คลังเรื่องเด่น
-
ถ้านึกถึงหลวงพ่อกวย ต้องนึกถึงหลวงปู่เจี๊ยะ หลวงพ่อกวยกับหลวงปู่เจี๊ยะอาศัยการทำงานสร้างสมาธิ
“ถ้านึกถึงหลวงพ่อกวย ต้องนึกถึงหลวงปู่เจี๊ยะคู่กันไป หลวงพ่อกวยกับหลวงปู่เจี๊ยะอาศัยการทำงานสร้างสมาธิ
หลวงพ่อกวยนั่งเสก นั่งเป่า นั่งถักเชือกไปเรื่อย วันหนึ่งหัวไม่วางหางไม่เว้นหรอก ทำเช้ายันค่ำ หลวงปู่เจี๊ยะถ้าไม่กวาดวัด ไม่ทำทางเดินจงกรม ไม่หาบน้ำไปราดทางจงกรม ท่านก็นั่งตีขวาน คนเห็นว่าท่านเป็นพระวัดป่า แต่ไม่ค่อยจะเข้าที่จงกรม ไม่ค่อยเข้าที่ภาวนา ประเภทนั้นถ้าไปคุยกับหลวงปู่เจี๊ยะ ท่านว่า “ไอ้โง่แบบนี้ไม่ต้องมาคุยกับกูเลยนะ”
หลวงปู่ท่านเดินจงกรมตั้งแต่ค่ำยันสว่างดันไม่เห็น มาเห็นตอนท่านทำอย่างอื่น ไปถึงก็ไปถาม “ตีขวานนี่ใช่กิจของสงฆ์หรือเปล่า ?” หลวงปู่เจี๊ยะบอกว่า “ทำไมจะไม่ใช่กิจของสงฆ์ ? ก็กูเป็นสงฆ์ สงฆ์ตีกับมือเองแท้ ๆ จะไม่ใช่กิจของสงฆ์ได้อย่างไรวะ ?” พวกโง่นี้ต้องไปเจอหลวงปู่เจี๊ยะ เสียดาย..ท่านมรณภาพไปแล้ว โดนสวนกลับแต่ละดอกนี่หงายท้องเลย
หลวงพ่อกวยท่านนั่งลบผง เขียนยันต์ ม้วนตะกรุด ถักตะกรุด ไม่มีใครว่า เห็นว่าเป็นเรื่องที่พระทำได้ พอไปเห็นหลวงปู่เจี๊ยะตีขวาน ดันบอกว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์”
ถาม : ขวานใช้แทนมีดหมอได้ไหมคะ ?
ตอบ : ถ้าของหลวงปู่เจี๊ยะก็ใช้แทนไปเถอะ แต่จริง... -
คนดีเป็นเช่นไร! ทำตัวเช่นไรจึงจะกล่าวได้ว่าเป็นคนดี ตามคำที่หลวงตามหาบัวบอก
คนดีเป็นเช่นไร! ทำตัวเช่นไรจึงจะกล่าวได้ว่าเป็นคนดี ตามคำที่หลวงตามหาบัวบอก
คณะลูกศิษย์ได้เข้าไปกราบหลวงตามหาบัว และเล่าบ่นเรื่องการทำงาน ที่มีการนินทาว่าร้าย ใส่ร้ายป้ายสี กลั่นแกล้งกัน
หลวงตาก็เลยถามว่า..
“ไอ้ที่มานั่งว่าคนอื่นเขาอยู่นี่นะ ตัวเรานั้นดีแล้วหรือ ?”
ลูกศิษย์ถึงกับอึ้ง ท่านจึงถามต่อว่า..
“อย่าไปว่าคนอื่นเขา ตัวเรานั้นดีแล้วหรือ ไหนตอบมาซิ”
ลูกศิษย์ : “ก็คิดว่าตัวเราทำดีแล้ว แต่คนอื่นไม่เห็นดีกับเรา ทำไมเขาไม่รู้ไม่เข้าใจบ้าง”
หลวงตา “ถ้าตัวเราดีแล้ว ไปยุ่งกับคนอื่นเขาทำไม หา?”
ลูกศิษย์ : “ก็คนอยู่ด้วยกันนี่คะ ท่านอาจารย์ เราดีกับเขา ไม่เห็นเขาดีกับเราเลย หน้าอย่างหลังอย่าง”
หลวงตา “ถ้าเป็นคนดีพร้อมแล้วนะ นั่นแหละคือความดีของเราเอง เป็นบุญ เป็นกุศล เป็นความสุขความเจริญ คนอื่นไม่ดีก็ช่างเขาปะไร เราจะไปเดือดร้อนทำไมกับความไม่ดีของคนอื่น ใครเขาจะมาว่าอะไร ตัวคำพูดนั้นออกจากปากใครก็เข้าหูคนพูดก่อน เราจะไปรับทำไม
ถ้าเราเป็นคนดีแล้ว เราไม่ต้องไปรับรู้เจ็บร้อนอะไรใช่ไหมล่ะ รักษาความดีของเราไว้ให้สงบแน่วแน่มั่นคง นั่นแหละเรียกว่าเราดี แน่จริงละ ใช่ไหม หือ ?”... -
ผีเปรตสมัยใหม่ เรื่องเล่าโดยหลวงปู่แหวน
ผีเปรตสมัยใหม่ เรื่องเล่าโดยหลวงปู่แหวน
ประสบการณ์ส่วนหนึ่งของ หลวงปู่แหวน ขณะอยู่ที่ถ้ำเชียงดาว มีดังนี้
ในระหว่างพรรษา วันหนึ่งประมาณ ๕ โมงเย็น หลวงปู่แหวน กำลังเดินจงกรมอยู่ ก็มีเสียงดังโครมครามเหมือนกิ่งไม้ใหญ่หักลงมา จึงเหลียวไปดู กลายเป็นสัตว์ร่างใหญ่ร่างหนึ่ง เอาเท้าเกาะอยู่บนกิ่งไม้ห้อยหัวลงมา มีผมยาวรุงรัง เสียงร้องโหยหวน
หลวงปู่บอกว่า ท่านไม่ได้นึกกลัว และไม่ได้ให้ความสนใจ ยังคงเดินจงกรมต่อไป
เมื่อร่างนั้นเห็นว่า หลวงปู่ไม่สนใจ ก็หนีหายไป
สองสามวันต่อมา ก็มาปรากฏอีก แต่หลวงปู่ก็เดินจงกรมโดยไม่สนใจ หลังจากนั้นจึงมาปรากฏตัวให้เห็นทุกเย็น แต่ไม่ได้เข้ามาใกล้หลวงปู่ คงแสดงอาการเหมือนเดิมทุกครั้ง
วันหนึ่ง หลวงปู่ได้กำหนดจิตถามไปว่า ที่มานั้นเขาต้องการอะไร ทีแรกเขาทำเฉยเหมือนไม่เข้าใจ หลวงปู่จึงกำหนดจิตถามอีก เขาจึงบอกว่า ต้องการมาขอส่วนบุญ
หลวงปู่ จึงกำหนดจิตถามต่อไปว่า เขาเคยทำกรรมอะไรมา จึงต้องมาทุกข์ทรมานอยู่ในสภาพเช่นนี้
ร่างนั้นได้เล่าถึงบุพกรรมของเขาว่า เขาเคยเป็นคนอยู่ที่เชียงดาวนี้ มีอาชีพลักขโมยและปล้นเขากิน ก่อนไปปล้น เขาจะเอาดอกไม้ธูปเทียน... -
สงเคราะห์ครอบครัวตามหน้าที่ ( พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ )
สงเคราะห์ครอบครัวตามหน้าที่
ถาม : ตัดความห่วงนี่ยากกว่า ….?
