คลังเรื่องเด่น
-
“ บุพกรรมของหลวงปู่จาม ” หลวงปู่จาม มหาปุญโญ
“ บุพกรรมของหลวงปู่จาม ”
“อยู่วัดป่าโคกเหล่างา จ.ขอนแก่น นั่นหละ ทำกุฏิให้พระเณรอยู่ แล้วเป็นหลังๆ แล้วให้ขึ้นอยู่ตามลำดับพรรษา ไปอยู่ใหม่ๆ ก็ปักกลดกางกลดกันอยู่ตามร่มเงาไม้ตามเหง้าไม้โจดกอที่มันใหญ่ พอกุฏิผู้ข้าฯ แล้วเสร็จก็อยู่ได้แค่ ๖ วัน
วันที่ ๗ ขณะขึ้นกระไดนั้น มือเราก็ดึงแม่กระได ทำให้กระไดหงายมาทางคน กระไดก็พลิก เลยล้มลงทั้งคนทั้งกระได กระดูกสันหลังกลางหลัง ก็ไปกระแทกเอากับตอไม้ชาดที่เขาตัดตอจำดิน เอามาทำเป็นเสากุฏิ ก็เริ่มเจ็บหลัง แต่วันนั้นมา ปลายมือปลายเท้าก็มึนชาแรกๆ ก็พอไปบิณฑบาตได้ หลายวันเข้าก็ลุกไม่ได้ พระเณรเอาเข้ามาส่งอยู่วัดศรีจันทร์ให้หมอมาดูแลรักษา แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน ขอให้พระที่มาเรียนหนังสือเขียนจดหมายแจ้งมาบ้าน ให้พ่อออกไปรับ
พ่อออก บ่าวเก๊อะ อ้ายแดง อ้ายเจ๊ก เอาเกวียนไปรับมาแต่วัดศรีจันทร์ มารักษาอยู่บ้าน หมอเขาว่าเป็นโรคเหน็บชา มีโอกาสหาย ถ้ารักษาอย่างถูกวิธี
มาถึงบ้านแล้วร้องไห้ทุกวัน กลางคืนดึกๆ ก็ร้องไห้ไม่อยากสึก กลัวไม่ได้บวชพระและเป็นภาระให้กับญาติพี่น้อง”
“ปีที่กลับมาแต่ขอนแก่น ปีนั้นอายุเข้า ๒๐ ปี หวังจะบวชพระแล้วดีใจอยู่... -
“พูดดำเป็นขาว พูดขาวเป็นดำ” (สมเด็จพระญาณสังวร)
“พูดดำเป็นขาว พูดขาวเป็นดำ”
“คนโดยมากนั้นไม่กลัวความชั่ว ”
เพราะนึกว่าจะสามารถปกปิดความชั่วไม่ให้ผู้อื่นรู้ได้และบางที ก็สามารถที่จะพูดจาหรือกระทำกลับความชั่วให้เป็นความดี หรือกลับความดีให้เป็นความชั่ว”
อันหมายถึงว่า “ทำให้คนอื่น ๆ ต้องรับรองว่า เป็นความดีหรือเป็นความชั่วตามที่ต้องการได้” เมื่อเข้าใจว่า ตนสามารถพลิกได้ดังนี้ จึงยิ่งทำให้เป็นผู้ไม่มี “หิริ ความละอายใจ
โอตัปปะ ความเกรงกลัวต่อความชั่ว” ยิ่งขึ้น
แต่อันที่จริงนั้นย่อมหนีความจริงไม่พ้น “กรรมอันใดที่บุคคลกระทำเมื่อเป็นกรรมดี ผู้กระทำก็เป็นเจ้าของกรรมดีที่กระทำนั้นและก็จะต้องได้รับผลดี กรรมอันใดที่เป็นกรรมชั่วที่บุคคลกระทำ ผู้กระทำก็เป็นเจ้าของกรรมชั่วนั้นและก็ต้องได้รับผลของกรรมชั่วนั้น ”
สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๙
ที่มา เมตตาธรรม ศิษย์พระธุดงค์กรรมฐาน สายหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น -
การสละแล้วของหลวงพ่อเกษม
การสละแล้วของหลวงพ่อเกษม
ในวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ในตอนรุ่งเช้า หลวงพ่อเกษมท่านได้เขียนจดหมายทิ้งไว้ มีข้อความดังนี้ ” การเป็นเจ้าอาวาสเปรียบเสมือนหัวหน้าครอบครัว จึงไม่เหมาะกับเรา เราเป็นพระกรรมฐานที่ต้องการความสงบ เราไม่ขอกลับมาอีก อย่าได้ติดตามเราไป ทุกอย่างเราสอนดีแล้ว จงประพฤติไปเถิดจะเกิดผล ” ท่านออกจากวัดโดยมิได้มีอะไรติดตัวไปเลย มีเพียงบาตรและจีวรเท่านั้น สถานที่ที่ท่านเดินทางไปอยู่แห่งแรกคือ ป่าช้าศาลาวังทาน แม้ท่านจะไปอยู่ที่แห่งไหน ก็ไม่พ้นความวุ่นวาย ผู้ที่เคารพศรัทธาท่านก็ติดตามไปทุกที่ ท่านได้เพียรพยายามหาเวลานั่งกรรมฐานชนิดไม่มีเวลาหยุดพัก แม้กระทั่งมีญาติโยมที่นำของไปถวายท่าน ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีค่ามากเท่าใด ท่านก็ต้องให้ทานไปต่อทุกครั้ง ท่านแสดงให้เห็นถึงการตัดสิ้นแล้วซึ่งกิเลส แม้ผ้าไตรดีๆเช่นผ้าไตรแพร มีคนเอามาถวายท่าน ท่านก็ต้องออกปากชมว่าสวยดี และมักจะได้ยินท่านบอกว่า ” เฮาเป๋นพระป่าบ่เปิง หื้อพระอยู่วัดใจ้ดีกว่า ” แปล เราเป็นพระอยู่ป่า ไม่เหมาะสมจะใช้ ให้พระอยู่วัดใช้ดีกว่า ” ขาดเย็บได้ไม่เห็นเดือดร้อน ดีเสียอีกที่ไม่ต้องระวังว่ามันจะเปื้อน ”... -
“วัดปทุมวนาราม” ปรับภูมิทัศน์ผุด “ดอนโดพระ”
ความแออัดของเมืองไม่เพียงทำให้วิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปเท่านั้น และวิถีของพระสงฆ์ก็เปลี่ยนแปลงไปด้วนเช่นกัน อย่างที่วัดปทุมวนาราม วัดที่ถูกขนาบข้างด้วย 2 ห้างสรรพสินห้างใหญ่ ไม่สามารถขยายพื้นที่เพิ่มได้แล้ว ต้องสร้างคอนโดพระ ขึ้นเพื่อเป็นที่พำนักของภิกษุ สามเฌร
[
อาคารเสนาสนะสงฆ์ วัดปทุมวนาราม ก่อสร้างแล้วเสร็จและใช้งานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเป็นอาคาร 3 ชั้น เพื่อเป็นที่พำนักและจำพรรษาของพระภิกษุ-สามเณร ทดแทนหมู่กุฏิเดิมที่ตั้งอยู่ภายใน และสร้างติดเขตแนวกำแพงพุทธาวาส ทั้งนี้ โรงเรียนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดปทุมวนาราม ปัจจุบันมีนักเรียนซึ่งเป็นพระภิกษุ-สามเณร รวม 110 รูป
แม้ไม่สามารถขยายที่ดินวัดออกไปได้อีกเนื่องถูกขนาบข้างด้วยตึกสูงศูนย์การค้า แต่การแก้ปัญหาเพื่อรองรับจำนวนพระสงฆ์ คือการปรับภูมิทัศน์ ออกแบบพื้นที่การใช้สอยอย่างเหมาะสม ซึ่งกำลังก่อสร้างเพิ่มเติมอยู่ในขณะนี้
ภาพจิตกรรมฝาผนังภายในวิหารของวัดปทุมวนาราม สะท้อนให้เห็นภาพในอดีตของวัดเก่าแก่ ที่ในหลวงรัชกาล 4 ทรงสร้าง อยู่กลางทุ่งพญาไท พื้นที่โล่งกว้างขวางและรมรื่น... -
หลวงปู่เล่าเรื่องเณรฆ่าสัตว์ไปตกนรก.. (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป)
หลวงปู่เล่าเรื่องเณรฆ่าสัตว์ไปตกนรก
