คลังเรื่องเด่น
-
นรก สวรรค์ มีจริงหรือไม่ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)
นรก สวรรค์ มีจริงหรือไม่ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)
หลวงพ่อไปเทศน์อบรมพระอยู่ที่จังหวัดลพบุรี ในภูเขา มีพระเถระองค์หนึ่งท่านถามว่า นรกมีไหม สวรรค์มีไหม ถ้ามีอยู่ที่ไหน ท่านถามว่าอย่างนั้น ทีนี้ถ้าหากว่า เรื่องนรก สวรรค์ ถ้าใครไม่ปลงใจเชื่อ ก็ให้พยายามเชื่อว่าสวรรค์ในอก นรกในใจ ขณะใดที่จิตของเราเดือดร้อนวุ่นวาย มีทุกข์หนัก ในขณะนั้นนรกเกิดขึ้นในใจของเรา ขณะใดที่จิตใจแช่มชื่นเบิกบาน มีความสุข ในขณะนั้นสวรรค์เกิดที่ใจของเรา
นรก แปลว่า แดนหาความเจริญมิได้ เมื่อใจไม่มีความเจริญ มีแต่ความทุกข์ ใจก็เสื่อม ในเมื่อเสื่อมแล้วนรกก็ปรากฏขึ้นในใจ
สวรรค์ แปลว่า แดนให้อารมณ์เลิศด้วยดี เมื่อจิตใจเบิกบานแช่มชื่น มีความสุขสันต์หรรษา ในขณะนั้นใจของเราก็อยู่ในระดับแห่งสวรรค์ เรื่องที่ว่านรก สวรรค์ มีหรือไม่นั้น เราพึงสันนิษฐานว่า อันใดที่มีภาษาพูดกล่าวขวัญถึง อันนั้นต้องมีแน่นอน ถ้าไม่มีเขาเอาคำพูดนั้นมาจากไหน อันนี้เป็นทางสันนิษฐาน หลวงพ่อพูด ก็พูดโดยสันนิษฐานเหมือนกัน เพราะว่านรกก็ยังไม่เคยเห็น ที่ว่านรกมีเท่านั้นหลุม เท่านี้หลุมก็ยังไม่เคยเห็น ก็ว่ากันตามคัมภีร์เหมือนกัน
เพราะฉะนั้น... -
สมพระเกียรติ เผยภาพมุมสูงพระเมรุมาศ และการซ้อมริ้วขบวน จากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายโดรน
สมพระเกียรติ เผยภาพมุมสูงพระเมรุมาศ และการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ครั้งแรก จากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายโดรน จาก กอร.พระราชพิธีฯ
คุณพิสิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ได้รับอนุญาตให้ถ่ายโดรนเหนือ พระเมรุมาศ และการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยได้นำภาพมาเผยแพร่พร้อมกับ บทเพลงพระราชนิพนธ์ H.M.Blues ชะตาชีวิต บรรเลงโดย พัชรินทร์ ช่อมะลิ แซ็กโซโฟน นันทพงษ์ แก้วธัญญานุกูล กีต้าร์ และบทเพลงพระราชนิพนธ์ อาทิตย์อับแสง Blue Day บรรเลงเปียโนโดย ณัฐนันท์ สินวัฒนาวุฒิ (ฟรองซ์) คลิปดังกล่าวได้โพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ค Kant Journey : กานต์เดินทาง เชิญรับชม
ขอบคุณคลิป Kant Journey : กานต์เดินทาง ภาพจาก คุณพิสิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ผู้ได้รับอนุญาตให้ถ่ายโดรน จาก กอร.พระราชพิธีฯ
ขอบคุณที่มา
https://social.jarm.com/view/99166 -
ฮีมานซู โซนิ ผู้รับบท พระพุทธเจ้า เผยความรู้สึกผ่านภาพและข้อความ แสดงความอาลัย ในหลวง ร.9
โดย: Clover Jarm - เมื่อ: 25 ตุลาคม 2560
ฮีมานซู โซนิ นักแสดงชายชาวอินเดีย ผู้รับบทเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ, พระพุทธเจ้า ได้แสดงความไว้อาลัย ในหลวง ร.9 ผ่านโซเชียล
วันที่ 24 ตุลาคม 2560 อินสตาแกรม Himanshu Soni นักแสดงชาวอินเดีย เจ้าของบทบาทพระพุทธเจ้า และรามเกียรติ์ ได้โพสต์ภาพตัวเองพร้อมชูพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวง ร.9 เหนือศีรษะ พร้อมระบุความรู้สึกผ่านข้อความ แสดงความอาลัย เป็นภาษาอังกฤษว่า "I can no longer see you with my eyes Touch you with my hands But I will feel you in my heart Forever." โดยแปลเป็นไทยว่า "ฉันไม่สามารถ เห็นคุณด้วยสายตาของฉัน แตะคุณด้วยมือของฉัน แต่ฉันจะรู้สึกถึงคุณตลอดไป"
Advertisement
Advertisement
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก ihimanshusoni
---------------------
ขอบคุณที่มา
https://social.jarm.com/view/99121 -
บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวในนินทาและสรรเสริญ (สมเด็จพระญาณสังวรฯ)
+++ บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวในนินทาและสรรเสริญ +++
พุทธภาษิตบทหนึ่งกล่าวไว้แปลความว่า “ภูเขาหินแท่งทึบ ไม่สั่นสะเทือนเพราะลมฉันใด บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวในนินทาและสรรเสริญ ฉันนั้น”
พระพุทธองค์ทรงเปรียบบัณฑิตดังภูเขาหินแท่งทึบ เหตุด้วยบัณฑิตไม่หวั่นไหวเพราะนินทาและสรรเสริญ นั่นคือทรงแสดงว่าบัณฑิตมีคุณลักษณะของภูเขา คือ มีความหนักแน่น ความแข็งแกร่ง ความผนึกติดกับพื้นฐานใหญ่มั่นคง คือ ความดี ความมีสติปัญญา
“บัณฑิต” ในพระพุทธศาสนา หายถึง คนดีมีปัญญา ผู้เป็นคนดี มีปัญญาเพียงพอย่อมรู้ธรรม ย่อมเชื่อมั่นในกรรม ย่อมไม่หวั่นไหว เมื่อมีผู้เจรจาส่งเสริมเพื่อให้สูงขึ้นย่อมรู้ว่า “กรรม” คือ “การกระทำ” ความประพฤติปฏิบัติของตนเองเท่านั้นที่จะเหยียบย่ำตนให้ต่ำลงได้ หรือส่งเสริมตนให้สูงขึ้นได้ ผู้ใดอื่นหาทำได้ไม่ นินทาก็ตาม สรรเสริญก็ตาม ไม่อาจทำได้ ทั้งเพื่อให้คนต่ำลงหรือสูงขึ้น สำหรับบัณฑิต นินทาและสรรเสริญจึงย่อมทำให้เกิดเมตตาในผู้นินทา และกตัญญูรู้น้ำใจผู้สรรเสริญเพียงเท่านั้น มิได้ทำให้หวั่นไหวแต่อย่างใด
…สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช…
ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น -
วัดไทยพุทธคยาจัดพิธีแสดงความอาลัยในหลวงร.9
วัดไทยพุทธคยาจัดพิธีแสดงความอาลัยในหลวงร.9
เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา-เจ้ามัลละกษัตริย์ จัดพิธีสวดพุทธมนต์บำเพ็ญกุศลแสดงความอาลัยแด่ ในหลวง ร.9