ตอบ : มีใครเขาตัดได้ล่ะ ? พระพุทธเจ้ายังตัดไม่ได้เลย อาตมาพูดนี่ไม่ได้ลบหลู่พระพุทธเจ้านะ ความห่วงใยในครอบครัวเป็นเรื่องปกติ พระพุทธเจ้าท่านก็ห่วงเหมือนกับพวกเรา เพราะว่าถึงเวลาท่านก็เสด็จไปโปรดพระพุทธมารดา เสด็จไปโปรดพระประยูรญาติ เสด็จไปโปรดพระนางพิมพา พระราหุล ถ้าไม่ห่วงจะไปทำเกลืออะไร ? เพียงแต่ความห่วงของพระองค์ท่านนั้น พระองค์ท่านแค่ทำตามหน้าที่
ปุตตะทารัสสะ สังคะโห สงเคราะห์บุตร ภรรยาและหมู่ญาติเหล่านี้ คราวนี้ถ้าพระองค์ท่านสงเคราะห์ฺแล้วไม่ได้ผลขึ้นมา พระองค์ท่านก็จะไม่ไปกังวล แต่พวกเราถ้าสงเคราะห์แล้วไม่ได้ผล เราจะกังวล ต่างกันตรงนี้เอง พระสารีบุตรจนกระทั่งวาระสุดท้ายแล้ว ถ่ายเป็นเลือดจะมรณภาพอยู่แล้ว รู้ว่าแม่เป็นมิจฉาทิฐิ ก็ยังอุตส่าห์กลับไปโปรด ท่านก็ทำตามหน้าที่ของลูกที่ดี...ใช่ไหม ? สงเคราะห์แม่ได้เท่าไรก็แค่นั้น
ถาม : หน้าที่นี่ อะไรคือขอบเขตของหน้าที่ของเราที่เราคิดว่าไม่อกตัญญูแล้ว ดีที่สุดแล้ว เหมือนกับว่าเราอกตัญญูเกินไป เออ….ทิ้งพ่อเถอะ พ่อจะคิดอย่างไร ?
ตอบ : ถ้าหากว่าสงเคราะห์ได้ก็ให้การสงเคราะห์... -
นรกสวรรค์เกิดขึ้นอย่างไร !? (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
นรกสวรรค์เกิดขึ้นอย่างไร !?
ถาม : ดินแดนนรกกับดินแดนสวรรค์มีจริงไหม ?
ตอบ : อุตส่าห์เล่ามาขนาดนี้แล้วยังจะถามอีก มีจริง ๆ จ้ะ
นรกสวรรค์จะไม่มีเลยถ้าไม่มีใครทำความดีความชั่ว สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับผลของการกระทำของพวกเราเอง
เราทำชั่วมาก ๆ แดนนรกก็เกิดขึ้นมารับ
ทำชั่วน้อยลงมาหน่อย แดนเปรตก็เกิดขึ้นมารับ
ทำชั่วน้อยลงไปอีกนิดหนึ่ง แดนอสุรกายก็เกิดขึ้นมารับ
ทำชั่วน้อยลงไปอีก แดนสัตว์เดรัจฉานก็เกิดขึ้นมารับ
เป็นผู้ที่มีศีลห้าทรงตัวก็เกิดเป็นมนุษย์ แดนมนุษย์มีรองรับอยู่เห็น ๆ แล้ว ใช่ไหม..?
มีศีลบริสุทธิ์มีความดีทรงตัวก็เกิดเป็นเทวดานางฟ้า มีแดนเทวดารองรับอยู่
ถ้าสร้างฌานสร้างสมาบัติได้ ก็มีแดนพรหมรองรับ
ทำดีถึงที่สุดหลุดพ้นจากวัฏฏะก็มีแดนพระนิพพานรองรับอยู่
ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นมาจากการกระทำของเราทั้งหมด ถ้าไม่มีการกระทำ สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ก็ไม่มี เท่ากับว่าเราสร้างขึ้นมาเองแท้ ๆ เลย ตอนเราสร้างนั้น เราก็คงไม่เคยนึกเลยว่า จะสร้างได้น่ากลัวขนาดนั้น
สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔
ที่มา วัดท่าขนุน -
น้องพระพาย แม่นทุกบทสวด! ครบทุกคาถา! มัคนายกเรียกพี่
น้องพระพาย แม่นทุกบทสวด! ครบทุกคาถา! มัคนายกเรียกพี่
คลิป
ขอบคุณที่มา ซูเปอร์เท็น | SUPER 10 -
คู่ปรับของไสยศาสตร์ (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
คู่ปรับของไสยศาสตร์
ทางปักษ์ใต้นี่น่ากลัวมาก ทางใต้เขาจะใช้ คุณผีคุณคน คุณผีเขาใช้ผีทำ คุณคนเขาใช้คนทำ มีหลวงพ่อรูปหนึ่งท่านไปเทศน์ ได้กลิ่นธูปเหมือนกับกลิ่นศพแล้วก็หน้ามืดหมดสติไป หลังจากที่ฟื้นขึ้นมาแล้วจมูกก็บวมแดง แล้วก็เน่าลามไปเรื่อย จนจมูกแหว่งไปเลย
แล้วอยู่ ๆ วันหนึ่งขณะที่ท่านกำลังจะฉันเช้า ท่านก็ลุกขึ้นนั่งตัวตรงขึงขัง กลายเป็นอีกคนหนึ่งไปเลย บอกว่า “ลูกกูป่วยแค่นี้พวกมึงรักษาไม่ได้หรือ ?” คนเขาก็แปลกใจ แต่คนแถวนั้นเขาเชื่อเรื่องอย่างนี้อยู่แล้ว ก็ถามว่า “ท่านเป็นใคร ?” ท่านก็บอกว่า “กูคือพระอินทร์ ลูกกูไปโดนเขาทำคุณไสยมา เขาใช้น้ำเหลืองผีตายโหงผสมกับผงธูป ปั้นเป็นธูปแล้วจุดในพิธี”
เพราะฉะนั้น..ใครเทศน์คู่อยู่จะโดนผีของเขาคุมหมด แล้วใครหายใจเข้าไปจมูกก็เน่าไปด้วย มีคนถามว่า “ในเมื่อรักษาไม่ได้ แล้วพ่อปู่จะรักษาอย่างไร ?” ท่านบอกว่า “ไปเอาน้ำมา เดี๋ยวข้าจะเสกน้ำมนต์ให้” พอท่านเสกน้ำมนต์ให้ ทั้งกินทั้งอาบก็หาย แต่จมูกยังแหว่งอยู่อย่างนั้น
ทางใต้นี่เล่นกันหนัก ยิ่งทางอีสานออกไปทางด้านเขมรต่ำ อย่างพวกสระแก้ว บุรีรัมย์นั่นยิ่งสาหัสเลย สมัยหลัง ๆ อาตมาไปยังโดนเลย
ถาม :... -
คนฮือฮาแห่มาดู พระพิชัยดาบหัก ร้องไห้ น้ำตาไหลอาบสองแก้ม
ชาวเมืองพิชัยฮือฮา! อนุสาวรีย์ พระยาพิชัยดาบหัก มีคราบน้ำไหลออกมาเป็นทางพาดผ่านแก้มเสมือนหนึ่งมีน้ำตาไหลอาบแก้มทั้ง 2 ข้าง เผยเพิ่งผ่านวันชนะศึก พระเจ้าตากสินนำทหารตีค่ายโพธิ์สามต้นแตก...
