คลังเรื่องเด่น
-
ให้ร่างกายมันอดเสียบ้าง..(พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
ให้ร่างกายมันอดเสียบ้าง
สุขภาพร่างกายของเรา ถ้าให้อดเสียบ้าง จะทำให้สุขภาพดีขึ้น เพราะเมื่อร่างกายเรารับสารอาหารเข้าไป ก็จะไปอยู่ในเลือด ถ้าว่ากันตามภาษาของพระพุทธเจ้าก็คือ ทำให้กายหนัก ภาวนาก็ยาก เลือดลมไม่ปลอดโปร่ง
ถ้าหากว่ากันตามการแพทย์สมัยใหม่ก็คือ พอเข้าไปมาก ๆ แล้ว ไตต้องไปเสียเวลากำจัดออก ร่างกายก็ทำงานหนักกว่าปกติ ทำให้อวัยวะที่ทำงานหนักเสื่อมทรุดลงเร็ว ถ้าหากว่าเรางดอาหารสักมื้อหนึ่ง ร่างกายก็จะมีโอกาสฟื้นฟู สุขภาพจะดีขึ้น แต่ส่วนใหญ่แล้วเราอดกันไม่ได้ ท้องร้องจ๊อกขึ้นมาก็ต้องรีบหาให้กิน
เราจะเห็นว่าพระพุทธเจ้ากำหนดไม่ให้พระฉันอาหารในเวลาวิกาล เท่ากับว่าร่างกายมีโอกาสฟื้นฟู พอใช้สารอาหารในเลือดหมด เลือดลมก็โปร่ง ภาวนาก็ง่าย จะจับลม จะพิจารณาธรรมอะไรก็สะดวก ที่สำคัญที่สุดก็คือ ประหยัดทรัพยากรของโลก คน ๖๐ ล้าน ประหยัดข้าวคนละเม็ด แล้วถ้า ๖๐ ล้านเม็ดเท่ากับกี่กระสอบ ? แล้วนี่ประหยัดทั้งมื้อเลยนะ… อย่างน้อย ๆ ก็มีอาหารเหลือเลี้ยงพลโลกไปได้อีกเยอะเลย
จะว่าไปแล้วพวกเรานี้สร้างทานบารมีมาดี ที่อื่นเขาอดกันแทบตาย ที่เฮติอย่างนี้ แต่เรานี่กินล้น..กินเกิน ต้องไปดูโทณปากสูตร... -
เห็นทุกข์ก็เห็นธรรม (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
เห็นทุกข์ก็เห็นธรรม
ถาม : เห็นทุกข์ก็คือว่าเห็นธรรมคู่กันเลยนะคะ ?
ตอบ : ใช่ โยธัมมังปัสสะติ โสณังปัสสะติ พระพุทธเจ้าบอกผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต ธรรมะคือ ตัวทุกข์นั่นแหละ สมัยก่อนก็คิดเหมือนกันคิดว่า เป็นพระอนาคามีแล้วค่อยบวชถึงจะสบาย ปล้ำอยู่ ๑๑ ปีเต็ม ๆ แม้แต่คาก็ไม่คา มีก็ไม่มี หมดเกลี้ยง
เพราะฉะนั้นตอนหลวงพ่อชวนบวชก็ไปบวช ปรากฏว่าสิ่งที่อยากได้ตอนเป็นฆราวาสทำแทบเป็นแทบตายก็ไม่ได้ ไปได้มากตอนที่บวชแล้ว หลวงปู่ฝั้นท่านบอกว่าท่านมี คาถามหาละรวย คนก็ชอบซิ เมตตามหานิยม มหาละรวยใช่มั้ย ? ท่านบอกว่าไม่ใช่ ละ แล้วจะ รวย (หัวเราะ)
หลวงปู่มหาอำพัน ท่านก็บอกว่า คนไม่พอพาจนเป็นคนเข็ญ พอแล้วเป็นเศรษฐี มหาศาล คนเราถ้าพอซะอย่างมีอะไรมันก็แบ่งปันคนอื่นได้ก็เหมือนกับคนรวยนี่เอง จนทั้งนอก จนทั้งใน ไม่ได้การ ต้องคิดอ่านแก้จนเป็นคนพอ ถ้าไม่พอยังไง ๆ มันก็ไม่รวยหรอก มีหมื่นล้านมันก็จะเอาแสนล้าน
สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
เดือนมีนาคม ๒๕๔๕ ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ
ที่มา วัดท่าขนุน -
จังหวะชีวิต..(พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
จังหวะชีวิต
ถาม : การที่เราจะได้ไม่ได้…ขึ้นอยู่กับจังหวะชีวิตด้วยหรือเปล่าคะ ?
ตอบ : ขึ้นอยู่กับจังหวะ ถ้าหากว่าจังหวะไหนกุศลส่งอะไรก็ง่ายไปหมด ถ้าหากว่าเป็นช่วงอกุศลคือความไม่ดีที่เราทำไว้เข้ามา อะไรเข้ามาก็สะดุดติดขัดไปหมด
จำเอาไว้ว่า เราเกิดเป็นมนุษย์ ต้นทุนเราพอแล้ว บุญเราต้องทำมาพอสมควรทีเดียวถึงได้เกิดเป็นมนุษย์ได้ ในเมื่อบุญเราทำมาพอสมควรแล้วก็อย่าประมาท ต้องรีบเร่งทำไปให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะตัวที่ไม่เสียอะไรเลย ก็คือศีลกับภาวนา รักษาศีลให้ปกติ ภาวนาเจริญสมาธิให้เป็นปกติ พวกนี้จะเป็นบุญใหญ่ กำลังสูงมาก
ถ้าหากว่าเราให้ทานอย่างเดียว คือเสียทรัพย์เสียของ แต่ศีลกับภาวนาเราไม่ต้องเสียอะไรเลย เป็นบุญใหญ่ที่ง่ายที่สุด บุญกุศลพวกนี้ที่จะตามส่งผลให้กับเรา ถ้าจะมีเคราะห์กรรมอะไรเนื่องด้วยสิ่งไม่ดีเก่า ๆ ที่เราทำมา ถ้าเราเป็นผู้มั่นคงใน ทาน ศีล ภาวนา สิ่งทั้งหลายเหล่านั้นจะตามสนองเราได้ไม่ถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เต็มที่ก็ได้แค่ ๑ ใน ๔ เท่านั้น อีก ๓ ส่วน อานุภาพของทาน ศีล ภาวนากันไว้เรียบร้อยแล้ว
สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๕
ที่มา... -
รู้จักสังเกตและเอามาใช้ (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
รู้จักสังเกตและเอามาใช้
ถาม : ทำไมเวลาที่เรานั่งปฏิบัติของเราเอง กับเวลานั่งฟังอาจารย์ท่านสอน จึงมีความต่างกัน เวลาฟังอาจารย์แล้วเหมือนตัวเองจะก้าวหน้า แต่เวลาทำเองกลับไม่ใช่ ?