วันนี้( 25 ต.ค.60) พระเดชพระคุณ พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล ประธานฝ่ายบรรพชิต เจ้ามัลละกษัตริย์ พร้อมทั้งมหาราชินี เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ โดยในภาคเช้าประกอบพิธีสวดพุทธมนต์บำเพ็ญกุศลภายในพระอุโบสถและทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 10 รูป สดับปกรณ์ จากนั้นภาคบ่ายประกอบพิธีวางดอกไม้จันทน์ ณ ลานพระบรมรูป ร.9 เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ณ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมืองกุสินารา สถานที่ปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยในพิธีประกอบด้วย เจ้ามัลละกษัตริย์ Maharaja Bahadur H.M. Mrigendra Pratap Shahi , King Mall เป็นประธานจุดธูปเทียนเครื่องน้อยหน้าพระบรมรูป ร.9 พร้อมทั้งวางพวงมาลาถวายสักการะ จากนั้นพระอภิธช อัคคมหาสัมธัมม โชติกะ ดร.พระภัททันตะ ญาณิสสระ เจ้าอาวาสวัดพม่า กุสินารา นำพระสงฆ์นานาชาติ 9 ประเทศ พม่า ,อินเดีย ,ศรีลังกา... -
“ชาติภพและการเวียนว่ายตายเกิดของเราได้ยุติลงแล้ว ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา” หลวงปู่ฝาง
“ชาติภพและการเวียนว่ายตายเกิดของเราได้ยุติลงแล้ว ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา” หลวงปู่ฝางถ่ายทอดวินาทีบรรลุธรรม หลังจากบำเพ็ญที่ถ้ำน้ำหนาว
ถ้ำน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ นี้เองที่ ‘วิสุทธิจิต’ ของหลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต ได้บังเกิดขึ้น ท่านได้บำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐานจนบรรลุถึงวิมุติธรรมในพรรษาที่ ๒๒ ขณะอายุได้ ๖๘ ปี ตรงกับพ.ศ. ๒๕๑๓ นับว่าสถานที่นี้มีบุญคุณกับท่านที่สุด
ท่านกล่าว อย่างองอาจว่า
“ชาติภพและการเวียนว่ายตายเกิดของเราได้ยุติลงแล้ว ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดจบสิ้นกันเสียที เรื่องการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เรื่องกิเลสตัณหาอาสวะทุกประเภทได้หมดสิ้นไปจากใจของเราแล้วยังเหลือแต่จิตที่บริสุทธิ์”
และปรารภว่า
“คนเรานี้มีเกิดก็มีดับ ถ้าไม่มีการเกิดก็ไม่มีการดับ อันนี้มันเป็นของคู่กัน ใครสร้างใครปฏิบัติก็ได้แก่คนนั้นให้พากันประพฤติปฏิบัติเอานะ”
ท่านเล่าว่า จิตท่านนั้นสว่างไสวอยู่ทุกเมื่อ เจิดจ้าครอบโลกธาตุอยู่อย่างนั้นทั้งกลางวันและกลางคืน คือจิตนี้เป็นธรรมธาตุที่บริสุทธิ์หลุดพ้นอาสวะไม่มีการเสื่อมสูญโดยประการทั้งปวง จึงหาวัตถุสิ่งของที่อยู่ภายนอกมาเทียบไม่ได้... -
สามเณรที่บรรพชาถวายเป็นพระราชกุศลแด่ ในหลวง ร.๙ จำนวน ๘๙ รูป ออกบิณฑบาตโปรดชาวบ้าน ประเทศอินเดีย
คณะสามเณรที่บรรพชาถวายเป็นพระราชกุศลแด่ ในหลวง ร.๙ จำนวน ๘๙ รูป ออกบิณฑบาตโปรดชาวบ้าน ที่หมู่บ้านอนิรุทธวา เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย
เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๐ เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Namaste Dhamma ได้โพสต์ภาพพร้อมทั้งระบุข้อความทั้งหมดเอาไว้ว่า.
“สืบสาน เผยแผ่ แดนพุทธภูมิ”
วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๗.๓๐ น. พระครูสมุห์สงกรานต์ กิตฺติวํโส นำคณะสามเณรที่บรรพชาถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จำนวน ๘๙ รูป จัดโดยวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ออกบิณฑบาตโปรดชาวบ้าน ที่หมู่บ้านอนิรุทธวา เมืองกุสินารา สถานที่ปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งสามเณรส่วนใหญ่อยู่ในหมู่บ้านนี้ มีโยมพ่อโยมแม่สามเณร และชาวบ้านจำนวนมากร่วมทำบุญตักบาตร เพื่อเผยแผ่ สืบสาน ในแดนพุทธภูมิ ประกาศพระธรรมคำสอน และเผยแผ่พระพุทธศาสนาแก่ชาวอินเดียท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดี และมุสลิม
นับจนบัดนี้ เป็นเวลา ๒๐ กว่าปี วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ได้ทำหน้าที่เปรียบประดุจดังตัวแทนของประเทศไทย ในการเผยแผ่ค้ำจุนพระพุทธศาสนา ส่งเสริมงานของพระพุทธเจ้าให้มั่นคงในแดนพุทธภูมิ... -
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน ภิกษุไม่ถนอมบริขาร
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน ภิกษุไม่ถนอมบริขาร
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่ง ผู้ไม่ถนอมบริขาร ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า มาวมญฺเญถ ปาปสฺส เป็นต้น
พระภิกษุรูปหนึ่งใช้บริขารต่างๆมีเตียงและตั่งเป็นต้น แล้วไม่เก็บงำให้เรียบร้อย ทอดทิ้งไว้ในที่นั้นๆ พระภิกษุอื่นๆเตือนกลับพูดโยกโย้ว่า เป็นเรื่องเล็กน้อยจะเป็นอะไรไป จิตใจของบริขารนั้นก็ไม่มี พระศาสดาทรงทราบ รับสั่งให้หาตัวมาเข้าเฝ้า ประทานคำสั่งสอนว่า “อันภิกษุทั้งหลายทำอย่างนั้นย่อมไม่ควร ขึ้นชื่อว่าบาปกรรม ใครๆไม่ควรดูหมิ่นว่า นิดหน่อย เหมือนอย่างว่า ภาชนะที่เขาเปิดปากตั้งไว้กลางแจ้ง เมื่อฝนตกอยู่บ่อยๆ ภาชนะนั้นย่อมเต็มได้แน่ๆ ฉันใด บุคคลผู้ทำกรรมอยู่ ย่อมทำกองบาปให้ใหญ่โตขึ้นโดยลำดับได้อย่างแน่ๆ ฉันนั้นเหมือนกัน”
จากนั้น พระศาสดาได้ตรัสพระธรรมบท พระคาถานี้ว่า
มาวมญฺเญถ ปาปสฺส
น มตฺตํ อาคมิสฺสติ
อุทพินทุนิปาเตน
อุทกุมฺโภปิ ปูรติ
ปูรติ พาโล ปาปสฺส
โภกํ โถกํปิ อาจินํฯ
อย่าดูหมิ่นบาปว่า
เพียงเล็กน้อย จักไม่มาถึง
แม้แต่หม้อน้ำยังเต็มด้วยหยดน้ำ
ที่ตกลงมาไม่ขาดสายได้ ฉันใด
คนพาลสั่งสมบาป แม้ทีละน้อยๆ... -
จากภิกษุผิวสีรูปแรก สู่เมล็ดพันธุ์ของพระพุทธศาสนาที่เจริญในแอฟริกา เปิดภาพล่าสุดส่งตรงจากอูกานดา!