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 7 พ.ย. 60 นายเจษฎา ลิ้มศรีตระกูล นายอำเภอพิชัย พร้อมด้วย นายศิลปชัย ถาวรพัฒนาสกุล นายก อบต.ในเมือง อ.พิชัย ได้ลงพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพื้นที่บ้านเกิดพระยาพิชัยดาบหัก ที่บ้านห้วยคา อ.พิชัย หลังได้ทราบข่าวว่าอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหักซึ่งเป็นปางนั่งครองเมือง คล้ายมีคราบมีน้ำตาไหลออกมาอาบแก้มทั้งสองข้าง และเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมาเป็นวันสำคัญ ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พร้อมทหารเอกคู่บัลลังก์คือพระยาพิชัย เข้าโจมตีเอาชนะข้าศึกที่ค่ายโพธิ์สามต้น ที่เรียกว่าวันชนะศึก
ทั้งนี้ ทางอำเภอพิชัยพร้อมด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง ได้ใช้รถกระเช้า นำขันเงินบรรจุน้ำสะอาด พร้อมผ้าสะอาด เพื่อเช็ดบริเวณที่มีน้ำตา โดยอาจเป็นปรากฏการณ์ที่ต้องตรวจสอบตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์... -
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน พระกับพรานผู้คิดร้ายต่อภิกษุ
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน พระกับพรานผู้คิดร้ายต่อภิกษุ
นายพรานสุนัขชื่อโกกะ
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภนายพรานชื่อว่าโกกะ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า
โย อปฺปทุฏฺฐสฺส นรสฺส ทุสฺสติ เป็นต้น
เช้าวันหนึ่ง นายพรานชื่อโกกะ พร้อมด้วยสุนัขล่าสัตว์ฝูงหนึ่งจะออกไปล่าสัตว์ ได้ไปพบพระภิกษุรูปหนึ่งกำลังเดินสวนทางเข้าเมืองเพื่อจะบิณฑบาต พอเห็นพระภิกษุเท่านั้นนายพรานโกกะก็คิดว่าเป็นลางไม่ดีและพึมพำกับตัวเองว่า “วันนี้เราพบคนกาลกัณณีเข้าแล้ว เห็นทีเที่ยวนี้เราจะไม่ได้สิ่งใดแน่ ๆ” คิดพลางเดินเข้าป่าไป เมื่อนายพรานโกกะเข้าป่าไปก็ไม่ได้อะไรเหมือนที่คิดไว้แต่แรก พอกลับมาเจอพระภิกษุรูปเดียวกันนั้นอีกในขณะที่ท่านเดินกลับวัด ก็ได้เข้าไปต่อว่าต่อขานพระว่า ที่เขาเข้าป่าไปล่าสัตว์แต่ไม่ได้อะไรสักอย่างกลับออกมาเช่นนี้ก็เพราะพระเป็นต้นเหตุ นายพรานโกกะจึงส่งสัญญาณให้สุนัขให้เข้ารุมกัดพระ ฝ่ายพระพยายามร้องห้ามแต่นายพรานโกกะก็ไม่ฟังความ พระเห็นท่าไม่ดีก็เลยรีบปีนขึ้นต้นไม้เพื่อให้รอดพ้นจากการถูกรุมกัดของสุนัข นายพรานโกกะได้เดินไปที่ใต้ต้นไม้ต้นนั้น... -
เรื่ืองเล่าในพระธรรมบท ตอน นายพรานกุกกุฏมิตรนายพรานบรรลุธรรม
เรื่ืองเล่าในพระธรรมบท ตอน นายพรานกุกกุฏมิตรนายพรานบรรลุธรรม
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเวฬุวัน ทรงปรารภนายพรานชื่อกุกกุฏมิตร ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า
ปาณิมฺหิ เจ วโณ นาสฺส เป็นต้น
ที่กรุงราชคฤห์ มีบุตรสาวเศรษฐีผู้หนึ่งได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันตั้งแต่ยังอยู่ในวัยสาวรุ่น อยู่มาวันหนึ่ง นายพรานผู้หนึ่งชื่อกุกกุฏมิตร ได้ขับเกวียนบรรทุกเนื้อสัตว์มาขายในเมือง บุตรสาวของเศรษฐียืนอยู่บนปราสาท 7 ชั้น แลเห็นนายพรานกุกกุมิตรก็เกิดนึกรักขึ้นมาในฉับพลันในลักษณะรักแรกพบเพราะเคยทำบุญร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อน นางได้หอบผ้าหอบผ่อนลงจากปราสาทเดินติดตามไปอยู่กับนายพรานที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง จากการอยู่กินกันทำให้เกิดผลิตผลของความรักเป็นบุตรชายถึง 7 คน เมื่อบุตรทั้ง 7 คนเจริญวัยก็ได้แต่งงานกับหญิงที่มีฐานะเท่าเทียมกัน
อยู่มาวันหนึ่ง พระศาสดาทรงตรวจดูสัตวโลกเวลาใกล้รุ่ง ทรงเห็นพรานกุกกุฏมิตรกับบุตรและสะใภ้ เข้าไปในข่ายคือพระญาณของพระองค์ ทรงใคร่ครวญแล้วก็ทรงทราบว่า คนเหล่านั้นจะได้บรรลุโสดาปัตติผล จึงทรงถือบาตรและจีวรเสด็จไปยังที่ดักบ่วงของนายพรานนั้นแต่เช้าตรู่ ปรากฏว่าวันนั้นไม่มีสัตว์ตัวใดติดบ่วงเลย... -
เรื่ืองเล่าในพระธรรมบท ตอน เรื่องมหาธนวาณิชผู้รอบคอบ
เรื่ืองเล่าในพระธรรมบท ตอน เรื่องมหาธนวาณิชผู้รอบคอบ
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตะวัน ทรงปรารภพ่อค้ามีทรัพย์มาก ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า
วาณิโชว ภยํ มคฺคํ เป็นต้น
ที่กรุงสาวัตถี มีพ่อค้าที่ร่ำรวยมากผู้หนึ่งชื่อ มหาธนเศรษฐี และพวกโจรห้าร้อยก็ได้วางแผนที่จะปล้นท่านมหาธนเศรษฐีนี้ แต่ยังไม่สบโอกาสเสียที ในระหว่างนั้นเอง ท่านเศรษฐีได้เตรียมกองคาราวานเกวียนจำนวนห้าร้อยเล่มบรรทุกสินค้าจะไปค้าขายต่างเมือง พวกโจรห้าร้อยกลุ่มเดียวกันนี้จึงได้วางแผนเพื่อจะปล้นท่านเศรษฐีในระหว่างการเดินทาง แต่ก่อนจะออกเดินทางท่านเศรษฐีได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์จำนวนห้าร้อยรูปให้ร่วมเดินทางไปกับขบวนกองคาราวานเกวียนของท่านด้วย ซึ่งท่านเศรษฐีได้ปวารณาว่าจะถวายปัจจัยสี่แด่พระภิกษุทั้งหลายที่จะร่วมเดินทางไปในคราวนี้ด้วย ข้างพวกโจรห้าร้อยเมื่อได้ข่าวการเดินทางของกองคาราวานเกวียนของท่านเศรษฐีก็ได้ไปวางกำลังกองโจรดักรอปล้นอยู่ตามจุดต่างๆของเส้นทางที่กองคาราวานจะเดินทางผ่าน ท่านเศรษฐีมีสายการข่าวที่ดีมาก... -
เรื่องใหญ่ ภัยพิบัติ!! นาซ่าเผย 4 ขั้นตอนลับที่ไม่เคยบอกใครมาก่อน ช่วยพิทักษ์โลกไว้ได้จากภัยอุกกาบาต
เรื่องใหญ่ ภัยพิบัติ!! นาซ่าเผย 4 ขั้นตอนลับที่ไม่เคยบอกใครมาก่อน ช่วยพิทักษ์โลกไว้ได้จากภัยอุกกาบาต
วันนี้เฟสบุ๊ค :เพจของหมีCNNได้โพส เล่าวิธีการที่ทางองค์การนาซ่าพยายามหาวิธีช่วยโลกเราให้พ้นจากการจะโดนดาวเคราะห์พุงชน ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนยุคจากยุดไดโนเสาร์มาเป็นยุคปัจจุบัน เพราะโลกเกิดหายนะสัตว์และสิ่งมีชีวิตอย่างไดโนเสาร์ล้มหายตายจากโลกเกือบหมด โดยทางนาซ่าได้นำเสนอ 4 วิธีตามที่คุณหมีCNN และทีมการแปลได้แปลเนื้อหาบทความ และโพสให้คนไทยได้อ่านดังนี้
06-11-60/11 : Divert, intercept, destroy: 4 ways NASA plans to save us from Earth-bound asteroids! เบนทิศทาง สกัดกั้น และทำลาย สี่วิธีที่นาซ่าวางแผนช่วยโลกจากดาวเคราะห์น้อยที่มุ่งมายังโลก ในระหว่างที่สำนักงานการปกป้องโลกของนาซ่าใช้ดาวเคราะห์น้อย “2012 TC4” เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในการตอบโต้ภัยคุกคามจากวัตถุใกล้โลก (นีโอส์) ทำให้เห็นวิธีการ 4 ขั้นตอนที่นานาชาติหวังว่าจะสามารถช่วยโลกไม่ให้สูญพันธุ์เหมือนไดโนเสาร์ได้!
