริกาเหนือด้วย เช่นเดียวกับฝุ่นจากไฟป่าในสเปนและโปรตุเกส สีเหลืองนี้มาจากฝุ่นที่ลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ และองค์ประกอบสีน้ำเงินของแสงอาทิตย์กระเจิงออกไปเพราะฝุ่น แต่องค์ประกอบสีแดงลอดผ่านมาได้ ดังนั้นแสงอาทิตย์จึงแดงกว่าเดิม... -
อย่าหลงสมาธิอย่างเดียว
...ถ้าหลงระเริงเล่นแต่อารมณ์สมาธิอย่างเดียว จะคิดว่าเราตายคราวนี้หวังได้สวรรค์ พรหมโลก นิพพานนั้น (เอาแน่เอานอนไม่ได้) เพราะถ้าก่อนตายมีทุกขเวทนามาก จิตอาจจะทรงอารมณ์ไม่อยู่ ถ้าจิตเศร้าหมองขุ่นมัวเมื่อก่อนตาย อาจจะไปอบายภูมิ คือนรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดียรัจฉานได้ ตัวอย่างพระเทวทัต ท่านได้อภิญญาโลกีย์มีฤทธิ์มาก แต่ก่อนจะตายเกิดมีอารมณ์หลงผิดคิดประทุษร้ายพระพุทธเจ้า เมื่อตายแล้วลงอเวจีมหานรกไป พวกเราเองก็เหมือนกันถ้าหลงทำเฉพาะสมาธิ ไม่หาทางเอาธรรมะอย่างอื่นเข้าประคับประคอง ถ้าเมื่อเวลาตายเกิดมีอารมณ์เศร้าหมองเข้าครองใจ สมาธิก็ไม่สามารถช่วยได้ จึงต้องใช้ธรรมมะอย่างอื่นเข้าประคองใจด้วย ธรรมะที่ช่วยประคองใจให้เกิดความมั่นคงไม่ต้องลงอบายภูมิ มีนรกเป็นต้นนี้ก็ได้แก่ กรรมบถ ๑๐ ประการ คือ
๑. ไม่ฆ่าสัตว์หรือไม่ทรมานสัตว์ให้ได้รับความลำบาก
๒. ไม่ลักทรัพย์ คือไม่ถือเอาทรัพย์ของผู้อื่นที่เขาไม่ให้ด้วยความเต็มใจ
๓. ไม่ทำชู้ในบุตรภรรยาและสามีของผู้อื่น (ขอแถมนิดหนึ่ง ไม่ดื่มสุราเมรัยที่ทำให้มึนเมาไร้สติ)
๔. ไม่พูดวาจาที่ไม่ตรงความเป็นจริง
๕. ไม่พูดวาจาหยาบคายให้สะเทือนใจผู้รับฟัง
๖.... -
ขมวดท้ายเป็นไปนิพพานได้ทุกกอง(พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
ขมวดท้ายเป็นไปพระนิพพานได้ทุกกอง
ถาม : มาฝึกกสิณตอนนี้รู้สึกว่าจะสายไปหรือเปล่า ?
ตอบ : ไม่มีคำว่าสาย พร้อมจะเริ่มเมื่อไรก็เอาเลย การปฏิบัติทุกอย่างลงมือเมื่อไรก็เป็นคุณแก่ตัวเมื่อนั้น
ถาม : ถ้าเราตั้งใจปฏิบัติเพื่อการหลุดพ้น แล้วการที่มาเล่นกสิณนี่จะถูกทางไหมครับ ?
ตอบ : กรรมฐานทุกกองในกรรมฐาน ๔๐ หรือมหาสติปัฏฐานก็ตาม ถูกทางทั้งนั้น เพียงแต่ว่าเราจะขมวดปลายเป็นไหม ? เราเล่นกสิณพอถึงวาระสุดท้ายเราก็พิจารณาเป็นวิปัสสนาญาณว่า รูปภาพกสิณจริง ๆ ก็มีความไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ แรก ๆ ก็เป็นภาพของอุคหนิมิตคือ เป็นรูปกสิณตามนั้น หลังจากนั้นมาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากสีเดิมก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ กลายเป็นสีขาวจากสีขาวก็เจิดจ้าไป ถึงวาระสุดท้ายก็อธิษฐานให้มาก็ได้ให้ไปก็ได้ ไม่มีความเที่ยงแท้แน่นอนแม้แต่อย่างเดียว
ถ้าเราตั้งความปรารถนาว่าจะให้ดำรงอยู่ตลอดกาลสมัย เราก็ประกอบไปด้วยความทุกข์ แล้วในที่สุดแม้กระทั่งตัวเราเองที่เป็นผู้ทรงกสิณอยู่เราก็ตาย ภาพกสิณที่เราเห็นก็สลายตัวได้ วัตถุที่เราเอามาทำเป็นดวงกสิณ ก็สลายตัวได้ ไม่มีอะไรเหลืออยู่ ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีอะไรดำรงอยู่ได้... -
ถ้าหากเข้าใจว่าความตายเป็นเรื่องปกติแล้ว เราจะหมดความกลัวทุกอย่างเลย
ถ้าหากเข้าใจว่าความตายเป็นเรื่องปกติแล้ว เราจะหมดความกลัวทุกอย่างเลย
(คุยกับพระ) ผมตามดูมาเป็นปี ๆ เรื่องกลัวตาย เช่น กลัวผี ผีหลอกแล้วจะทำอย่างไร ? ก็บีบคอเรา แล้วเราจะเป็นอย่างไร ? เราก็ตาย หรือเข้าป่ากลัวงูกัด กัดแล้วเป็นอย่างไร เดี๋ยวก็ตาย ท้ายสุดมาลงที่ตายหมดเลย เพราะฉะนั้น..ผมเลยมาสรุปว่าความกลัวทั้งหมด ไม่ว่ากลัวจากภายในหรือภายนอก เกิดจากกกลัวตายอย่างเดียว