จาก ภิกษุผิวสีรูปแรก สู่เมล็ดพันธุ์ ของพระพุทธศาสนา ที่เจริญในแอฟริกา เปิดภาพล่าสุดส่งตรงจากอูกานดา!
24 ต.ค. 2560 เวลา 06:28 น.
ในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อเรื่องราวสุดประทับใจของภิกษุผิวสีรายหนึ่ง ที่ได้บุกเบิกนำพระพุทธศาสนาไปเผยแพร่ยังทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะประเทศอูกานดา ซึ่งเป็นแผ่นดินบ้านเกิด ทราบชื่อต่อมาคือ พระพุทธรักขิตะ หรือ สตีเว่น คาบอคโกซา (Steven Kaboggoza) ชาวอูกานดา ประเทศหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีปแอฟริกา
โดยพระพุทธรักขิตะ เผยว่า แรกเริ่มท่านรู้จักพุทธศาสนาเพียงผิวเผินตามหนังสือเรียน แต่พอรู้จักพระสงฆ์ไทยจากการเป็นเพื่อนร่วมชั้นระหว่างเรียนการบริหารที่อินเดีย ก็ทำให้ท่านสนใจในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น ซึ่งหลังเรียนจบก็ได้ออกเดินทางไปยังพื้นที่กำเนิดพุทธศาสนาต่างๆ ทั้ง ทิเบต และเนปาล ก่อนที่จะจบลงที่ประเทศไทย ซึ่งการมาที่ไทยนอกจากมาศึกษาพระพุทธศาสนาแล้ว ก็มาประกอบอาชีพหาเงินด้วยการเป็นครูดำน้ำที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานีด้วย ก่อนที่จะกลับไปบ้านเกิดอีกครั้งหลังจากห่างบ้านไปท่องโลกนาน 7 ปี... -
ผิดหวังในรัก(แบบโลก) โดย หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ
”คนเรามันโง่ เพราะไปคิดผิดๆ เขาไม่รัก เรายิ่งทุกข์ใหญ่ เขาไม่รักเราสิสบายใจ เราไม่ต้องไปปรนนิบัติเอาอกเอาใจเขาแล้ว เรารักตัวเองดีกว่า เข้าหาธรรมะ มาบวชมาเรียนมาปฏิบัติเสียดีกว่า ตายแล้วยังได้ไปสวรรค์บ้าง อ้ายนั่นตายแล้วก็ไปนรก…เพราะรักเขา ไม่มีปัญญา ตัวเขากลับไปนั่งยิ้มคนเดียว ส่วนเราก็เป็นทาสของความรักไป ช่วยอะไรตัวเองไม่ได้เลย เขาเรียกว่าเป็นทุกข์เพราะความรัก”
หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ
****************************************** -
การพุทธาภิเษกแบบใช้กำลังส่วนตัว และแบบของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ แตกต่างกันเช่นไร
ลักษณะการพุทธาภิเษกแบบใช้กำลังส่วนตัว และแบบของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ แตกต่างกันเช่นไร
พระอาจารย์เล่าว่า "วันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๐ ความจริงแล้วพระครูพิสุทธิ์กาญจนาภรณ์ เจ้าคณะตำบลท่าขนุน เขต ๑ ท่านนิมนต์ไปงานฉลองสัญญาบัตรพัดยศ พระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบลชั้นโทของท่าน #ไปถึงในงานเจอหลวงพ่อเจ้าคุณปัญญา เจ้าคณะจังหวัด ท่านผลักตัวขึ้นเวทีไปเลย กราบเรียนท่านว่า เขานิมนต์ผมมาเจริญชัยมงคลคาถาครับ ท่านบอกว่า "นั่นแหละ...แต่ว่าให้ขึ้นไปพุทธาภิเษกแทนเจ้าคณะจังหวัดที" ท่านรู้ตัวว่าสู้เขาไม่ไหว เลยผลักอาจารย์เล็กไปขึ้นแท่นแทน
ในนั้นก็มีหลวงพ่อเสงี่ยม วัดบ้านทวน หลวงพ่อชุบ วัดวังกระแจะ หลวงพ่อสนองชาติ วัดเย็นสนิทธรรมาราม ไปนั่งตรงข้ามกับหลวงพ่อเสงี่ยม เจ้าประคุณเอ๋ย...ท่านกระแทกมาแต่ละทีอย่างกับคลื่นทะเล สงสารท่าน...ลักษณะนี้เป็นกำลังส่วนตัว ลักษณะการพุทธาภิเษกแบบกำลังส่วนตัว ถ้าทุ่มแบบหลวงพ่อเสงี่ยม #รับประกันว่ากลับวัดไปนี่ต้องนอนพักเป็นวันเลย
ยังชอบใจว่าหลวงพ่อวัดท่าซุง ท่านสอนให้ใช้วิธีขอบารมีพระ ขอพรหม ขอเทวดาช่วย พวกเราจึงไม่เหนื่อยมากเหมือนกับที่อื่นเขา ผลที่ได้ก็ยั่งยืนอีกต่างหาก"... -
"นาสังสิโม สังสิโมนา”สุดยอดคาถามหาเมตตาของหลวงปู่ช่วง ผู้ที่สมเด็จโตทำนายว่าจะได้เป็น พระราชาคณะ
"นาสังสิโม สังสิโมนา” สุดยอดคาถามหาเมตตา ของ หลวงปู่ช่วง ผู้ที่สมเด็จโต พรหมรังสี ทำนายว่าจะได้เป็น พระราชาคณะ
พระธรรมถาวร (ช่วง จันทโชติ) วัดระฆังโฆสิตาราม ท่านเป็นบุตร นายขำ นางจันทน์ สิงหเสนี เกิด ณ วันจันทร์ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๔ ปีเถาะ ตรงกับวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๓๘๖ ที่ตำบลบางระบาด อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดธนบุรี มีพี่น้องร่วมบิดามารดากันอีก ๓ คน คือ นางเปลี่ยน นายชิด และนายปลั่ง บิดามารดามีอาชีพทำสวน
พอมีอายุได้ ๓ ปี นำขำบิดา ซึ่งเป็นศิษย์ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังษี) วัดระฆังฯ ได้นำท่านมาฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อศึกษาพระปริยธรรม แต่ครั้งสมเด็จโต ยังดำรงตำแหน่งเป็นพระธรรมกิติ ทั้งนี้ด้วยเห็นนิสัยบุตรคนนี้ว่า เป็นคนใจบุญ ใจกุศล