ใจของเรานั่นน่ะมันสำคัญที่สุด มันหาสาระแก่นสาร หาประโยชน์อะไรไม่ค่อยได้เท่าไรหรอก คือ มันใจโลภ ใจโกรธ ใจหลง ใจอิจฉาพยาบาท ใจน่ะ ใจของเราน่ะมันโลภหลงไปตามสัญญาอารมณ์ต่างๆ หลงในวัตถุธาตุ ว่าเป็นของเราอย่างนั้นอย่างนี้ ตามวิ่งตาม วิ่งตามวัตถุธาตุว่าเป็นสมบัติของเรา สุดท้ายก็ทำบาปทำกรรมในวัตถุอันนั้นแหละ ฆ่ากัน ตีกัน วุ่นวายก็เพราะว่า หลงในวัตถุอันนั้นอันนี้ความคิด ใจน่ะคือ ความคิดของเรา เดี๋ยวก็คิดดี เดี๋ยวก็คิดไม่ดี คิดโลภ คิดโกรธ คิดหลง คิดอิจฉาพยาบาท แล้วก็คิดเรื่องอยู่เรื่องกินเรื่องหยัง ไม่รู้อะไรต่างๆไปตามกระแสโลก ล้วนแล้วแต่หาสาระแก่นสารไม่มีที่สิ้นสุดลงไปได้ สุดท้ายก็ตายไป ตายไปแล้วก็ใจก็เป็น “สัมภเวสี” เป็นสัมภเวสี หาล่องลอยอยู่ในโลกนี้แหละ ลอยไปลอยมา หาที่เกิดยาก ไม่ใช่ของง่าย จะเล่าเรื่องหนึ่งมีพระองค์หนึ่งคนจังหวัด..ออ มีเณรองค์หนึ่งคนจังหวัดศรีสะเกษจังหวัดเมืองศรีสะเกษ มาบวชเป็นเณรน้อย มาบวชเป็นเณร เณรเก่าเขาบวชมาก็ได้ปีสองปี แต่ว่าเณรก็แบบว่านั่นแหละ มันเป็นเณรปึกเณรหนาเณรตาบอด ไม่ใช่เณรมีปัญญา เณรไม่มีกุสลาธัมมาดอก... -
หลวงปู่โปรดผีฟ้า (หลวงปู่ไดโนเสาร์)
หลวงปู่โปรดผีฟ้า
เมื่อหลายปีก่อน มีโทรศัพท์มาหาครูบาอุปฐากว่ามีคนโดนผีเข้า ร้องรำทำเพลงด้วยทำนองภาษาอีสานมาสามวันแล้ว เชิญหมอผีหลายคนมาปราบก็ไม่ย่อมออกและยังรำอยู่กราบนิมนต์หลวงปู่เมตตาไปปราบให้ที เมื่อทราบดังนั้นครูบาท่านจึงกราบเรียนหลวงปู่ ท่านจึงสั่งให้โทรหาโยมตี้เจ้าของรถตู้เพื่อยืมรถไปโปรดโยม เมื่อเดินทางมาถึงบ้านเกิดเหตุขณะนั้นก็เย็นมากแล้ว ปรากฏเห็นสตรีสูงอายุท่านหนึ่งกำลัง ร้องรำทำเพลงอยู่คนเดียวกลางบ้าน ไม่ได้สนใจใครเลย เมื่อท่านไตร่ถามทราบความว่า เขาเป็นผีฟ้าที่มีเชื้อสายมาทางแม่(ทางอีสานเรียกผีชนิดนี้ว่าผีเชื้อ) หลวงปู่ก็สั่งให้ตั้งพระพุทธรูป และนำพาพวกเราทำวัตรเย็น โดยไม่ได้สนใจคนที่โดนผีเข้าเลย ทำวัตรกันอยู่เกือบชั่วโมง ท่านจึงนำพาแผ่เมตตาและกราบพระ
ขณะนั้นเองคนที่โดนผีเข้าก็เหมือนจะเพิ่งเห็นองค์หลวงปู่ จึงหันมาอุทานว่า
“ญาครูมา อายเด้ (พระมา อายจัง) เท่านั้นแกก็มีอาการหงายหลังเหมือนผีออกจากร่าง เคราะห์ดีที่ญาติญาติมาประคองไว้ทัน
หลวงปู่ ; พวกเจ้าทำไมมาพากันถือผีฟ้าผีแถนเล่า
โยม ; ก็เมื่อพวกผู้ข้า(พวกกระผม) ป่วย ผู้ข้าไข้ ก็อาศัยผีฟ้ามาบำบัดรักษา... -
บทสัมภาษณ์เจ้าพ่อหลักเมือง 24-25 พ.ย. 60
ตั้งใจจะไปหาเจ้าพ่อหลักเมืองวันศุกร์เพราะท่านชอบวันศุกร์ เลยเลือกไปศุกร์ที่ 24 พ.ย. 60 แต่เนื่องจากไปธุระหลายที่ แถมการจราจรติดขัดกับคิวเข้าสนามหลวงที่ยาว เพราะอยู่ในช่วงมีนิทรรศการพระเมรุมาศ ทำเอาไปถึงศาลหลักเมืองก็เกือบๆหกโมง ยังไม่หกโมงนะครับแต่ว่าศาลปิดแล้ว! ผมเลยเดินไปดูป้ายเวลาเปิดปิดเพื่อความแน่ใจ เขียนว่าปิดเวลา 18:30 น. แต่นี่ยังไม่ถึงเวลากลับปิดแล้ว งั้นผมขอคุยกับท่านนอกประตูรั้วแบบชั่วคราวไปก่อนแล้วกันนะครับ (กลัวเค้าว่าบ้าจัง)
ท่านครับ ผมตั้งใจจะมาสัมภาษณ์ท่านวันนี้ แต่ว่าเย็นจนเกินไปแล้วหนะครับ ผมจะขอมาหาท่านวันพรุ่งนี้ได้มั้ยครับ
อ ย่ า ม า ห า ต อ น เ ย็ น อี ก แ ล้ ว กั น
งั้นพรุ่งนี้ช่วงเช้าๆสายๆนะครับ
ไ ด้
เหมือนท่านเคยบอกนานแล้วไม่ใช่เหรอครับ ว่าคุยตอนเย็นดีกว่า อะไรงี้ครับ
แ ต่ ศ า ล ปิ ด
งั้นค่ำนี้ผมขอไปชมพระเมรุมาศแทนแล้วกันนะครับ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมมาหาแต่เจ้าพ่อหลักเมืองนะครับ
ไ ด้
ครับ ขอกราบลา เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันใหม่ครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------
25 พ.ย. 60 ไปสายหน่อย แต่ไม่เที่ยง... -
ประวัติ หลวงพ่อโสธร
ประวัติ หลวงพ่อโสธร
มีเรื่องราวที่เล่าขานกันมานานแล้วในครั้งโบราณว่าในกาลครั้งนั้นยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา ตอนปลาย มีพระพุทธรูปลอยน้ำมา3องค์ที่แม่น้ำบางปะกง พอมาถึงบริเวณสถานที่ แห่งหนึ่ง ซึ่งเรียกชื่อว่าอะไรก็ไม่ประจักษ์ ก็มีชาวบ้านเห็นพระพุทธรูปลอยน้ำมาทั้ง 3 องค์เกิดเอะอะโวยวายขึ้นให้ช่วยกันอัญเชิญขึ้นมาบนฝั่ง ด้วยการเอาเรือออกไป อัญเชิญ ด้วยการช่วยกันยกขึ้นเรือแต่ก็ไม่สำเร็จเพราะยกเอาขึ้นมาไม่ไหว จึงเปลี่ยนวิธีการเป็นเอาเชือกเส้นใหญ่ไปคล้ององค์พระทั้ง3องค์อย่างแน่นหนา แล้วให้ชาว บ้านที่มีอยู่ชักลากดึงจะเอาขึ้นมาบนฝั่งน้ำ ทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จเพราะแรงชาวบ้านที่มีอยู่เป็นจำนวนมากมายนั้น
ไม่อาจจะฉุดดึงรั้งเอาองค์พระทั้ง3องค์ที่ลอยปริ่มๆน้ำอยู่ขึ้นมาได้ไม่สำเร็จ เพราะเชือกขาด รั้งเอาไว้ไม่อยู่ ประกอบกับ กระแสน้ำเกิดปาฏิหาริย์ปั่นป่วนขึ้นมาเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ทำให้พระพุทธรูปทั้ง3องค์จมหายลับสายตาไปท่ามกลาง ความเสียดายของผู้คนที่มีอยู่ ซึ่งเห็นเหตุการณ์อย่างชัดเจน พากันยกมือไหว้ท่วมศีรษะ บางคนก็พูดว่าไม่มีบุญเพียงพอที่จะ อัญเชิญพระพุทธรูปทั้ง3องค์ขึ้นมาได้... -
แม่ชีศันสนีย์แถลง เคล็ดวิธีรักษามะเร็งกาย-ใจ
"แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต" แถลงข่าวรักษามะเร็งในกระเพาะอาหาร ใช้วิธีวิทยาศาสตร์ร่วมกับธรรมชาติบำบัด แนะเคล็ดลับ "คุยกับร่างกายตัวเองให้มาก กว่าส่งไลน์ไปคุยกับคนอื่น"
พุธที่ 29 พฤศจิกายน 2560 เวลา 14.44 น.
เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ที่เสถียรธรรมสถาน เขตบางเขน กทม. แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ได้เปิดแถลงข่าวการรักษาโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารว่า ตนเองรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งในช่วงเดือน เมษายนที่ผ่านมาโดยแพทย์ รพ.ศิริราชทำการส่องกล้องและพบว่า มีเนื้อร้ายแพร่กระจายจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้ถามว่าอยู่ในระยะไหน แต่ก็พอรู้ว่าน่าจะระยะสุดท้าย เมื่อปรึกษากับแพทย์แล้ว สรุปว่าจะไม่ใช้วิธีผ่าตัด แต่ให้ใช้วิธีรับการรักษามะเร็งในเม็ดเลือดขาว รวมทั้งกลับไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน การกินอยู่ การหลับนอนทุกอย่าง
"แม่ทานอาหารได้มื้อเดียวใน 1 วัน ดังนั้นจะบริหารงานลำบากมาก แต่แม่ก็ต้องดูแลตัวเอง โดยใช้วิธีการธรรมชาติบำบัดด้วย พิจารณาอาหารด้วยการทานผลไม้ ปรากฏว่าดีขึ้นสร้างเซลใหม่ ๆ ได้ พอเดือนมิถุนายนกลับไปตรวจปรากฏว่าดีขึ้นมาก เวลาสองทุ่มแม่บังคับตัวเองให้หลับนอน ภาวนาไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เยียวยาร่างกาย หลัง 4... -
” เลิกกลัวผี ” หลวงปู่จาม มหาปุญโญ
” เลิกกลัวผี ”
ออกธุดงค์ครั้งแรกของการเป็นเณรหายกลัวผี แต่ยังไม่หายสนิทได้ในใจ บ่มบาตรเป็นใช้ได้ ได้ปฏิบัติวัตต์ถากหลวงปู่อ่อน (ญาณสิริ) ท่านอาจารย์กงมา (จิรปุญฺโญ)
ไปกลับประมาณ ๑๐ กว่าวัน ก็เข้าอุบล กลับสำนัก พอกลับก็ได้ข่าวว่าจะย้ายคณะใหญ่ไปทางจังหวัดขอนแก่น”
“ออกไปอีกรอบสอง คราวนี้ไปกัน ๕ รูป ท่านอาจารย์มหาปิ่น (ปญฺญาพโล) เป็นหัวหน้า ท่านอาจารย์อ่อน(ญาณสิริ) ท่านอาจารย์กงมา(จิรปุญฺโญ) ท่านอาจารย์ลี (ธมฺมธโร) กับท่านอาจารย์สิม(พุทฺธาจาโร) ตอนนั้นยังเป็นเณร โยมเขามานิมนต์เขาจะทำบุญ
ก็พากันไปจนถึงยโสธร พักอยู่ป่าช้าบ้านดอนส้มโฮงบ้านกุดมะเฮ็ง
ไปถึงวันนั้นก็มีคนตายในหมู่บ้าน ตายมาก่อนแล้วคนหนึ่ง
วันรุ่งขึ้นเขาก็หามเอามาเผาพร้อมกัน รวมเป็นผี ๒ ตน มาเผาพร้อมกัน เย็นนั้นบ่าย ๕ โมง ครูบาอาจารย์เพิ่นก็ไปสวดมนต์อยู่ในหมู่บ้าน ทิ้งให้สองเณรอยู่ด้วยกัน
ตอนที่ยังไม่ค่ำไม่มืดก็อุ่นใจ สบายใจอยู่บ้าง ก็พากันเสาะหายาหม้อยารากไม้มาต้มฉัน ตำรายาต้มของท่านอาจารย์สิม (พุทฺธาจาโร) หม้อต้มก็ไช้ไม้ไผ่หามผี ปล้องใหญ่ เป็นหม้อต้ม ก็ฉันน้ำยาต้ม แต่กลางวันมาก (ต้มด้วยวิธีหลามไฟ)... -
"ครูนกเล็ก"เผยคลิปดัดแปลงเพลง"ปานามา"เป็น"ปาณาติปาตา"แทรกศีลธรรมแก่นักเรียน ชาวเน็ตชื่นชอบ
เพจ "ครูนกเล็ก" เผยคลิป เต้นเพลงดัดแปลงจากเพลง "ปานามา" เป็น "ปาณาติปาตา" พร้อมสอดแทรกศีลธรรมแก่นักเรียน ชาวเน็ตชื่นชอบ
เมื่อวันที่ 26 พ.ย. เพจ "ครูนกเล็ก" คุณครูจากโรงเรียนบางมด ตันเปาวิทยาคาร แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร ได้โพสต์คลิปวิดีโอ ความยาว 1.21 นาที ที่นำคุณครูในโรงเรียนมาเต้นพร้อมกับเด็กในบทเพลง "ปาณาติปาตา" ซึ่งเป็นเพลงที่ดัดแปลงมาจากเพลง "ปานามา" ที่กำลังฮิตในประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ โดยเนื้อเพลง "ปาณาติปาตา" ถูกดัดแปลงใหเป็นเพลงเกี่ยวกับการสอนเด็กๆให้รู้จักกับ ศีล 5 ว่าสิ่งใดเป็นที่ที่สมควรและไม่สมควรทำ ซึ่งโพสต์นี้ได้ถูกแชร์ออกไปสู่โลกโซเชียลแล้วกว่า 5400 ครั้ง อีกทั้งยังมียอกวิวคลิปแล้วถึง 390,000 ครั้งด้วยกัน ชาวเน็ตชื่นชมความคิดสร้างสรรค์ ปฏิรูปการเรียน การสอน
ชมคลิปค่ะ
โดยก่อนหน้านี้ เพจ "ครูนกเล็ก" เคยเป็นที่โดงดังมาแล้วในโลกโซเชียลในการดัดแปลงเพลง “PPAP” หรือ “Pineapple-Apple-Pen” ของศิลปินตลก โคซากะ ไดมาโอะ มาประยุกต์ประกอบการเรียนการสอน จนมียอดวิวกว่า 5 ล้านครั้ง
ขอบคุณที่มา
https://mgronline.com/onlinesection/detail/9600000119692 -
“วัดบวร-วัดราชบพิธ” เปิดให้ประชาชนเข้ากราบ พระบรมราชสรีรางคารในหลวงรัชกาลที่ 9
"วัดบวร-วัดราชบพิธ" เปิดให้ประชาชนเข้ากราบ พระบรมราชสรีรางคารในหลวงรัชกาลที่ 9
เมื่อวันที่ 29 ต.ค. เป็นวันสุดท้ายในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ อัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไปประดิษฐานที่ที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส ในพระถ้ำศิลาหินอ่อนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร
จากนั้นทรงอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารอีกส่วนหนึ่งไปยังพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร บรรจุที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ ตลอดเส้นทางไปวัดราชบพิธฯ ทั้งถนนราชดำเนิน ถนนหน้าพระลาน ถนนสนามไชย ฯลฯ มีประชาชนเข้ามารอรับเสด็จและร่วมชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ขบวนที่ 6 เป็นขบวนสุดท้ายในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เป็นจำนวนมาก
เช่นเดียวกับที่วัดบวรนิเวศฯ ตั้งแต่ช่วงเช้า ประชาชนมาจับจองที่นั่งบริเวณริมถนนหน้าวัดบวรนิเวศฯ หรือถนนพระสุเมรุ เต็มยาวตลอดทางของถนนทั้ง 2 ฝั่ง... -
