คลังเรื่องเด่น
-
เมื่อสิ้นภัทรกัปนี้แล้ว จะไม่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้อีกเลยถึงอสงไขยกัป…
“…เมื่อสิ้นภัทรกัปนี้แล้ว จะไม่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้อีกเลยถึง”อสงไขยกัป…”
“……ภควา สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสเทศนาแก่พระสารีบุตรสืบต่อไปว่า ในกาลเมื่อพระพุทธศาสนา แห่งองค์สมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรยเสื่อมสูญสิ้นแล้ว อันว่าประทีปแก้ว คือพระสัทธรรมนั้น ก็สูญสิ้น ฝูงสัตว์ทั้งหลายก็มืดมัวไม่รู้จักบาปและบุญ คุณและโทษ ประโยชน์และไม่ประโยชน์ ประการใด จนถึงไฟประลัยโลกล้างวินาศฉิบหายสิ้นทั้งแสนโกฏิจักรวาล เพลิงประลัยกัลป์เกิดขึ้นไหม้แผ่นดินภัทรกัปอันนี้ฉิบหายหมดแล้ว สิ้นกาลช้านาน จึงบังเกิดแผ่นดินใหม่ขึ้นมา มีมนุษย์และสัตว์ทั้งหลายบังเกิดมีมาสำหรับแผ่นดิน ก็มีมาเสียเปล่า กัปป์แผ่นดินที่มีมาในเบื้องหน้านั้นเป็นสุญญกัปนับได้อสงไขยแผ่นดิน จะได้มีสมเด็จพระพุทธเจ้า ปัจเจกพุทธเจ้า และพระยาจักรผู้ประเสริฐบังเกิดมีมานั้นหามิได้ จึงมีนามว่าสุญญกัปป์ เกิดมีแต่มนุษย์ทั้งหลายหาบุณหาวาสนาบารมีมิได้ฯ เมื่อแผ่นดินเกิดขึ้นมา สูญเสียจากท่านผู้ทรงพระคุณแล้ว ฉิบหายไปด้วยไฟ ด้วยน้ำ ด้วยลม แล้วเกิดขึ้นใหม่อีกเล่าจนถ้วนอสงไขย แผ่นดินล่วงลับไปนับด้วยอสงไขยแผ่นดินแล้วฯ
ในกาลนั้น... -
หลวงปู่เทสก์เล่าให้ฟัง!บุญกุศลที่ส่งถึงญาติที่ล่วงลับ มีเปรตชนิดเดียวที่รับส่วนบุญได้
หลวงปู่เทสก์เล่าให้ฟัง!! บุญกุศลที่ส่งถึงญาติที่ล่วงลับ ใช่ว่าจะได้รับกันง่ายๆ ทุกคน ... มีเปรตชนิดเดียวที่รับส่วนบุญได้#ทำบุญให้คนตาย
ทำบุญให้ผู้ตายนี้ท่านแสดงไว้ว่ายากนักผู้ที่ตายจะได้รับ เหมือนกับงมเข็มอยู่ในก้นบ่อ แต่ผู้ยังมีชีวิตอยู่ก็ชอบทำ นับว่าเป็นความดีของผู้นั้นอย่างยิ่ง ท่านเปรียบไว้ สมมติว่าบุญที่ทำลงไปนั้นแบ่งออกเป็น ๑๖ ส่วน แล้วเอาส่วนที่ ๑๖ นั้นมาแบ่งอีก ๑๖ ส่วน ผู้ตายไปจะได้รับเพียง ๑ ส่วนเท่านั้น ฟังดูแล้วน่าใจหาย
เพราะฉะนั้น เราทั้งหลายจึงไม่ควรประมาท ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่นี้ สิ่งใดควรจะทำให้รีบทำเสีย ตายแล้วเขาทำบุญไปให้ไม่ทราบว่าจะได้รับหรือไม่ ถึงแม้ได้รับก็น้อยเหลือเกิน เพราะคนตายไปแล้ว เขาเรียกว่าเปรต ไม่ได้เรียกว่า บิดา มารดา ป้า น้า อา ครูบาอาจารย์ อย่างเมื่อเป็นมนุษย์อยู่นี้หรอก ในบรรดาเปรตเหล่านั้น มี ๑๑ พวก มีจำพวกเดียวที่จะได้รับส่วนบุญที่คนยังมีชีวิตอยู่อุทิศไปให้ เรียกว่า ปรทัตตูปชีวีเปรต เปรตจำพวกนี้ได้รับทุกข์ร้อนลำบากมาก เพราะในเปรตโลกนั้น ไม่มีการทำนาค้าขาย แม้แต่ขอทานก็ไม่มี
ฉะนั้นเปรตจำพวกนี้แหละ มนุษย์คนที่ยังเป็นอยู่อุทิศไปให้จึงจะได้รับ... -
เล่าขานตำนานพระอรหันต์จี้กง
เล่าขานตำนานพระอรหันต์จี้กง ตอน กำเนิดอรหันต์เพี้ยน
ตั้งแต่ราชวงศ์ซ้อง ซึ่งเป็นราชธานีถูกย้ายลงใต้มาสู่แม่น้ำเจ้อะเจียน เมืองหลินอัน หรือหางโจวในปัจจุบันนี้ บริเวณช่วงกลางของแม่น้ำเจ้อะเจียน คือขุนเขาเทียนไถที่สวยงามอันเป็นที่พำนักของพระอรหันต์และพระเจ้าเกาจงผู้ซึ่งได้สร้างราชธานีอยู่ใกล้ๆ นามว่าเมืองไถโจว ในเมืองมีวัดอยู่วัดหนึ่งชื่อว่าวัดกั๋วชิง มีเจ้าอาวาสนามทางศาสนาว่า ซิ่งคง ซึ่งมีอายุถึง 68 ปี และก็เป็นพระผู้บำเพ็ญธรรมจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์รูปหนึ่ง ท่านได้ปฏิบัติธรรมอย่างเงียบๆ โดยไม่ยอมเปิดเผยบุคลิกภาพที่แท้จริงของท่านง่ายๆ และในปีนั้น ขณะที่กำลังอยู่ในฤดูหนาวที่แสนหนาวเหน็บ ลมหนาวพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง ท้องฟ้าแดงฉานไปหมด พายุหิมะกำลังโปรยปราย หลังจากฉันอาหารเจมื้อค่ำแล้ว ท่านเจ้าอาวาสก็นั่งสมาธิอยู่เหนืออาสนะตามลำพัง มีพระลูกวัดกำลังยืนสงบอยู่ทั้งสองข้าง กลุ่มควันกำลังพวยพุ่งอย่างหนาตัวพันรอบพระพุทธรูป ไฟตะเกียงในโคมกระจกก่อให้เกิดเงาตะคุ่มๆ พระลูกวัดเฝ้าอยู่อย่างสงบนานพอสมควร ก็มีพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งมีจิตเพ่งพิจารณา จนเกิดความรู้สึกขึ้นรีบคุกเข่าลงต่อหน้าเจ้าอาวาส... -