สมเด็จโต ดูลักษณะท่านแล้วทำนายว่า เด็กคนนี้มีวาสนาทางพระถึงขั้นพระราชาคณะ ฉันยินดีรับอุปถัมภ์ นายขำบิดาท่านได้ฟังคำทำนายก็รู้สึกตื้นตันใจในวาสนาของบุตร นับได้ว่า สมเด็จโตเป็นพระอาจารย์ของบิดาแล้วยังได้มาเป็นพระอาจารย์ของท่านอีกชั้นหนึ่ง เป็นกำลังใจให้ท่านเล่าเรียนด้วยความขยันหมั่นเพียรแลจิตมุ่งที่จะอุปสมบท การเล่าเรียนของท่าน สมเด็จโตออกปากว่า... -
๑๒๔ปี การพิมพ์พระไตรปิฏก ด้วยอักษรไทย และจัดเป็นรูปเล่ม ที่เกิดขึ้นครั้งแรก ในรัชกาลที่ ๕
๑๒๔ปี การพิมพ์พระไตรปิฏก ด้วยอักษรไทย และจัดเป็นรูปเล่ม ที่เกิดขึ้นครั้งแรก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า รัชกาลที่ ๕
สมัยรัชกาลที่ ๕ ระหว่างพ.ศ ๒๔๓๑-๒๔๓๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้คัดลอกพระไตรปิฏกอักษรขอมในใบลาน(ฉบับรัชกาลที่ ๑) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดพิมพ์ออกมาเป็นตัวอักษรไทย(บาลี) แล้วชำระแก้ไข จัดพิมพ์ขึ้นเป็นเล่มหนังสือได้ ๓๙ เล่ม ใช้เวลานานถึง ๖ ปี.
การพิมพ์พระไตรปิฏกด้วยอักษรไทย และจัดทำเป็นรูปเล่มนั้น จะช่วยให้สะดวกในการค้นคว้า และจัดเก็บรักษา แม้จะไม่ทนเหมือนการจารึกลงบนใบลาน แต่ก็สามารถจัดพิมพ์ขึ้นมาใหม่ได้อีก การชำระและจัดพิมพ์ในครั้งนี้เสร็จทันงานฉลองรัชดาภิเษก(การครองราชย์ครบ ๒๕ ปี)ของพระองค์.และทรงพระราชทานแด่พระอารามหลวงและวัดราษฏร์ ทั้งในกรุงเทพและหัวเมืองโดยทั่วกัน.
ซึ่งนับเป็นการพิมพ์คัมภีร์สำคัญทางพระพุทธศาสนา ฉบับภาษาไทย เป็นครั้งแรกในประเทศไทย.
๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๐
รำลึกพระปิยะมหาราช ถวายราชสดุดี
ที่มา FB:เพจSaran Wiki
เรียบเรียงโดย
กิตติ จิตรพรหม : สำนักข่าวทีนิวส์
http://www.tnews.co.th/contents/371144 -
กระทรวงต่างประเทศเผย ผู้นำ-ผู้แทน 42 ชาติ ร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
วันที่ 24 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว ว่า มีสมาชิกราชวงศ์ ผู้นำและผู้แทนต่างประเทศทั้งหมด 42 ประเทศ ยืนยันเข้าร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ดังนี้
พระประมุข ประมุข และพระราชวงศ์ รวม 24 ประเทศ
1) สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีสมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งเลโซโท
2) สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน
3) สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งตองกา
4) นายติน จ่อ ประธานาธิบดีเมียนมา และภริยา
5) นายบุนยัง วอละจิด ประธานประเทศ แห่งสปป.ลาวและภริยา
6) นางฮาลิมห์ ยาค็อบ ประธานาธิบดีสิงคโปร์ และคู่สมรส
7 ) สมเด็จพระราชินีซิลเวียแห่งสวีเดน
8) สมเด็จพระราชินีแม็กซิมาแห่งเนเธอร์แลนด์
9) สมเด็จพระราชินีมาธิลด์แห่งเบลเยียม
10) สมเด็จพระราชินีโซเฟียแห่งสเปน
11) นายปีเตอร์ คอสโกรฟ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯ แห่งออสเตรเลียและภริยา
12) มาดามจูลี พาแย็ต ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯ แห่งแคนาดา
13) นางเมกาวาตี ซูการ์โนบุตรี... -
นักวิจัยเล็งใช้สายเคเบิลใยแก้วนำแสง (fiber optic) มาประยุกต์เป็นเครื่องมือตรวจจับแผ่นดินไหว
สัญญาณอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ที่เราใช้งานภายในบ้านมักจะถูกส่งมาจากชุมสายหลักไปชุมสายย่อยในรูปแบบสายเคเบิลใยแก้วนำแสง (fiber optic) นอกเหนือจากความสามารถในการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปยังที่อยู่อาศัยและภาคธุรกิจแล้วล่าสุดนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Stanford กำลังพยายามนำสายเคเบิลใยแก้วนำแสงมาใช้ในการตรวจจับการเกิดแผ่นดินไหว
แม้จะมีหลายวิธีและมีเครื่องมือจำนวนมากที่สามารถตรวจจับการเกิดแผ่นดินไหว แต่การค้นพบล่าสุดซึ่งนำโดย Biondo Biondi ศาตราจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ธรณีวิทยาที่ Stanford’s School of Earth, Energy & Environmental sciences ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาได้แสดงให้เห็นว่าเราสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วอย่างเช่นสายเคเบิลใยแก้วนำแสงมาเป็นเครื่องมือตรวจวัดการเกิดแผ่นดินไหวได้นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ด้านโทรคมนาคม