"ภิกษุผู้ภาวนาว่า นกยางกินปลา" (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร)
"ภิกษุผู้ภาวนาว่า นกยางกินปลา"
" .. สมัยพุทธกาลมีภิกษุท่านหนึ่ง ภาวนาใกล้หนองปลา "ท่านเห็นนกยางกินปลา" เอามาพิจารณา "นกยางจ้องกินปลา เบียดเบียนปลา กินปลา" ท่านก็พิจารณาดูใจของท่าน "เอ .. ใจเรานี้คอยเบียดเบียนผู้อื่นอยู่ เหมือนนกยางคอยกินปลา"
ท่านก็สลดสังเวชว่า "สัตว์ทั้งหลายนี้เบียดเบียนกันอยู่ทั้งโลก" มนุษย์กับมนุษย์ก็เบียดเบียนกัน สัตว์ทั้งหลาย สัตว์ใหญ่กินสัตว์น้อย สัตว์น้อยกินสัตว์ใหญ่ มันเบียดเบียนกันอยู่ตลอด
จิตใจท่านก็สลดสังเวช "จนจิตใจสงบระงับตั้งมั่น เกิดปัญญาญาณขึ้นมาแล้ว" ละกิเลสราคะ โทสะ โมหะ พระองค์นั้น "ไม่ได้ภาวนาพุทโธ ภาวนาว่า นกยางกินปลา" นกหมายถึงสัตว์ทั้งหลายมันเบียดเบียนกันอย่างนี้ เกิดมาแล้วก็เบียดเบียนกัน .. "
"พุทธาจารปูชา หลวงปู่เล่าว่า" หน้า ๒๒๑
หลวงปู่สิม พุทธาจาโร -
“พระไตรสรณคมน์ เป็นมรรคปฏิปทามุ่งสู่ โสดาปัตติผล”(หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม)
เรื่อง “พระไตรสรณคมน์ เป็นมรรคปฏิปทามุ่งสู่ โสดาปัตติผล”
(คติธรรม หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม)
ไตรสรณคมน์ไม่ให้ขาดและไม่ให้เศร้าหมอง ดังนี้คือ
๑. เป็นผู้ตั้งอยู่ในความเคารพ ๖ ประการ คือ เคารพในพระพุทธเจ้า ๑ เคารพในพระธรรม ๑ เคารพในพระอริยสงฆ์สาวก ๑ เคารพในความไม่ประมาท ๑ เคารพในไตรสิกขา ๓ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ๑ เคารพในปฏิสันถารการต้อนรับ ๑ ต้องเป็นผู้มีความเชื่อ ความเลื่อมใส นับถือพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึก ของตนจริงๆ ถ้าประมาทเมื่อไรก็ขาดจากคุณพระรัตนตรัยเมื่อนั้น
๒. เว้นจากการนับถือพระภูมิต่างๆ คือ ไม่นับถือภูตผีปีศาจ พระภูมิเจ้าที่ เทวบุตร เทวดา มนต์ คาถา วิชาต่างๆ ต่อไป ถ้านับถือเมื่อไรก็ขาดจากคุณพระรัตนตรัยเมื่อ นั้น
๓. ไม่เข้ารีตเดียรถีย์ นิครณฐ์ คือไม่นับถือลัทธิ วิธี ศาสนาอื่น ภายนอกพระพุทธ ศาสนามาเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลีกของตนสืบต่อไป ถ้านับถือเข้ารีตเดียรถีย์เมื่อไร ก็ขาดจากคุณพระรัตนตรัยเมื่อนั้น
๔. ไม่นับถือลัทธิศาสนาพราหมณ์ คือไม่ดูไม้ดูหมอ แต่งแก้แต่งบูชา เสียเคราะห์เสียขวัญ เป็นต้น ถ้านับถือเมื่อไรก็เศร้าหมองในคุณพระรัตนตรัยเมื่อนั้น
๕. เป็นผู้เชื่อกรรม... -
หลวงปู่แหวน กับ หลวงปู่ตื้อ ผจญชาวป่าข่าระแด
๏ หลวงปู่แหวน กับ หลวงปู่ตื้อ ผจญชาวป่าข่าระแด ๏
หลวงปู่แหวน สุจิณโณ กับ หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม จาริกมาถึงเทือกเขาใหญ่ทิศใต้ แขวงเมืองคำม่วน ในตอนเย็นท่านทั้งสองได้ปักกลดที่หุบเขาใต้เงื้อมผาแห่งหนึ่ง
พอตกตอนกลางคืน ก็ได้ยินเสียงประหลาดคล้ายกับเสียงนกกลางคืนร้อง “ ก๋อย ก๋อย ก๋อย ” เสียงนั้นดังใกล้เข้ามาแล้วดังรับกันล้อมรอบไปทั่วทิศ และมีแสงคบไฟนับสิบๆดวงมาจากเสียงนั้น
ร่างนั้นเป็นมนุษย์ประหลาด ตัวขนาดเท่ากับเด็กอายุ ๑๓ – ๑๔ ปี ผอม พุงโร ผิวคล้ำ ผมเผ้ารุงรัง จมูกแบน บ่งบอกว่าเป็นคนป่า ทุกคนถืออาวุธคล้ายธนู และสะพายกระบอกไม้ไผ่ใส่ลูกดอกอาบยาพิษ โอบล้อมกลดของท่านทั้งสองเข้ามา พอได้ระยะก็พากันยิงลูกดอกเข้ามาที่กลดของท่านทั้งสอง
หลวงปู่ตื้อ ร้องบอกว่า “ ท่านแหวน ระวัง ” แล้วทั้งสององค์ก็กำหนดจิตเข้าฌานทันที ปรากฏว่าลูกดอกอาบยาพิษที่ระดมยิงมานั้น ตกร่วงลงห่างจากกลดของท่านทั้งสองเป็นวา เป็นที่อัศจรรย์ยิ่ง
พวกชาวป่าต่างแปลกใจ แล้วระดมยิงลูกดอกอีก ๒ – ๓ รอบ ก็ยังคงปรากฏผลเช่นเดิม พวกเขาตกใจกลัว ร้อง “ ก๋อย ก๋อย ก๋อย ” แล้วก็วิ่งหนีหายไปในความมืด... -
สวรรค์ในอก นรกในใจ ( หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม )
สวรรค์ในอก นรกในใจ
ครั้งหนึ่ง ข้าหลวงเมืองเชียงใหม่ได้กราบอาราธนานิมนต์พระราชาคณะ ๓ รูป เพื่อมาถวายถามปัญหาธรรมว่า “สวรรค์ในอก นรกในใจ มีจริงหรือ” แต่ก็ไม่มีองค์ไหนตอบได้เป็นที่ถูกใจ เป็นที่เข้าใจ ทำให้หายสงสัยได้
ข้าหลวงเมืองเชียงใหม่จึงได้มอบหมายให้นายอำเภอไปกราบอาราธนานิมนต์ หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม เข้าไปตอบปัญหาธรรมดังกล่าว โดยหลวงปู่ตื้อ ตอบว่า
“ทำดีไว้ในตัวเป็นสวรรค์ ใจสวรรค์ ทำชั่วไว้ในตัวเป็นนรก ใจนรก หัวอกคนดีเป็นหัวอกสวรรค์ หัวอกคนบาปเป็นหัวอกนรก นรกดิบอยู่ในเมืองมนุษย์ คือ หัวใจมนุษย์ สวรรค์ดิบอยู่ในเมืองสวรรค์ คือ หัวใจสวรรค์
สวรรค์ที่ ๑ ไม่ฆ่าสัตว์
สวรรค์ที่ ๒ ไม่หยิบหยองมองลัก
สวรรค์ที่ ๓ ไม่ผิดลูกเมียใคร
สวรรค์ที่ ๔ ไม่ขี้ปด
สวรรค์ที่ ๕ ไม่กินเหล้า
สวรรค์ที่ ๖ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา”
พอท่านเทศน์แจกแจงอย่างนี้แล้ว จึงเป็นที่พอใจ เป็นที่เข้าใจของข้าหลวงเมืองเชียงใหม่ เป็นอย่างมาก นับแต่นั้นมาหลวงปู่ตื้อจึงเป็นพระป่าที่มีชื่อเสียงมากองค์หนึ่งในสมัยนั้น.