กลัวแล้วก็ปรุงแต่ง ผมไปนั่งกรรมฐานในป่าช้า พอดึก ๆ เสียงอะไรดัง จะได้ยินชัดมาก เราก็ฟัง..เสียงดังอย่างนี้เหมือนเสียงงูเลื้อย ตัวน่าจะโตประมาณนิ้วมือ ก็ถือไฟฉายจะไปส่องดู ที่ไหนได้...ยังไม่ทันได้ส่องเลย เกิดคิดแวบขึ้นมาว่า “ตัวขนาดนั้น ถ้ามีพิษเราโดนกัดก็ตายนะ” คราวนี้คิดไปใหญ่เลย “อาจจะใหญ่กว่าขนาดที่เราคิดไว้อีก” คิดไปเรื่อย ปรุงไปเรื่อย ประมาณชั่วโมงเดียวงูตัวนั้นใหญ่เท่าเสาเลย ก็คือจิตคิดปรุงแต่งเพิ่มไปเรื่อย
ในสถานการณ์จริงนั้นสิ่งที่เราซ้อมมายังใช้ไม่ได้ ยังเป็นแค่เราจำได้ ยังไม่ใช่ทำได้ เพราะฉะนั้น..เราจะทำอย่างไร ? เราก็สมมติสถานการณ์แล้วก็ซ้อมบ่อย ๆ เขาถึงได้บอกว่าต้องออกธุดงค์ ต้องเข้าป่า ต้องนอนป่าช้า... -
ชาวน่านแห่รับ ครูบาน้อย ถ้ำเชตวัน หลังตัดขาดโลก จำพรรษาในถ้ำ 3 ปี
เป็นความเชื่อและพลังศรัทธาของชาวน่าน สำหรับ ครูบาน้อย จ.น่าน หรือ พระญาณวิไชย ภิกขุ หรือ “ครูบาน้อย” แห่ง พุทธสถานถ้ำเชตวัน ต.สันทะ อ.นาน้อย จ.น่าน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประกาศตัดทางโลก 3 ปี เข้ากรรมฐานในถ้ำ ไม่พบใคร และ ไม่ให้ใครพบ
ซึ่งพบว่าในวันนี้ (15 ต.ค.) เมื่อเวลา 13.33 น. ครูบาน้อย ได้ออกถ้ำหลังจากจำพรรษา 3 ปี 3 เดือน 3 วัน โดยฉันแต่ผลไม้ และน้ำเท่านั้น ซึ่งพบว่าประชาชนได้เดินทางมารอรับจำนวนทำให้รถติดยาวเป็นกิโลเลยทีเดียว
รถติดเป็นกิโล!! ชาวบ้านแห่รับ 'ครูบาน้อย' หลังจำพรรษาในถ้ำ 3 ปี โดยไม่พบใครตัดขาดโลกภายนอก
ชาวบ้านชาวน่านแห่รับ ครนูบาน้อย ด้วยความเชื่อและแรงศรัทธา สำหรับ ครูบาน้อย จ.น่าน หรือ พระญาณวิไชย ภิกขุ หรือ “ครูบาน้อย” แห่ง พุทธสถานถ้ำเชตวัน ต.สันทะ อ.นาน้อย จ.น่าน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประกาศตัดทางโลก 3 ปี เข้ากรรมฐานในถ้ำ ไม่พบใคร และ ไม่ให้ใครพบและเมื่อวานที่ผ่านมา ครูบาน้อยนั้นได้ออกจากถ้ำ
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา เวลา 13:33 ครูบาน้อย ได้ออกถ้ำหลังจากจำพรรษา 3 ปี 3 เดือน 3 โดยครูบาน้อยเองได้ฉันแต่ผลไม้และน้ำเท่านั้น... -
“ใครที่ถือวิสาสะบังอาจไปลบไปตัดไปทอนพระอภิธรรมและพระธรรมวินัย นั่นละมันจะลงนรก”หลวงตามหาบัว
“ใครที่ถือวิสาสะบังอาจไปลบไปตัดไปทอนพระอภิธรรมและพระธรรมวินัย นั่นละมันจะลงนรก”
(เทศนาโดย หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
(เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๓)
ศาสนาพุทธเรามีกฎมีระเบียบเรียบร้อย ไม่ว่าขั้นใดของประชาชนผู้เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า ขั้นนี้ ๆ เป็นลำดับ ขั้นนี้เป็นแกงหม้อใหญ่ก็ควรให้เหมาะสมกับแกงหม้อใหญ่ อันนี้แกงหม้อเล็กก็เหมาะสมกับแกงหม้อเล็ก แกงหม้อจิ๋วก็เหมาะสมกับแกงหม้อจิ๋ว ธรรมพระพุทธเจ้าวางระเบียบเรียบไปหมดหาที่ต้องติไม่ได้
แต่ผู้ทำลายธรรมพระพุทธเจ้าก็คือพวกเราเสียเอง สำคัญตรงนี้นะ ท่านสอนให้ทำอย่างนั้นกลับทำอย่างนี้ ให้ทำอย่างนี้กลับไปทำอย่างนั้น มันเป็นข้าศึกของศาสนาก็คือพวกเรา และมิหนำซ้ำก็จะตัดทอนคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร ออกมาเป็นการประกาศไปก็ได้ มันเริ่ม ๆ มีแล้วเวลานี้ ที่จะทำลายศาสนาพระพุทธเจ้าด้วยวิธีการต่าง ๆ มีเยอะ เอ้า ภายในวัดก็ทำลายอีกแบบหนึ่ง ส่วนมากเป็นวัดเป็นผู้ที่จะชี้แจงแสดงอรรถธรรมออกสู่ประชาชน
ถ้าทางวัดทางพระศึกษามาด้วยดี ปฏิบัติมาโดยชอบธรรมแล้วออกมาไม่ค่อยผิดพลาด ถ้าไปศึกษาเฉย ๆ ไม่สนใจกระทั่งว่าศีลเป็นยังไง ศีลเป็นยังไงไม่สนใจ... -
นักปฏิบัติด้วยกัน จะทราบภูมิธรรมของกันและกัน
นักปฏิบัติด้วยกัน จะทราบภูมิธรรมของกันและกัน