พระพุทธเจ้าและพระสาวกอรหันต์เสด็จอนุโมทนา พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต…
“…พระพุทธเจ้าและพระสาวกอรหันต์เสด็จอนุโมทนา พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต…”
“…จากท่านเดินทางถึงแดนแห่งวิมุตติแล้ว คืนต่อ ๆ มามีพระพุทธเจ้าพร้อมพระสาวกจำนวนมากเสด็จมาอนุโมทนาวิมุตติธรรมกับท่านเสมอ มิได้ขาด? คืนนั้นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นกับพระสาวกบริวารเป็นจำนวนหมื่นเสด็จมาเยี่ยม ? คืนนั้นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นมีสาวกเท่านั้นเสด็จมาเยี่ยมอนุโมทนา จำนวนพระสาวกที่ตามเสด็จพระพุทธเจ้ามาแต่ละพระองค์นั้นมีจำนวนไม่เท่ากัน ทั้งนี้ท่านว่าขึ้นอยู่กับวาสนาของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ไม่เหมือนกัน? ที่พระสาวกตามเสด็จมาด้วยแต่ละพระองค์นั้น มิได้ตามเสด็จมาทั้งหมดในบรรดาพระสาวกของแต่ละพระองค์ที่มีอยู่? แต่ที่ตามเสด็จมามากน้อยนั้นต่างกันนั้นพอแสดงให้เห็นภูมิพระวาสนาบารมีของ แต่ละพระองค์นั้นต่างกันเท่านั้นบรรดาพระสาวกจำวนมากของแต่ละพระองค์ที่ตาม เสด็จมานั้น มีสามเณรติดตามมาด้วยครั้งละไม่น้อยเลย? ท่านสงสัยจึงพิจารณาก็ทราบว่า คำว่าพระอรหันต์ในนามธรรมนั้นมิได้หมายเฉพาะพระ แต่สามเณรที่มีจิตบริสุทธิ์หมดจดก็นับเข้าในจำวนสาวกอรหันต์ด้วย ฉะนั้น ที่สามเณรติดตามมาด้วยจึงไม่ขัดกัน... -
"จงมีสติเมื่อเกิดความโกรธ" (สมเด็จพระญาณสังวร)
"จงมีสติเมื่อเกิดความโกรธ"
" .. พระสัมมาสัมพุทธเจ้า "ทรงสอนให้แก่ที่เหตุ จึงต้องแก้ที่ความโกรธ แก้ให้ความโกรธน้อยลง" ทำให้หมดสิ้นเชิงในวันหนึ่ง "วิธีที่แก้ความโกรธให้เกิดผลรวดเร็ว ไม่ชักช้ามีอยู่ว่า ให้พยายามทำสติให้รู้ตัวเมื่อความโกรธเกิดขึ้น"
คือเมื่อโกรธ "ก็ให้รู้ว่าโกรธ และเมื่อรู้ว่าโกรธแล้ว ก็ให้พิจารณารูปร่างหน้าตาของความโกรธ ให้เห็นว่าเป็นความร้อนเป็นความทุกข์" จนกระทั่งถึงให้รู้ว่าเป็นอารมณ์ที่ไม่พึงปรารถนา "ให้มีสติพิจารณาอยู่เช่นนั้น" อย่าให้ขาดสติ
"เพราะเมื่อขาดสติเวลาโกรธจะไม่พิจารณดังกล่าว แต่จะต้องออกไปพิจารณาเรื่องหรือผู้ที่ทำให้มีความโกรธ" และก็จะไม่เป็นการพิจารณาเพื่อให้ความโกรธลดน้อย "แต่จะกลับเป็นการพิจารณาให้ความโกรธมากขึ้น" เหมือนเป็นการเพิ่มเชื้อให้แก่ไฟ
"จึงต้องพยายามทำสติควบคุมสติให้พิจารณาเข้ามาแต่ภายในใจเท่านั้น ให้เห็นความโกรธเท่านั้น" ดูอยู่แต่รูปร่างหน้าตาของความโกรธเท่านั้น การทำเช่นนั้น "ท่านเปรียบว่าเหมือนขโมยที่ซุกซ่อนอยู่เมื่อมีผู้มาดูหน้าตาก็จะซุกซ่อนอยู่ต่อไปไม่ได้จะหนีไป"
ความโกรธก็เช่นกัน "เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะถูกจ้องมองดูอยู่... -
"จบของการทำบุญ อธิษฐานรับพร " หลวงปู่ดู่
" จบของการทำบุญ อธิษฐานรับพร "
ก่อนที่ท่านมีศรัทธาทั้งหลายจะถวายของเเก่ภิกษุสงฆ์ มักจะมีการอธิษฐานหรือที่เรียกว่าจบของ บางคนจบนานบางคนจบช้า หลวงปู่ท่านให้ข้อคิดว่า ก่อนที่เราจะถวาย ให้จบมาเสียก่อนจากบ้าน เนื่องจากพอมาถึงวัด มักจะจบไม่ได้ เรื่องคนมากมายเดินไปเดินมาจะหาสมาธิจากไหน เราจะทำอะไรก็ตามอธิษฐานไว้เลยเวลาถวาย จะได้ไม่ช้าเสียเวลาคนอื่นเขาอีกด้วย บางคนก็ขอไม่รู้จบให้ตัวเองไม่พอให้ลูก ให้หลานจิตเลยส่ายหาบุญไม่ได้
การที่หลวงปู่ให้จบก่อนนั้น มีความประสงค์ให้ตั้งเจตนา ให้ดีบุญที่ได้รับจะมีผลมากญาติโยมจึงกราบเรียนถามหลวงปู่ ว่าควรอธิษฐานอย่างไร หลวงพ่อตอบว่า " อธิษฐานให้พ้นทุกข์ หรือขอให้พบเเต่ความดีตลอดไปจนพ้นทุกข์ ถ้าเป็นภาษาบาลีก็คือ สุทินนัง วะตะเม ทานัง อาสวะขะยาวะหัง นิพพานัง ปัจจะโย โหตุ คนเราจะพ้นทุกข์ได้ ต้องพบกับความดี มีความสุขใช่ไหม ไม่ต้องอธิษฐานให้ยืดยาวหรอก "
เมื่อทำบุญเเล้วจะมีการขอพรจากพระ มีการกรวดน้ำ บางทีไม่ได้เตรียมไว้ตัองวิ่งหากันวุ่นวาย หลวงปู่บอกว่า " ใช้น้ำใจ น้ำจิต ของเรากรวดก็ได้เขาเรียก กรวดเเห้ง ไม่ต้องกรวดเปียก... -
ตูน บอดี้สแลม รับโล่บุคคลต้นแบบ ‘คนดีรัตนโกสินทร์’ 2560!