.
• หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม •
ที่มา เมตตาธรรม ศิษย์พระธุดงค์กรรมฐาน สายหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น -
ให้มีสติคุมดวงจิต ( หลวงปู่ขาว อนาลโย)
“…อาตมาบอกไว้เท่านั้นว่า ให้มีสติคุมดวงจิต สัตว์นรกก็แม่นจิต สัตว์อเวจีก็แม่นจิต พระอินทร์ พระพรหม ก็แม่นจิต ที่เข้าพระนิพพานก็แม่นจิต ไม่ใช่ใคร
จิตไม่มีตนมีตัว จิตเหมือนวอกนี่แหละ แล้วแต่มันจะไป บังคับบัญชามันไม่ได้ แล้วแต่มันจะปรุงจะแต่ง บอกไม่ได้ ไหว้ไม่ฟัง
เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าให้วางมันเสีย อย่าไปยึดถือมัน
ก็จิตนั่นแหละมันถือว่าตัวกู อยู่เดี๋ยวนี้ก็ดี เราถือว่าเราเป็นผู้ชาย เราเป็นผู้หญิง ก็แม่นจิตนั่นแหละเป็นผู้ว่า มันไม่มีตนมีตัวดอก
แล้วพระพุทธเจ้าว่าให้วางเสีย ให้ดับวิญญาณเสีย
ครั้นดับวิญญาณแล้ว ไม่ไปก่อภพก่อชาติอีก ก็นั่นแหละพระนิพพานแหละ แน่ะ
พระพุทธเจ้าบอกอย่างนั้น มันไม่อยู่ที่อื่น นรกมันก็อยู่นี่ พระนิพพานก็อยู่นี่ อย่าไปค้นที่อื่น อย่าไปพิจารณาที่อื่น ให้ค้นที่สกนธ์กายของตน ให้มันเห็นเป็นอสุภะอสุภัง ให้เห็นเป็นของปฏิกูล ให้เกิดนิพพิทาความเบื่อหน่ายมันนั่นแหละ แต่กี้มันเห็นว่าเป็นของสวยของงามของดี
ดวงจิตนั่นเมื่อมีสติควบคุม มีสัมปชัญญะ ค้นหาเหตุผล ใคร่ครวญอยู่ มันเลยรู้เห็นว่า อัตตภาพร่างกายนี้เป็นของปฏิกูล ของเน่าเปื่อยผุพัง แล้วมันจะเกิดนิพพิทาความเบื่อหน่าย... -
อยากสร้างบารมี ( หลวงพ่อฤาษีลิงดำ )
อยากสร้างบารมี
หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง ตอบปัญหาธรรม
ผู้ถาม:- “หลวงพ่อคะ ไม่ทราบว่าหนูพอจะสร้างบารมีไหวไหมคะ…?”
หลวงพ่อ:- “บารมี เขาแปลว่า กำลังใจ หนู ก็พยายามกระตุ้นๆ มัน อารมณ์ของเรามันมี ๒ อารมณ์ อารมณ์ที่เป็นกุศลอย่างหนึ่ง อารมณ์ที่เป็นอกุศลอย่างหนึ่ง
คำว่า กุศลนี่เขาแปลว่าฉลาด อกุศลแปลว่าไม่ฉลาด ที่ไม่ฉลาดก็เพราะสร้างอารมณ์ที่มีความเร่าร้อนเกิดขึ้น นี่เรียกว่าอารมณ์ไม่ฉลาด ทีนี้อารมณ์ที่ไม่ฉลาดมันมีกำลังมาก มันคุมกำลังใจเราไว้มากมานานแล้ว เราก็ก็ต้องแพ้มันบ้างชนะมันบ้าง นี่เราพยายามค่อย ๆ คุมมันจนกว่ามันจะแพ้
อย่าลืมนะ บารมีแปลว่ากำลังใจ ทำกำลังใจให้เต็มในด้านของความดี
๑.ทานบารมี เราคิดจะสงเคราะห์คนและสัตว์อื่นแทนที่จะคิดเบียดเบียน
๒.ศีลบารมี มีศีลนี่เขาแปลว่าปกติ เราต้องรักษาอารมณ์ไว้อย่าให้มันผิดปกตินะ ปกติของคนและสัตว์มีความรู้สึกว่า
ข้อ ๑ ร่างกายของเรา เราไม่ต้องการให้ใครมาทำร้ายร่างกาย ไม่ต้องการให้ใครมาฆ่า เรามีความคิดอย่างไร สัตว์อื่นและบุคคลอื่นก็มีความคิดเหมือนเรา เราก็เว้น
ข้อ ๒ ทรัพย์สินของเรามีอยู่ เราไม่ต้องการให้ใครมาลักมาขโมยยื้อแย่งของเราไป... -
ทำสมาธิเวลาไหนดีที่สุด!?..(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
ทำสมาธิเวลาไหนดีที่สุด
โอวาทหลวงพ่อฯ เล่ม 2 หน้า 11
ถ้าถามว่า วันหนึ่งจะใช้เวลาไหนที่เหมาะที่สุด ก็ต้องตอบว่า เวลาไหนสบายที่สุดเวลานั้นเหมาะที่สุด ถูกไหม
ในวันหนึ่งจะนั่งทำหลายครั้ง หลายสิบครั้งก็ได้ โดยที่ไม่ต้องนั่งขัดสมาธิถ้าทำงานทำการไปด้วย ถ้าจิตมันว่างนิดหนึ่ง
จับคำภาวนา หายใจเข้า พุท หายใจออก โธ
หรือภาวนาอย่างใดก็ได้ หรือจับลมหายใจเข้าออกเฉย ๆ ชั่วขณะ ๒-๓ ครั้ง ทำอย่างนี้เรื่อยๆ ไปโดยไม่ต้องกำหนดเวลา
ถ้าหากทุกท่านที่เคยเจริญ มโนมยิทธิ มาแล้ว ถ้าทำอย่างนี้เป็นปกติ ทำแบบกระจุ๋มกระจิ๋มอย่างนี้เรื่อย ๆ ไป นั่งเฉย ๆ
ก็ภาวนาไปบ้าง ให้จิตมันสบาย จิตไม่วุ่น ใครเขาคุยก็
คุย เลิกคุยนึกขึ้นมาได้ก็ภาวนาไป ไม่ต้องนั่งหลับตา หรือว่านั่งรถนั่งเรือไปนึกขึ้นมาได้ก็ภาวนา เดินไปด้วยก็ภาวนาด้วย
ตามสบายนิดๆ หน่อย ไม่ต้องมาก ถ้าทำอย่างนี้ได้ทุกคน
กำลังของ มโนมยิทธิ จะใช้ได้ทุกเวลา ต้องการรู้อะไรเมื่อไร จะรู้ จะพบได้ทันที เป็นประโยชน์ใหญ่มาก ให้เข้าใจตามนี้นะ
ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง -
พรหมวิหาร ๔ ลงนรกไม่เป็น
พรหมวิหาร ๔ ลงนรกไม่เป็น
โอวาทหลวงพ่อฯ เล่ม 4 หน้า 9
พรหมวิหาร ๔ นี่ ถ้ายืนลงในจิตของใคร คนนั้นลงนรกไม่เป็น ลงไม่ได้แน่นอน เขาไม่ให้ลงถ้าลงไปเขาขับขึ้นมา
ลงไม่ได้ไม่มีสิทธิ์ คือว่าอารมณ์ ของเราให้ทราบอยู่ให้มี เมตตาจิตเราจะไม่เป็นศัตรูกับใครเลยในโลกทั้งคน