เขาเสริมว่าระบบเส้นใยแก้วนำแสงจะมีราคาถูกกว่าการใช้เครื่องมือตรวจสอบแผ่นดินไหวที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน “สายเคเบิลใยแก้วนำแสงทุกตารางเมตรในเครือข่ายสามารถทำหน้าที่เสมือนเซ็นเซอร์และมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า 1 ดอลลาร์ในการติดตั้ง... -
เสียงธรรม หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เรื่อง ปุพเพนิวาสานุสติญาณ
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เรื่อง ปุพเพนิวาสานุสติญาณ
Buddhism Channel
Published on Oct 23, 2017
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เรื่องปุพเพนิวาสานุสติญาณ(ระลึกชาติเราเคยเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานมากกว่าเกิดเป็นมนุษย์) -
เรื่อง “พญาม้ากัณฐกะ” (ม้าของเจ้าชายสิทธัตถะ)
เรื่อง “พญาม้ากัณฐกะ” (ม้าของเจ้าชายสิทธัตถะ)
(เรียบเรียงโดย ธรรมหรรษา)
รศ.ดร. พระมหา หรรษา นิธิบุณยากร
https://www.gotoknow.org/posts/331625
“พญาม้ากัณฐกะ” เป็นม้าที่ถึงพร้อมด้วยรูป คือส่วนยาวตั้งแต่หัวจรดปลายหาง ๑๘ ศอก ส่วนสูงพอเหมาะกับส่วนยาวมีฝีเท้าและกำลังอันเลิศ มีสีขาวล้วนประดุจสังข์ที่ขัดสะอาดแล้ว นายฉันนะคิดว่าเราควรเตรียมม้ามงคลตัวนี้ เพื่อให้เจ้าชายสิทธัตถะที่ทรงประสงค์จะออกมหาภิเนษกรมณ์
“ม้ากัณฐกะ” เมื่อถูกจัดเตรียมก็ รู้ว่าพระลูกเจ้าของเราคงจักมีพระประสงค์จะเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์อย่างไม่ ต้องสงสัย เพราะการเตรียมครั้งนี้ไม่เหมือนเวลาที่เสด็จในวันอื่นๆ ม้ากัณฐกะมีใจยินดี ส่งเสียงร้องดังกังวาน
เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จลงจากปราสาทแล้ว เสด็จไปยังโรงม้าตรัสกับพญาม้าว่า “กัณฐกะ วันนี้เจ้าจงพาเราข้ามฝั่งสักครั้งหนึ่งเถิด เราอาศัยเจ้าได้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว จักยังโลกพร้อมทั้งเทวโลกให้ข้ามฝั่งด้วย” จากนั้นพระโพธิสัตว์เสด็จขึ้นประทับบนหลังม้ากัณฐกะ ทรงโปรดให้นายฉันนะนั่งเบื้องพระปฤษฎางค์ (ข้างหลัง) เสด็จถึงประตูใหญ่แห่งพระนครในตอนเที่ยงคืน
เมื่อเสด็จถึงฝั่งแม่น้ำสายหนึ่ง... -
“การสร้างอุปนิสัย วาสนาบารมี” (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
เรื่อง “การสร้างอุปนิสัย วาสนาบารมี”
(คติธรรม หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๘
“ศาสนานี้สร้างคนให้ได้หลุดพ้นจากกองทุกข์มีจำนวนมากเท่าไร ๆ แต่ละครั้ง ๆ ของพระพุทธเจ้าที่มาตรัสรู้ในแดนมนุษย์นี่มีมากขนาดไหน นั่นละท่านว่า เอาสัตว์ทั้งหลายพ้นจากความเป็นนักโทษ ความเกิดแก่เจ็บตาย เวียนว่ายในวัฏสงสาร พ้นๆ ผู้ที่ยังไม่พ้นก็แทนกันขึ้นมาเรื่อย ๆ คนนั้นผ่านไปแล้ว คนนี้เข้าแทนที่ๆ เรื่อย
อุปนิสัยก็สร้างมาทุกวัน ทุกปี ทุกเดือน ทุกภพทุกชาติในชาติที่ควรจะสร้างได้ เมื่อมาพบพระพุทธศาสนาอย่างนี้ยิ่งเป็นของเยี่ยมแล้วนี่ เราได้มาสร้างอำนาจวาสนา บุญญาภิสมภาร สร้างบารมี ยิ่งเพิ่มเข้าไป บารมีก็สูงขึ้นไปเรื่อย เอ้า คนนั้นขึ้นระดับนั้น คนนี้ขึ้นระดับนี้ สุดท้ายก็เป็น “อุคฆฏิตัญญู วิปจิตัญญู” ได้วันใดวันหนึ่งแน่นอนไม่ต้องสงสัย
ทีแรกก็อยู่โน้นเสียก่อน “เนยยะ” ครั้นต่อมาก็ก้าวขึ้นมา ๆ เพราะสร้างอยู่เสมอ เหมือนกับเราเทน้ำใส่ตุ่ม เทไม่หยุดไม่ถอย มันก็เต็มของมันขึ้นมาได้เอง อันนี้ก็สร้างอยู่ไม่หยุดไม่ถอยทำไมจะไม่เต็ม เมื่อถึงขั้นแล้วเอาไว้ไม่อยู่ “อุคฆฏิตัญญู”... -
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน อนาถบิณฑิกเศรษฐีไล่เทวดา
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน อนาถบิณฑิกเศรษฐีไล่เทวดา
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภเศรษฐีชื่ออนาถบิณฑิกะ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า ปาโปปิ ปสฺสตี ภทฺรํ เป็นต้น
อนาถบิณฑิกเศรษฐี บำรุงพระภิกษุสามเณรอยู่เนืองนิตย์ กระทั่งทรัพย์สมบัติร่อยหรอ เทวดาที่ประจำอยู่ที่ซุ้มประตูบ้านของเศรษฐีทนไม่ไหว ไปเตือนเศรษฐีให้เลิกทำบุญให้ทานเสียที แต่เศรษฐีไม่ยอมเลิก ยังทำบุญให้ทานแก่พระภิกษุและสามเณรต่อไป และได้ขับไล่เทวดาไม่ให้อยู่ในที่นั้น เทวดารู้สึกสำนึกตน จึงไปหาเทวดาทั้งหลาย จนกระทั่งไปหาท้าวสักกเทวราช วิงวอนให้ช่วยไปขอขมาโทษเศรษฐี ท้าวสักกะจึงออกอุบายว่า ให้นำทรัพย์ที่หาเจ้าของมิได้ไปให้เศรษฐีแล้วขอขมาโทษ เทวดานั้นก็ได้ทำตาม เมื่อเศรษฐีจะรับขมาโทษ จึงนำเทวดานั้นไปเข้าเฝ้า พระศาสดาจึงประทานโอวาทสอนเศรษฐีและเทวดาว่า “ดูก่อนคฤหบดี แม้บุคคลผู้ทำบาปในโลกนี้ ย่อมเห็นบาปว่าดี ตลอดกาลที่บาปยังไม่เผล็ดผล แต่เมื่อใด บาปของเขาเผล็ดผล เมื่อนั้น เขาย่อมเห็นบาปว่าชั่วแท้ๆ ฝ่ายบุคคลผู้กระทำกรรมดี ย่อมเห็นกรรมดีว่าชั่ว ตลอดกาลที่กรรมดียังไม่เผล็ดผล แต่เมื่อใด กรรมดีของเขาเผล็ดผล เมื่อนั้น... -