---------------------------------------------------------------------------
RONIN500(Admin Nidnoi) แปลโดย... -
หน้าที่เป็นธรรมภายนอก การปฏิบัติเป็นธรรมภายใน (พระโอวาทสมเด็จองค์ปฐม )
เรื่องหน้าที่เป็นธรรมภายนอก การปฏิบัติเป็นธรรมภายใน
ก) ใครจักว่าอย่างไรก็จงอย่าสนใจ ให้ตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อพระพุทธศาสนา หรือพระนิพพาน ชีวิตไม่เที่ยง ความตายเป็นของเที่ยง ชีวิตจักหมดความหมายถ้าไม่เจริญพระกรรมฐานให้จิตปล่อยวาง ไม่มีใครช่วยใครได้ในเรื่องละกิเลสออกจากจิต นอกจากตัวเราเองเท่านั้น ที่จักเป็นผู้ปฏิบัติให้กับจิตของตัวเอง
ข) หน้าที่เป็นธรรมภายนอก การปฏิบัติเป็นธรรมภายใน อย่าคิดว่าเวลาของชีวิตจักมีมาก ชีวิตที่มีอยู่เหลือน้อยเต็มที ขอให้ตั้งใจละตั้งใจเว้นจากความโลภ โกรธ หลง เพื่อถึงซึ่งการดับไม่มีเชื้อ และไม่มีความหวังอื่นใด นอกเหนือจากพระนิพพานจุดเดียวเท่านั้น
ค) อย่ากังวลใจในเรื่องใด ๆ ทั้งปวง ให้พิจารณาถึงทุกข์ของการเกาะติดข้องอยู่ในความกังวลทั้งปวง และให้คิดถึงมรณานุสติให้มาก ไม่ช้าไม่นานร่างกายนี้จักมีวิญญาณไปปราศแล้ว ถ้ามัวแต่ข้องติดอยู่ในอารมณ์ จักไปพระนิพพานไม่ได้ จึงต้องระลึกนึกถึงความตาย อันจักเกิดแก่ตนเองให้มาก จักได้ไม่ประมาทในชีวิต อย่าคิดไปห่วงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง อย่าคิดไปผูกพันกับอดีตที่ผ่านมา ธรรมภายนอกละเสียให้หมด ให้มาอยู่กับธรรมภายในอันเป็นอยู่ในปัจจุบัน... -
ลักษณะนิสัยคนสงบ 16 อย่าง……จากโอวาทหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
บุคคลที่มีความสงบสำรวมมักเป็นผู้ที่มีแต่คนอยากอยู่ใกล้ เพราะอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไม่มีความทุกข์ ไม่มีพลังงานด้านลบออกมาจากตัวตนของคนผู้นั้น
เป็นผู้ไม่ฉุนเฉียว
เป็นผู้ไม่หวาดหวั่น
เป็นผู้ไม่โอ้อวด
เป็นผู้ไม่ก่อความรำคาญ
เป็นผู้พูดด้วยปัญญา
เป็นผู้ไม่ฟุ้งซ่าน
เป็นผู้มีวาจาอันสำรวมแล้ว
เป็นผู้วางตัวเป็นกลาง
เป็นผู้มีสติทุกเมื่อ
เป็นผู้ไม่ถือตัวว่าเสมอกับเขา
เป็นผู้ไม่ถือตัวว่าวิเศษกว่าเขา
เป็นผู้ไม่ถือตัวว่าต่ำกว่าเขา
เป็นผู้ไม่มีโทษอันทำให้มืดมัวดุจฝ้า
เป็นผู้ไม่ยึดถือสิ่งใดๆ ในโลกว่าเป็นของตน
เป็นผู้ไม่เศร้าโศกเพราะสัตว์และสังขารที่เสื่อมไป
เป็นผู้ไม่ถึงอคติในธรรมทั้งหลาย
ฉะนั้นจงหาเวลานั่งเงียบๆ คนเดียว เพื่อไตร่ตรองสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เพื่อพิจารณาหาข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขในวันพรุ่งนี้
เราทำอะไรที่ไม่ใช่ ไปบ้างหรือปล่าว..เราทำให้ใครไม่พอใจหรือเปล่า เราเผลอไปดูหมิ่นน้ำใจใครไหม มีใครเดือดร้อนจากการกระทำของเราไหม…เราทำงานพลาดตรงไหนบ้าง…อื่นอื่น..อีกมากมาย..