หากจะพูดถึงบุคคลต้นแบบ ของคนทั้งประเทศตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า พี่ตูน Bodyslam คือคน ๆ นั้น จากโครงการก้าวคนละก้าว และกิจกรรมเพื่อสังคม ที่ผ่านมาล่าสุด โครงการเสริมสร้างการพัฒนาคนและสังคมไทย โดยสภาสื่อมวลชนไทย (องค์กรเครือข่ายสื่อภาคประชาชน หรือ สชท) ได้คัดเลือก “นายอาทิวราห์ คงมาลัย” หรือ ตูน บอดี้สแลม เป็นหนึ่งในบุคคลต้นแบบ “คนดีรัตนโกสินทร์” โล่ เทพรัตน ประจำปี 2560 ในสาขา บุคคลต้นเเบบศิลปินเเละนักแสดงดีเด่น โดย พี่นิค วิเชียร ฤกษ์ไพศาล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการผลิตและโปรโมชั่นเพลง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด มหาชน เป็นผู้รับแทน
พี่ตูน บอดี้สแลม ถือเป็นตัวอย่างของคนที่ทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทน และมอบประโยชน์ให้กับสังคมอย่างแท้จริง ขอส่งกำลังใจให้พี่ตูนและทีมงานก้าวคนละก้าวด้วยนะคะ
ขอบคุณที่มา
http://music.trueid.net/detail/47884 -
พศ.ประชุมเตรียมแผนงบประมาณ ปี 2562
การประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็น เรื่อง การจัดทำแผนยุทธศาสตร์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และแนวทางการจัดทำแผนงบประมาณ ประจำปี 2562
วันที่ 17 พฤศจิกายน เวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยกลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานเลขานุการกรม จัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็น เรื่อง การจัดทำแผนยุทธศาสตร์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และแนวทางการจัดทำแผนงบประมาณ ประจำปี 2562
ซึ่งได้เชิญผู้บริหารของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ส่วนกลาง) และผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทั่วประเทศ (ส่วนภูมิภาค) ร่วมประชุมดังกล่าว โดยมี นางสาววนิดา นวลบุญเรือง เป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ห้องประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อาคารหอสมุดพระพุทธศาสนามหาสิรินาถ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม
ขอขอบคุณที่มา
https://www.khaosod.co.th/amulets/news_638021 -
เข็มอัปสร สิริสุขะ เธอคือ ‘นางฟ้าแห่งผืนป่า’
โดย พุสดี สิริวัชระเมตตา
เธอเป็นคนเมืองที่ลุกขึ้นสร้างการเปลี่ยนแปลง ทำงานช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อมในโครงการต่างๆ อย่างจริงจัง ได้ออกเดินทางไปเขาหัวโล้น จ.น่าน เพื่อค้นหาความจริงของปัญหาป่ากับเมือง และกลับมาเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหานี้ด้วยสองมือของตัวเอง
หลายปีมานี้ แฟนๆ ของนักแสดงสาวใจดี “เชอร์รี่” เข็มอัปสร สิริสุขะ เริ่มออกอาการเซ็ง เพราะรอแล้วรอเล่าก็ไม่ได้ชมผลงานการแสดงของนักแสดงสาวหน้าหวานซะที แถมยังไม่ค่อยเห็นเธอปรากฏตัวออกสื่อ
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะเชอร์รี่ติสต์แตก หรือเบื่อวงการบันเทิงแต่อย่างใด
เพียงแต่เธอหันมาทุ่มเทเวลาให้กับทำงานเพื่อสังคมอย่างมุ่งมั่น จนได้รับฉายาว่าเป็น “นางฟ้าแห่งผืนป่า” ไปแล้ว
“ได้ยินมาบ้างเหมือนกันค่ะ สำหรับฉายานี้ต้องขอบคุณมากจริงๆ แต่ถึงจะเป็นนางฟ้า แต่นางฟ้าคนนี้ไม่มีเวทมนตร์นะคะ เชอร์รี่ยังต้องการอีกหลายแรงสนับสนุนเพื่อสานต่อความตั้งใจของเชอร์รี่ที่อยากฟื้นฟูป่า สร้างระบบนิเวศให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้งเป็นจริง” นี่คือเสียงสะท้อนจากใจของนักแสดงสาวชื่อดังที่ระยะหลังหายหน้าหายตาไปจากวงการ เพราะกำลังอินกับการสวมบทสาวนักอนุรักษ์ ตะเวนไปปลูกป่า... -
พระอาจารย์ไพบูลย์ สุมังคโล ผู้ได้รับพุทธพยากรณ์ว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต
แผ่นดินไม่สิ้นพระโพธิสัตว์ "หลวงพ่อไพบูลย์" ผู้ได้รับพุทธพยากรณ์ว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต ที่เหล่าพระป่ากรรมฐานสายหลวงปู่มั่นต่างรับรอง
“พระนิยตโพธิสัตว์” คือ พระโพธิ์สัตว์ที่ได้รับการพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าแล้ว
#พระเทพวิสุทธิญาณ (หลวงพ่อไพบูลย์ สุมังคโล) ท่านเป็นพระมหาโพธิสัตว์ผู้สร้างบารมีจาก “ศรัทธาธิกะ” ที่หลวงปู่ชอบ ฐานสโม, หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร, หลวงปู่แว่น ธนปาโล, หลวงปู่หลวง กตปุญโญ, หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญญมากโร, หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร และพระอาจารย์เด่น นันทิโย รับรอง จากหนังสือประวัติของหลวงปู่ชอบ ฐานสโม...หลวงปู่ชอบท่านบอกว่า “หลวงพ่อไพบูลย์เป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีในพระศาสนา"
หลวงปู่ชอบท่านยกเรื่องอดีตชาติของท่านกับหลวงพ่อไพบูลย์ให้ฟังว่า “ในสมัยพระพุทธเจ้ากะกุสันโธ หลวงปู่ชอบท่านเกิดเป็นอาจารย์ฤาษี อยู่ที่เมืองยอน ประเทศพม่า ท่านบอกในชาตินั้นเราได้ฌานสมาบัติ ๘ เหาะเหินเดินอากาศได้ ในชาติที่ท่านเกิดเป็นอาจารย์ฤาษี ที่เมืองยอน ประเทศพม่า ท่านมีลูกศิษย์ฤาษีที่ได้มาบวชพบกันในศาสนาพระพุทธเจ้าสมณโคดมองค์ปัจจุบัน มี ท่านพ่อลี ธัมมธโร, หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ, หลวงปู่จาม... -
เจริญพระพุทธมนต์ถวายร.10
มหาเถรสมาคม มีมติวัดทั่วโลกเจริญพระพุทธมนต์ถวายในหลวงรัชกาลที่ 10 ทุกวันที่ 28 ของเดือนตลอดปี 2561
นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ปฏิบัติหน้าที่โฆษก พศ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ได้มีมติให้วัดทั่วโลกประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในวันที่ 28 พ.ย. เวลา 16.00 น. และวันที่ 28 ธ.ค. เวลา 16.00 น. โดยจะมีการจัดพิธีดังกล่าวทุกวันที่ 28 ของเดือนตลอดปี 2561
นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า โดยขอความเห็นชอบดำเนินการประกอบพิธีตามวันและเวลาดังกล่าว ดังนี้ 1.ให้พระสังฆาธิการทุกระดับ ทุกรูป ในเขตกรุงเทพมหานครไปเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคลฯ ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม 2.ให้วัดทุกวัดในราชอาณาจักรและในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลฯ ตามคู่มือประกอบพิธีมหามงคลที่ มส.ได้จัดพิมพ์ถวายไว้แล้ว
3.ให้สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ตามมติ มส. จัดปฏิบัติธรรม ในช่วงวันดังกล่าว แต่ละครั้งตามความเหมาะสม... -
ประวัติปลาอานนท์(ฉบับพุทธ)จากชาดก
ประวัติปลาอานนท์จากชาดก
(ที่มาจากนิทานซ้อนเรื่องที่๑ในมหาสุตโสมชาดก)
อดีตกาลล่วงมาแล้วมีปลาใหญ่(ยักษ์)๖ตัวอยู่ในมหาสมุทร คือ ปลาอานนท์ ปลาอุปนนท์ ปลาอัชโชหาละทั้ง๓นี้กายยาวตัวละ ๕๐๐โยชน์ อีก ๓ ตัวคือ ปลาติมิงคละปลาติมิระมิงคละ ปลามหาติมิระมิงคละ ทั้ง๓นี้กายยาวตัวละ๑,๐๐๐โยชน์(๑๖,๐๐๐กิโลเมตร) ปลาทั้ง๖กินหิน(ช่วยย่อย?)และสาหร่ายปลาอานนท์อยู่ในจุดหนึ่งของมหาสมุทร มีพวกปลาเข้าไปหาเป็นอันมาก
วันหนึ่งปลาทั้งหลายจึงคิดกันว่า"พวกสัตว์๒เท้า๔เท้าทุกเหล่าย่อมมีราชา(๒เท้าคือ นก มีราชาคือหงส์ทองธตรัฐที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ๔เท้า คือสัตว์บกทั่วไปมีพวกมฤคเป็นต้น มีราชาคือไกรสรราชสีห์)แต่พวกเราไม่มีราชาจึงควรยกปลาอานนท์ขึ้นเป็นราชา" เมื่อคิดและมีความคิดเป็นมติเอกฉันท์แล้วจึงยกปลาอานนท์ขึ้นเป็นพญาแล้วพากันไปเฝ้าทุกเวลาเช้าเย็น
วันหนึ่งปลาอานนท์กินก้อนหินและสาหร่ายอยู่ในภูเขา(ก้นทะเล)แห่งหนึ่งมีปลาตัวหนึ่งหลุดเข้าไปในปาก รู้สึกมีรสอร่อยมากจึงคายออกมาดูก็รู้ว่าเป็นเนื้อปลา จึงคิดว่า"เราอยู่มาตั้งนานไม่รู้จักกินของอร่อยเราควรหาอุบายกินปลาต่อไป" ตั้งแต่นั้นมาจึงจับปลากินวันละ๒ตัว... -
ปัญหาของผู้ฝึกมโนมยิทธิได้แล้ว
ปัญหาของผู้ฝึกมโนมยิทธิได้แล้ว
ผู้ถาม :: “หนูมีปัญหาอันหนึ่ง คือก่อนนอนก็ภาวนา นะ มะ พะ ธะ แล้วก็หลับไปเลย มีอยู่วันหนึ่งนะคะ ตอนใกล้เช้าค่ะ มีความรู้สึกว่าไม่ได้หลับ แต่มีความรู้สึกว่าจิตมันจะออกไป แต่ไม่ยอมลอยขึ้นไปข้างบน แล้วอยู่ๆ ก็ดึงลงไปข้างล่างเลยค่ะ ทั้งๆ ที่ไม่อยากจะให้ลง มันเป็นเพราะอะไรค่ะ?”