“…ในวงพระปฏิบัติระหว่างเพื่อนนักปฏิบัติด้วยกัน และระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์ จะทราบภูมิของกันและกันได้ และทำให้เกิดความเคารพเลื่อมใสต่อกันมาก ย่อมทราบจากการสนทนาธรรมกันทางภาคปฏิบัติ เมื่อเล่าความจริงที่จิตประสบและผ่านไปสู่กันฟัง ย่อมทราบถึงภูมิจิตภูมิธรรมของผู้นั้นทันทีว่าอยู่ในภูมิใด
บรรดาศิษย์ที่ทราบภูมิของอาจารย์ได้ ย่อมทราบในขณะที่เล่าธรรมภายในจิตของตนถวายท่าน หรือเล่าตอนที่จิตติดขัดอยู่กับอารมณ์ที่ยังแยกจากกันไม่ออก ว่าจะควรปฏิบัติต่อกันอย่างไร ถ้าอาจารย์เป็นผู้รู้หรือผ่านไปแล้ว ท่านจะต้องอธิบายเพิ่มเติมต่อจากที่ตนเล่าถวายท่านแล้วนั้น หรือชี้แจงตอนที่ตนกำลังติดขัดอยู่ ให้ทะลุปรุโปร่งอย่างไม่มีที่ขัดข้องต้องติใด ๆ เลย
อีกประการหนึ่ง ลูกศิษย์เกิดความสำคัญตนผิด คิดว่าตนผ่านพ้นไปโดยสิ้นเชิงแล้ว แต่ท่านทราบว่าเป็นความเห็นที่ยังไม่ตรงตามความเป็นจริงที่ท่านผู้เห็นมาโดยถูกต้อง ท่านจำต้องอธิบายเหตุผลและชี้แจงให้ฟังตามจุดที่ผู้นั้นสำคัญผิด จนยอมรับเหตุผลอันถูกต้องจากท่านเป็นตอน ๆ ไป จนถึงที่ปลอดภัย
เมื่อต่างได้สนทนากันตามจุดต่าง ๆ แห่งธรรม... -
"ความขยันหมั่นเพียร เป็นยอดแห่งธรรม"
"ความขยันหมั่นเพียร เป็นยอดแห่งธรรม"
" .. ความขยันหมั่นเพียร เป็นยอดแห่งธรรม คำว่า "ความขยั่นหมั่นเพียร มีทั้งภายนอก ภายใน"
"ภายนอกนั้น" ผู้ที่เป็นนักบวช ก็ต้องขยันหมั่นเพียรในการปัดกวาดเช็ดถู แต่ก่อนอื่นที่จะปัดกวาดนั้น ต้องพร้อมเพรียงกันถางหญ้าดายหญ้าในบริเวณวัดที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในฤดูกลางพรรษา ไม่ว่าวัดใดย่อมมีหญ้าขึ้นเป็นธรรมดา
เมื่อได้รับอุบายนี้เมื่อไรแล้ว ให้เณรทุกรูปศิษย์วัดทุกคน ลุกขึ้นจับจอบดายหญ้า พระทุกรูปก็ลุกขึ้นปัดกวาดพร้อมกันไป ให้เห็นว่าเป็นกิจของส่วนรวมของหมู้คณะ อย่านั่งดูดายเป็นอันขาด
"ส่วนความขยันหมั่นเพียรภายในนั้น" ได้แก่ การท่องบ่นสาธยาย ศึกษาเล่าเรียน ฟังเทศน์ฟังธรรม กราบพระทำวัตรเช้าเย็น สวดมนต์ภาวนา ท่องคาถา นั่งสมาธิไม่ให้ขาด กลางวัน ๒ ชั่วโมง กลางคืน ๒ ชั่วโมง
"ส่วนการตั้งจิตนั้น ให้กำหนดลมหายใจ เมื่อหายใจเข้าก็ให้มีสติว่านี่ลมหายใจเข้าไป เมื่อลมหายใจออก ก็ให้มีสติว่านี่ลมหายใจออก" ไม่ให้ลืมเป็นอันขาด จงเลียนแบบลมหายใจตั้งแต่เราเกิดมาไม่เห็นมันหยุดสักที
"ถ้าหากลมหายใจหยุด เราก็ตายเป็นผีเฝ้าปฐพีเท่านั้นเอง"... -
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน พระพหุปุตติกาเถรีผู้ถูกบุตรธิดาทอดทิ้ง
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน พระพหุปุตติกาเถรีผู้ถูกบุตรธิดาทอดทิ้ง
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภพระพหุปุตติกาเถรี ตรัสพระธรรมบท พระคาถาที่ 115 นี้
ครั้งหนึ่ง ในนครสาวัตถี มีตระกูลหนึ่ง มีบุตรชาย 7 คนและบุตรสาว 7 คน บุตรชายและบุตรสาวทั้ง 14 คนเมื่อเจริญวัยแล้ว ก็ได้แต่งงานและดำรงครอบครัวมีความสุขตามอัตภาพ ต่อมา บิดาของคนเหล่านั้นได้เสียชีวิตลง มารดาก็ยังเก็บสมบัติทั้งหมดเอาไว้โดยที่มิได้แบ่งให้แก่บุตรชายและบุตรสาวแต่อย่างใด บุตรชายและบุตรสาวทั้งหลายต่างต้องการมรดกจึงได้กล่าวกับมารดาว่า “จะมีประโยชน์อะไรที่แม่ต้องเก็บมรดกนี้ไว้ แม่ควรแบ่งมรดกให้แก่พวกเรา พวกเราก็จะช่วยกันคอยดูแลแม่” พวกบุตรชายและบุตรหญิงต่างช่วยกันพูดกรอกหูมารดาอยู่ทุกวัน จนฝ่ายมารดาเชื่อว่าพวกเขาจะเลี้ยงดูตน นางจึงตัดสินใจแบ่งมรดกทั้งหมดให้แก่บุตรและธิดา โดยที่มิได้เก็บส่วนใดไว้สำหรับตนเองเลย
หลังจากที่ได้แบ่งมรดกกันไปเรียบร้อยแล้ว นางผู้มารดาก็ได้ไปอยู่กับบุตรชายคนหัวปีเป็นคนแรก ลูกสะใภ้คนโตได้บ่นว่า “คุณแม่มาอยู่กับพวกเราที่นี่ ราวกับว่าแบ่งมรดกให้เรา 2 ส่วน กระนั้นแหละ”... -