ใคร่ครวญ เพื่อทำความเข้าใจกับเรื่องราวต่างๆ เพื่อลดความผิดพลาดในวันรุ่งขึ้น... -
ผู้ที่ปฏิบัติธรรมต้องเป็นผู้ที่ทรงสัจจบารมี
ผู้ที่ปฏิบัติธรรมต้องเป็นผู้ที่ทรงสัจจบารมี ถ้าขาดสัจจบารมี เราก็จะเป็นผู้ที่ไม่มีความจริงจังจริงใจในการปฏิบัติ จะกลายเป็นคนที่ทำบ้างทิ้งบ้าง ซึ่งถ้าว่าไปแล้ว มีโทษมากกว่าไม่ปฏิบัติเลยเสียอีก
เพราะว่าการปฏิบัตินั้นเหมือนกับการว่ายทวนน้ำ เมื่อถึงเวลาเราทิ้งการปฏิบัติ ก็เท่ากับลอยตามน้ำไป แล้วเราปฏิบัติใหม่ก็ว่ายทวนน้ำขึ้นมา ถึงเวลาปล่อยทิ้งก็ลอยตามน้ำไปอีก เท่ากับว่าเราเป็นคนขยัน ทำงานทุกวันแต่ไม่มีผลงานให้ภูมิใจเลย
จนอาจจะเกิดมิจฉาทิฐิ เข้าใจผิดไปได้ว่า ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ใช่ของจริง เพราะว่าปฏิบัติแล้วไม่เห็นได้ผลเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นท่านก็แย่แล้ว เพราะความเป็นมิจฉาทิฐิเกาะกินใจ ปัญญาต่าง ๆ ก็จะถดถอยไปด้วย
บุคคลที่ไม่ปฏิบัติเลยยังไม่สามารถที่จะกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำ เพราะว่าตนเองไม่ได้ลองปฏิบัติ แต่บุคคลที่ปฏิบัติแล้วทิ้ง ปราศจากสัจจบารมี คือไม่มีความจริงจังสม่ำเสมอในการปฏิบัติ กลับสามารถพูดได้ว่าตนเองทำแล้วแต่ไม่เกิดผล จึงกลายเป็นโทษมากกว่าคนทั่วไป
ดังนั้น..สัจจบารมีจึงเป็นส่วนสำคัญ ต้องเป็นคนที่จริงจัง จริงใจ ตรงต่อเวลา เมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้... -
พระอาจารย์มั่น ผู้เชี่ยวชาญ…วาระจิต หูทิพย์ ตาทิพย์
พระอาจารย์มั่น ผู้เชี่ยวชาญ…วาระจิต หูทิพย์ ตาทิพย์
ตอนท่าน(หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน)เข้าอยู่ศึกษากับท่านอาจารย์มั่นใหม่ๆ นั้น ในวันที่ไม่มีการประชุมฟังธรรม หลังจากท่านอาจารย์มั่นเสร็จจากการเดินจงกรมราว 2 ทุ่ม จะได้ยินเสียงองค์ท่านทำวัตรสวดมนต์เบาๆ ทุกคืน เป็นเวลานานๆ กว่าจะจบ และนั่งสมาธิภาวนาต่อไปจนถึงเวลาจำวัด
แต่ถ้าวันที่มีการประชุม จะได้ยินตอนหลังจากเลิกประชุมแล้วทุกคืนเช่นเดียวกัน และได้ยินองค์ท่านสวดอยู่เป็นเวลานานเช่นเดียวกับคืนที่องค์ท่านสวดตั้งแต่หัวค่ำวันเช่นนั้นองค์ท่านต้องเลื่อนการจำวัดไปตอนดึก ราวเที่ยงคืนหรือตีหนึ่ง
ในระยะนั้นท่าน(หลวงตาพระมหายัว)เองอยากรู้จริงๆ ว่าท่านอาจารย์มั่นสวดมนต์พระสูตรใดบ้าง ถึงได้ใช้เวลามานานกว่าจะจบแต่ละคืนๆ ท่านเล่าถึงเหตุการณ์นี้ในแบบขบขันตนเองว่า
“…เราแอบไปฟังท่านสวดมนต์ เรายังไม่ลืมนะ ท่านก็กั้นห้องอยู่ เราไปใหม่ๆ ไม่รู้ประสีประสาอะไร เราเดินจงกรมอยู่ได้ยินเสียงท่านสวดมนต์ พึม พึม พึม พึม เงียบๆ เราก็ด้อมไปนะ ท่านสวดบทอะไรนา ไม่ลืมนะ
“โอ๊ย ! เราขนลุกนะ กลัวย้อนหลังนะ เวลาทราบไปข้างหน้าไปเรื่อยๆ โอ๊ย ! กูตาย... -
"พูดให้แตกความสามัคคี" (สมเด็จพระญาณสังวร)
"พูดให้แตกความสามัคคี"
" .. มหาบุรุษนั้นมีคำกล่าวถึงไว้ว่า "จะรอบคอบระมัดระวังมากในการพูด" จนถึงการฝึกการพูดกับตนเองก่อนจะพูดกับผู้อื่น คำใดประโยคใดเรื่องใดที่จะพูดออกไป แม้ให้ผลเป็นความไม่ดีงามแก่ตนเอง เช่น "พูดออกไปแล้วพ่ายแพ้ต่อคำพูดของผู้อื่น จะไม่พูดออกไป" นั่นเป็นการพูดออกไปแล้วเสียกับผู้พูด "ความเสียหายเช่นนั้นเมื่อไม่ร้ายแรงหนักหนา ก็พอจะไม่ถือว่าผู้พูดประมาท"
แต่ถ้าเป็นความเสียหายที่ใหญ่ยิ่ง เช่น "เป็นความเสียหายถึงส่วนรวม" เช่น "ทำให้เกิดการแตกสามัคคี เช่นนี้ การพูดนั้นนับว่า เป็นการพูดที่ผู้พูดประมาทมาก"
"การก่อให้แตกความสามัคคี จะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ถือว่าผู้พูดเป็นผู้ตั้งอยู่ในความประมาท" ก่อโทษให้เกิดแม้เริ่มต้นที่ส่วนน้อย แต่ย่อมขยายใหญ่โตออกไปได้
"ผลเสียหายแม้เริ่มต้นเพียงเล็กน้อยเพียงในวงแคบ แต่ขยายใหญ่ต่อไปได้" ผลไม่ดีที่จะเกิดจากความแตกสามัคคีจะขยายใหญ่ถึงบ้านถึงเมืองได้แน่นอน "ความประมาทในการพูด จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก เป็นเรื่องใหญ่ได้ ใหญ่เพียงใดก็ได้" .. "
"แสงส่องใจ วันมหาจักรี ๒๕๔๘"
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๙... -
ชาวสงขลาต้อนรับขบวน “ตูน บอดี้สแลม” อย่างล้นหลาม ยอดบริจาคพุ่งเป็น 81 ล้านบาทแล้ว
“จิมมี่ ชลาลา”เศรษฐีใจบุญเมืองคอนประกาศบริจาค 29 ล้านเพื่อการกุศล-ให้ “ตูน บอดี้แสลม” 16 ล้านบาทเมื่อวิ่งผ่านจังหวัดนครศรีธรรมราช-ส่วนอีก 13 ล้านมอบให้พนักงานและหน่วยกู้ภัยฯที่ช่วยเหลือตัวเองและครอบครัว 6 ชีวิตรอดตายจากเหตุเพลิงไหม้กลางเมือง
โครงการวิ่งการกุศล “ก้าวคนละก้าว” จากใต้สุดที่ อ.เบตง จ.ยะลา สู่เหนือสุด อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อนำรายได้จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลศูนย์ 11 แห่ง ซึ่งล่าช้ากว่ากำหนด เนื่องจากประสบปัญหาฝนตก และมีประชาชนมาต้อนรับเป็นจำนวนมาก และอาการเจ็บขาที่บริเวณกล้ามเนื้อ เนื่องจากวิ่งและหยุดมาตลอดทาง ล่าสุดได้เข้าสู่ อ.เทพา จ.สงขลาแล้ว มีประชาชน ชาวบ้าน มารอต้อนรับและร่วมบริจาคเงิน พร้อมถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก โดยในวันนี้คณะของตูนจะออกวิ่งออกจากสงขลาเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดนครศรีธรรมราชต่อไปนั้น
ในขณะที่เฟซบุ๊กบัญชีชื่อว่า จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้โพสต์ข้อความโดยอ้างอิงข้อมูลมาจาก “ Surin Sirichayanon “ ถึงนายจิมมี่ ชวาลา เศรษฐีเจ้าของห้างขายผ้าชื่อดังของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เตรียมจะบริจาคเงินให้ตูน บอดี้สแลม จำนวน... -
ทาน ๔ ส่วน (บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน)
ทาน ๔ ส่วน
บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
หลวงพ่อค่ะ แล้วที่เขาบอกว่าก่อนจะเอาเงินทำบุญทำทานต้องแบ่งเป็น 4 ส่วนก่อน หมายความว่าอย่างไรคะ…..?