ตอบ : ต้องสังเกตดี ๆ เวลาที่เรานั่งฝึกปฏิบัติกับตอนที่เราฟังนั้น สมาธิเราปักมั่นต่างกันอย่างไร ตอนที่เราฟังนี่เราเงี่ยหูฟัง ถ้าหากว่าบางท่านพูดเสียงเบาเราก็กลัวไม่ได้ยิน อันนั้นก็คือสมาธิ เราจะจดจ่อปักมั่นอยู่ตรงหน้า ถ้าหากว่าเป็นอย่างนั้น ถึงเวลาเราก็เอามาใช้ในลักษณะเดียวกัน ก็คือว่าทำอย่างไรตอนนั่งภาวนา ให้สมาธิเราปักมั่นอยู่ตรงหน้า เหมือนกับตอนที่เราตั้งใจฟัง ตรงนี้คือสิ่งที่เราต้องรู้จักสังเกตและเอามาแยกแยะ
อย่างเวลาออกบิณฑบาต ระยะนี้ฝนตก มีบ้านโยมบางหลังบันไดชันมาก ๆ แล้วก็แคบด้วย จะขึ้นจะลงต้องระวังจนตัวลีบ ไม่เช่นนั้นมีหวังหัวทิ่มลงมา ผมบอกกับพระให้สังเกตอารมณ์ใจตนเองว่า ตอนที่เดินตามถนนธรรมดากับตอนที่เดินขึ้นบันได ช่วงที่คุณขึ้นลง สติ สมาธิและปัญญาของคุณอยู่ตรงไหน สติคุณต้องรู้ระมัดระวัง..ใช่ไหม ? ไม่อย่างนั้นแล้วเดี๋ยวจะลื่น เดี๋ยวจะล้ม ขณะเดียวกันสมาธิต้องปักมั่นอยู่ตรงหน้า มีการระมัดระวัง... -
เกี่ยวกับเรื่องทาน..(พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
ถาม : เกี่ยวกับเรื่องทาน
ตอบ : ในส่วนของสาธารณประโยชน์มันเกิดประโยชน์แก่คนอื่นมากก็ใช่ แต่ขณะเดียวกันเราต้องไม่ลืมว่าเนื้อนาบุญก็สำคัญ ไม่เช่นนั้นก็จะเหมือนกับอังกุระเทพบุตร ตั้งโรงทานเพื่อสาธารณะ ๘๐ โรง ตลอดสองหมื่นปี ไปเกิดเป็นเทวดาที่อานุภาพน้อยที่สุด เพราะไปทำบุญในช่วงที่โลกว่างจากศาสนา คนไม่มีศีลไม่มีธรรม
แต่ว่าให้ทำไปเถอะ มันจะมากจะน้อยทำไป มีโอกาสแล้วเราทำ ไม่ละ…ไม่เว้น บุญใหญ่ก็เอา บุญเล็กก็เอา กวาดมันให้หมด ใครจะว่างกก็ช่าง
ถาม : การเลือกเนื้อนาบุญ
ตอบ : มันมีปัญญาบารมีคุม ก็คือ ในเมื่อทำแล้วก็ควรจะให้ได้ผลมากที่สุด แต่ว่าขณะเดียวกันถ้ามีโอกาสทำ แม้ทำแล้วผลน้อยกว่าปกติ ก็ยังทำอยู่ ทำเพราะรู้ว่าสิ่งนั้นดีเราจึงทำ ไม่ใช่ว่าตั้งหน้าตั้งตาจะเอาบุญอย่างเดียว ถ้าตั้งหน้าตั้งตาจะเอาบุญอย่างเดียวในอภิธรรมเขาบอกว่า มันเป็นโลภะเจตนา มันไปลดส่วนบุญลง
ถาม : ทำบุญให้ได้อานิสงส์เต็ม
ตอบ : ให้ดูว่าบริสุทธิ์โดยสี่ส่วนหรือเปล่า ถ้าบริสุทธิ์โดยสี่ส่วน เจตนาบริสุทธิ์ ทำเพื่อหวังตัดสละออกในความโลภนั้นหรือเปล่า
วัตถุทานบริสุทธิ์ ได้มาโดยถูกต้องตามศีลธรรมและกฎหมาย... -
พุทธภูมิแบบตกกระไดพลอยโจน
พุทธภูมิแบบตกกระไดพลอยโจน
ถาม : …อย่างนั้นก็แปลว่าต้องมาในสายพุทธภูมิ… ?
ตอบ : ใครที่ตามหลวงพ่อวัดท่าซุงมา มักจะเป็นพุทธภูมิแบบตกกระไดพลอยโจนทั้งนั้น
คำว่า “ตกกระไดพลอยโจน” คือกำลังใจจริง ๆ ไม่ได้คิดอยากจะเป็นพระพุทธเจ้า แต่อธิษฐานขอตามหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านมา หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านต้องบำเพ็ญบารมี ๑๖ อสงไขยกับแสนมหากัป พวกที่อธิษฐานตามท่านมาในระยะแรก ๆ บำเพ็ญบารมีมาไม่ต่ำกว่า ๑๐ อสงไขยทั้งนั้น
ถ้าตั้งใจจะเป็นพระพุทธเจ้าเองก็เลี้ยวไปได้ ๒ รอบแล้ว อยากเป็นแบบปัญญาธิกะ ก็เลี้ยวไปตั้งแต่ ๔ อสงไขยกับแสนมหากัปแล้ว ถ้าอยากเป็นแบบศรัทธาธิกะ ก็เลี้ยวไปตอน ๘ อสงไขยกับแสนมหากัป ประเภทตามอย่างเดียว ไปไหนไปด้วย ก็ว่าเสีย ๑๐ กว่าอสงไขย
ตอนอาตมาขึ้นไปกราบขอลาพุทธภูมิ พระท่านอนุญาตให้ลาได้ แต่ตรัสว่างานเก่าให้ทำไปก่อน คือเรื่องของการสงเคราะห์คน ก็เลยกลายเป็นว่า อนุญาตให้ลาได้ ถ้าเอ็งแน่จริงก็เข้าพระนิพพานไป ถ้าไม่แน่จริงก็ต้องเหมางานเดิมต่อ เพราะท่านบอกว่างานเก่าให้ทำไปก่อน อาตมาพยายามหนีสุดชีวิตเลย เพราะร่างกายแย่ลงไปทุกวัน แบบนี้เขาเรียกว่า “พุทธภูมิแบบตกกระไดพลอยโจน” ไม่ได้เจตนาจะเป็นเลย... -
ลูกศิษย์ตกใจ!! ‘แม่ชีศันสนีย์’ มะเร็งระยะลุกลาม ปฏิเสธคีโม-ผ่าตัด
สร้างความตกใจให้ลูกศิษย์ลูกหา เมื่อ แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต มีอาการปวดที่บริเวณช่องท้องและมีเลือดออก จึงไปหาหมอที่ รพ.ศิริราช และตรวจพบว่ามีก้อนเนื้อกระจายที่บริเวณช่องท้อง (ระยะลุกลาม) หลังจากการตรวจ แม่ชีศันสนีย์ ได้รักษาด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด โดยปฏิเสธการคีโมและผ่าตัด โดยจะมีการแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ (29 พ.ย.) เวลา 13.00 น. ที่เสถียรธรรมสถาน
ขอบคุณที่มา
https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_649144 -
"สติควบคุมจิต" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
"สติควบคุมจิต"
" .. การปฏิบัติจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในพุทธศาสนา "เมื่อใครปฏิบัติถึงขั้นใดนั้น ตนเองจะรู้ด้วยตนเอง" เช่น การปฏิบัติอานาปานสติ กำหนดลมหายใจ ก็รู้ว่าลมเป็นอย่างไร จิตสงบนิ่งสบายอย่างไรก็ทราบ "แต่ต้องมีสติ อย่าส่งจิตออกไปข้างนอก"
ผู้ปฏิบัติขั้นต้นนั้น "สำคัญที่จิตกับสติ จิตจะดีขึ้นถ้ามีสติคอยควบคุมอยู่" จิตจะสงบ เบิกบานใจ ได้แสงสว่าง ความสุขก็เกิดมีมาเอง "ถ้าจิตไม่มีสติควบคุม ปล่อยให้มีอารมณ์ต่าง ๆ แทรกเข้ามาก็สงบไม่ได้ ความสุขก็เกิดไม่ได้"
เพราะฉะนั้นหลักสำคัญอยู่ที่ "อย่าปรุงแต่งให้เกิดอารมณ์" อบรมจิตให้สงบจริง ๆ ความสุขก็ตามมาตามลำดับแห่งความสงบ "สงบมากก็เกิดความสุขมาก" จนเป็นความสุขอัศจรรย์ได้แม้แต่ขั้นสมาธิอันละเอียด .. "
"ธรรมะในลิขิต"
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน -
ทิพย์แห่งจิต หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