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน นางกิสาโคตมีหาเมล็ดผักกาด
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน นางกิสาโคตมีหาเมล็ดผักกาด
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภนางกิสาโคตมี ตรัสพระธรรมบท พระคาถาที่ 114 นี้
นางกิสาโคตมี เป็นธิดาของตระกูลเก่าแก่แห่งกรุงสาวัตถี ที่นางได้ชื่อว่า “กิสาโคตมี” เพราะมีรูปร่างบอบบาง นางแต่งงานกับบุตรเศรษฐี และให้กำเนิดบุตร 1 คน ต่อมาบุตรนั้นได้เสียชีวิตในช่วงที่กำลังหัดเดิน นางมีความเศร้าโศกเสียใจมีความอาลัยในบุตรมาก นางได้อุ้มบุตรที่เสียชีวิตนั้น เที่ยวตระเวนไปถามผู้คนบ้านโน้นบ้านนี้ ว่าจะต้องใช้ยาชนิดใดถึงจะรักษาบุตรให้กลับมามีชีวิตดังเดิมได้ ผู้คนที่เห็นต่างเข้าใจว่านางวิกลจริต แต่ก็มีบุรุษเป็นบัณฑิตคนหนึ่ง เห็นนางแล้วคิดว่า “หญิงผู้นี้คงจะคลอดบุตรท้องแรก ไม่เคยเห็นคนตายมาก่อน ควรที่จะให้ความช่วยเหลือด้วยการแนะนำแนวทางที่ถูกที่ควรให้” เขาจึงได้กล่าวกับนางว่า “แม่หนู ฉันไม่รู้จักยาที่จะรักษาบุตรของนางหรอก แต่ฉันพอรู้จักคนผู้รู้จักยานั้น” “ผู้นั้นคือใครล่ะคะ” “พระศาสดานะสิ นางจงไปถามพระองค์เถิด” นางจึงเดินทางไปเฝ้าพระศาสดาและทูลถามถึงยาที่จะนำมาใช้รักษาบุตรของนางให้กลับฟื้นคนคืนชีพดังเดิม... -
ทรงซ้อมริ้วขบวน ‘พระเทพฯ-พระองค์หญิง’ทรงร่วมฝึกเสมือนจริง
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงร่วมซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร “พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีฯ” ทรงม้านำซ้อมริ้วขบวนที่ 6 เชิญพระบรมราชสรีรางคาร “ปชช.” เนืองแน่นแห่ชม ทั่วประเทศจัดอุปสมบทหมู่ถวายเป็นพระราชกุศล
เมื่อวันที่ 15 ต.ค. เวลา 08.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงร่วมฝึกซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมเสมือนจริงเป็นครั้งที่ 2 ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดขึ้นที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยทรงริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วขบวนที่ 1-3 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ
ทั้งนี้ การซ้อมริ้วขบวนครั้งนี้ เป็นการซ้อมริ้วขบวนที่ 1-3 และริ้วขบวนที่ 6 จากทั้งหมด 6 ริ้วขบวน โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ และกำลังพลจากกรมสรรพาวุธ และกองทัพภาคที่ 1 จำนวนกว่า 3,000 นาย และมีราชสกุล ข้าราชบริพาร รวมทั้งผู้ถวายงาน... -
ทรงสอนให้ปรับปรุงตัวตลอดเวลา ( พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช )
“ การดำรงชีวิตที่ดี...จะต้องปรับปรุงตัวตลอดเวลา
การปรับปรุงตัว จะต้องมีความเพียร
และความอดทนเป็นที่ตั้ง
ถ้าคนเราไม่หมั่นเพียร ...ไม่มีความอดทน
ก็อาจจะท้อใจไปโดยง่าย เมื่อท้อใจไปแล้ว
...ไม่มีทางที่จะมีชีวิตเจริญรุ่งเรืองแน่ๆ...”
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระราชทานแก่ครูและนักเรียน โรงเรียนจิตรลดา ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๓
********************************************************************** -
สมาธิเล็กน้อย ก็ไปนิพพานได้..
สมาธิเล็กน้อย ก็ไปนิพพานได้..
จากหนังสือ. พระคุณพ่อ พระราชพรหมยาน ( ครบรอบ 100 ปีเกิด) -
ปฏิบัติง่ายๆ ไปง่ายๆ
ปฏิบัติง่ายๆ ไปง่ายๆ
จากหนังสือ พระคุณพ่อ พระราชพรหมยาน (ครบรอบ 100 ปีเกิด) -
ทำบาปมาก จะไปนิพพานอย่างไร..
ทำบาปมาก จะไปนิพพานอย่างไร..