ในเรื่องพระเวสสันดร การให้ทานพระพุทธเจ้าบอกว่าต้องแบ่ง 4 ส่วน คือ
1. ชำระหนี้เก่า
2. เป็นเจ้าหนี้ใหม่
3. ฝังไว้
4. ทิ้งเหว
ชำระหนี้เก่าคือ คือบิดามารดาและผู้มีพระคุณ ต้องสงเคราะห์ท่านตามกำลัง
เป็นเจ้าหนี้ใหม่ ลูกสาวลูกชายต้องสงเคราะห์ใช่ไหม
ฝังไว้ สร้างความดีในส่วนกุศล
ทิ้งเหว คือกิน
ทั้ง 4 อย่างนี้ ใช้ 4 หารไม่ได้นะ ต้องดูความเหมาะสมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห่วงให้มากคือทิ้งเหว ตัวนี้ถ้าน้อยเกินไปมันจะเดือดร้อนมันเบียดเบียนตัวเอง ต้องแบ่งส่วนให้เหมาะสม
การทานพระพุทธเจ้าบอกว่า อย่าให้เบียดเบียนตัวเอง ถ้าเบียดเบียนตัวเอง อัตตกิลมถานุโยค เป็นการทรมานตัว
และการให้ทานพระพุทธเจ้าให้ดูอีกว่า ควรให้หรือไม่ควรให้ ถ้าให้ในเขตของคนเลวอานิสงค์น้อย อาจจะไม่มีเลย รู้ว่าคนนี้ควรจะให้เราก็ให้ ถ้าไม่ควรให้เราก็ไม่ให้ ให้แล้วไปกินเหล้า เมายา ไปสร้างอันตรายกับคนอื่นเราไม่ให้ดีกว่า เป็นการต่อเท้าโจร
เวลาจะให้ท่านว่างกฎไว้อย่างนี้
1.ผู้ให้บริสุทธิ์
2.ผู้รับบริสุทธิ์
3.... -
เทวดาหลายร้อยองค์…มาสาธุการ
“…เทวดาหลายร้อยองค์…มาสาธุการ…”
ในขณะที่ท่านนั่งภาวนา เมื่อจิตรวมสู่อุปจารธรรมก็บังเกิดนิมิตเห็น หมู่เทพยดาเหาะลอยลงมาจากยอดภูเขาใหญ่ เหล่าเทพนั้นเรืองรองด้วยรัศมีแห่งบุญอยู่กลางหาว ดูงดงาม ไม่ต่างอะไรกับจันทร์ในวันเพ็ญ พอลอยเลื่อนลงถึงแผ่นดิน เทวดาหลายร้อยองค์นั้นก็พร้อมเพรียงกันกราบหลวงปู่ ผู้เป็นหัวหน้าได้กล่าววาจาขอรับพระไตรสรณคมน์ และรับศีล ๕ หลวงปู่จึงถามดูว่า จะรับไปทำไม เขาตอบทันทีว่า
“…โอ… เป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่นะท่าน พวกข้าพเจ้ามีไตรสรณคมน์ ศีล ๕ ศีล ๘ และกุศลกรรมบท ๑๐ ประจำชีวิตนั่นแหละ อบายจึงไม่ได้ไป ไฟนรกจึงไม่ได้ไหม้ มีแต่สุคติโลกสวรรค์ เป็นที่ไปล้วน ๆ ดังนั้น เมื่อเห็นท่านมาเจริญสมณธรรม จึงพากันมาขอรับใหม่ เพื่อไม่ให้ของเก่านั้นเศร้าหมอง” พวกเขาก็ขอฟังธรรมอีก หลวงปู่จึงเทศน์ให้ฟัง ครั้นเทศน์จบท่านก็ฉุกคิดเรื่องยามดึกจึงเอ่ยถามว่า…
“…โยม…ขณะที่อาตมาเดินจงกรมตั้งแต่ ๖ โมงเย็นจนถึง ๕ ทุ่มนั้น ได้ยินเสียงดังสนั่นราวกับว่าภูผาเหล็กมันจะพังลงมานั้นเป็นเสียงอะไร” เขากราบเรียนว่า…
“…เป็นเสียงที่พวกข้าพเจ้าสาธุการส่วนบุญกับท่าน การเดินจงกรมมีบุญเยอะนะท่าน ท่องพุทโธ... -
สามเณรเมืองคอน อายุ ๑๐ ปี อยู่ชั้นป.๔ อายุน้อยที่สุด สอบนักธรรมชั้นโท
สนั่นโซเซียล!!!! สามเณรเมืองคอน อายุ ๑๐ ปี อยู่ชั้นป.๔ อายุน้อยที่สุด สอบนักธรรมชั้นโท
สนั่นโซเซียล!! เมื่อสามเณร เด็กชั้นประถม 4 อายุเพียง 10 ปี ได้ไปเข้าสอบนักธรรมโท เป็นสามเณรที่อายุน้อยที่สุด ยังเป็นหลานชาย อดีจสส.เมืองนครฯ นายมาโนช วิชัยกุล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช 9 สมัย และเป็นหลานชาย นายวิญญู ใจอารีย์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเบญจมราชูทิศ
ประวัติ สามเณรจักภัทร วิชัยกุล ชื่อเล่น น้องพี ขอบวช 3 วัน หลังจาก 3 วันขอเป็น 1 อาทิตย์ หลังจาก 1 อาทิตย์ของเป็นครึ่งเดือน หลังจากครึ่งเดือนขอเป็น 1 เดือน หลังจาก 1 เดือน ขอเป็น โรงเรียนเปิดเทอม หลังจากโรงเรียนจะเปิดเทอม
…คืนที่ขนลุกที่สุดค่ำคืนนั้นเณรโทรหาแม่ แม่ครับ แม่โกรธผมไหม เณรลังเล ถามอยู่นั่น แม่ซื้อผ้ามาราคาเท่าไหร่ ชุดนักเรียน แม่มีตังค์จ่ายมั้ย !! …แม่เริ่มงงในคำถาม เพราะเณรถามวนไปวนมา กะเลยเอะใจ บอกเณรว่า ไม่ว่าเณรจะตัดสินอะไรลงไป ถ้าเณรตัดสินใจถูกแม่ก็จะสนับสนุน แต่ถ้าเณรตัดสินใจผิดเลือกทางเดินที่ผิด แม่ก็จะห้ามปราม เณรรีบตอบเร็วพลัน แม่เสียดายตังค์ไหม ที่ซื้อเสื้อผ้า แม่รีบตอบไปว่าไม่เสียดาย... -
จาคานุสสติ (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
เรื่อง..จาคานุสสติ
ลำดับต่อนี้ไป เป็นโอกาสที่บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายจะพากันเจริญพระกรรมฐาน คือ ทรงอารมณ์เป็นสมาธิและใช้ปัญญาพิจารณาขันธ์ ๕ เพื่อผลที่จะพึงได้ ก็คือ โมกขธรรม ธรรมเป็นเครื่องพ้นจากความตายหรือว่าพ้นจากความเกิด เพราะอะไร เพราะว่าพระพุทธเจ้ากล่าวว่า ความเกิดเป็นทุกข์ ความแก่เป็นทุกข์ ความตายเป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากของรักของชอบใจเป็นทุกข์ ความเศร้าโศกเสียใจเป็นทุกข์ อันนี้อาศัยความเกิดตัวเดียว ถ้าเราไม่เกิดเสียแล้ว ความแก่ ความป่วยไข้ไม่สบาย ความตาย ความพลัดพรากจากของรักของชอบใจย่อมไม่มีกับเรา
นี่การที่เราจะไม่เกิดได้ ก็เพราะอาศัยทำจิตให้เป็นปรมัตถจิต เรียกว่าเข้าถึงธรรมก็เป็น ปรมัตถธรรม ถ้าจะเรียกว่าบารมีก็เป็น ปรมัตถบารมี เป็นบารมีอย่างยิ่ง ถ้าเป็นนักปฏิบัติก็เรียกกันว่า ปรมัตถปฏิบัติ เป็นการปฏิบัติอย่างยิ่ง คือเป็นการควบคุมใจให้ทรงอยู่ในกุศลธรรม
วันนี้จะได้พูดถึง จาคานุสสติกรรมฐาน การจะทรงอารมณ์ให้สบาย อันดับแรก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนให้บรรดาท่านทั้งหลาย กำจัดนิวรณ์เสียก่อน คือว่าเวลาที่เราจะเข้ามาเจริญสมาธิจิต... -
“ภูมิจิตพระโพธิสัตว์ที่บารมีเต็มแล้ว เทียบได้กับพระอนาคามี” หลวงปู่ดู่ อธิบายไว้ชัด เหตุผลเพราะ!?