ทิพย์แห่งจิต หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
อาจารย์ศุภรัตน์ แสงจันทร์ ผู้เขียน
๔. สุดยอดวิชาการฝึกอภิญญา จิตของหลวงปู่
หลวงปู่เภาเป็นศิษย์หลวงปู่กลั่น วัดพระญาติ เกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองกรุงเก่า หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ได้ร่ำเรียนเกี่ยวกับการลบผง เรียนสูตรต่างๆ จากหลวงปู่เภา ซึ่งมีศักดิ์เป็นอา ท่านเคยเล่าให้ผู้เขียนฟังถึง สุดยอดของการทำผงพระพุทธคุณ
“มีอยู่คืนหนึ่งนอนฝันไปว่า ได้เจอกับอาจารย์ที่เป็นต้นแบบของวิชา ไม่ได้เป็นพระ เป็นฆราวาส พอมาถึง ท่านก็เรียกอาจารย์ที่เป็นผู้สอนวิชาทำผงหลายท่าน พร้อมกับต่อว่าเกี่ยวกับการสอน เนื่องจากสอนไม่หมด มีการยักย้ายถ่ายเทอักขระคาถา อาจารย์เหล่านั้นท่านก็บอกว่า เคยเรียนมาแบบนี้ เพราะเป็นการบอกต่อๆ กันมา ในที่สุดอาจารย์ท่านนี้จึงบอกว่า จะสอนให้ถึงของจริง แล้วท่านใช้ดินสอพองเขียนลงไปบนกระดานชนวน เขียนไปลบไปจนตอนท้ายท่านบอกว่า ของจริงต้องเป็นอย่างนี้ ท่านตบลงไปที่กระดาน กระดานชนวนเกิดเป็นไฟลุกขึ้น แล้วท่านก็ให้ลองทำ ข้าพอทำได้ก็เลิก ไม่เอา กลัวบาป”
ผู้เขียนจึงเรียนถามหลวงปู่ว่า ผงนี้ใช้ทำอะไรได้บ้าง หลวงปู่ท่านบอกว่า “อยู่ที่อธิษฐานได้ทั้งนั้น”... -
“เทวดามาแย่งบุญมนุษย์”...(ท่านพ่อลี ธมฺมธโร)
เรื่อง “เทวดามาแย่งบุญมนุษย์”
“ทำดีเพียงเล็กน้อย แต่ให้ผลอานิสงส์มาก”
(คติธรรม ท่านพ่อลี ธมฺมธโร)
อีกเรื่องหนึ่ง ยังมีเทพยดาองค์หนึ่ง แต่ก่อนเป็นผู้หญิง ในสมัยครั้งหนึ่งแกไปวัดไปเห็นมันรกในทางจงกรมของพระ แกก็ไปเขี่ยขี้ฝอยในทางจงกรมนั้น เพื่อให้ความสะดวกในการเดินจงกรมของพระครั้งเดียวเท่านั้น
แต่แกทำด้วยความรัก แกทำด้วยความเชื่อ ทำด้วยความนับถือ ทำด้วยความบริสุทธิ์จิต เพราะของที่รกรุงรังสกปรกนั้น ยังความเศร้าใจให้เกิดขึ้นท่านเห็นเป็นเช่นนี้จึงได้เก็บขี้ฝอยออกจากที่ทาง แล้วก็หาน้ำล้างเท้ามาไว้ในที่นั้น เก็บขี้ฝอยขี้เศษต่างๆ รกรุงรังออกหมด แกก็รู้สึกว่า ใจสบายผ่องแผ้ว กลับไปบ้าน
บังเอิญไปเกิดเป็นลมตาย ตายจากโลกนี้ก็ไปเกิดเป็นเทวดา มีบริษัทบริวาร มีอาหารทิพย์ มีปราสาท มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมากมาย เมื่อไปอยู่ที่นั้น ระลึกชาติได้ เมื่อระลึกชาติได้อย่างนี้ ก็นึกในใจว่า ถ้าเราทำบุญมากๆ ก็จะได้ดีมากกว่านี้ จะขอไปทำความดีอีกสักหน่อยเถอะ เพื่อให้มันยิ่งกว่าที่ได้ผลอยู่ขณะนี้ แต่ก่อนไม่ยักรู้ว่ามันจะได้รับผลอย่างนี้
ก็ได้ลงมาจากสวรรค์ ไปเที่ยวหาพระอยู่ตามป่าตามพง... -
พระพุทธเจ้าอุบัติมาแล้วนับล้านๆๆๆพระองค์ จนนับไม่ได้
เรื่อง “พระพุทธเจ้าอุบัติมาแล้วนับล้านๆๆๆพระองค์ จนนับไม่ได้”
(เทศนาธรรมโดย หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
กัปหนึ่งๆ พระพุทธเจ้าดูว่าอย่างน้อย เคยอ่านในตำราตั้งแต่ ๑ องค์ ๒ องค์ละ อย่างกัปธรรมดา ถ้าเป็นภัทรกัปก็มีพระพุทธเจ้าหลายองค์ เช่น ภัทรกัปเรานี้ก็มีพระพุทธเจ้าถึง ๕ พระองค์ ทีนี้เวลามาตรัสรู้ก็วางระยะกันห่าง ๆ ระยะห่างนี้เรียกว่า พุทธันดร พุทธันดร คือระหว่างแห่งพระพุทธเจ้าที่มาตรัสรู้ องค์นี้มาแล้ว เป็นระหว่าง แล้วองค์นี้มา ๆ พอหมดกัปนี้ไปแล้ว นั่นเป็นสุญญกัป กัปนี้ต่อกัปนั้นยังไม่มีพระพุทธเจ้าแหละ วางระยะนี้เรียกว่าสุญญกัป สัตวโลกไม่มีความหมายอันใดเลย เป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้ทั่วโลกธาตุ ตอนนี้ร้อนมากที่สุด
พอพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ก็เป็นน้ำดับไฟขึ้นมา เป็นระยะ ๆ อย่างนั้น เป็นมาอย่างนี้ตลอดกี่กัปกี่กัลป์ ฟังว่ากัป กัปหนึ่ง ๆ นานเท่าไร แล้วกี่กัปกี่กัลป์มาแล้วท่านตรัสรู้เรื่อยมาอย่างนี้เรื่อย ๆ แล้วยังจะเรื่อยไปอีก ต้นไม่มี ปลายไม่มี ตรัสรู้ไปเรื่อย เหมือนกิเลสไม่มีต้นมีปลาย ธรรมะก็มี เป็นแต่เพียงว่าเป็นระยะ ๆ หากไม่มีต้นมีปลาย ตรัสรู้เรื่อย ๆ
เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงมีมากต่อมาก... -
“บุญ และ บาปของคน” หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า
ทุกคนมีที่มา คือ มาเกิดอยู่ในโลก เป็นมนุษย์ มีสังขาร มีทุกข์ ก็ด้วยกิเลสของตนเองแท้ ๆ เทียว ด้วยจิตตนเองนั้นเกิดกิเลส เกิดตัณหา เกิดความอยากที่จะมี คิดที่จะเป็นสิ่งต่าง ๆ จึงได้มามีสังขารเป็นมนุษย์ มีความแตกต่างกันไปตามกุศล และกรรมของทุกคน
ในอดีตของทุกคน ก่อนจะได้มาเกิดนั้น อาจจะมีผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องของอธิษฐานกรรม หรือคิดไปว่า สิ่งที่ตนเองดำริไว้นั้น จะทำให้ตนเองต้องมาเกิดเป็นสิ่งต่าง ๆ ในโลกแห่งนี้
อาตมา อยากจะเทศน์สอนให้ทุกคนได้เข้าใจอีก การเกิดของมนุษย์ นั้น มีทางไม่เกิดก็มี ด้วยการทำความดีให้มาก หมดสิ้นกรรม และหนี้แห่งกรรมที่ตนเองก่อขึ้น เมื่อนั้น ตนเองก็จะบริสุทธิ์ ไม่มีกิเลส ราคีมัวหมองให้หมองเศร้า ไม่มีกิเลสนี้อาตมาอธิบายว่า ผู้ที่ดับกิเลสอย่างหมดสิ้นแล้ว นั่นหล่ะ จึงได้ได้ชื่อว่า “พระอรหันต์”
ทุก ๆ คน อยากจะพ้นทุกข์ หวังให้ตนเองไม่เกิด แต่ด้วยอำนาจจิตที่ตนเองยังไม่หลุดพ้นจากขันธ์ กิเลส ความอยากที่ตนเองปรุงไว้ อธิษฐานไว้ก็มี จึงได้บันดาลให้ตนเองต้องวนเวียนอยู่ในโลกทั้งสาม นรก สวรรค์ และมนุษย์ สามโลกนี้ไม่สิ้นสุด จนกว่าจะพ้นไปได้ ด้วยการหมดกิเลส
อาตมา ขอเจริญพร... -