จากหนังสือ พระคุณพ่อ พระราชพรหมยาย (ครบรอบ 100 ปีเกิด) -
วิธีนั่งสมาธิ โดยหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระปรมาจารย์ใหญ่สายกรรมฐาน องค์ท่านเมตตาสอนว่า “การบำรุงรักษาสิ่งใดๆ ในโลก การบำรุงรักษาตนคือใจเป็นเยี่ยม จุดที่เยี่ยมยอดของโลกคือใจ ควรบำรุงรักษาด้วยดี ได้ใจแล้วคือได้ธรรม เห็นใจตนแล้วคือเห็นธรรม รู้ใจแล้วคือรู้ธรรมทั้งมวล ถึงใจตนแล้วคือถึงพระนิพพาน ใจนี่แลคือสมบัติอันล้นค่า จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะมองข้ามไป คนพลาดใจ คือไม่สนใจปฏิบัติต่อใจดวงวิเศษในร่างนี้ แม้จะเกิดสักร้อยชาติพันชาติก็คือผู้เกิดผิดพลาดนั่นเอง”
การนั่งสมาธิภาวนา คือการทำจิตใจของตนให้ตั้งมั่น ชำระจิตใจของตนให้ผ่องใส ทำใจให้สงบสบาย หลวงปู่มั่น องค์ท่านกล่าวว่า “การภาวนา คือการอบรมใจให้ฉลาดเที่ยงตรงต่อเหตุผล อรรถธรรม รู้จักวิธีปฏิบัติต่อตัวเองและสิ่งทั้งหลาย ไม่ให้จิตผาดโผนโลดเต้นแบบไม่มีฝั่งมีฝา ยึดการภาวนาเป็นรั้วกั้นความคิดฟุ้งของใจให้อยู่ในเหตุผล อันจะเป็นทางแห่งความสงบสุขใจ ที่ยังมิได้รับการอบรมจากการภาวนา”
ก่อนอื่นที่เราจะนั่งสมาธิภาวนา ให้หาสถานที่อันเป็นมุมสงบ นั่งเข้าที่เอาขาขวาทับขาซ้าย เอามือขวาทับมือซ้าย ตั้งกายให้ตรงดำรงสติให้มั่น ไม่เอียงซ้ายนัก ไม่เอียงขวานัก ไม่ก้มนัก ไม่เงยนัก... -
มรรค 8 ทางดำเนินชีวิตอันประเสริฐ
มรรค = อริยมรรค = มัชฌิมาปฏิปทา = มรรคแปด = ทางดำเนินชีวิตอันประเสริฐ = ทางสายกลาง
แนวทางดำเนินอันประเสริฐของชีวิต หรือ กาย วาจา ใจ เพื่อความหลุดพ้นจากทุกข์ เรียกว่า อริยมรรค แปลว่าทางอันประเสริฐ เป็นข้อปฏิบัติที่มีหลักไม่อ่อนแอจนถึงกับตกอยู่ใต้อำนาจความอยากแห่งใจ แต่ก็ไม่แข็งตึงจนถึงกับเป็นการทรมานกายให้เหือดแห้งจากความสุขทางกาย เพราะฉะนั้นจึงได้เรียกว่ามัชฌิมาปฏิปทา คือทางดำเนินสายกลาง ไม่หย่อนไม่ตึง แต่พอเหมาะเช่นสายดนตรีที่เทียบเสียงได้ที่แล้ว
คำว่า มรรค แปลว่า ทาง ในที่นี้หมายถึงทางเดินของใจ เป็นการเดินจากความทุกข์ไปสู่ความเป็นอิสระ หลุดพ้นจากทุกข์ซึ่งมนุษย์หลงยึดถือและประกอบขึ้นใส่ตนด้วยอำนาจของอวิชชา มรรคมีองค์แปด คือต้องพร้อมเป็นอันเดียวกันทั้งแปดอย่างดุจเชือกฟั่นแปดเกลียว
มรรคมีองค์แปด คือ :-
1. สัมมาทิฏฐิ คือ ความเข้าใจถูกต้อง
2. สัมมาสังกัปปะ คือ ความใฝ่ใจถูกต้อง
3. สัมมาวาจา คือ การพูดจาถูกต้อง
4. สัมมากัมมันตะ คือ การกระทำถูกต้อง
5. สัมมาอาชีวะ คือ การดำรงชีพถูกต้อง
6. สัมมาวายามะ คือ ความพากเพียรถูกต้อง
7. สัมมาสติ คือ... -
" หลวงพ่อคง วัดเขาสมโภชน์ " แม้จะละสังขารไปนาน แต่ร่างก็ไม่เน่าเปื่อย
หลวงพ่อคง จตฺตมโล พระอรหันต์ร่างทอง สังขาร ไม่เน่าไม่เปื่อย
ชาติกำเนิด ท่านมีนามเดิมว่า คง นามสกุล บุญเอก ถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ ตรงกับวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ปีฉลู ณ หมู่บ้านโนนพุดซา ตำบลกระชอน อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา โยมบิดา มีนามว่า ดี โยมมารดา มีนามว่า แจ้งอาชีพกสิกรรมทำนาทำไร่ เป็นบุตรคนที่ ๒ ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด ๙ คน
การศึกษา
ในปฐมวัยหลวงพ่อเคยเป็นเด็กวัด หัดเรียนเขียนอ่าน อักษรขอมอักษรไทย และต้องคอยรับภาระช่วยบิดามารดา ในการประกอบอาชีพกสิกรรมทำไร่ไถนา เมื่ออายุ ครบกำหนด ๒๐ ปี ได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ได้ศึกษาเล่าเรียน พระปริยัติธรรมอยู่เป็นเวลา ๓ พรรษา จึงได้ขออนุญาต โยมบิดามารดา เพื่อเดินทางมาศึกษาต่อที่พระนคร แต่ท่านก็ไม่ได้รับอนุญาต
ในปี พ.ศ. ๒๕๐๔
ได้มีพระคุณเจ้า หลวงพ่อพระมหาธนิต ปญฺญาปสุโต ปธ. ๙ นักวิปัสสนาจารย์ชื่อดังได้เดินธุดงค์มาได้เข้าจำพรรษา สอนวิปัสสนากรรมฐาน แก่อุบาสกอุบาสิกาที่อยู่วัดบัวใหญ่ ท่านเป็นคนหนึ่งที่ได้น้อมกายใจ เข้ารับการปฏิบัติธรรม เจริญวิปัสสนากรรมฐาน กับหลวงพ่อพระมหาธนิต... -
"หัวใจของคนไทยทั้งชาติ" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
"หัวใจของคนไทยทั้งชาติ"
" .. "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือหัวใจของชาติไทยเรา" ให้พากันจำเอาไว้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี "นี้คือหัวใจของชาติไทยเรา" ให้พากันเทิดทูน