และสัตว์ เราจะเป็นมิตรที่ดีของเขา แต่ว่าเขาจะเป็นศัตรูกับเราน่ะเป็นเรื่องของเขา เราหวังดีแต่เขาหวังร้าย
อย่างนี้เราต้องใช้ อุเบกขา วางเฉยไว้ถ้าเราพูดกับเขา เขาโกรธ เราก็หยุดพูดเราใช้ อุเบกขา ตัวท้าย แต่ว่าเราไม่ได้
โกรธ กรุณา ความสงสาร จิตคิดไว้เสมอว่าใครเขาทุกข์ยากลำบาก ถ้าไม่เกินวิสัยของเราที่จะช่วยได้ เราพร้อมที่จะช่วย
ถ้าเราช่วยได้ด้วยทรัพย์สิน เราจะ ให้ทรัพย์สิน ทรัพย์สินไม่มี
เราจะให้กำลังกาย กำลังกายให้ไม่ได้ เราให้ด้วยปัญญา
แต่ทั้งนี้ถ้าเขารับความช่วยเหลือจากเรา ถ้าเราให้การช่วยเหลือกับเขาเขาโกรธเรา เราต้องวางเฉยเราไม่โกรธตอบ
เราไม่ช่วยเพราะช่วยไม่ได้ ต่อมามุทิตา
เราไม่มีจิตคิดอิจฉาริษยาใครใครได้ดี เรายินดีด้วย
ถ้าอารมณ์ ๔ ประเภทนี้ทรงตัวอยู่จริง ๆ ศีลก็บริสุทธิ์ศีลก็ไม่บกพร่องเลย ถ้าเราจะทำสมาธิ สมาธิก็ทรงตัว... -
บันทึกระลึกชาติ! หลวงพ่อฤาษีลิงดำเคยเกิดเป็น"พราน" ในสมัยพระทีปังกรพุทธเจ้า
บันทึกระลึกชาติ! หลวงพ่อฤาษีลิงดำเคยเกิดเป็น"พราน" ในสมัยพระทีปังกรพุทธเจ้า จนเมื่อฟังธรรม จึงกลับใจ! แต่กระนั้นต้องชดใช้กรรมอีกนับร้อยปี
บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
๐๐ หลวงพ่อฤๅษี เคยเกิดเป็นนายพรานต่อมาได้เป็นกษัตริย์ ในสมัยสมเด็จพระพุทธทีปังกร๐๐
มีเรื่องที่น่าสนใจมากจากพระดำรัสของสมเด็จพระพุทธทีปังกร เรื่อง เวรและกรรม การฆ่ากันด้วยการจองเวรไม่เป็นเหตุให้ลงนรก แต่ก็ต้องชดใช้เวรที่ทำด้วยการถูกฆ่า หมุนเวียนกันไปมาถึง ๕๐๐ ชาติ
วันนี้นอนๆ ก็ภาวนาไปเรื่อยๆ (พักอยู่ที่เมืองโอ๊คแลนด์ เดือนมีนาคม ๒๕๒๙) ถ้าอยู่คนเดียวไม่ได้ละ ภาวนาไม่ขาด พอจิตสบายก็ขึ้นไปหาสมเด็จองค์ปัจจุบัน ที่พระจุฬามณี ท่านคุยประเดี๋ยว ก็บอกไปนิพพานเถอะ พอไปถึงนิพพาน ท่านก็คุย
ท่านถามว่า “นึกออกไหม เธอเคยเกิดสมัยสมเด็จพระพุทธทีปังกรนะ”
ก็บอกว่า “นึกไม่ออก ไม่เคยคิด พระพุทธเจ้าข้า”
ท่านบอกว่า “ดินแดนนี้ สมัยนั้นเธอเคยเกิดเป็นนายพรานอยู่”
สมเด็จพระพุทธทีปังกรองค์นี้ ท่านบอกว่า ถอยหลังจากสมเด็จพระปุทุมมุตตระไป ๓ สมัย หลายอสงไขยกัป ไม่ใช่เล่นๆ นะ
ท่านบอกว่า สถานที่นี้มีภูเขาไฟเยอะ ท่านเปรียบเหมือนตะเกียง... -
"หลวงปู่บุญฤทธิ์" ได้ยินเสียงพญานาค! เมื่อครั้งไปภาวนากับ"หลวงปู่ชอบ"
กราบสาธุ!! เรื่องผจญภัยกลางป่า...ที่ผาแด่น ! "หลวงปู่บุญฤทธิ์" ได้ยินเสียงพญานาค! เมื่อครั้งไปภาวนากับ"หลวงปู่ชอบ"
พระอาจารย์บุญฤทธิ์ เล่าถึงการไปอยู่ภาวนากับหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ที่ภูผาแด่นต่อไปว่า ระยะนั้นพวกป่าไม้เองก็ยังไปไม่ถึง ต้นไม้แต่ละต้นใหญ่มหึมา สองคนโอบไม่รอบ
หมีไปกินผึ้งแถวกุฏินั่นเอง เสียงบ่นพึมพำทำให้อาตมาเข้าใจในตอนนั้นเอง ที่ว่า บ่นเป็นหมีกินผึ้งนั้นเป็นอย่างไร เวลาหมีไปแล้ว มนุษย์ก็ได้อาศัยน้ำผึ้งจากรวงรังเหล่านั้นมา เป็นคิลานเภสัช (ยา) ต่อไป พวกผึ้งมาทำรวงรังกันมากบริเวณนั้น
ท่านเล่าต่อไปว่า สถานที่ที่บำเพ็ญภาวนานั้นเรียกว่า ผาแด่น ใกล้ๆ กันนั้นมีดอยอีกแห่งหนึ่งพวกยางเรียกว่า ผาแด่นอาตมาขึ้นไปทำความเพียรก็เห็นว่าดีมาก เหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนา จึงได้ขออนุญาตจากหลวงปู่
ท่านก็บอกว่า “ดี ไปภาวนาเถิด มันวิเวกดีมาก”
อาตมาไปทำความเพียรอยู่ (ที่ผาแด่น) นั่งสมาธิมากแล้วก็เดินจงกรม เดินจงกรมที่นี่ดีมากทีเดียว ลมโชยอ่อนๆ แดดไม่ร้อน
แต่มีอยู่อย่างหนึ่ง อยากจะนำมาเล่าให้โยมได้ฟังกัน
คือ...ขณะภาวนาอยู่นั้น บางวันได้ยินเสียงดังเหมือนหวูดรถไฟ โยมเคยได้ยินไหม หวูดรถจักรไอน้ำน่ะ... -
หลวงพ่อบุญฤทธิ์!!! ยืนยัน “ชาติก่อนมีจริง ทุกคนย่อมไปตามกรรมของตน
หลวงพ่อบุญฤทธิ์!!! ยืนยัน “ชาติก่อนมีจริง ทุกคนย่อมไปตามกรรมของตน แม้แต่หลวงปู่ชอบยังเคยเกิดเป็นปลากระพงขาวอยู่ทะเล”
หลวงพ่อบุญฤทธิ์ท่านเล่าเรื่อง “ ปลาทอง ” ที่บ้านลูกศิษย์ฝรั่งของท่านที่อยู่ประเทศออสเตเรียให้หลวงปู่ชอบ และพวกเราพระเณรอุปัฏฐาก ตลอดจนโยมที่อยู่ในห้องพักหลวงปู่ชอบโรงเก็บรถวัดป่าโคกมนฟัง
เรื่องนี้มันเป็นเรื่องกรรมที่แปลกๆระหว่างคนกับ “ ปลาทอง ” ตนเองเลยขออนุญาตท่านหลวงพ่อทำการบันทึกโน้ตในเรื่องนี้เอาไว้.. หลวงพ่อบุญฤทธิ์ ปัณฑิโต ท่านเล่าเรื่อง “ ปลาทอง ” ตัวนี้ให้ฟังว่า..