รากเหง้าของพระศาสนาและความเป็นมนุษย์ (หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)
รากเหง้าของพระศาสนาและความเป็นมนุษย์
ทาน - ศีล - ภาวนา
เป็นรากเหง้าของความเป็นมนุษย์และเป็นรากเหง้าของพระศาสนา ที่มนุษย์ต้องคอยสั่งสมให้มาอยู่ในนิสัย
ทาน
เป็นเครื่องแสดงน้ำใจ เพื่อสงเคราะห์ผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ
ศีล
เป็นเครื่องปัดเป่าความคิดของผู้มีกิเลส
ภาวนา
อบรมใจให้ฉลาดเที่ยงตรงต่อเหตุผล และความถูกต้อง ผู้เป็นหัวหน้างาน หรือมีภารกิจมาก ควรหันมาฝึกใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะการภาวนาช่วยแก้ความยุ่งยากลำบากใจ ทุกประเภทที่เป็นภาระหนักหากปล่อยใจโดยไม่มีธรรมเป็นเครื่องยับยั้ง คงไม่ได้รับความสุข แม้จะมีสมบัติก่ายกอง
ขอบคุณที่มา
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=6265 -
บุญ... ไม่ใช่แค่เอาสิ่งของไปถวายพระมากๆ หลวงปู่ชาสอน ทำบุญถูกวิธีมีอานิสงส์มาก
ธรรมะดึงสติ!! บุญ... ไม่ใช่แค่เอาสิ่งของไปถวายพระมากๆ หลวงปู่ชาสอน ทำบุญถูกวิธีมีอานิสงส์มาก ใครๆก็ทำได้ ไม่ต้องทุ่มจนหมดเนื้อหมดตัว
การภาวนา คือ ทำให้เกิดขึ้นมีขึ้นที่ไม่รู้ทำให้มันรู้ ที่ไม่ดีทำให้มันดี ใจเป็นบาปเป็นกรรมทำให้เป็นบุญเป็นกุศล การสร้างบุญไม่ใช่ทำโดยการให้ทานอย่างเดียว การรักษาศีล การเจริญเมตตาภาวนา การฟังธรรมเหล่านี้เป็นบุญทั้งหมด เป็นเหตุที่จะให้บุญเกิด บางคนจะทำบุญแต่ละที ก็คอยแต่จะให้มีเงินมากๆ เสียก่อน เลยไม่ได้ทำสักที เห็นคนอื่นทำก็ออนซอน กับท่าน คิดว่าเพิ่นบุญหลายหนอ
คนไม่รู้จักบุญ บุญไม่ใช่อย่างนั้น การละความชั่ว ละความผิดมันก็เป็นบุญแล้ว การรักษาศีล การเจริญภาวนา การฟังธรรมเทศนา ทำให้เกิดความเฉลียวฉลาดขึ้นมาเหล่านี้ก็ทำให้เกิดบุญขึ้นได้ แล้วคนเราสมัยนี้เข้าใจว่า การทำบุญก็คือการให้ทานเท่านั้น เพราะส่วนมากได้ยินพระท่านเทศน์ เรื่อง ทานบารมี ทานอุปบารมี ทานปรมัตถบารมี แต่ไม่ได้อธิบายให้เกิดความเข้าใจ
คนส่วนมากจึงมักเข้าใจกันว่า การทำบุญคือ การนำเอาสิ่งของไปถวายพระมากๆ คนยากจนก็เลยทำไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจภาษาบาลีดังกล่าว
ความจริงเรื่องการให้ทานท่านแบ่งไว้ ๓ ระดับ... -
ครั้งแรกในเมืองไทย “สาธยายพระไตรปิฎก 2 แผ่นดิน”
วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 22.54 น.
ครั้งแรกในเมืองไทย “สาธยายพระไตรปิฎก 2 แผ่นดิน”
ครั้งแรกในเมืองไทย “สาธยายพระไตรปิฎก 2 แผ่นดิน ครั้งที่ 1” แผ่นดินพุทธภูมิ สู่แผ่นดินสุวรรณภูมิ จัดขึ้น 2-12 ธ.ค.นี้ ณ วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี ๙๘๙ จ.สมุทรปราการ
“โครงการสาธยายพระไตรปิฎก ๒ แผ่นดิน ครั้งที่ ๑” แผ่นดินพุทธภูมิ สู่แผ่นดินสุวรรณภูมิ จัดโดยวัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี ๙๘๙ เพื่อยกย่องเชิดชูพระไตรปิฎก ซึ่งเป็นคัมภีร์สูงสุด ที่รวบรวมหลักธรรมคาสอนในพระพุทธศาสนา เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าร่วมสาธยายพระไตรปิฎก เป็นการทรงไว้ซึ่งหลักธรรมคาสอนในพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง รวมทั้งส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้อ่านพระไตรปิฎก ในรูปแบบของภาษาบาลี จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒-๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๐ ณ วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี ๙๘๙ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ
สำหรับการจัดโครงการสาธยายพระไตรปิฎก ๒ แผ่นดิน ครั้งที่ ๑ นี้ ถือเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ซึ่งได้จัดขึ้นในวันและเวลาเดียวกันกับโครงการสาธยายพระไตรปิฎกนำชาติ ครั้งที่ ๑๓ ณ โพธิมณฑล ต้นศรีมหาโพธิ์พุทธคยา ประเทศอินเดีย สถานที่ตรัสรู้ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า... -
มส.ร่วมเปิดงานรัฐบาลจีนพัฒนาพุทธศาสนา
มส.ร่วมเปิดงานรัฐบาลจีนพัฒนาพุทธศาสนา ภาคพื้นทะเลจีนใต้ให้ยั่งยืน
วันที่ 26 พ.ย.2560 พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ในฐานะประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ร่วมเปิดงานรัฐบาลจีนจัดการประชุมปฏิญญาเซินเจิ้น เชิญผู้นำพุทธศาสนา นานาชาติกว่า 10 ประเทศ เพื่อการพัฒนาพุทธศาสนา ภาคพื้นทะเลจีนใต้ให้ยั่งยืน
พระพรหมสิทธิได้เป็นประธานเปิดการประชุมความว่า ขอเจริญพร ท่าน”หวังจั้วอัน” รัฐมนตรีกระทรวงการศาสนา ท่านเจ้าคุณ”ยิ้น ซุ่น” และท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ขออนุโมทนา ชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาเปิดการประชุมทางพุทธศาสนาแห่งทะเลจีนใต้ ณ เมืองเซินเจิ้นแห่งนี้ ในการสร้างความร่วมมือ แลกเปลี่ยนทัศนคติ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนให้พุทธศาสนามีความมั่นคง ก่อเกิดสันติสุขในภูมิภาคแห่งนี้
พุทธศาสนาในประเทศไทย และประเทศจีน ล้วนมาจากรากฐาน และแหล่งกำเนิด เดียวกัน มีความผูกพันเกี่ยวข้องกัน มาอย่างยาวนาน การพัฒนาศาสนาจึงต้องพัฒนาควบคู่กับการพัฒนาประเทศ จะเห็นได้จากวิสัยทัศน์ ของท่านประธานาธิบดี “สี จิ้น... -
ตามรอยอดีตชาติ!! หลวงปู่บุดดา ถาวโร พิสูจน์นิมิต..เจอหัวกะโหลกตัวเองเมื่อชาติที่แล้ว !!