หลวงพ่อ :: “ถ้ามันดึงลงข้างล่างก็ให้มันดึงไป ไปเที่ยวนรก ถ้าปล่อยตัวหลุดแบบนั้น เป็นตัวอภิญญาแท้ คือ นะ มะ พะ ธะ ที่เราทำเวลานี้นะ ถ้ามันถึงจุด มันจะออก จุดออกของเขาจริง ๆ มันเหมือนกับตัวเราออกไปเลย มันออกไปจริง ๆ
ทีนี้มันจะดิ่งลง ก็ให้มันลงไป อารมณ์อันหนึ่ง เขาอาจจะบังคับให้ไปดูนรกข้างล่างว่าเป็นยังไง แต่ไปแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะกลับมาไม่ได้นะ กว่าจะกลับก็เช้า
ทีหลังตั้งใจไว้ก่อนว่า ถ้าออกได้จะขอไปพระนิพพาน แล้วไปจะหาแม่หาปู่ แต่ว่าการตั้งใจไว้ก่อน เวลาภาวนาก็อย่านึกถึงท่านนะ ทิ้งเลย ถ้าออกปั๊บ มันจะพุ่งไปเลย ขณะที่ภาวนาเราต้องทิ้งอารมณ์อยากจะไปนิพพาน จะไปหรือไม่ไปไม่สำคัญ แต่ทำใจให้สบายนี่มันจะไปได้ ซึ่งซ้อมแบบนั้นน่ะดีแล้ว มันจะเคลื่อนได้ดี
ถึงฝึกแบบเต็มกำลังจริง ๆ... -
คุณพระปะทะคุณไสย(เรื่องราวหลวงปู่ภูและหลวงพ่อคูณ)
คุณพระปะทะคุณไสย
ขณะนั้นท่านพระครูธรรมานุกุล (หลวงปู่ภู จันทเกสโร) ยังคงเป็นเจ้าอาวาสอยู่ ได้เกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับการลองดีด้วยคุณไสยที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
หลวงปู่ภูท่านเป็นพระที่เชี่ยวชาญด้านพระเวทวิทยาคม ท่านได้ช่วยผู้คนจากการถูกกระทำด้วยคุณไสยไว้มากมาย ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุให้ท่านถูกปองร้ายด้วยคุณไสยมาครั้งหนึ่ง ดังที่คุณตาทองดำคชเสนี ได้เล่าเรื่องที่ตัวเองได้เห็นมากับตาว่า หลวงปู่ภูจะออกกำลังด้วยการใช้ไม้กวาดด้ามยาวปัดกวาดลานหน้ากุฏิและเลยไปจนถึงพื้นที่ใกล้เคียง เช้าวันนั้นเป็นวันที่อากาศแจ่มใส คุณตาทองดำสังเกตเห็นว่าหลวงปู่ภูหยุดกวาด แล้วมองไปซ้ายทีขวาทีจึงเดินกวาดต่อไปอย่างเงียบๆ
ทันไดนั้นท่านก็หยุดกวาด แล้วยกปลายไม้กวาดด้ามยาวขึ้นปัดในอากาศ ตอนแรกก็ปัดอากาศเปล่าๆ แต่พออีกครั้งหนึ่งก็ได้ยินเสียงดังเปรี้ยงติดตามมา
แล้วหลวงปู่ภูก้มลงกวาดพื้นต่อไปอย่างเงียบๆ คราวนี้มีเสียงหวีดดังแหวกอากาศมา หลวงปู่ภูท่านจึงยืนหยัดเท้ามั่นอยู่กับพื้น แล้วใช้สองมือยกไม้กวาดด้ามยาวขึ้นหวดเหมือนจะรับอะไรสักอย่างเต็มแรง
เป็นถนัดว่้าท่านถอยไปบ้างหลังสองก้าว... -
“หอคัมภีร์ธรรมกิติยากร”จากความศรัทธาอันแรงกล้าในธรรมะของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
ด้วยพระราชศรัทธาของแม่!! กำเนิด “หอคัมภีร์ธรรมกิติยากร” วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย จากความศรัทธาอันแรงกล้าในธรรมะของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” หรือ “ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ” ของเรา ทรงเป็นพระมหากษัตริย์อีกพระองค์หนึ่งที่ทรงสนพระทัยในพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง ทรงเป็นแบบอย่างในการศึกษาและปฏิบัติธรรมด้วยพระองค์เองกับพระอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐานอยู่อย่างสม่ำเสมอ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่๙ ก็ทรงแสดงออกถึงความสนพระทัยในการศึกษาพุทธศาสนาเช่นเดียวกับพระราชสวามี เห็นได้จากการที่ในหลวงรัชกาลที่๙ มักเสด็จไปสนทนาธรรมกับเหล่าพระอริยะ ซึ่งในการเสด็จนั้นแทบไม่เคยมีครั้งใด ที่สมเด็จพระราชินีฯ จะมิได้เสด็จร่วมกับพระองค์เลย ทรงมีความสนพระทัยและพระราชศรัทธาเช่นเดียวกับพระราชสวามี
และอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นข้อยืนยันว่า สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่๙ ทรงมีพระราชศรัทธาอันแรงกล้าในธรรมะ นั่นคือ “หอคัมภีร์ธรรมกิติยากร”
“หอคัมภีร์ธรรมกิติยากร” เกิดจากพระราชศรัทธาอันแรงกล้าในธรรมะของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ... -
น้อมอาลัย "หลวงพ่อเพี้ยน อัคคธัมโม"ละสังขาร ท่านฟื้นขึ้นมาครั้งหนึ่งก่อนละสังขารด้วยอาการสงบ !!
ปาฏิหาริย์บารมี!! น้อมอาลัย "หลวงพ่อเพี้ยน อัคคธัมโม" ละสังขาร เผยเหตุอัศจรรย์..ท่านฟื้นขึ้นมาครั้งหนึ่งก่อนละสังขารด้วยอาการสงบ !!