ตอนอยู่ประเทศออสเตเรียท่านรับกิจนิมนต์ไปฉันข้าวที่บ้านลูกศิษย์ฝรั่งในเมืองแอดเดอแลด ท่านว่าระหว่างที่เรากำลังนั่งรอผัวเมียลูกศิษย์ฝรั่งเจ้าของบ้านเขากำลังพากันจัดเตรียมอาหารมาถวายท่านอยู่นั้น
หลวงพ่อบุญฤทธิ์ว่าขณะที่เรากำลังภาวนากำหนดจิตแผ่เมตตาให้กับบ้านหลังนี้อยู่นั้น จู่ๆจิตเราไปก็ไปสะดุดกับความรู้หนึ่งเข้ามากระทบกับภายใน เราก็กำหนดพิจารณาไล่ตามดูความรู้นี้ว่ามาจากไหน..
หลวงพ่อบุญฤทธิ์ท่านว่า..“ ความรู้สึกทุกข์ในอาทรนี้มาจากปลาตัวหนึ่งที่ถูกเลี้ยงไว้ในโถที่บ้านหลังนี้... -
เทวดาขี้สงสัย!อยากรู้ว่าภูมิธรรมของหลวงปู่ชอบถึงขั้นไหน .เหตุผลที่ครูอาจารย์ไม่อวดภูมิธรรมของตน
ประสบการณ์หลวงปู่ชอบเจอเทวดาขี้สงสัย! อยากรู้ว่า ภูมิธรรมของหลวงปู่ชอบถึงขั้นไหน ...เหตุผลที่พ่อแม่ครูอาจารย์ไม่อวดภูมิธรรมของตน
ตอนหลวงปู่ชอบท่านจำพรรษาปี ๒๔๗๗ ที่ ถ้ำนายม ตำบลถ้ำนายม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ องค์ท่านเล่าให้ฟังว่า..
วันนั้นตอนกลางวันเราเดินจงกรมอยู่ในถ้ำนายม เทวดาผู้ชายตนหนึ่งเขานั่งอยู่โขดหินหน้าถ้ำดูเราเดินจงกรม กิริยาเทวดาตนนี้นั้นไม่ต่างอะไรกับคนเรามานั่งดูพระเณรเดินจงกรม พอเราแผ่เมตตาให้เทวดาผู้นี้เขาก็จะพนมมือรับสาธุการทุกครั้ง แล้วเขาก็จะนั่งดูเราเดินจงกรมอยู่อย่างนั้นโดยไม่ไปไหน จนเรานึกแปลกใจในกิริยาของเทวดาผู้นี้
ครูอาจารย์ชอบว่า..ท่านเห็นเทวดามาหลายตน แต่เทวดาผู้นี้ที่ถ้ำนายมเพชรบูรณ์ เขาจะมีกิริยาดูแปลกกว่าเทพเทวดาองค์ไหนๆที่ท่านเคยเห็นมา ท่านว่าเทวดาทั่วไปเมื่อแผ่เมตตาให้แล้วเขาก็จะอนุโมทนาลาจากไปหรือไม่ก็จะเข้ามาสนทนาธรรมกับเรา แต่เทวดานายมผู้นี้จะไม่เข้ามาหา เขาจะนั่งอยู่บนโขดหินดูเราเดินจงกรมอยู่อย่างนั้นโดยไม่ไปไหน
เรากำหนดถาม..เพราะอะไรโยมจึงมาดูอาตมาเดินจงกรม
เทวดาผู้นี้เขาไม่ตอบคำถามเรา... -
” มโนมยิทธิ ” ( หลวงพ่อฤาษีลิงดำ )
” มโนมยิทธิ ”
โอวาทหลวงพ่อฯ เล่ม 4 หน้า 16
เมื่อไม่นานมานี้ ไม่เกิน ๒๐ วันมานี้ ก็มีคน ๆ หนึ่งไปหาที่วัด ไปถามว่า คุณพ่อตายแล้วไปอยู่ที่ไหน ความจริงอาตมาก็ไม่ได้บอกท่านผู้นั้น เพราะว่า ถ้าขืนบอกก็ขี้เกียจ แต่ก็อยากจะรู้ ในเมื่อเขาบอกชื่อก็นึกถึง นึกถึงแกก็มา ยืนข้างหน้า ถามว่าเวลานี้คุณไปอยู่ที่ไหน เขาตอบว่าเวลานี้ผมไปอยู่ชั้นยามา ครับ ถามว่า อยู่ชั้นยามา ปกติคุณทำอะไรจึงไปอยู่ชั้นยามาได้ บอกปกติ ผมทำสมาธิ ก็ถามว่า สมาธิคุณทำเวลาไหน เวลาตอนเช้ากับตอนค่ำ ครับ ตอนเช้าผมตื่นนอนขึ้นมา ก็ผมห้อยสร้อยมีพระอยู่ที่สร้อย หยิบพระมา พนมมืออาราธนาบารมีพระ คือ ที่เขาเรียกว่า ปลุกพระ หรือ อาราธนา- บารมีพระก็ได้ ตอนค่ำก็เกรงอันตรายก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน อย่างนี้ชื่อว่า เป็นการนึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ทั้งสองเวลา ทั้งตอนเช้าและ ตอนค่ำก็เป็นสมาธิ สมาธิไม่จำเป็นต้องไปนั่งขัดสมาธิเฉย ๆ จะทำแบบไหน ก็ได้ นั่งแบบไหนก็ได้ ถ้าอยู่ที่บ้านของเรา ถ้าจิตนึกถึงพระพุทธเจ้าก็ถือว่า เป็น พุทธานุสสติ จิตนึกถึงพระธรรมเป็น ธัมมานุสสติ จิตนึกถึงพระสงฆ์ เป็น สังฆานุสสติ นั่นเขาอยู่ชั้นยามาได้ แต่พอลูกชายถามว่า... -
หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา..(หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)
หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา
“…มีเรื่องจะเล่าสู่กันฟัง ไม่ได้บอกบุญ ไม่ได้เรี่ยไร ยังไม่ต้องทำบุญวันนี้นะ ถ้าขืนทำวันนี้มันได้น้อยและเวลายังอยู่อีกนาน คือว่าเมื่อตอนฉันป่ายหนักเมือพรรษาที่แล้วมานี้ มีพระ ๓ องค์ด้วยกัน ท่านไปช่วยรักษา คือ หลวงปู่สี หลวงปู่โต หลวงปู่ทวด การรักษาของท่านมีผล เวลานั้นอาการหนักมากนะ
ท่านบอกว่า “ถ้ารักษาหายขอให้สร้างพระยืนสูง ๑๖ ศอก”
ก็เลยบอกท่านว่า “ถ้าหายจริงๆ จะสร้างถวาย ๓๐ ศอก” เมื่อหายแล้วฉันก็ตั้งสมาธิวิปัสสนาญาณใหม่ คือไม่สร้าง ต่อมาก็นั่งคิดในใจว่าเอ๊ะ…จะเอาพระพุทธรูปไปตากแดด จิตใจไม่ชอบพระตากแดด แต่คนอื่นเขาสร้างอย่าไปตำหนิเขานะ เพราะเรื่องของเจตนาของแต่ละบุคคล จิตเป็นกุศลเหมือนกัน ไม่เป็นไร
ต่อมาก็ไปพบพระพุทธเจ้า ท่านบอกว่า
“เอาอย่างนี้ดีไหมล่ะ ฉันเมื่อสมัยมีชวิตอยู่ฉันสูง ๘ ศอกของคนสมัยนั้น เธอก็สร้างพระพุทธรูปหน้าตัก ๘ ศอก เป็นพระนั่ง แล้วก็สร้างวิหาร”
คิดเฉลี่ยแล้วแพงกว่าพระยืนไม่รูกี่สิบเท่า พระยืนจริงๆ ไม่กี่แสนหรอกนะ แต่วิหารจริงๆ หลายล้าน ก็เลยติดท่านว่า อย่างนั้นก็เอา ตกลงว่าจะไม่สร้างพระยืน พอมาถึงเที่ยวนี้ (๑ มิ.ย. ๒๕๒๙)... -
คนที่ไม่โกรธตอบนั่นนะเป็นคนดี (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ )
คนที่ไม่โกรธตอบนั่นนะเป็นคนดี