“ภูมิจิตพระโพธิสัตว์ที่บารมีเต็มแล้ว เทียบได้กับพระอนาคามี” หลวงปู่ดู่ อธิบายไว้ชัด เหตุผลที่เป็นเช่นนี้เพราะเหตุใด
(ปกิณกธรรม หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ)
จริยาวัตรของหลวงปู่ดู่ท่านนั้น งดงามจนหลายคนต่างเชื่อว่า ท่านเป็นพระอริยเจ้าที่หมดสิ้นอาสวะกิเลสแล้ว แต่องค์หลวงปู่ดู่ท่านยืนยันด้วยตัวท่านเองว่าท่านอธิษฐานมาเป็น “พระโพธิสัตว์” และเป็นพระโพธิสัตว์ที่มีบารมีแก่กล้ามากแล้ว ภูมิจิตภูมิธรรมจึงใกล้เคียงกับ “พระอริยเจ้าชั้นอนาคามี”
ผิดแต่ว่าพระอนาคามีนั้น จิตท่านเตรียมเข้าสู่ความเป็นอรหันต์ แต่พระโพธิสัตว์บารมีเต็มนั้น จิตเตรียมบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณเป็น “พระสัมมาสัมพุทธเจ้า” ในกาลข้างหน้า ที่เหมือนกันคือ “พระอนาคามีไม่มีทางถอยหลัง” เพราะตั้งแต่ “พระโสดาบัน” ก็ไม่มีทางแวะซ้ายขวาหรือถอยหลังอีกแล้ว มีแต่มุ่งหน้าเข้าหาพระนิพพานเพียงอย่างเดียว ยิ่งเป็นพระอนาคามี
แล้วยิ่งใกล้ต่อพระนิพพานเป็นอย่างยิ่ง ที่เปรียบภูมิจิตของพระโพธิสัตว์บารมีเต็มกับพระอนาคามีนั้น เนื่องจากเป็นชั้นบารมีแก่กล้า แม้ยังไม่เข้าสู่การละกิเลสโดยสิ้นเชิง แต่ภูมิจิตนั้นสะอาดบริสุทธิ์ยิ่งแล้ว... -
"สติสำคัญมาก" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
"สติสำคัญมาก"
" .. "สติเป็นสำคัญการภาวนา" จำให้ดีคำนี้ เอา .. ใครตั้งสติดีเท่าไร ๆ คนนี้จะตั้งรากฐานได้ "ชี้นิ้วเลยถ้าลงมีสติ สติสืบเนื่องกันตลอดแล้วตั้งรากฐานได้เลย" สติขาด ๆ วิ่น ๆ ไม่แน่นะ "เอนโน้นเอนนี้ ถ้าลงสติตั้งให้ดีแล้วแน่ว ๆ เป็นอย่างนั้น สติสำคัญมาก"
"ให้พากันตั้งอกตั้งใจภาวนา" เดี๋ยวนี้จะมีแต่พระผ้าเหลืองเต็มบ้านเต็มเมืองทั้งเขาทั้งเรา มันจะไม่มีพระที่ทรงมรรคทรงผลทรงศีลทรงธรรมแล้วนะ จะมีแต่พระทรงผ้าเหลืองละ
เอาผ้าเหลืองออกอวด "อาตมาอย่างนั้น อาตมาอย่างนี้ไปอย่างนั้นนะ" ส่วนธรรมในหัวใจไม่มี "การภาวนามีหรือไม่มีก็ไม่ทราบ" ไปถามดูพระหัวโล้น ๆ เรานี่น่ะมันเป็นยังไง มันเคยภาวนาไหม .. "
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน -
“เรื่องกรรมเป็นกฎอนิจจัง”หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
“เรื่องกรรมเป็นกฎอนิจจัง”
” .. “เรื่องกรรมเป็นกฎอนิจจัง” เป็นของไม่เที่ยง ถึงจะเสวยกรรม เช่น “เป็นบาปกรรมนี้นานเท่าไร มันก็มีการเปลี่ยนแปลงของมัน” ด้วยความเชื่องช้าตามอำนาจแห่งกรรมหนักเบาต่างกัน
“ถ้าเป็นกรรมเบาก็เปลี่ยนแปลงเร็ว สิ้นกรรมไปเร็ว” เหมือนคนติดคุกติดตะราง ติดสองเดือนก็มี สามเดือนก็มี ติดสี่ปีห้าปีก็มี ติดตลอดชีวิตก็มี ประหารชีวิตก็มี มันก็มีอย่างนั้น
อันนี้สัตวโลกก็เหมือนกัน “พวกไปตกนรกก็เหมือนกัน พวกสองเดือนสามเดือนก็มี” พวกสี่ปีห้าปีก็มี แบบเดียวกันนั่นแหละ พวกฟาดสักกี่กัปกี่กัลป์ก็มี “อันนี้ผู้ไปสวรรค์ก็อีกแบบเดียวกันไม่ผิดกันแหละ” มีแง่หนักเบาเสมอกันหมด .. ”
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น -
ใจร้อนไม่มีเหตุผล โดยเฉพาะกับคนใกล้ตัวจะแก้อย่างไร ?
ใจร้อนไม่มีเหตุผล โดยเฉพาะกับคนใกล้ตัวจะแก้อย่างไร ?