วันนี้ (๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐) เวลา ๐๓.๒๕ น. หลวงพ่อเพี้ยน อัคคธัมโม หรือพระครูวิมลสมณวัตร เป็นพระเกจิอาจารย์อาวุโสของเมืองลพบุรี เจ้าตำรับสุดยอดเครื่องรางของขลัง ตะกรุดโทน และ ผ้ายันต์แดง เสือ สิงห์ ที่ มีประสบการณ์พุทธคุณกล่าวขานเลื่องลือกันไปทั่ว ทั้งในด้านเมตตา ค้าขาย ปกป้องคุ้มภัย มหาอุด และคงกระพันชาตรี ได้ละสังขารด้วยอาการสงบ ที่สถาบันโรคทรวงอก นนทบุรี
ทั้งนี้จากผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ Ta Niti ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับหลวงพ่อเพี้ยนพร้อมกับเผยคำพูดของหลวงพ่อที่เคยกล่าวไว้ มีข้อความว่า
หลวงพ่อเพี้ยน อคฺคธมฺโม ท่านได้ละสังขารด้วยอาการสงบ เมื่อเวลา ๐๓.๒๕ น. ที่สถาบันโรคทรวงอก นนทบุรี
๑๖ พ.ย.๒๕๖๐ น้อมอาลัยส่งหลวงพ่อสู่นิพพาน "หลวงพ่อเพี้ยน อคฺคธมฺโม" ท่านได้ละสังขารด้วยอาการสงบ เมื่อเวลา ๐๓.๒๕ น. สถาบันโรคทรวงอก นนทบุรี สิริรวมอายุ ๙๐ ปี ๔๑ พรรษา
"กูเหนื่อยแล้วเบื่อแล้ว ไม่อยากอยู่แล้ว" หลวงพ่อเคยกล่าวไว้... -
ชายแปลกหน้าท่าทางสำรวม มาใส่บาตร"หลวงปู่ชอบ"ตามไปดูจึงรู้ว่าเป็น"นาคมาณพ"แปลงมาบำเพ็ญทาน !!
สาธุบารมี!! เมื่อมีชายแปลกหน้า ท่าทางสำรวม มาใส่บาตร "หลวงปู่ชอบ" เกิดสงสัยแอบตามไปดูจึงรู้ว่าเป็น "นาคมาณพ" แปลงกายมาบำเพ็ญทาน !!
ครั้งหนึ่งหลวงปู่ชอบ ฐานสโม พักอยู่ที่ วัดห้วยน้ำริน อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สังเกตเห็นว่า ในบรรดาทายกทายิกาที่มาฟังเทศน์หรือใส่บาตรถวายจังหันทุกวันนั้น มีชายคนหนึ่งที่ดูแปลกกว่าคนอื่น คือถึงจะนุ่งห่มแต่งกายอย่างชาวบ้านธรรมดา แต่ก็ดูภูมิฐานและสำรวมกว่าคนทั่วไป มีดอกไม้กับอาหารคาวหวานมาใส่บาตรทุกวัน สำหรับอาหารทุกชนิดที่เขานำมานั้น แม้จะมองดูเป็นอาหารพื้นเมืองทั่วไป มีปลา มีผัก น้ำพริก หรือแกง ตามปกติ แต่สังเกตว่า ระยะนี้อาหารที่ท่านฉันนั้นมีรสชาติพิเศษ อย่างไรก็ดีท่านก็ไม่แน่ใจว่า อาหารที่มีรสชาติพิเศษนั้นจะเป็นอาหารจากที่ชายผู้นั้นถวายหรือไม่ เพราะเมื่อพระรับถวายจังหันแล้ว ท่านก็จัดลงบาตรรวม ๆ กันไป จะเป็นอาหารจากสำรับใด ถ้วยใด ของโยมคนไหนก็ไม่ได้จดจำไว้
ธรรมดาพระธุดงคกรรมฐาน ท่านจะมีโอภาปราศรัยกับญาติโยมเป็นปกติ ครั้งนี้ ท่านพูดคุยธรรมดา แล้วก็ถามถึงโยมคนที่ว่านี้ เออ...เป็นใคร อยู่บ้านไหน เป็นญาติของใคร... -
"ธรรมะห่มดอย"พระและสามเณร ไทย เมียนมาร์ เนปาล กว่า ๒๐๐รูป เริ่มออกเดินธุดงค์ร่วมกัน
"ธรรมะห่มดอย" เห็นแล้วอิ่มเอมใจ พระและสามเณร ไทย เมียนมาร์ เนปาล กว่า ๒๐๐รูป เริ่มออกเดินธุดงค์ร่วมกัน #พรหมแดนไม่อาจกั้นรสพระธรรม
สามเณรวันนี้คือต้นกล้า...วันข้างหน้าคือศาสนทายาทสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา
....หลวงพ่อพระเทพโกศล ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมจาริกส่วนภูมิภาค วัดศรีโสดา พระอารามหลวง ได้สร้างวัดศรีโสดาให้เป็นสถานที่ให้การศึกษา ความรู้เรื่องพระพุทธศาสนาแก่พระภิกษุสามเณรชาวเขาทั่วประเทศ และฝึกอบรมพระภิกษุสามเณรที่บวชมาแล้วให้เป็นศาสนทายาทสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาบนดอย ตอนนี้หลวงพ่อพระเทพโกศล และหลวงพ่อพระเทพกิตติเวที ประธานคณะพระธรรมจาริก ได้ส่งพระธรรมจาริกจำนวน ๓๕๐ รูปขึ้นดอยเพื่อช่วยกันเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในพื้นที่บนดอย ๒๐ จังหวัดของประเทศไทย
....และขณะนี้ยังได้จัดตั้งศูนย์อบรมพระพุทธศาสนาแก่พระภิกษุสามเณรชาวเขา ที่วัดศรีโสดา และวัดวิเวกวนาราม การฝึกอบรมคนนั้นเป็นงานหนัก และงานที่ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจ หลวงพ่อได้จัดตั้งทีมงานธรรมะห่มดอยขึ้นเพื่อให้ไปช่วยเหลือพี่น้องบนดอย ขณะนี้มีพระภิกษุสามเณรที่เข้ารับการฝึก การเรียนการสอน จำนวน ๕๐๐ กว่ารูป... -
จีนพบพระบรมสารีริกธาตุ ถูกฝังใต้โบราณสถาน
นักโบราณคดีจีนขุดพบกล่องบรรจุพระบรมสารีริกธาตุกว่า 2,000 ชิ้นใต้โบราณสถานในมณฑลกานซู
สำนักงานโบราณวัตถุของจีน และเว็บไซต์ Live Science รายงานว่า นักโบราณคดีจีนได้ทำการขุดค้นโบราณสถานที่ อ.จิ่งชวน มณฑลกานซู ซึ่งถูกพบโดยบังเอิญระหว่างการซ่อมถนน พบว่าใต้พื้นของโบราณสถานดังกล่าวมีกล่องบรรจุวัตถุที่คล้ายกระดูกของมนุษย์ บนตัวกล่องเขียนข้อความเอาไว้ว่า “ภิกษุหยุนเจียงและจื้อหมิงแห่งนิกายดอกบัว แห่งคณะมัญชุศรี วัดหลงซิง มณฑลจิงโจว ได้รวบรวมพระบรมสารีริกธาตุกว่า 2,000 ชิ้น พร้อมด้วยพระทันตธาตุและพระธาตุ นำมารวบรวมแล้วประดิษฐานไว้ภายใต้วิหารมัญชุศรีของวัดนี้” บันทึกดังกล่าวลงวันที่ 22 ปี 1013 ตรงกับราชวงศ์เป่ยซ่ง