นี่จำให้ดีนะ ความยั่วยุให้โกรธ มันมีอยู่เสมอในที่ทุกสถาน ฉะนั้นบรรดาท่านที่เป็นนักปฏิบัติจงดูพระพุทธดำรัสขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ถ้าจิตใจของเราฝึกฝนดีแล้ว คือทรงพรหมวิหาร ๔ ดีแล้ว จนเป็นฌานสมาบัติ หรือว่าทรงกสิณ ๔ อย่างใดอย่างหนึ่งดีแล้ว เป็นฌานสมาบัติอย่างต้นนะ อย่างเล็ก ๆ เราจะไม่แสดงอาการโกรธตอบ และยิ่งกว่านั้น องค์สมเด็จพระภควันต์ ทรงตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหานเป็นอรหันต์ คือเป็นยอดอรหันต์ จะโกรธตอบ ท่านกลับกล่าวว่า
” คนที่ไม่โกรธตอบนั่นนะเป็นคนดี คนโกรธตอบเป็นคนเลว ”
จำไว้ตรงนี้แล้วก็นำไปประพฤติปฏิบัติ ทำกายทำใจให้พร้อมนะ ท่านจงอย่านึกว่าท่านจะไม่ถูกเขาด่า
จงอย่าคิดว่าจะไม่ถูกใครเขาแกล้ง
จงอย่าคิดว่าจะไม่มีใครเขาเบียดเบียนท่าน
และจงอย่าคิดว่าอารมณ์โกรธจะไม่เกิดขึ้นกับใจของท่าน ถ้าคิดแบบนี้ก็ประมาทเกินไป
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง -
รักษาศีลไม่ถึงเดือน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
รักษาศีลไม่ถึงเดือน
ผู้ถาม : ตอนที่คุณแม่ป่วยหนัก ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ลูกก็ได้แนะนำให้รักษาศีล ๕ ตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันตาย แต่บังเอิญรักษาได้ไม่ถึงเดือนดี ท่านก็จากไป จึงเรียนถามหลวงพ่อว่าคนที่รักษาศีล ๕ ได้ไม่ถึงเดือนอย่างนี้ ตายแล้วจะมีโอกาสไปเกิดในสุขคติได้หรือเปล่าคะ
หลวงพ่อ : หมายความว่ารักษาได้ไม่ถึงเดือนใช่ไหม ความจริงรักษาวันนั้นตายวันนั้นก็ไปสู่สุขคติ
“จิตเต ปาริสุทเธ สุคติ ปาฏิกังขา”
พระพุทธเจ้าตรัสว่า
“ก่อนจะตาย ถ้าจิตใจน้อมไปในด้านกุศล จิตบริสุทธิ์นะ ไปสู่สุขคติ”
มันไม่มีความจำเป็นต้องรักษาเต็มเดือนหรือไม่เต็มเดือนนี่ เอาเฉพาะก่อนหน้าที่จะตายจิตมันบริสุทธิ์ไหม หรือว่าจิตเป็นพาล
“จิตเป็นพาลหมายถึงจิตกลุ้ม
ถ้าจิตกลุ้มไปสูุ่ทุคติ
ถ้าจิตเป็นสุขไปสู่สุคติ”
ถ้าท่านรักษาศีลแบบนี้ ถึงแม้ไม่ถึงเดือน แต่ก็รักษาหลายวันนะ มีอานิสงส์สูง
นอกจากท่านจะมีศีลแล้ว คนนี้ก็มี “อนุสสติ” คือนึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ ใช่ไหม ก็ขอยืนยันว่า
“ถ้ารักษาศีลได้จริงไปสู่สุขคติจริง”
ผู้ถาม : แม้แต่เพียงวันเดียวหรือครับ
หลวงพ่อ : แม้แต่ประเดี๋ยวเดียวก็ไปได้
ผู้ถาม :... -
งัดของเก่ามาใช้..(พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
งัดของเก่ามาใช้
ถาม : หนูว่าพวกนี้ถ้าอาศัยกำลังใจของเราไม่พอ ?
ตอบ : ตั้งใจเอาไว้ซิว่า สิ่งใดก็ตามที่เราทำเพื่อพระศาสนา เพื่อแบ่งเบาภาระหลวงพ่อ เพื่อมรรคผลนิพพานของเรา ให้เราทำสิ่งนั้นลุล่วงโดยง่ายดาย ขอให้เราเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยกำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญา กำลังคน กำลังทรัพย์ ก็อธิษฐานไป ไม่มีใครเขาว่านี่ งัดของเก่ามาใช้ บุญเก่าทำมาเยอะแล้ว ถึงเวลาก็อธิษฐานขอกำลังบุญเก่ามาช่วยมั่งซิ แต่อย่าเอาอย่างหลวงตาวัชรชัย สมัยหนุ่ม ๆ คือบวชใหม่ ๆ หลวงตาท่านยังไม่แก่มากใช่ไหม ?
สมัยหนุ่ม ๆ เวลาขัดใจ หลวงตาจุดธูปปักฉับ ชี้ฟ้าเลย "พี่น้องข้างบนฟังให้ดี ผมลำบากจะตายห่..อยู่แล้ว สมัยเมื่อก่อนก็ตกลงกันว่าจะช่วย ๆ แล้วตอนนี้ไม่ช่วยหมายความว่าอย่างไรวะ ?" ...(หัวเราะ)... อย่าไปทำอย่างนั้นนะ อย่างนั้นสำหรับคนที่เขาเกินร้อย ของเราเอาแค่แปดสิบเก้าสิบก็พอ จะลองดูบ้างไหม ?
ด่าทีได้ที สไตล์เดียวกับท่านแสงชัย พระแสงชัยด่าเทวดาที ฝนหยุดเลย ไม่อย่างนั้นเดินธุดงค์ตั้งแต่ตีสามยันบ่ายสามโมง ฝนตกตลอด หนาวจนตัวเขียวไปหมด ท่านโมโหขึ้นมา ชี้ฟ้าด่าเลย "จะตกหาโคตรพ่อโคตรแม่มึงหรืออย่างไร ? ...(หัวเราะ)...... -
ปรารถนานิพพานแค่ไหน..(พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
ปรารถนาพระนิพพานแค่ไหน
ถาม : นี่ถ้าหากพระพุทธเจ้าท่านเสด็จมาตอนนี้แล้วท่านถาม ปรารถนาพระนิพพานแค่ไหนจะตอบว่าอย่างไร ?
ตอบ : ถามว่าปรารถนาพระนิพพานแค่ไหน ก็จะตอบว่าไปตอนนี้ได้เลยก็จะดี (หัวเราะ) ไม่มีอะไรน่าเบื่อไปกว่าร่างกายนี้อีกแล้ว เพียงแต่ว่าในเมื่อเราต้องอยู่กับมัน แล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราเกิดจากเราทำทั้งนั้น ในเมื่อเกิดขึ้นจากเราทำ เราก็ต้องยอมรับ ก็ไม่ไปดิ้นรนต่อต้านอะไร เหมือนกับอยู่อย่างมีความสุข...ใช่ไหม ? แต่จริง ๆ แล้วอยากไปจากมันทุกเวลาเลย ต้องยอมรับมันนะ ปกติของมันเป็นอย่างนั้นค้านไม่ได้เลยล่ะ ค้านเมื่อไรมันเล่นตายเลย มันป่วยปะแหง็บ ๆ ให้เห็นอยู่นี่
สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
เดือนเมษายน ๒๕๔๕ ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ
ที่มา วัดท่าขนุน
หน้า 340 ของ 440