ตามรอยอดีตชาติ!! หลวงปู่บุดดา ถาวโร พระอริยะผู้ระลึกชาติได้ถึง ๗ ชาติ ตั้งแต่วัยเยาว์ พิสูจน์นิมิต..เจอหัวกะโหลกตัวเองเมื่อชาติที่แล้ว !!
ประวัติหลวงปู่บุดดา ถาวโร
บ้านหนองเต่า ตำบลพุคา อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี คือสถานที่กำเนิดของหลวงปู่บุดดา ถาวโร พระอริยสงฆ์อีกรูปหนึ่งของสยามประเทศ พ่อของท่านชื่อน้อย แม่ชื่ออึ่ง นามสกุล มงคลทอง ประกอบอาชีพทำนา หลวงปู่บุดดาถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะเมีย ตรงกับวันที่ ๕ มกราคม ปี พ.ศ.๒๔๓๗ มีพี่น้องร่วมท้อง ๗ คน เป็นชาย ๔ หญิง ๓
ในวัยเด็ก ท่านมีชื่อว่า "มุกดา" หรือบุดดา มงคลทอง เมื่อเจริญวัยเติบโตขึ้นพอรู้ความ ดูเหมือนว่าท่านจะมีความรักความรู้สึกผูกพันกับผู้พ่อเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับพ่อของท่านซึ่งมีความเมตตา เอ็นดูลูกชายตัวน้อยคนนี้มากเช่นกัน และในวัยเด็กนั้น เป็นที่น่าสังเกตว่าเด็กชายบุดดาไม่ชอบทำร้ายเบียดเบียนสัตว์ตัวเล็กๆ ให้ได้รับความลำบากเดือดร้อน ยิ่งเป็นการฆ่าทำลายชีวิตสัตว์ต่างๆ ด้วยแล้ว เด็กชายบุดดาจะไม่แตะต้องเอาเสียเลย
ซึ่งวิถีชีวิตของชาวชนบทบ้านไร่บ้านนา... -
"ขรัวตาแสง" บูรพาจารย์แห่งสมเด็จโต ผู้สำเร็จในสรรพวิชาต่างๆ..ที่น้อยคนจะรู้เรื่องราวความเป็นมา..
ตำนานขรัวตาแสง
ประวัติของขรัวตาแสง พระอาจารย์องค์สำคัญของสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ในยุคกรุงรัตนโกสินทร์สองร้อยกว่าปีล่วงมาแล้วจะหาพระภิกษุรูปใดที่จะเป็นที่รู้จักของมหาชนยิ่งไปกว่าสมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม พระมหาเถราจารย์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นไม่มี แต่จะหาผู้ที่รู้จักพระมหาเถระอันเป็นที่เคารพนับถือ และเป็นบูรพาจารย์ องค์สำคัญองค์หนึ่งของสมเด็จพุฒาจารย์โต อันมีนามว่าหลวงปู่แสง แห่งวัดมณีชลขัณฑ์ เมืองลพบุรี น้อยเต็มที
และมีอีกเป็นจำนวนไม่น้อยที่แทบจะไม่เคยได้ยินชื่อของหลวงปู่แสงเลยทั้งที่หลวงปู่แสง ขรัวตาแสง หรือพระครูมหิทธิเมธาจารย์ นี้ เป็นคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงเป็นอันมากในยุคที่ท่านทรงสังขารอยู่พระเกจิอาจารย์หลายรูปที่มีชื่อเสียงมาจนถึงปัจจุบันนี้ ที่ได้เคยมานมัสการขอมอบตัวเป็นศิษย์ศึกษาเล่าเรียนวิชาการต่างๆจากหลวงปู่แสงมีเป็นจำนวนมากเป็นที่เลื่องลือขจรไปในหมู่ผู้แสวงหาความรู้วิชาการทั้งสมถะ และวิปัสสนา คาถาอาคม ฯลฯเป็นที่รู้จักไปจนถึงในรั้วในวัง
ขรัวตาแสง
ในประวัติเจ้าประคุณสมเด็จโต สำนวนของตรียัมปวาย กล่าวเกี่ยวกับหลวงปู่แสงไว้ว่า... -
“พระอาจารย์อารยะวังโส” เผยเคล็ดลับสวดมนต์ สร้างกุศล ดับความทุกข์ในใจ ด้วยตัวเอง
สวดแล้วชีวิตเปลี่ยน!! “พระอาจารย์อารยะวังโส” เผยเคล็ดลับ สร้างบุญ กุศล บารมี ให้มั่งคั่ง! ดับความทุกข์ในใจ ด้วยตัวเอง
สำหรับการสวดมนต์ในพระพุทธศาสนานั้น เราจะต้องสวดเป็นภาษาบาลีซึ่งเป็นภาษาที่จารึกพระธรรมคำสั่งสอนไว้ในพระไตรปิฎกและคัมภีร์สำคัญต่าง ๆ ของพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท ซึ่งแตกต่างกับพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่นิยมใช้ภาษาสันสกฤต โดยอ้างอิงที่มาจากการที่ชาวชมพูทวีปสมัยพุทธกาลส่วนใหญ่นิยมใช้ภาษาบาลีเป็นภาษาพูดกันมาก โดยเฉพาะในเขตมคธชนบทที่เป็นอาณาจักรที่มีอำนาจและเป็นแผ่นดินที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนาไว้เป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่ จึงไม่แปลกที่พระพุทธเจ้าของเราทรงเลือกภาษาบาลีหรือภาษามคธเป็นภาษาหลักของพระพุทธศาสนา มีการจัดวางระเบียบแบบแผนด้านหลักการของภาษาไว้ดีมาก…ที่เราเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ตันติภาษา”
ด้วยความที่คนพื้นเมืองในชมพูทวีปนิยมใช้ภาษาบาลีพูดสื่อสารกันจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พระพุทธเจ้าทรงเลือกใช้ภาษาบาลีเป็นภาษาแห่งพระพุทธศาสนาเพื่อสื่อสารการเผยแผ่คำสั่งสอนของพระองค์มาโดยตลอด พุทธบริษัทจึงควรทราบวิธีอ่านพูดภาษาดังกล่าวเพื่อใช้ให้ถูกต้องทั้งในอักขรวิธี พยัญชนะ และความหมาย... -
ธรรมเปลี่ยนชีวิตฮาร์ตันโต ชาวอินโดนีเซีย ให้มาช่วยเด็กด้อยโอกาสในไทย
ฮาร์ตันโต คุณาวัน (Hartanto Gunawan) นักธุรกิจชาวอินโดนีเซีย ทิ้งธุรกิจร้อยล้านในอินโดนีเซียมาอยู่วัดช่วยเด็กด้อยโอกาสให้พ้นจากเหยื่อการค้ามนุษย์เป็นชาวต่างชาติต้นแบบ ที่รักเมืองไทย รักวัฒนธรรมไทย โดยเป็นห่วงว่าคนจะห่างจากวัด จึงอาสามาช่วยรักษาวัฒนธรรมไทยให้อีกต่างหาก
การช่วยเด็กด้อยโอกาสให้พ้นจากเหยื่อการค้ามนุษย์ได้รับทุนสนับสนุนจากประเทศต่างๆ ได้แก่ สหรัฐ ออสเตรเลีย ไซปรัส เยอรมนี และไต้หวัน โดยยังไม่เห็นทุนจากคนไทยสนับสนุนแม้แต่น้อย