บันทึกยังระบุว่า ภิกษุหยุนเจียงและจื้อหมิงใช้เวลากว่า 20 ปีรวบรวมพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อเผยแผ่พุทธศาสนาพร้อมๆ สั่งสอนและปฏิบัติธรรมไปพร้อมๆ กัน บางครั้งได้รับพระบรมสารีริกธาตุจากบุคคลต่างๆ บางครั้งพบพานโดยบังเอิญ บางครั้งใช้ปัจจัยแลกเปลี่ยนมา บางครั้งมีผู้มอบให้ด้วยใจศรัทธาอย่างยิ่ง
ซึ่งนอกจากพระบรมสารีริกธาตุกลุ่มใหญ่แล้ว ยังพบพระพุทธรูปโบราณอีก 260 องค์ ซึ่งมีอายุต่างๆ กันไป... -
"คำว่าฌานนี่ หมายถึงอะไร" (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร)
"คำว่าฌานนี่ หมายถึงอะไร"
" .. ครั้งหนึ่ง สมเด็จฯ* รับสั่งถามหลวงปู่ว่า "ที่พูดกันว่าได้ฌานนั้นฌานนี้ คำว่าฌานนี่ หมายถึงอะไร เห็นมีตั้งหลายอย่าง มีวิตก วิจารณ์ อะไรต่ออะไร มันเป็นยังไง"
หลวงปู่ฯ ถวายคำอธิบายว่า "เวลาญาติโยมเขาสร้างบ้านเรือนสร้างกุฏิให้พระอยู่อาศัย พอขึ้นบันไดบ้านมา ก็จะถึงชานก่อน แล้วจึงไปถึงที่นอน"
"อ้อ ๆ รู้แล้ว" สมเด็จฯ ทรงเข้าใจในทันที "มันเป็นที่พักผ่อนชั่วคราวเองนะ ยังไม่ใช่ที่หลับที่นอนจริง ๆ" .. "
"พุทธาจารปูชา" (หน้า ๑๕)
หลวงปู่สิม พุทธาจาโร
*สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) -
หัวใจของการเจริญพระกรรมฐาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
หัวใจของการเจริญพระกรรมฐาน
“…ดูก่อนท่านทั้งหลาย ส่วนสุดสองอย่าง เราปรารถนามรรคผลจงอย่าเข้าไปแตะต้อง คือ อัตตกิลมถานุโยค การปฏิบัติตนด้วยความลำบาก มีการเคร่งเครียด มีการทรมานกาย นี่ก็เห็นว่าเวลานี่เราก็นิยมกันมากสำหรับนักปฏิบัติที่ชอบผิดสาย คือชอบนั่งกันนานๆ ทรมานเป็นชั่วโมงๆ ถือว่าเป็นการดี อันนี้ผิด เป็นอันว่าการทรมานกายนี้ องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาถือว่าผิด ไม่ใช่ทางบรรลุมรรคผล มันเครียดเกินไป
ส่วนสุดเบื้องต่ำอีกอย่างหนึ่งคือ กามสุขัลลิกานุโยค เวลาที่เรานั่งภาวนาไปก็นึกอยากจะถึงนั่น อยากจะถึงนี่ อยากจะเป็นอย่างนี้ อยากจะเป็นอย่างนี้ ไอ้ตัวอยากนี่มันเป็นตัณหา คือเป็นกิเลส แล้วทำไมเราจึงไปอยากกัน
นี่อาการสองอย่างนี้ องค์สมเด็จพระทรงธรรม์บรมศาสดาทรงให้ละเสียอย่าเข้าไปแตะต้อง ส่วนที่สมควรเป็นการบรรลุมรรคผลได้จริงๆ ก็คือ มัชฌิมาปฏิปทา การปฏิบัติตนพอดีพอควร นั่งมันเมื่อยก็นอน นอนไม่สบายก็ยืน ยืนไม่ถนัดก็เดิน ใช้ได้ในอิริยาบถทั้งสี่ เอาแต่พอดีพอควร ไม่เกินพอดีเกินไป แล้วทำจิตใจให้ตรงเฉพาะต่ออารมณ์ที่เราต้องการ นี่อย่างนี้เขาเรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา... -
พิธีบวงสรวง (หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)
พิธีบวงสรวง
“เมื่อวันก่อนได้เห็นพิธีบวงสรวงของหลวงพ่อ อยากกราบเรียนถามว่า ทำไมจึงต้องมีพิธีบวงสรวงครับ…?”
เราเรียกพิธีบวงสรวง ตามศัพท์ไสยศาสตร์นะ แต่ความจริงมันไม่น่าจะเรียกว่าบวงสรวง จะเรียกชื่อคนอื่นก็ไม่รู้จัก
“ควรจะเรียกว่าอะไรดีล่ะครับ…?”
อันนั้นล่ะคือ การเชิญเทวดา บวงสรวงคือเชิญท้าวจาตุมหาราชพร้อมทั้งอินทกะและบริวาร แต่พิธีนี้ไม่ใช่พิธีที่เราจะสร้างขึ้นมาเองได้ คือว่าสมัยหลวงพ่อปาน ท่านเริ่มทำการก่อสร้าง
ท้าวเวสสุวัณกับอีก ๓ องค์ มาหาท่านในขณะที่เจริญพระกรรมฐาน บอกว่าท่านทำงานนี้เป็นบุญเป็นกุศล ผมขอโมทนาด้วย ถ้ามีงานสำคัญเกิดขึ้นขอให้บวงสรวงด้วยวิธีนี้ ท่านบอกแม้แต่คำสวด คำสวดบทมหาสมัยในตอนท้าย อภิกามุง ภิกขุนัง ท่านตัดออก เอา อัฏฐังสุ แทน แล้วก็ของทุกอย่างท่านสั่งทั้งหมด และของที่มีอยู่ให้ทำตามนั้นแล้วก็จะมาช่วยงาน เป็นอันว่าเชิญเทวดาท่านมารับทราบ แล้วก็จะขอร้องให้ท่านช่วย มันอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก พิธีนั้นถ้าทำขึ้นมาถ้ามีอะไรควรรู้ท่านจะบอก
“เป็นอันว่าบวงสรวงนี้ควรจะเรียกว่าเชิญเทวดานะครับ”
ใช่ คือท่านมาบอกพิธีกรรมเอง และก็บอกคาถาบทสวด ต่อมาฉันก็เรียนต่อจากหลวงพ่อปาน... -
“ตัดมานะการถือตัวถือตน”..หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
คำสอนหลวงพ่อเรื่อง “ตัดมานะการถือตัวถือตน”..