อย่าพากันดูถูกเหยียดหยามทำลาย เช่นอย่างจะทำลายจะไม่ให้มีพระเจ้าอยู่หัว คนเกิดมาแล้วพ่อแม่ตายหมด มีแต่ลูกกำพร้าหยิมแหยม ๆ มันใช้ไม่ได้นะ สกุลใดที่มีคนคับแคบอยู่ในบ้านนั้นเมืองนั้นแล้วสกุลนั้นไม่เจริญ สกุลใดที่มีความกว้างขวาง มีจิตใจอันกว้างขวาง พิจารณารอบคอบเพื่อทำประโยชน์แก่ส่วนรวมผู้นั้นเป็นผู้ดี
นี่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของพวกเรา "คือหัวใจของคนไทยทั้งชาติ" ให้พากันทะนุถนอม อย่าพากันไปทำลาย มีแต่ลูกหยอมแหยม ๆ พ่อแม่ผู้ให้ความร่มเย็นไม่มีมันไม่เกิดประโยชน์ อย่างไรต้องรักษาส่วนใหญ่เอาไว้
ในประเทศไทยเราก็คือ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี นี่คือหัวใจของชาติให้พากันเคารพเทิดทูน" อะไรที่เป็นหลักใหญ่ของชาติของส่วนรวมให้พากันรักษา พากันเทิดทูน อย่าพากันทำลายโดยอวดดี .. "
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน... -
จมกว่าครึ่งคัน! น้ำท่วมลานจอดรถคอนโดหรู – หมอชิต มีน้ำขัง
14 ตุลาคม 2560
ฝนถล่มหนักกลางดึก น้ำท่วมลานจอดรถคอนโดหรู ย่านอารีย์ จมกว่าครึ่งคัน – ถนนหลายสายในพื้นที่กทม. ยังมีน้ำท่วมขัง
ผู้ใช้เฟซบุ๊คของ JS100 Radio โพสต์ภาพน้ำท่วมคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านอารีย์ #น้ำท่วม โดยเป็นภาพความเสียหายจากเหตุการณ์ฝนตกหนักตลอดทั้งคืนในพื้นที่กทม. จนทำให้น้ำไหลทะลักท่วมรถยนต์ที่จอดอยู่สูงกว่าครึ่งคัน
@chalida044 : 08:12 น้ำท่วมถนนวิภาวดี ถ่ายบนโทวเวย์รังสิต
@bee_charu : อโศกมนตรี ณ เวลานี้ 08:20 น.
@SANOOKBOY : 08:19 ทางเข้าสยามจากฝั่งหน้า MBK น้ำท่วมและมีการปิดไม่ให้รถเข้าด้วยนะครับ
@netpnetp : สถานีขนส่งหมอชิต 08.15 น.
ขอบคุณที่มา
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/776985 -
น้ำท่วมหนักดินแดง รถหนีน้ำจอดเต็มสะพานข้ามแยก
จากกรณีที่ฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้มีน้ำท่วมขังบนถนนและซอยหลายสาย อาทิ ดินแดง, วิภาวดีรังสิต, ลาดพร้าว, จตุจักร, สุขุมวิท, เพชรเกษม, เอกมัย, พระราม 4, นราธิวาสราชนครินทร์, พระราม 9, รัชดา, สีลม, พญาไท, พระราม 1
โดยเฉพาะถนนวิภาวดีรังสิต ตั้งแต่ช่วงโรงพยาบาลวิภาวดีจนถึงดินแดง มีน้ำท่วมขังสูงกว่า 60 เซนติเมตร ทั้งขาเข้าและขาออก ทำให้รถเล็กไม่สามารถใช้งานได้ มีรถจอดติดจำนวนมากอีกทั้งมีรถยนต์ส่วนบุคคลจอดเสียเป็นระยะๆ โดยเฉพาะช่วง 5 แยกลาดพร้าว ซึ่งมีการก่อสร้างตลอดเส้นทาง
ล่าสุดเพจ JS100 Radio รายงานว่า 08:50 สภาพน้ำท่วมบริเวณโบสถ์แม่พระ ดินแดง ภาพจาก : Chatter Visaratanunta
ขอบคุณที่มา
https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_569230 -
พระธรรมคำสอน สมเด็จองค์ปฐม เรื่ิอง กฎของกรรม
พระธรรมคำสอน "สมเด็จองค์ปฐม"
ขึ้นชื่อว่ากฎของกรรม ไม่มีการให้ผลนั้นไม่มี
ถ้าตราบใดผู้ก่อกรรมนั้นๆ ยังมีการจุติอยู่
และไม่มีการเข้าถึงพระโสดาบันเพียงใด
อบายภูมิ ๔ ยังเปิดรับอยู่เสมอ
แม้บรรลุพระโสดาบันแล้ว ตราบใด
ที่ยังมีร่างกายอยู่ ยังมีการจุติอยู่
กฎของกรรมทั้งความดีและความชั่ว
ก็ยังให้ผลอยู่ เพียงแต่ปลอดจากการ
ไปสู่อบายภูมิ ๔ เท่านั้น
จนกว่าจิตดวงนั้นจักมีบารมี ๑๐ เต็ม
เป็น ๓๐ ทัศ และมีพรหมวิหาร ๔ เต็ม
เป็นอัปปมัญญา ตัดสังโยชน์ ๑๐
ขาดสะบั้นแล้ว ทิ้งอัตภาพของขันธ์ ๕
หรือกาย พรหมและเทวดา อันเป็น
ภพชาติสุดท้ายแล้ว
จิตเคลื่อนสู่พระนิพพาน ดินแดน
เอกันตบรมสุขเท่านั้น จึงจักได้ชื่อว่า
พ้นจากกฎของกรรมทั้งปวง
สัพเพ ธัมมา อนัตาติ
จากหนังสือ ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น
พล.ต.ท.สมศักดิ์ สืบสงวน รวบรวม
**************************************************************** -
"ทรงห่วงใยประเทศชาติ ประชาชน"
"ทรงห่วงใยประเทศชาติ ประชาชน"
" .. เมื่อปี ๒๕๑๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถและทูลกระหม่อมสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงทั้งสองพระองค์ ได้เสด็จพระราชดำเนิน ไปกราบนมัสการ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ถึงวัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ในคราวพระราชทานผ้าพระกฐินส่วนพระองค์ครั้งแรก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) ทรงนมัสการถามหลวงปู่ฝั้น มีข้อความสำคัญตอนหนึ่งว่า ..