ฮาร์ตันโต ไม่ใช่เป็นผู้บริหารจัดการศูนย์เท่านั้น ยังมีฐานะเหมือนคนวัด เพราะที่ทำการอยู่คณะ 6 วัดอรุณราชวราราม เขาจึงปฏิบัติตนเป็นอุบาสกที่ดี ช่วยงานวัด ทานข้าวมื้อเดียว ทำวัตร สวดมนต์เช้าเย็น และใส่บาตรพระทุกเช้า ทำงานจนเป็นที่ยอมรับของสังคมไทย และนานาชาติ และจะเดินทางไปบรรยายในมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา โดยกำหนดจะเดินทางวันที่ 27 ส.ค. 2560
ฮาร์ตันโต เล่าว่าทำงานช่วยเด็กด้อยโอกาสและป้องกันการค้ามนุษย์ ให้ชีวิตใหม่แก่เด็กๆ กว่า 200 ชีวิต ในเวลา 11 ปี และจะทำต่อไป เพราะธรรมพระพุทธเจ้าเปลี่ยนชีวิตเขาแล้ว
เขาเป็นชายหนุ่ม สมถะแต่งกายเรียบง่ายวัย 50... -
ไตรภูมิโลกวินิจฉัย คลังความรู้สมัย ร.1
ไตรภูมิโลกวินิจฉัย คลังความรู้สมัย ร.1
อาจารย์สมชัย ฟักสุวรรณ์ นักภาษาโบราณชำนาญการพิเศษ ป.ธ.9 (เมื่ออุปสมบทเป็นนาคหลวง เพราะสอบ ป.ธ.9 ได้ขณะเป็นสามเณร) ศิษย์วัดชนะสงคราม ประกาศในงานเสวนาวิจัย-วิจักขณ์ อันเป็นงานเสวนาทางวิชาการประจำปีของกรมศิลปากร ว่า ได้พบคลังความรู้สำหรับชาวไทย ในสมัยรัชกาลที่ 1 ซึ่งเรียกว่า พระราชมรดกทางภูมิปัญญาอันทรงคุณค่า อยู่ในไตรภูมิฉบับหลวง เป็นคัมภีร์ใบลานที่จารึกด้วยอักษรขอมมีจำนวนทั้งหมด 60 ผูก ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นักปราชญ์ราชบัณฑิตหลายท่าน รวมทั้งสมเด็จพระสังฆราชด้วย แต่งขึ้น เพื่อเป็นองค์ความรู้สำหรับประชาชนคนไทย เมื่อ พ.ศ. 2326
ผ้าห่อคัมภีร์ไตรภูมิฉบับหลวง
อาจารย์สมชัย ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่ปริวรรตแค่อักษรจากขอมเป็นอักษรไทยเท่านั้น แต่เขียนให้เป็นภาษาไทยปัจจุบันที่ทุกคนอ่านแล้วเข้าใจ เล่าว่า ตนอ่านแล้วประทับใจได้ความรู้หลากหลายทั้งทางโลกและทางธรรม เช่น การอธิบายหลัก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ
ส่วนข้อความในเอกสารที่แจกจ่ายแก่ผู้ประชุมเสวนา... -
ความมั่นคงของพระพุทธศาสนา ที่สาธุชนควรสำนึก...!!
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา... คำกล่าวที่ว่า“ปุถุชนมักมีจิตโน้มเอียงไปในทางอกุศลนั้น” ควรนำมาเป็นข้อพิจารณาด้วยคนเรามักจะมีสองทางเลือก คือ การทำความดี ... สร้างบุญกุศล และการทำความชั่ว ... สร้างบาปอกุศล ...ดังนั้นเมื่อใดก็ตาม หากจิตใจดำเนินไปในแนวทางหนึ่งก็จักต้องทอดทิ้งอีกด้านหนึ่ง ด้วยจิตใจจะต้องเลือกทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง จักทำพร้อมกันสองอย่างสามอย่างไม่ได้ นี่เป็นธรรมชาติของจิต
พระพุทธเจ้าได้ทรงวางรากฐานพระพุทธศาสนาของพระองค์ไว้อย่างบริสุทธิ์หมดจด ดังปรากฏในพระธรรมวินัย ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ทั้งนี้เพื่อให้พุทธบริษัทถือปฏิบัติตาม เพื่อมุ่งเน้นสร้างความประพฤติอันเสมอกัน เรียกว่า สีลสามัญญตา... และความเห็นที่ออกจากทุกข์อันเสมอกันเรียกว่า ทิฏฐิสามัญญตา
สำหรับสีลสามัญญตานั้น ทรงแสดงลักษณะของศีลไว้ว่า ศีลที่ไม่เป็นท่อนคือ ศีลที่ไม่ขาด ถ้าขาดเรียกว่า ศีลเป็นท่อน ...หรือศีลที่เป็นช่อง คือ ไม่ถึงกับขาด แต่ว่าโหว่เต็มที เหมือนอย่างผ้าขาดที่เป็นช่องโหว่ ... ศีลด่าง ศีล
พร้อย ศีลที่ไม่เป็นไท... -
เตรียมเสนอ "ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์" มส.ประทับตราประกาศใช้
เตรียมเสนอธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ มส.ประทับตราประกาศใช้
คกก.ฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคมเห็นชอบธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ หวังสร้างให้ "พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข" เตรียมเสนอมหาเถรสมาคมมีมติเห็นรับทราบแล้วจะมีการประกาศในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 20-22 ธันวาคม 2560 นี้
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารมหาเจษฏาบดินทร์ ชั้น 3 วัดยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ ได้มีการประชุมคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม มีพระพรหมวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดยานนาวา กรรมการมหาเถรสมาคม และประธานกรรมการคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม เป็นประธานที่ประชุมเพื่อขับเคลื่อนงานสาธารณสงเคราะห์สนองงานมหาเถรสมาคมตามแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา (2560-2564)
การนี้มีคณะกรรมการฯ ประกอบด้วยพระพรหมจริยาจารย์, พระธรรมเสนานุวัตร,พระธรรมบัณฑิต,พระธรรมสุธี,พระเทพกิตติเวที,พระเทพมุนี,พระเทพวราจารย์ เป็นต้น พร้อมด้วยคณะกรรมการฯและคณะอนุกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน โดยได้มีการแจ้ง (1)... -
ในหลวง (ร.๙) ทรงสอนภาวนาอานาปานสติ
เรื่อง “ในหลวง (ร.๙) ทรงสอนภาวนาอานาปานสติ”
• ลมหายใจคุณ มีค่าเท่าไหร่ ?