“ฝันเป็นนิมิตบอกบุญบาปในใจได้” ( หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
“ฝันเป็นนิมิตบอกบุญบาปในใจได้”
ให้สังเกตดูเวลาที่เรายังมีชีวิตดีๆอยู่นี้ นอนหลับไปฝันเป็นยังไงน่ะ
ถ้าฝันเห็นในบ้านเรือนรกรุงรัง ชำรุดทรุดโทรมนั่นแสดงว่า จิตยังเป็นอกุศลอยู่ อืม อย่างนี้แหละ ต้องมาตรวจดูจิตใจตัวเองให้ดี มันยังมีอกุศลอะไรแทรกแซงอยู่ ถ้าฝันไปเห็นสถานที่ต่างๆอาคารบ้านเรือนก็ไม่สะอาดสะอ้านอย่างว่านั่นแหละ ถนนหนทางก็ดี ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่ออะไร เดินไปมาก็ไม่สะดวกอย่างนี้ นั่น “อกุศลกรรมนิมิต” มันแสดงบอกแต่เวลายังดีๆอยู่เนี่ย คล้ายๆกับมาเตือนใจให้รู้ ต้องเพียรนะ ต้องเพียรพยายามละอกุศลนะ ถ้าไม่ละไม่พากเพียรละอกุศลแล้ว ตนจะได้รับความทุกข์ต่อไป มันมีอกุศลกรรมนิมิตมาบอกเหตุอย่างนั้น ให้สังเกตดู
ถ้าจิตใจเราเป็นกุศลจริงๆไม่มีบาปมาแทรกแซงนี่ นอนหลับไปก็ฝันดี ฝันไปยังไงก็ไม่มีความเดือดเนื้อร้อนใจ เห็นตั้งแต่สิ่งที่เจริญตาเจริญใจ อย่างนั้นนั่นเราก็รู้ได้เลยว่า จิตเป็นกุศลแท้ ได้บำเพ็ญกุศลให้เกิดในจิตใจของตนอยู่
มันมีเครื่องหมายบอกอยู่นะเรื่องบุญเรื่องบาปนะ ในใจของคนเรานี้นะให้ลองพากันสังเกตดู
“หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”
วัดอรัญญบรรพต จ.หนองคาย
ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น -
“ฝึกใจไม่ให้โกรธ” (สมเด็จพระญาณสังวรฯ)
“ฝึกใจไม่ให้โกรธ”
” .. ผู้มีธรรมถือเหตุผลเป็นสำคัญเสมอ ไม่ว่าใครจะทำผิดมาแล้วมากน้อยเพียงไหน หากเห็นเหตุผลที่ทำไปเช่นนั้น จักอภัยให้อย่างง่ายดาย
การตั้งใจจริงที่จะไม่โกรธ พร้อมกับใช้ปัญญาหาเหตุผลมาประกอบเพื่อไม่ให้เกิดความโกรธ ก็คือการตั้งใจจริงที่จะเข้าใจเหตุผลความจำเป็นของคนอื่น ที่ทำสิ่งอันชวนให้โกรธ เมื่อเห็นเหตุผลความจำเป็นของเขาแล้ว ก็จะอภัยให้ได้ ไม่โกรธ
การฝึกใจไม่ให้โกรธจึงเท่ากับเป็นการฝึกให้อภัยในความผิดของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่รู้จักหรือไม่รู้จักก็ตาม
ผู้ให้อภัยง่าย ก็คือผู้ไม่โกรธง่ายนั่นเอง ดังนั้นผู้ที่ปรารถนาจะฝึกจิตให้ไม่โกรธง่าย จึงควรต้องฝึกตนให้เป็นผู้มีเหตุผล เคารพเหตุผล
นั้นคือให้คิดหาเหตุผลเพื่อให้เกิดความเห็นอกเห็นใจผู้ที่ตนอยากจะโกรธ เมื่อเห็นอกเห็นใจด้วยเหตุผลแล้วจะได้ไม่โกรธ จะได้อภัยในความผิดพลาดหรือบกพร่องของเขา
กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือให้คิดหาเหตุผลเพื่อให้เกิดเมตตาในผู้ที่ตนอยากจะโกรธนั่นเอง .. ”
(สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก)
ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น -
รัฐบาลประกาศ เฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ ๕ และรัชกาลที่ ๙
รัฐบาลประกาศ เฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่5และรัชกาลที่9
ลงราชกิจจาฯ รัฐบาลประกาศ เฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่5 "พระบิดาแห่งการปฏิรูปข้าวไทย" และรัชกาลที่9 "พระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย"
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ (๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๙) ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เป็น "พระบิดาแห่งการปฏิรูปข้าวไทย" และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ เป็น "พระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย"
โดยที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ มีพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมแก่เกษตรกรและปวงชนชาวไทย ด้วยทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการปฏิรูปและพัฒนาแนวทางการผลิตข้าว และการวิจัยและพัฒนาข้าวไทยในห้วงแห่งรัชกาลตามลําดับ ทั้งนี้ ด้วยพระวิริยอุตสาหะอุทิศกําลังพระวรกายและกําลังพระปัญญา ทําให้ข้าวไทยได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์ การวิจัยและปรับปรุงพันธุ์ การจัดระบบชลประทาน ที่เหมาะสม... -