พระราชปุจฉา: "ทำอย่างไรประเทศชาติ ประชาชนจะอยู่ดีกินดี มีความสามัคคีปรองดองกัน"
หลวงปู่ฝั้น: "ให้เข้าหาพระศาสนา เพราะศาสนาสอนให้ละชั่ว กระทำความดี ทำใจให้ผ่องใส"
พระราชปุจฉา: "คนส่วนมากทำดี คนส่วนน้อยทำชั่ว จะทำให้คนส่วนมากเดือดร้อนไหม ทำอย่างไรจึงจะแก้ไขได้"
หลวงปู่ฝั้น: ขอถวายพระพร "ทุกวันนี้คนไม่รู้ศาสนา จึงเบียดเบียนกัน" ถ้าคนเรานึกถึงคนแล้วก็ไม่เบียดเบียนกัน เพราะต้องการความสุขความเจริญ คนอื่นก็เช่นกัน คนทุกวันนี้เข้าใจว่า "ศาสนาอยู่กับวัด อยู่ในตู้ ในหีบ ในใบลาน อยู่กับพระพุทธเจ้าประเทศอินเดียโน่น" จึงไม่สนใจ
บ้านเมืองจึงเดือดร้อนวุ่นวาย มองหน้ากันไม่ได้ "ถ้าคนเราถือกันเป็นบิดามารดา... -
เมื่อ ดร.สุเมธ เป็นผู้แทนพระองค์ ในหลวง ร.๙ ขอจดมูลนิธิฯ กลับโดน จนท.ซัก "ทำไมประธานไม่มาเอง"
ตกใจแทบตกเก้าอี้!! เมื่อ ดร.สุเมธ เป็นผู้แทนพระองค์ ในหลวง ร.๙ ขอจดมูลนิธิฯ กลับโดน จนท.ซัก "ทำไมประธานไม่มาเอง" เกือบจดทะเบียนไม่ได้ซะแล้ว!
ความจริงแล้ว ‘โง’ คือคำที่ในหลวง ร.๙ ทรงเรียกกลุ่ม NGOs หรือองค์กรพัฒนาที่ไม่ได้สังกัดภาครัฐนั่นเอง คราวที่พระองค์ตรัสเรื่องนี้ คือเมื่อต้นปี ๒๕๓๑ ทรงเกิดความคิดว่าระบบการทำงานของราชการนั้นช่างล่าช้า เบิกอะไรก็ใช้เวลานาน จนทำให้แก้ไขปัญหาประชาชนได้ไม่ทันท่วงที พระองค์จึงมีรับสั่งกับ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการ กปร.ในสมัยนั้นว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องทำงานแบบ ‘โง’ ซะที
ในหลวงจึงมีรับสั่งให้ ดร.สุเมธ รีบไปดำเนินการตั้งมูลนิธิเพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงาน โดยพระองค์ทรงออกแบบและตั้งชื่อไว้เรียบร้อย และจะทรงรับตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิด้วยพระองค์เอง
แต่พอถึงอำเภอ ดร.สุเมธกลับไม่กล้าบอกว่ามูลนิธิที่จะมาจดทะเบียนเป็นของในหลวงเพราะกลัวคนจะเข้าใจว่าไปอวดอ้างแสดงอำนาจ พอถึงคิวก็ยื่นเอกสารแบบปกติธรรมดา เจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องอ่านแล้วถามว่า มูลนิธิของคุณเหรอ เมื่อ ดร.สุเมธตอบปฏิเสธ ก็โดนซักต่อว่าทำไมประธานหรือนายกมูลนิธิไม่เดินทางมาจดทะเบียนเอง... -
การวิสัชนาที่หลวงพ่อเกษมถวายแก่ในหลวง รัชกาลที่ ๙ เรื่อง “การใช้จังหวะเวลาในการปฏิบัติธรรม”
การวิสัชนาครั้งสำคัญที่หลวงพ่อเกษมถวายแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เรื่อง “การใช้จังหวะเวลาในการปฏิบัติธรรม”
หลวงพ่อเกษม เขมโกณ วัดคะตึกเชียงมั่น อำเภอเมือง จังหวัดลำปางได้รับเสด็จและวิสัชนาข้อธรรมกับพระบาทฯดังนี้
พระราชปุจฉา : หลวงพ่อประจำอยู่ที่วัดนี้หรือ
หลวงพ่อเกษม : ขอถวายพระพร อาตมาประจำอยู่ที่สุสานไตรลักษณ์
พระราชปุจฉา : อยากไปหาหลวงพ่อเหมือน กัน แต่หาเวลาไม่ค่อยได้ ได้ทราบว่าเข้าพบหลวงพ่อยาก
หลวงพ่อเกษม : พระราชาเสด็จไปป่าช้าเป็น การไม่สะดวก เพราะสถานที่ไม่เรียบร้อย อาตมาภาพจึงมารอเสด็จที่นี่ ขอถวายพระพร มหาบพิตรสบายดีหรือ
พระราชปุจฉา : สบายดี
หลวงพ่อเกษม : ขอถวายพระพรมหาบพิตรพระชนมายุเท่าไร
พระราชปุจฉา : ได้ ๕๐ ปี
หลวงพ่อเกษม : อาตมาภาพได้ ๖๗ ปี
พระราชปุจฉา : หลวงพ่ออยู่ตามป่ามีความสงบ ย่อมจะมีโอกาสปฏิบัติธรรม ได้มากกว่าพระที่วัดในเมือง ซึ่งมีภารกิจเกี่ยวกับการปกครองและงานอื่นๆ จะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า
หลวงพ่อเกษม : ขอถวายพระพร อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ เพราะอยู่ป่าไม่มีภารกิจอย่างอื่น แต่ก็ขึ้นอยู่กับศีลบริสุทธิ์ด้วย... -
ดารานักแสดง ร่วมงาน “ใต้แสงแห่งพระบารมี” ยืนสงบนิ่ง 89 วินาทีน้อมสำนึกและแสดงความอาลัย