ในหลวงทรงเริ่มต้นด้วยการถาม
พล.อ.อ.หะรินว่า คนเราหายใจเข้าออก นาทีละกี่ครั้ง
พล.อ.อ.หะริน : “คงประมาณ ๑๘ ครั้ง พระพุทธเจ้าข้า”
ในหลวง : “ชั่วโมงละกี่ครั้ง”
พล.อ.อ.หะริน : “ประมาณ ๑,๐๘๐ ครั้ง พระพุทธเจ้าข้า”
ในหลวง : “วันหนึ่งเล่า”
พล.อ.อ.หะริน: “ตอนนี้ข้าพระพุทธเข้าต้องขอพระราชทาน
ใช้เครื่องคิดเลข พระพุทธเจ้าข้า…ประมาณ ๒๖,๐๐๐ ครั้ง พระพุทธเจ้าข้า”
ในหลวง : “ปีหนึ่งล่ะ”
พล.อ.อ.หะริน : “ประมาณเก้าล้านสี่แสนหกหมื่น พระพุทธเจ้าข้า”
ในหลวง : “แล้วหกสิบปี”
พล.อ.อ.หะริน : “ห้าร้อยหกสิบแปดล้าน พระพุทธเจ้าข้า”
ในหลวง : “ลมหายใจนี่ ซื้อเขามาหรือเปล่า เสียภาษีหรือเปล่า”
พล.อ.อ.หะริน : (งงไปพักหนึ่ง) “เปล่า พระพุทธเจ้าข้า”
ในหลวง : “แล้วได้อะไรบ้าง จากลมหายใจเกือบห้าร้อยเจ็บสิบล้านครั้ง เสียแรงเป็นลูกศิษย์เอกของหลวงปู่ (หลวงปู่เทสก์) ตั้งแต่เกิดมา หายใจทิ้งหายใจขว้างไป
หลายร้อยล้านครั้งแล้ว”
พล.อ.อ.หะริน : (ยังงงอยู่)
ในหลวง : “นั่งรถมาทำงานและกลับบ้าน ก็ไม่ต้องขับเอง มีคนขับให้ แล้วทำไมไม่ใช้ลมหายใจให้เป็นประโยชน์... -
หลวงพ่อมาได้ยังไง!! ชายหนุ่มขับรถติดหล่ม จู่ๆมีพระมาช่วยแล้วเดินหายไปขับมาถึงวัดเจอหลวงพ่อนั่งอยู่ใน
หลวงพ่อมาได้ยังไง!! ชายหนุ่มขับรถติดหล่ม จู่ๆมีพระมาช่วยแล้วเดินหายไปขับมาถึงวัดเจอหลวงพ่อนั่งอยู่ในศาลาตั้งนานแล้ว!!
อัศจรรย์อิทธิฤทธิ์หลวงพ่อชา
เหตุการณ์ต่อไปนี้ได้เกิดขึ้นในระหว่าง พ.ศ. ๒๕๐๐ กว่า ๆ หลังจากวัดหนองป่าพงตั้งขึ้นเป็นการมั่นคงแล้วหลายปี
มีครูคนหนึ่ง (ขอสงวนนาม) ถูกกล่าวหาว่าขโมยพิมพ์ดีดของโรงเรียนที่ได้ทำการสอนอยู่นั้น เขาเสียใจและเจ็บใจมาก ข้อกล่าวหานี้ทำให้ชื่อเสียงเสียหาย ทั้งยังจะทำให้ต้องถูกโทษถึงขั้นออกจากงาน ผู้กล่าวหาเขานั้นก็รู้ตัวอยู่ว่าเป็นใคร คนขโมยจริง ๆ ก็พอจะรู้ว่าเป็นใคร แต่ความผิดมาตกใส่เขาด้วยการป้ายความผิดให้อย่างน่าขยะแขยงที่สุด
เขาไม่มีทางจะแก้ไขแก้ตัวให้พ้นผิดที่ไม่ผิดนี้ไปได้ จึงเกิดความแค้นใจอย่างเหลือระงับและผูกพยาบาทอาฆาตผู้กล่าวหาเขาไว้ ถึงกับตั้งใจแน่นอนว่าจะต้องตายกันไปข้าง
เขาเตรียมปืนไว้กระบอกหนึ่ง
ภรรยาของเขาทราบความรุ่มร้อนใจของสามีได้ดี ตนเองก็กลัดกลุ้มไปด้วย ไม่รู้จะช่วยคลายทุกข์ให้สามีได้อย่างไร ยิ่งได้เห็นสามีเอาปืนออกมาใส่ลูกกระสุน ก็ยิ่งตกใจทำอะไรไม่ถูก
ด้วยเหตุที่ภรรยาของครูคนนี้เป็นผู้ฝักใฝ่ในทางธรรมอยู่มาก... -
อีกหนึ่งสัญญาณโลกร้อน หมีขั้วโลกหลายร้อยรวมตัวบนเกาะในอาร์กติก
เป็นที่ฮือฮาของนักท่องเที่ยวบนเรือที่กำลังเคลื่อนผ่านดินแดนอาร์กติกในพื้นที่เขตปกครองชูคอตคาแห่งเขตสหพันธ์ตะวันออกไกลของรัสเซีย หลังได้เห็นการรวมตัวกันของหมีขั้วโลก 200 กว่าตัว บนเนินเขาน้ำแข็ง โดยนาย Alexander Gruzdev ผู้อำนวยการเกาะแรงเกล (Wrangel Island) กล่าวว่า นี่เป็นสถานการณ์ที่แปลกประหลาดมาก
หมีเหล่านี้มารวมตัวกันเพื่อกินซากวาฬหัวคันศรที่ขึ้นมาเกยตื้นที่หาด จากนั้นก็พักผ่อนอยู่รอบๆ แหล่งอาหารหนักหลายสิบตันที่มากพอให้พวกมันกินได้นานหลายเดือนตัวนี้ และนักวิทย์ฯ สังเกตเห็นว่าพวกมันหลายตัวเป็นครอบครัวเดียวกัน
นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หมายถึงน้ำแข็งที่เป็นบ้านของหมีขั้วโลกได้เริ่มละลายลงเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงต้นปี ทำให้หมีขั้วโลกต้องใช้เวลาอยู่บนบกนานมากขึ้น และความหนาแน่นที่มากขึ้นของหมีบนฝั่งจะส่งผลให้พวกมันต้องเผชิญกับการแย่งอาหารเล็กๆ น้อยๆ มากขึ้น ขณะเดียวกันชาวบ้านก็มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากสัตว์หิวโหยที่เข้ามาในหมู่บ้านด้วย
เกาะแรงเกล อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเขตปกครองชูคอตคา... -
ทำไมบางคนถึงเห็นผี แต่บางคนกลับไม่เคยเจอ (เปิดสัมผัสที่ 6 ประจำวันเกิด)
ทำไมบางคนถึงเห็นผี แต่บางคนกลับไม่เคยเจอ (เปิดสัมผัสที่ 6# ประจำวันเกิด)
เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนถึง เห็นผี แต่บางคนกลับไม่เคยแม้แต่จะเจอ ลบหลู่ขนาดไหนก็ไม่เจอ วันนี้ทางทีมงานสายหวานเรา มีข้อสงสัยทั้งหมดจะคลี่คลายเพราะจริงๆ แล้วคนทุกคนมีสัมผัสพิเศษที่ต่างกัน หรือที่เราเรียกว่า สัมผัสที่ 6 ซึ่งแบ่งได้ตามวันเกิดดังนี้
1. เกิดวันอาทิตย์ ช่วงไหนที่คุณเจ็บป่วย ไม่สบาย หรือไม่ก็อ่อนแอทางจิตใจ ให้หลีกเลี่ยงที่จะใกล้ชิดกับผู้หญิงที่กำลังตั้งท้อง เพราะพลังอะไรบางอย่างที่ลึกลับ อาจจะทำให้คุณเห็นผีหรือวิญญาณได้
2. เกิดวันจันทร์ สำหรับคุณแล้ว จะส่องกระจกน่ะส่องได้ แต่อย่าส่องหลังเวลาเที่ยงคืนถึงเช้า โดยเฉพาะในกระจกร้าว และถ้าได้ยินเสียงอะไรแปลก ๆ หรือเสียงเรียกเวลาค่ำคืน อย่าพูดทัก หรือขานตอบ เพราะนั่นอาจจะเป็นเสียงที่ทวงถามวิญญาณของคุณก็ได้
3. เกิดวันอังคาร คนเกิดวันอังคารลำบากกว่าคนเกิดวันอื่นเสียแล้ว เพราะคุณไม่ควรเข้าห้องน้ำนอกบ้าน ถ้าไม่มีธุระ คุณควรจะอยู่ให้ห่างจากห้องน้ำที่ไม่น่าไว้ใจเอาไว้ เพราะอาจมีบางอย่างแอบติดตามคุณออกมาหรือปรากฏให้คุณเห็น
4. เกิดวันพุธ คุณไม่ควรไปงานศพ... -
ผู้หญิงปรารถนาพุทธภูมิ..(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
ผู้หญิงปรารถนาพุทธภูมิ
ผู้ถาม หลวงพ่อเจ้าขา ถ้าผู้หญิงจะปรารถนาพุทธภูมิบ้างอย่างนี้จะปรารถนาแบบไหน…นานไหมเจ้าคะกว่าจะได้เป็น?