.. ผมบอกแล้วว่า “ฌาน” คือ “ชิน”ผมไม่นิยมคนที่เก่งฌานในการเข้านั่งหลับตาขัดสมาธิ ถ้าได้เพียงเท่านั้น ลืมตาฌานเคลื่อน อย่างนี้ผมยังถือว่า“ยังเป็นผู้เข้าไม่ถึงฌาน”
ผู้มีอารมณ์ฌานจะต้องทรงอยู่ทุกอิริยาบถ “อารมณ์จิตจะเป็นกุศลในตัวละอยู่เสมอ” อย่างนี้เรียกว่า “ผู้ทรงฌาน”
ทรงฌานได้อย่างนี้ พระพุทธเจ้ายังไม่ถือว่าดี คือถือว่าเป็นตัวหน่วงเหนี่ยว เหนี่ยวรั้งหรือดึงเข้าไว้ ได้แก่สังโยชน์ ฉะนั้นเราจะไม่เห็นว่า รูปฌานและอรูปฌาน เป็นจุดจบแห่งกิจที่เราจะพึปฏิบัติ เราจะก้าวต่อไป ทรงกำลังใจไว้ในฌาน และก็หันไปจับมานะ เพราะรูปฌานและอรูปฌานนี่เป็นของไม่ยาก
“มานะ ความถือตัวถือตน” ถือเขาถือเรา ถือพวกถือพ้องถือพี่ถือน้อง ถือว่าเราดีกว่าเขา เราเลวกว่าเขา เราเสมอเขา เราเป็นลูกศิษย์สำนักโน้น เราเป็นลูกศิษย์สำนักนี้ เรามีความรู้ชั้นนี้ เรามีความรู้ชั้นนั้น “นี่มันเป็นความเลวของจิต”จะมีความรู้สึกอย่างนี้ เพราะอะไรจึงว่าอย่างนั้น ถือตัวถือตน คืออะไรกันล่ะ ความรู้สึกที่เรามีอยู่ พาเราไปนิพพานได้ไหม ครูบาอาจารย์ผู้สอนพาเราไปพระนิพพานได้ไหม... -
เปิดงานสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติเมืองกุสินารา
เปิดงานสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติเมืองกุสินารา
เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี เป็นประธานฝ่ายคณะสงฆ์เปิดงานสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติครั้งที่ 2 ณ สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา
วันนี้( 15 พ.ย.60) ที่เมืองกุสินารา สถานที่ปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระเดชพระคุณ พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล มอบหมายให้ พระศรีโพธิวิเทศ (พระมหาสุพจน์ ป.ธ.๙ ) เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล เป็นประธานฝ่ายคณะสงฆ์ ไทย พระอภิธช อัคคมหาสัมธัมมโชติกะ , ดร.ภัททันตะ ญาณิสสระ เจ้าอาวาสวัดพม่า เมืองกุสินารา พร้อมด้วยพระสงฆ์นานาชาติ กว่า 200 รูป พร้อมด้วยข้าราชการ รัฐมนตรี สมาชิกสภารัฐบาลรัฐอุตตรประเทศ ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดกุศินาราคาร์ จำนวนมากร่วมเปิดงานสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 15 พ.ย. 2560 ณ สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา สถานที่ปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยเวลา 08.00 น. เริ่มขบวนอัญเชิญตู้พระธรรม พระคัมคีร์พระพุทธศาสนา และพระไตรปฎิกนานาชาติ ธรรมยาตราสันติภาพโลก จากวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ไปยังประตูเมืองกุสินารา... -
อานิสงส์ทำบุญตามอัธยาศัยกับแบบเจาะจง
อานิสงส์ทำบุญตามอัธยาศัยกับแบบเจาะจง
หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง ตอบปัญหาธรรม
ผู้ถาม :- “แล้วการทำบุญตามอัธยาศัย กับการทำบุญเจาะจงต่างๆ เช่น วิหารทาน สังฆทาน ธรรมทาน เป็นต้น อานิสงส์จะเหมือนกันหรือเปล่าคะ…?”
หลวงพ่อ :- “ไม่เหมือนกัน ต่อท้ายอานิสงส์ไม่เหมือนกัน แต่ขึ้นต้นเหมือนกัน คำว่า “อานิสงส์ไม่เหมือนกัน” คือเขียนเหมือนกัน ถ้าตามอัธยาศัยมันเรื่องของพระ พระรับเอาไปนี่เอาไปทำอะไรบ้าง ถ้าไปเจี๊ยะแต่ผู้เดียว อานิสงส์ต่ำกว่าสังฆทานหลายแสนเท่า และต่ำกว่าวิหารทานเป็นล้านเท่า
ถ้าพระผู้รับไปทำให้เป็นประโยชน์ ถ้ามีความจำเป็นส่วนตัวก็ใช้ ใช่ไหม…ส่วนที่เหลือก็ไปเข้าในส่วนเลี้ยงพระ ไปจ่ายในวัดเป็นสังฆทาน เขาได้ ไปก่อสร้างเป็นวิหาร เขาได้ ช่วยทางธรรมเป็นธรรมทาน เขาได้ มันเรื่องของพระนะ แต่พระที่ฉลาดมากเกินไป ญาติโยมก็ได้อานิสงส์น้อย ถ้าโง่ๆ หน่อยได้อานิสงส์มาก”
ผู้ถาม :- “เอ๊ะ! เป็นยังไงครับ…?”
หลวงพ่อ :- “คนโง่ๆ เขาใช้หลายรายการ ถ้าฉลาดเขาเก็บใช้แต่ผู้เดียว”
จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๔ หน้า ๑๑๒-๑๑๓
พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง)
ที่มา... -
กรรมของคนเราเหมือนเมล็ดพืชที่ถูกหว่านลงในดิน
+++ กรรมของคนเราเหมือนเมล็ดพืชที่ถูกหว่านลงในดิน +++
เมื่อเราได้คิดได้พูดได้ทำอะไรลงไปแล้ว มันก็เริ่มก่อผลเป็นวิบากขึ้นในจิต ซึ่งเป็นประจุกรรม เหมือนข้อมูลที่ถูกป้อนเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ เราจะไปลบ ไปล้าง ไปเปลี่ยน ไปแปลงอะไรไม่ได้อีกแล้ว ได้อยู่อย่างเดียวคือ คอยจนกว่ามันจะงอกออกมา และผลิดอกออกผลให้เราเก็บเกี่ยว
ด้วยเหตุนี้ท่านจึงสอนว่าสิ่งที่ทำลงไปแล้ว อย่าย้อนคิดเสียดาย อย่าเก็บมากังวลครุ่นคิด แต่ก่อนจะกระทำสิ่งใด ให้ไตร่ตรองรอบครอบเสียก่อน ด้วยสติด้วยปัญญา ด้วยเหตุผลก่อนจะทำเรามีโอกาสเต็มที่ว่าจะทำอย่างไร เพื่อที่จะไม่ย้อนคิดเสียใจ เสียกำลัง เสียเวลาที่จะล้มล้างสิ่งที่เอาคืนมาอีกไม่ได้แล้ว ก่อนจะทำนั้นจะตรึกตรองอย่างไร จะเลือกเฟ้นอย่างไร ไม่เป็นปัญหา เวลามีอยู่เรามีสิทธิเต็มที่ที่จะขีดเส้นที่เราต้องการไป ที่เราต้องการจะเป็น ที่เราต้องการจะได้ แต่ครั้งหนึ่งที่ได้กระทำลงไปแล้ว จบสิ้นไปแล้ว พอสิ่งนั้นผ่านพ้นไปแล้ว เป็นเงาไปแล้ว เหมือนนกที่เกาะอยู่ พอมันขยับปีกบินไปแล้ว เราหารอยของมันไม่เจอ เหลือรอยอะไรทิ้งไว้ในอากาศที่บินผ่านไปเลย หรือเหมือนเราขีดไปในน้ำ... -