เมื่อเวลา 15.52 น. วันที่ 13 ต.ค. ที่ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน ได้จัดงาน “ใต้แสงแห่งพระบารมี” ให้ประชาชนร่วมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีเหล่าศิลปินดารามาร่วมงานด้วย อาทิ ตุ๊กกี้-สุดารัตน์, แพนเค้ก-เขมนิจ, จิ๊บ-วสุ, จ๊ะจ๋า-พริมรตา, น้ำฝน-นลินทิพย์, นนท์-ธนนท์, เบสท์ เดอะ วอยซ์, ท๊อฟฟี่ และ บ๊อบบี้ วงสามบาทห้าสิบ
จากนั้นตลกสาว ตุ๊กกี้ เผยถึงความรู้สึกว่า “ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านที่ไม่มีพระองค์ท่าน รู้สึกว่าเวลาผ่านไปรวดเร็วมากตั้งแต่พระองค์ท่านเสด็จสวรรคต สิ่งที่ตุ๊กกี้ทำได้คือเจริญรอยตามพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยเฉพาะเรื่องของความพอเพียง ทุกวันนี้เศรษฐกิจของไทยไม่ว่าจะบวกหรือลบ สิ่งที่ทำให้คนไทยอยู่ได้คือความพอเพียงเรายึดพระองค์ท่านเป็นพี่พึ่งเหมือนเป็นเทพทางใจรวมถึงหลักคำสอนที่ทำให้ใช้ชีวิตอย่างสงบ ตุ๊กกี้เคยพูดกับใครหลายคนว่าไม่มีบุญได้เห็นพระองค์ท่านกับตาตัวเอง พอมีโอกาสได้เข้ามาอยู่กรุงเทพฯ พระองค์ท่านก็เริ่มประชวรแล้ว หลังจากที่พระองค์ท่านสวรรคต... -
สมเด็จพระวันรัต แปลพระคาถาถวายพระราชกุศลในหลวง ร.9 ฉบับ “ภาษาไทย-อังกฤษ”
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางวัดบวรนิเวศวิหาร ได้เผยแพร่คาถาถวายพระราชกุศล “ปรมินทมหาภูมิพละอตุลยะเตชะมหาราชัสสะ ปัตติทานคาถา” ซึ่งแต่ง และแปลเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งคาถาดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม หน้า 9 เล่ม 134 ตอนที่ 49 ข มีคำแปลดังนี้
คำแปลภาษาไทย
“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผู้ทรง เป็นพระเจ้าแผ่นดิน มีพระวิริยอุตสาหะ มีพระวิสัยทัศน์ยาวไกล มีปัญญาฉลาดหลักแหลมในการปกครองประเทศ ทรงเป็นพระมหาราชผู้ยิ่งใหญ่กว่าพระมหาราชใดๆ ในโลก ทรงได้รับการสรรเสริญ สักการะ นับถือ บูชา ยกย่องว่าเป็นเทวดาที่ยังมีชีวิตอยู่ของปวงพสกนิกรชาวไทย ทรงครองสิริราชสมบัติเพื่อประโยชน์สุข แห่งมหาชนชาวสยามสิ้นกาลเวลา 70 ปี แม้ฉันใด แต่ความชรา และความตายย่อมพรากองค์พระภูมินทร์ ฉันนั้น ความตายหาได้ละเว้นใครๆ ไม่ ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นกษัตริย์ พราหมณ์ แพทย์ ศูทร คนจัณฑาล ความตายย่อมทําลายทุกสิ่งถ้วนทั่ว
เพราะฉะนั้นแล... -
การปฏิบัติธรรมของในหลวง รัชกาลที่ ๙
“ต่อไปนี้พ่อจะขอปรารภเรื่องของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงเป็นบุคคลตัวอย่างที่มีความสามารถทั้งในด้านการปฏิบัติในเรื่องส่วนพระองค์ และในด้านปฏิบัติกับปวงชนชาวไทยทั้งหมดรวมทั้งปฏิบัติกับชาวต่างประเทศด้วย แม้แต่กระทั่งกับศัตรูพระองค์ก็ทรงเห็นว่าเป็นมิตร ไม่เคยคิดที่จะเป็นศัตรูกับใคร สิ่งที่มีความสำคัญที่สุดนั่นก็คือพระองค์ทรงช่วยประชาชนทรงช่วยชาวโลกด้วยและก็ทรงช่วยพระองค์เองได้ดีที่สุด
ในด้านของธรรมะสำหรับวันนี้พ่อจะขอนำพระราชจริยาวัตรของ พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวที่ทรงประพฤติปฏิบัติให้ลูกรักทั้งหลายจะพึงรับทราบ รับทราบแล้วก็จงปฏิบัติตามด้วยเพราะว่าจะช่วยให้พวกเราดี ก่อนที่จะพูดถึงธรรมะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติได้ ก็จะขอย้อนไปถึงจริยาวัตรของพระองค์ พระราชจริยาวัตรของพระองค์นี่เราจะรู้ไม่ได้เลยว่า ทรงทำอะไรบ้าง วันทั้งวัน พระองค์ไม่มีเวลาว่าง บางวันมีพระราชภารกิจตั้งแต่เช้าจรดเย็น เวลาเย็นก็ต้องมานั่งปฏิบัติงาน รับแขกกลางคืนอีก กว่าจะทรงเซ็นหนังสือได้ก็ต้องใช้เวลา ๒๔ นาฬิกาผ่านไป
เมื่อทรงเซ็นหนังสือแล้ว หลังจากนั้นพระองค์ก็ทรงเจริญพระกรรมฐาน...
หน้า 354 ของ 440