หลวงพ่อ
สองวันก็ได้เป็น!
ผู้ถาม พุทธภูมินี่นะ…
หลวงพ่อ ใช่…ความจริงประเดี๋ยวเดียวนะ แป๊บเดียวได้เลย
ผู้ถาม ก็ไหนเขาบอกว่าต้องบำเพ็ญบารมีเป็นอสงไขยกำไรแสนกัป
หลวงพ่อ ไม่ใช่หรอก…มีปากกาด้ามหนึ่ง กระดาษแผ่นหนึ่งเขียน “พุทธภูมิ” ได้เลย ก็บอกแค่ปรารถนานี่…ไม่ได้บรรลุนี่
ผู้ถาม แหม…เสียท่า
หลวงพ่อ คือปรารถนาพุทธภูมิได้ จะบรรลุเมื่อไร ฉันพยากรณ์ไม่ได้หรอก ถ้าเราปรารถนาพุทธภูมิยังว่าลอย ๆ ยังไม่พบพระพุทธเจ้าพยากรณ์ใช่ไหม…ยังไม่ถือว่ามีคติแน่นอน ต้องพบพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์น่ะ…มีคติแน่นอน
ถ้าเป็น ปัญญาธิกะ ต้องบำเพ็ญบารมีต่อไป ๔ อสงไขยกับแสนกัป ถ้าเป็น ศรัทธาธิกะ ต้องบำเพ็ญบารมี ๘ อสงไขยกับแสนกัป ถ้าเป็น วิริยาธิกะ ต้องบำเพ็ญบารมี ๑๖ อสงไขยกับแสนกัป สบายมาก จะเป็นไหม…? ก็เป็นสาวกภูมิก็พอแล้ว รีบไปดีกว่า แต่อย่าไปขัดคอกันนะ อย่าไปคิดว่าของเขาจะช้าเพราะกำลังเขาพอใช่ไหม…
ผู้ถาม ครับ ๆ ๆ มิน่าเล่าเจอพระบางองค์ พอคุยถึงเรื่องมโนมยิทธิ โอ๊ย!... -
ทุกข์ดับได้จริง .. นี่คือสัจธรรมในพุทธะ!!
โดย…พระ อ.อารยวังโส
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา วันวาน (๒๑ พ.ย.๖๐) รับนิมนต์ไปสวดมนต์-แสดงปกิณณกธรรม ที่วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย ดร.นิธินันท์ วิศเวศวร คณบดี ได้นิมนต์และอาราธนาขอฟังธรรมในเรื่อง “การใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขในการทำงาน” ..นับว่าเป็นเรื่องที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อทุกๆ คน จึงได้ยกหลักธรรมพร้อมเรื่องราวประกอบมาบอกเล่าให้คณาจารย์และสาธุชนได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน บรรยากาศเป็นไปด้วยความรื่นเริงและจบลงด้วยการถวายสังฆทาน… ทุกคนร่วมกันรับประทานอาหาร
การไปบรรยายธรรมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อวันวาน (๒๑ พ.ย.๖๐) ไม่สูญเปล่า ได้จุดประกายให้คณะต่างๆ ที่มีคณบดีมาร่วมรับฟัง คิดจะจัดให้มีการบรรยายธรรมลักษณะดังกล่าวต่อไป โดยได้แนะนำให้จัดร่วมกันจะได้สิ้นเปลืองน้อย ได้ประโยชน์สูงสุด และควรเป็นไปในลักษณะปุจฉา-วิสัชนา จะเป็นประโยชน์ยิ่งต่อการเรียนรู้ที่มุ่งตรงหาเป้าหมายตามประสงค์ของผู้เรียน
จริงๆ แล้ว .. ความทุกข์ ความคับแค้นใจ ที่เกิดขึ้น …หรือความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ที่เกิดปรากฏในแต่ละชีวิตนั้น ย่อมมาจากสาเหตุเดียวกัน คือ... -
” บุพกรรมเกิดเป็นขอทาน ” ( หลวงปู่จาม มหาปุญโญ)
” บุพกรรมเกิดเป็นขอทาน ”
“ เมื่อครั้งยุคสมัย ศาสนาของพระพุทธเจ้ากกุสันโธ ผู้ข้าฯ กับเมียเกิดเป็นคนทุกข์ ทุกข์ขอทานเขามากิน
ตื่นเช้า เมียไปทางหนึ่ง ผัวไปทางหนึ่ง นัดหมายกันว่าตอนค่ำให้ไปพบกันอยู่ศาลาท่าน้ำ หรือไม่ก็ที่ใดที่หนึ่งขอข้าว ขออาหาร ขอผ้านุ่งผ้าห่ม ได้บ้างไม่ได้บ้าง
ได้กินอิ่มเป็นบางวัน บางวันก็อดก็หิวไปตามเรื่อง ชีวิตนั้นดีที่ไม่มีลูก ทุกข์ไม่มีที่อยู่ไม่ได้กิน ตัวดำตัวผอม ได้ผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยก็เก็บมา ขอด้ายขอเข็มเขามาเย็บติด บางทีก็ได้เอาไม้กลัดเอา ชีวิตที่ทุกข์ก็ทุกข์
วันงานนักขัตฤกษ์ เมียอยากได้เครื่องแต่งกาย ก็รวบรวมเงินที่ขอทานมาได้ พอได้ซื้อแป้งทาหน้าทาตัว เสื้อผ้าที่สะอาดก็เก็บไว้ห่อไว้รักษาติดตัวไว้ เพื่อเอาไว้นุ่งห่มวันงานรื่นเริงประจำปี
…ความทุกข์มีถึงขนาดนั้น ความสนุกสนานใจนี้มันก็ชอบ…
รับจ้างเขาแบกของขึ้นจากเรือรับจ้างชำระที่สกปรกก็เอา งานดีกว่านี้เขาก็ไม่จ้าง เพราะเขารังเกียจว่าตัวเราวรรณะต่ำเป็นทุคตะ
แต่ก็ชอบไปวัดของพระพุทธเจ้า วันเว้นวันไป ไปอนุโมทนาสาธุการ
ในการบวชของพระสงฆ์สามเณร ในการทำบุญให้ทานของเศรษฐี ของคนรวย...
หน้า 341 ของ 440