ปุจฉา – กราบนมัสการพระอาจารย์ไพศาลที่เคารพ โยมสังเกตว่า กับคนอื่นๆ โยมจะใจเย็น มีเหตุผล เข้าอกเข้าใจ และเมื่อมีสิ่งใดมากระทบจะวางได้ไม่ยาก แต่กับคนใกล้ตัว โยมกลับใจร้อน สิ่งใดที่ขัดใจก็จะไม่ยอม ไม่ปล่อยผ่านแม้เรื่องเล็กน้อย ไม่ทราบว่าโยมควรจะวางใจอย่างไร หรือมีอุบายในการพิจารณาแบบใดเพื่อให้สามารถก้าวข้ามสิ่งนี้ได้เจ้าคะ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ
พระไพศาล วิสาโล วิสัชนา – คุณควรหมั่นฝึกสติให้รู้ทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น เวลามีอะไรมากระทบ และรู้สึกขัดใจหรือขุ่นเคืองใจ สติที่รู้ทันอาการดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว จะช่วยให้ปล่อยวางมันได้อย่างรวดเร็ว อย่างน้อยก็ช่วยลดความรุนแรงเข้มข้นของอาการดังกล่าว ทำให้หักห้ามใจไม่เผลอพูดหรือทำอะไรในทางที่ไม่ถูกต้อง
ความยึดติดถือมั่นในความคิดของตน อยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามใจตน (รวมทั้งอยากให้ถูกต้องตามแบบของตน) เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณขุ่นเคืองใจเวลาเห็นสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นดั่งใจ คุณควรตระหนักว่านี้เป็นอาการอย่างหนึ่งของอัตตา หรือความยึดติดถือมั่นใน “ตัวกู ของกู” ซึ่งเป็นเหตุแห่งทุกข์... -
หลวงตาดุเป็นธรรม ดุเพื่อชะล้างกิเลสในใจคน
เรื่อง “หลวงตาดุเป็นธรรม ดุเพื่อชะล้างกิเลสในใจคน”
(คติธรรม หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
เขาว่าหลวงตาบัว เทศน์ดุเทศน์ด่าเทศน์เผ็ดเทศน์ร้อนเทศน์สกปรกโสมม และทั้งๆ ที่ชำระสิ่งเหล่านี้ด้วยธรรมๆ ตลอดเวลา เผ็ดร้อนก็เพื่อกำจัดอันนี้ที่มันรุนแรง ก็ต้องเอากันหนัก อันนี้สกปรกมากสุดใส่ลงไปชะล้างอันนี้มันก็หาว่าน้ำที่สะอาดนี้สกปรก มันหาว่ามูตรว่าคูถสะอาดไปเสีย เข้าใจไหม นี่กิเลสมันยอมผิดเมื่อไร ดูเอาซิท่านทั้งหลาย
นี่ฟัดมาพอแล้วถึงได้เอามาพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟัง ไม่ได้มาหลอกลวงนี่นะ มองไปไหนมันจะไม่เห็นแหละศาสนา ต่อไปนี้จะไม่มีแล้วนะ ค่อยหมดไปๆ แม้ที่สุดในพระในเณรในวัดในวาก็เป็นส้วมเป็นถานเป็นที่บรรจุของกิเลสเกือบทั้งหมดแล้วเวลานี้นะ จะยังเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย ผู้ที่ตั้งใจปฏิบัติตามศีลตามศีลตามธรรม ไปที่ไหนท่านมีวัด อยู่ในป่าท่านก็มีวัด อยู่ในถ้ำเงื้อมผาท่านมีวัด ท่านผู้มีวัดภายในใจ ถ้าไม่มีวัดภายในใจ มีแต่เทวทัตคือฟืนคือไฟได้แก่กิเลสตัณหาภายในใจ อยู่หอปราสาทราชมณเฑียรก็คือเทวทัตเผาตัวเองอยู่บนนั้นแหละ พากันจำเอานะ มันจะฉิบหาย
เกิดมานี้กี่ปีแล้วได้ทดสอบเจ้าของดูบ้างหรือเปล่า... -
สมเด็จพระเทพฯเสด็จพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อปัญญาฯ
สมเด็จพระเทพฯเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อปัญญา นันทภิขุ
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. เวลา 17.30 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ พระพรหมมังคลาจารย์ หรือหลวงพ่อปัญญานันนทมหาเถระ หรือ หลวงพ่อปัญญา นันทภิขุ อดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ที่ เมรุวัดชลประทานรังสฤษดิ์
ทั้งนี้หลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุ มรณภาพ เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2550 และทางวัดได้เก็บสังขารของหลวงพ่อไว้ให้ญาติโยม ศิษยานุศิษย์ และผู้ที่มีความเลื่อมใสได้สักการะเป็นเวลา10 ปี ก่อนจะมีการเคลื่อนสังขารหลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุ จากพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งออกมาเพื่อพระราชทานเพลิงศพ
ขอขอบคุณที่มา
https://www.posttoday.com/social/royal/523682 -
น้ำพองยังท่วมหนัก!คณะสงฆ์ช่วยโยมอย่างต่อเนื่อง
น้ำพองยังท่วมหนัก!คณะสงฆ์ช่วยโยมอย่างต่อเนื่อง
คณะสงฆ์จังหวัดสระบุรีให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมน้ำพองอย่างต่อเนื่อง
วันนี้ (4 พย.) พระธรรมปิฎก เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี ได้มอบหมายให้พระวิสิฐคณาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสระบุรีพร้อมคณะสงฆ์จังหวัดสระบุรี พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มจร ได้เดินทางนำปัจจัย เครื่องอุปโภค บริโภค ไปถวายวัดและมอบให้ชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมในเขตอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น
จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้พบว่าวัด บ้านและนาข้าวน้ำยังท่วมขังอยู่มากเฉพาะในเขตจังหวัดขอนแก่น วัด หมู่บ้าน นาข้าวจมอยู่ในทะเลสาบที่ขาวโพลนไปด้วยน้ำ ชนิดแบบสุดลูกหูลูกตาชาวบ้านอยู่กันอย่างลำบากยากเข็ญ ขาดแคลนอาหารน้ำดื่มและการติดต่อสื่อสารยากลำบากเฉพาะสุขาทั้งหมู่บ้านมีสุขาชั่วคราวอยู่เพียงหลังเดียวซึ่งเป็นแบบนี้อยุ่หลายหมู่บ้าน พระจึงต้องเป็นที่พึ่งของชาวบ้านในวันที่ชาวบ้านทุกข์หนักชนิดแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ในวันปกตินั้นชาวบ้านใส่บาตรถวายพระ... -
ทำไมต้องเจริญกรรมฐาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
ทำไมต้องเจริญกรรมฐาน
ทำไมเราจึงต้องเจริญกรรมฐาน เป็นเพราะอะไร ในเมื่อการทำบุญทำทาน ไปสวรรค์ก็ได้ ไปพรหมโลกก็ได้ ไปนิพพานก็ได้ จะมานั่งเมื่อยกันเพื่อประโยชน์อะไร ถ้าเขาถามแบบนี้จะตอบว่ายังไง ต้องตอบว่า อยากทำจ้ะ หมดเรื่องหมดราว
ความจริงการเจริญพระกรรมฐานมีอานุภาพมาก แต่ขอเว้นไว้ก่อน การทำบุญทุกอย่างก็มีผล ตัวอย่าง สุปติฏฐิตะเทพบุตร เขาไม่เคยทำบุญเลยใช่ไหม ตั้งแต่เกิดมาทำบาปอย่างเดียว ทำลายทั้งศีลทั้งธรรม ศีลก็ทำลายหมดทุกข้อ เรียบร้อยนะ ธรรมะก็ทำลาย
อย่างคนที่จะฟังเทศน์หรือสนทนาเรื่องธรรมะแกก็แกล้งส่งเสียงกลบ เขาจะไปทำบุญเห็นแล้วแกล้งทำเป็นไม่เห็น ได้ยินแล้วแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน เขาดื่มสุราเมรัยทุกอย่าง เรียกว่าศีลทั้งหมดไม่มี ความดีไม่มี ท่านไม่เคยให้
แต่ว่าพอก่อนจะตายบังเอิญทุกขเวทนามันมาก ก็มองดูภรรยา บุตรธิดา ข้าทาสหญิงชาย ทรัพย์สิน เพราะเป็นคนรวย ก็คิดในใจว่าทุกคนสงสารเรา แต่ว่าไม่มีใครเลยที่แบ่งภาระของเราไปได้ ทุกขเวทนาตกอยู่ที่เราคนเดียว
เวลานั้นพระพุทธเจ้าเสด็จประทับอยู่ใกล้ ๆ เคยไปเคยมาบ่อย ๆ อยู่แถวนั้นนะ แต่ว่าแกไม่เคยแม้แต่ยกมือไหว้ เทศน์ก็ไม่เคยฟัง ทานก็ไม่เคยให้...
หน้า 346 ของ 440