หัวหน้าพระธรรมทูตฯเป็นปธ.พิธีบรรพชาสามเณรอินเดีย
หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล เป็นประธานพิธีบรรพชาสามเณรกุลบุตรชาวอินเดีย จำนวน 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
วานนี้ (22ต.ค.60) เวลา 16.30 น. ที่ลานพระบรมรูป ร.9 พระเดชพระคุณ พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล เป็นประธานในพิธีบรรพชาสามเณรกุลบุตรชาวอินเดีย จำนวน 89 รูป เป็นครั้งประวัติศาสตร์ของเมืองกุสินารา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ ลานพระบรมรูป ร.9 วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมืองกุสินารา รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย สถานที่ปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เริ่มการก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2537 และสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ.2542 ด้วยแรงศรัทธาของคณะพุทธบริษัทชาวไทย และคณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อวัดว่า วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ซึ่งมีความหมายถึง วัดที่ชาวไทยสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง การครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี ตั้งอยู่ ณ... -
เทคนิคการท่องคาถาให้เกิดผลจริงแบบง่าย ๆ
เทคนิคการท่องคาถาให้เกิดผลจริงแบบง่าย ๆ
เทคนิคที่ว่าคือ ให้กลั้นใจแล้วท่องคาถาในขณะที่กลั้นใจนั้นแหละครับ
ได้ผลชัวร์ ส่วนจะได้มากน้อยก็อยู่ที่ว่า ในขณะที่กลั้นใจนั้น สมาธิของคุณนิ่งแค่ไหน
แต่ที่แน่ ๆ คือ ในขณะที่คุณกลั้นใจนั้น จิตคุณนิ่งเป็นสมาธิแน่นอน แต่จะอยู่ที่ระดับไหนเท่านั้นเอง
ขอยกคำสอนของพระอาจารย์ที่ท่านได้เคยพูดถึงเรื่องนี้ไว้มาให้อ่านกันนะครับ ท่านบอกไว้ดังนี้ครับ
"ในเรื่องของคาถา ถ้าจะว่าไปแล้ว นักปฏิบัติธรรมทุกคนควรจะซักซ้อมการใช้พระคาถาต่าง ๆ ไว้ เพราะว่าเรื่องของคาถาให้ผลง่าย แค่อารมณ์ใจของเราสูงกว่าอุปจารสมาธินิดหนึ่งก็เริ่มให้ผลแล้ว เขาเรียกว่า อุปจารฌาน คืออารมณ์ใจเริ่มทรงตัวแน่วแน่ ตอนนั้นความฟุ้งซ่านไม่มี จิตก็เริ่มมีกำลัง
ดังนั้น..จะเห็นว่าถ้าจะใช้คาถาแบบโบราณ ๆ คาถาหลายบทท่านให้กลั้นใจว่า อย่างเช่นกลั้นใจว่า ๓ จบ ๗ จบ ๙ จบ ตอนที่เรากลั้นใจจิตจะนิ่ง ไม่นิ่งก็ไม่ได้เพราะจะตายอยู่แล้ว เนื่องจากไม่หายใจ พอจิตนิ่งก็จะเกิดพลังขึ้นมา ถ้าเราทำคาถาใดคาถาหนึ่งแล้วเกิดผล เราจะเกิดความมั่นใจ พอเกิดความมั่นใจ ก็เอากำลังระดับนั้นไปใช้กับคาถาทุกบท จะได้ผลเหมือนกันหมด... -
กราบน้อมรำลึก ๒๓ ตุลาคม วันปิยมหาราช คล้ายวันสวรรคต" เสด็จพ่อ ร.๕ "เคล็ดลับการบูชา พร้อมพระคาถา
กราบน้อมรำลึก ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ วันปิยมหาราช คล้ายวันสวรรคต " เสด็จพ่อ ร.๕ "..เคล็ดลับการบูชา พร้อมพระคาถา อย่างครบถ้วน.
การบูชารัชกาลที่ ๕
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ ๕ แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันอังคาร เดือน ๑๐ แรม ๓ ค่ำ ปีฉลู ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๓๙๖ เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๙ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระองค์ที่ ๑ ในสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี เสวยราชสมบัติเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๕ค่ำ ปีมะโรง (พ.ศ.๒๔๑๑) รวมสิริดำรงราชสมบัติ ๔๒ ปี ๒๒ วัน เสด็จสวรรคต เมื่อวันเสาร์ เดือน ๑๑ แรม ๔ ค่ำ ปีจอ (๒๓ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๓) ด้วยโรคพระวักกะ สิริรวมพระชนมายุ ๕๘ พรรษา
พระองค์ได้รับสมัญญาว่า "ปิยมหาราช" แปลว่า มหาราชผู้ทรงเป็นที่รัก และว่า “พระพุทธเจ้าหลวง”
พระคาถาบูชาเสด็จพ่อรัชกาลที่๕
นะโม ๓จบ
อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ อิเมนา
พุทธะ ตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ
พระสยามมินโท วะโรอิติ พุทธะสังมิ
อิติอะระหัง สะหัสะกายัง วะรังพุทโธ
นะโมพุทธายะ มาสีสะมานัง
(กล่าว ๓ ครั้ง)... -
"หลวงพ่อปาน " นำเขี้ยวเสือแกะถวาย "เสด็จพ่อ ร.๕" แต่กระโดดหนีลงน้ำ ต้องเอาหมูปั้นมาล่อ
"หลวงพ่อปาน " นำเขี้ยวเสือแกะถวาย "เสด็จพ่อ ร.๕" แต่กระโดดหนีลงน้ำ ต้องเอาหมูปั้นมาล่อ ซึ่งพระองค์กล่าวถึงไว้ในพระราชนิพนธ์.
ประวัติหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย
หลวงพ่อปานเป็นชาวบางบ่อ ท่านเกิดที่ คลองนางโหง ตำบลบางเหี้ย (ตำบลคลองด่านในปัจจุบัน) จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๖๘ ตาเป็นคนจีนชื่อ เขียว ยายเป็นคนไทยชื่อ ปิ่น บิดามีเชื้อจีน ชื่อ "ปลื้ม" มารดาเป็นคนไทย เป็นลูกสาวคนโตของยายปิ่น ชื่อ "ตาล" อาชีพทำป่าจาก ครอบครัวของท่านอยู่ที่หมู่บ้านโคกเศรษฐี มีพี่น้องร่วมบิดามารดา ๕ คน ท่านเป็นบุตรคนที่ ๓
คนที่ ๑ ชื่อ นายเทพย์
คนที่ ๒ ชื่อ นายทัต
คนที่ ๓ ชื่อ นายปาน (หลวงพ่อปาน)
คนที่ ๔ ชื่อนายจันทร์
คนที่ ๕ ชื่อนางแจ่ม
ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ตราพระราชบัญญัตินามสกุลขึ้นใช้ ลูกหลานของหลวงพ่อปาน ได้ใช้ชื่อของบรรพบุรุษมาตั้งเป็นนามสกุลว่า "หนูเทพย์"
เมื่อตอนเป็นเด็ก บิดามารดาได้นำไปฝากไว้กับท่านเจ้าคุณศรีศากยมุนี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) เพื่อให้เรียนหนังสือไทย ต่อมาไม่นานเจ้าคุณได้ให้บรรพชาเป็นสามเณร ต่อมาท่านได้สึกจากเณร มาช่วยพ่อแม่... -
ประสบการณ์ตายของหลวงพ่อฤๅษี-การตายครั้งที่ ๗
ประสบการณ์ตายของหลวงพ่อฤๅษี-การตายครั้งที่ ๗
เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ อาการตายคราวนี้แปลกไม่มีโรค ตอนเช้าลงมาจากกุฏิชั้นสอง ตื่นขึ้นมาล้างหน้าเสร็จ ก็หยิบเอกสารสำหรับทำงานลงมาที่ตึกอินทราพงษ์ หวังจะทำงานเมื่อฉันเช้าเสร็จ พอวางเอกสารเสร็จก็อยากเข้าห้องส้วม
พอนั่งในส้วมปั๊บมันไม่ขี้ไม่เยี่ยว มันมืดไปหมด ไม่ใช่หน้ามืดอย่างเดียว มันมืดไปทั้งหมดแม้แต่ยกมือขึ้นก็มองไม่เห็นมือ แต่ว่าจิตใจเป็นสุข ก็คิดว่าอาการอย่างนี้ควรเป็นอาการของความตาย ถ้าตายในเวลานี้ก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร จิตใจเป็นสุขเราก็ไปนิพพาน
นั่งอยู่นาน สักครู่ก็คิดในใจว่าในโลกนี้ ตั้งแต่พระพุทธเจ้าอุบัติมาแล้ว ก็ไม่เคยมีพระอรหันต์องค์ไหนท่านนิพพานบนโถส้วม ถ้าเราตายบนโถส้วมก็จะเก่งกว่าพระอรหันต์ทั้งหมด และลูกศิษย์ของเราก็มีมาก ถ้าเขาทราบว่าอาจารย์ตายบนโถส้วมก็จะขายขี้หน้าเขา เลยลุกจากโถส้วม ก็มองไม่เห็นอะไรเลย เอามือคลำข้างฝา คลำราวผ้าออกมา
พอถึงหน้าประตูห้องบันทึกเสียง พื้นห้องปูพรมก็เอนกายนอนลงตรงนั้น พอเอนกายลงไปแล้ว จิตก็ออกจากร่างไปติดอยู่แค่พระจุฬามณีเจดียสถาน ในบริเวณสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ทั้งหมดเต็มไปทั้งเทวดา นางฟ้า... -
“สมเด็จพระวันรัต”ปีติพระราชจริยาวัตร”ในหลวง”ขณะทรงผนวชเมื่อปี ๒๔๙๙
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 18 ต.ค. ที่อาคารมนุษยนาควิทยาทาน วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พรหมคุตโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต เปิดเผยเกี่ยวกับการเชิญชวนประชาชนร่วมถวายความอาลัยต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลตามมติมหาเถรสมาคม(มส.) พร้อมเผยความรู้สึกขณะใกล้ชิดพระองค์ในช่วงที่ทรงผนวชและจำพรรษาอยู่ที่วัดบวรนิเวศฯ ว่า ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ทรงผนวชเป็นเวลา 15 วัน ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคมถึง 5 พฤศจิกายน 2499 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศฯ เป็นพระราชอุปัธยาจารย์ ทรงได้รับฉายาว่า “ภูมิพโลภิกขุ”
“จากนั้นเสด็จฯมาประทับจำพรรษา ที่พระตำหนักปั้นหยา วัดบวรนิเวศฯ ขณะนั้นอาตมายังเป็นสามเณรและได้อุปสมบทพร้อมพระองค์ ได้เห็นพระจริยวัตรของพระองค์ขณะที่เป็นพระสงฆ์ แม้พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ แต่พระองค์ทรงเคร่งครัดในพระธรรมวินัยยิ่งกว่าสามัญชน ทรงมีขันติมาก... -
จัดตั้งประชาคมพุทธศาสนิกชนเอเซียที่เมียนมา
จัดตั้งประชาคมพุทธศาสนิกชนเอเซียที่เมียนมา
ประชุมศาสนาสัมพันธ์ที่สนามกีฬาเมืองมัณฑะเลย์
วันที่ 12 ต.ค.2560 ที่ Karaweik Palace นครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในกลุ่มประเทศอาเซียนอาทิ ประเทศเมียนมา ไทย เกาหลีใต้ เวียดนาม ลาว สิงคโปร์ และศรีลังกา จัดประชุม เพื่อจัดตั้งประชาคมพุทธศาสนิกชนเอเซีย (Asian Buddhist Community - ABC) โดยมีพระสงฆ์และชาวพุทธสหภาพเมียนมาร์ เป็นแกนนำในการจัดตั้ง โดยมีเป้าหมายในการช่วยจรรโลงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างพระพุทธศาสนาเถรวาทและมหายาน ซึ่งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้ส่งคณะผู้บริหารเข้าร่วมสังเกตุการณ์ในการประชุมครั้งนี้อาทิ พระมหาสันติ ธีรภทฺโท,ดร. เลขานุการบัณฑิตวิทยาลัย
การจัดตั้งสมาคมพระพุทธศาสนาอาเซียนดังกล่าวมีเป้าหมายในการช่วยจรรโลงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคงในภูมิภาคเอเซีย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างพระพุทธศาสนาเถรวาทและมหายาน... -
มหาจุฬาฯพร้อมแล้ว!เปิดป.ตรีนานาชาติ
มหาจุฬาฯ พร้อมแล้ว!เปิด ป.ตรี นานาชาติ
ยกวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติดำเนินการ ด้วยหลักประกันคุณภาพระดับดีมาก เตรียมสู่การประเมินด้วยระบบ EdPEx ปีหน้า
วันที่ 13 ต.ค.2560 พระมหาหรรษา ธัมมหาโส ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ฝ่ายวิชาการ ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา และผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ(IBSC) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา พระราชปริยัติกวี,ศ.ดร. รองอธิการบดี มจร ฝ่ายวิชาการ ได้ประชุมคณะกรรมการยกร่างหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาพระพุทธศาสนา (หลักสูตรนานาชาติ) เพื่อเร่งเปิดการศึกษาในระดับปริญญาตรีให้ทันปีการศึกษา 2561
"เนื่องจากปัจจุบันนี้ วิทยาลัยได้เปิดการศึกษาในหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาเท่านั้น การเปิดระดับปริญญาตรีจะทำให้ผู้สนใจในทวีปยุโรป อเมริกา ทวีปเอเซีย ประชาคมอาเซียน และทวีปอื่นๆ รวมถึงมหาวิทยาลัย และวิทยาลัยต่างๆ ที่อยู่ภายใต้สมาคมมหาวิทยาลัยพุทธศาสนานานาชาติ สามารถเลือกมาศึกษา ณ วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติได้ การเปิดหลักสูตรปริญญาตรี โท และเอก...
หน้า 351 ของ 440