จิตที่เศร้าหมองหรือจิตผ่องแผ้ว (หลวงปู่หล้า เขมปัตโต)
จิตที่เศร้าหมองหรือจิตผ่องแผ้ว
ท่านผู้ต้องการพ้นทุกข์โดยด่วนในปัจจุบันชาติ ปัจจุบันจิต ปัจจุบันธรรมแล้ว จะไม่เอื้อเฟื้อไม่อาลัยไม่รักไม่ปฏิบัติเนืองๆ ยิ่งๆ ในพระอานาปานสติลมหายใจออกเข้าแล้ว นั่งคอยนอนคอยปรารถนาอยู่เฉยๆ ย่อมเป็นไปได้ยาก และลมออกเข้ายาวหรือสั้น จะไม่ใช่กายได้อย่างไร ก็กายานุปัสสนานั่นเองและก็ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม ที่สมดุลกันอยู่นั่นเองจึงพอหายใจออกเข้าได้ ลมหายใจออกเข้าบางทีเสวยสุขบ้าง ทุกข์บ้าง อุเบกขาบ้าง ก็เวทนานุปัสสนานั่นเอง ลมหายใจออกเข้าเห็นจิตที่เศร้าหมองหรือผ่องแผ้วหรือกลางๆ ก็จิตตานุปัสสนานั่นเอง ลมหายใจออกเข้าเห็นความไม่เที่ยงแห่งกายสังขาร จิตสังขารก็ธรรมานุปัสสนานั่นเอง (ไม่เรียงแบบก็ได้ ไม่เป็นไรดอก) แล้วกายก็ดี เวทนาก็ดี จิตก็ดียกขึ้นสู่เมืองขึ้นไตรลักษณ์ให้กลมกลืนกัน เป็นเชือกสามเกลียวเป็นเป้าอันเดียวกันไม่ต้องแยก ไม่ต้องเรียง ไม่ต้องขยาย เห็นอยู่ ณ ซึ่งหน้าสติ ซึ่งหน้าปัญญา พร้อมกับลมออกเข้า ไม่มีอันใดก่อน ไม่มีอันใดหลัง ติดต่ออยู่พิจารณาอยู่ไม่ขาดสาย ความเพลินความเมาความดิ้นรนในโลกทั้งปวง ทั้งอดีตอนาคตมันจะรวมพลมาจากประตูใด... -
กทปส. ผลักดันพลิกฟื้นศูนย์กลางชุมชน “วัด” ร่วมกับอาศรมศิลป์คืนสู่สังคมไทยด้วยระบบ ICT
หากจะกล่าวถึงศูนย์กลางของชุมชนเมื่ออดีตที่ผ่านมา “”วัด”” คือแหล่งเรียนรู้ วัฒนธรรม บ่มเพาะทางจิตใจของคนไทยเสมอมา ดังเช่นอดีตที่มักกล่าวว่า “”บวร”” บ้าน วัด โรงเรียน อันเป็นแหล่งที่เชื่อมโยงทั้งองค์ความรู้ ศาสนา และชุมชนเข้าถึงกัน ดังที่ท่านเจ้าคุณพระสุธีรัตนบัณฑิเจ้าอาวาส วัดสุทธิวราราม กรุงเทพมหานคร ได้กล่าวว่า อดีตที่ผ่านมาชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนเก่าที่มีเรื่องราวมากมาย มีศิลปวัฒนธรรม เป็นแหล่งความรู้ สถานปฏิบัติธรรม ที่ปัจจุบันยังคงปฏิบัติการอยู่ และยังรอให้ทุกคนเดินเข้ามาเสมือนเช่นอดีตที่ผ่านมา
หากแต่วันนี้วันเวลาเดินหน้า ยุคสมัยปรับเปลี่ยน การเข้าถึงอาจต้องปรับเปลี่ยนตามกาลเวลา การนำเอาระบบการเชื่อมต่อด้านเทคโนโลยี ICT เข้ามามีส่วนในการขับเคลื่อนผลักดันให้ “”วัด”” กลับฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันกลุ่มคนที่ก้าวเท้าเข้ามาในวัดอาจลดน้อยลง หากไม่เปรียบกับวัดดังที่ผู้คนเข้าไปเพราะจิตศรัทธา แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าไปเพราะดื่มด่ำกับวัฒนธรรม ภาพวาดจิตกรรมฝาผนัง เรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา องค์ความรู้ที่แต่ละวัดมีให้ รากลึกของพระพุทธศาสนาในสังคมไทย... -
การเป็นพระโสดาบัน เป็นของไม่ยาก
การเป็นพระโสดาบัน เป็นของไม่ยาก
โอวาทหลวงพ่อฯ เล่ม 4 หน้า 23
อันดับแรก ขอบรรดาญาติโยมเข้าใจในสังโยชน์ ๑๐ ประการ
คำว่า สังโยชน์ หมายถึง กิเลสที่เป็นเครื่องร้อยรัดใจ ให้ต้องเวียน
ว่ายตายเกิดในวัฏฏะ อย่างไรก็ต้องค่อย ๆ ตัด ตัดทีละน้อย และก็ตัด
บ่อย ๆ ตัดไว้เสมอ ๆ อันดับแรกมันก็จะลืมบ้าง เผลอบ้าง เป็นของธรรมดา
สำหรับพระโสดาบัน กับพระสกิทาคามี ตัดสังโยชน์ได้ ๓ ข้อ คือ
๑. สักกายทิฏฐิ
๒. วิจิกิจฉา
๓.สีลัพพตปรามาส
รู้เรื่องไหม ฟังรู้แต่เรื่องไม่รู้
สักกายทิฏฐิ นี่เขาตัดร่างกาย คือต้องตัดตามพระบาลีที่พระพุทธเจ้า
ทรงตรัสว่า พระโสดาบันก็ดี พระสกิทาคามีก็ดี มีสมาธิเล็กน้อย มีปัญญา
เล็กน้อย แต่มีศีลบริสุทธิ์ ต้องจำข้อนี้ให้ดีนะ ไม่ใช่ว่าจะต้องมีสมาธิหนักแน่น
เกินไป และปัญญาก็ไม่ต้องสูงเกินไป แต่มีศีลบริสุทธิ์ เพราะว่า พระโสดาบัน
พระสกิทาคามี นี่ยังเป็นผู้ครองเรือนอยู่ ถ้ามีสามีภรรยาแล้วก็ดี ก็อยู่ด้วยกัน
ตามปกติ คนที่ยังไม่มีสามีภรรยาก็ยังแต่งงานได้ ก็มีแค่ศีล ๕ สำหรับ
พระโสดาบัน พระสกิทาคามี ก็เหมือนกันนะ
หนึ่ง มีความรู้สึกว่า ชีวิตนี้ก็ต้องตาย นี้เป็น สักกายทิฏฐิ
ประการที่สอง... -
โสวนโสเวียนในโลกสงสาร
โสวนโสเวียนในโลกสงสาร
………………………………..
บางท่านศีล ๕ ยังไม่บริบูรณ์เลย การเลี้ยงชีวิตก็ยังสุ่มสี่สุ่มห้า ยังขายรูปขายเหรียญ ถือวันจมวันฟู ตลอดถึงอบายมุขทุกๆประเภทก็ไม่ละเว้น การค้าขายก็ค้าขายเครื่องประหัตประหาร ค้าขายสัตว์เป็น และเนื้อสัตว์ที่ตัวฆ่าเพื่อเป็นอาหาร ค้าขายน้ำเมาค้าขายยาพิษบ้าง และยังถือมงคลตื่นข่าวนานาเอนก เช่น ตื่นข่าวว่าเลขจะออกตัวนั้นตัวนี้ วิชาไสยศาสตร์ต่างๆ คบปาปมิตร คบมิตรปฏิรูป คนเทียมมิตรมิใช่มิตรแท้ คบมิตรชักชวนในทางฉิบหาย คบมิตรชักชวนดื่มน้ำเมา ชักชวนเที่ยวกลางคืน ชักชวนเที่ยวดูการเล่นและให้มัวเมาในการเล่น ชักชวนเล่นการพนัน ไม่ถึงพร้อมด้วยศรัทธาในพุทธ ธรรม สงฆ์พอ ไม่เชื่อผลศีลผลทานพอ พร้อมทั้งสติปัญญาก็ยังอ่อนอยู่มาก บางคราวบวงสรวงผีสางเทวดา มีใจอาฆาตพยาบาทผูกเวร ด่าแช่งสัตว์ให้ถึงความพินาศนึกในใจหรือจนออกปาก ขี้หึงหรือริษยาทั้งหลายเหล่านี้เป็นต้น
แต่…แต่…แต่…สำคัญตนว่าเป็นพระโสดาบัน ความสำคัญอันนั้นก็เป็นโมฆะ โดยไม่รู้ตัวอีกด้วย พระโสดาบันแบบนี้ควรให้คะแนนว่า พระโสเดา โสดัน โสเมา โสมัว โสขุ่นจนเป็นตม โสวนโสเวียนในโลกสงสารไม่มีคิวเลย...
หน้า 343 ของ 440