คลังเรื่องเด่น
-
ศักดิ์สิทธิ์มาแต่โบราณ "พระชัยนวรัฐ" ๑ในพระพุทธรูปสำคัญของห้องพระ ประจำพระที่นั่งอัมพรสถาน ใช้ในพิธี
เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เวลา ๑๗.๔๔ น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก เกษม อยู่สุข อัญเชิญพระชัยนวรัฐ ไปในพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต
เมื่อพลอากาศเอก เกษม อยู่สุข ถึงยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ขึ้นไปยังห้องพระ ชั้น 3 วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายพระที่นั่งบูชาพระพุทธรูป และอัญเชิญพระชัยนวรัฐ ประดิษฐานบนพระราชยานไปยังพลับพลาพิธี ณ พระลานพระราชวังดุสิต
โดยพลอากาศเอก เกษม อยู่สุข เดินนำพระราชยานที่ประดิษฐานพระชัยนวรัฐ จากหน้าพระที่นั่งอัมพรสถาน ไปยังหน้าประตูภูธรลีลาศ ซึ่งมีริ้วขบวนตั้งรออยู่ เมื่อพระราชยานถึงประตูภูธรลีลาศ พลอากาศเอก เกษม อยู่สุข เข้าริ้วขบวนอัญเชิญพระชัยนวรัฐไปยังพลับพลาพิธี ณ พระลานพระราชวังดุสิต
โดยริ้วขบวนได้เคลื่อนจากประตูภูธรลีลาศ... -
“มีคติแน่นอน” (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
วันนี้วันพระตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น ๘ ค่ำ เดือนเจ็ด(๗) ปีมะเมีย
ขอให้ทุกท่านมีความสุขในธรรม
คำว่า “มีคติแน่นอน” นี่ก็หมายความว่า ถ้าตายจากความเป็นคนจะต้องไม่ตกนรก แล้วก็เดินทางตรงเพื่อพระนิพพาน ถึงแม้ว่าจะยังไม่ถึงพระนิพพานในชาตินี้ เกิดไปเป็นเทวดาหรือพรหมก็ต่อไปนิพพานเลย….ที่พูดกันว่าคติแน่นอนจริงๆ ในพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าหมายเอาพระโสดาบันเป็นที่ตั้ง ถ้าถึงพระโสดาบันแล้วขึ้นชื่อว่าบาปอกุศลทั้งหมด ที่ทำมาในกาลก่อนทั้งหมดงด! ไม่สามารถจะลงโทษได้ คือบาปตามไม่ทัน!
คติมีอยู่ว่า ถ้าเกิดเป็นคนกับเกิดเป็นเทวดา สลับกันไปสลับกันมา ไม่ช้าก็ไปพระนิพพาน หรือบางท่านเมื่อเป็นพระโสดาบันแล้ว ไปเกิดเป็นเทวดาก็ดี เป็นพรหมก็ดี พบพระพุทธเจ้าฟังเทศน์เพียงจบเดียวก็เป็นอรหันต์
ฉะนั้น วันนี้ก็จะขอนำเอาคติเพื่อความแน่นอนของบรรดาพุทธบริษัททุกท่าน ซึ่งมีคนบ่นกันมาก จดหมายก็มีมาหลายสิบฉบับ บอกว่าเจริญกรรมฐานมาแล้วหลายสิบปี ๑๐ ปีเศษบ้าง ๒๐ ปีบ้าง ไม่เห็นได้อะไรเลย
แต่ความจริงได้นะ ได้หลับตาเรื่อยใช่ไหม
คำว่า “ไม่ได้” ของท่านนี้เพราะท่านมุ่งฌานเป็นสำคัญ ถ้ามุ่งฌานเป็นสำคัญก็ผิดความหมายทุกคน... -
การตั้งใจไปนิพพาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
การตั้งใจไปนิพพาน
ผู้ถาม การกำหนดจิตก่อนตายเพื่อไปพรหม ควรทำอย่างไรครับ ?
หลวงพ่อ เออ…นี่ต้องไปลองซ้อมตายนะ ไปที่วัดจะเอายาสลบให้กิน ก่อนสลบก็ตั้งใจ ปัดโธ่! ไอ้หนู! ถามนี่มันเจ๊งแล้ว คือว่าการตั้งใจไปพรหม มันไม่ตั้งใจไปส่งเดช ฝึกอารมณ์มันให้ทรงตัว มันต้องมีทุนให้ทันพร้อม ถ้าเราได้ฌานไม่ต้องตั้งใจไปพรหมหรอก มันไปเองแหละ ก่อนจะตายก็เข้าฌาน มันไปพรหมเอง จะไปนิพพานก็ต้องได้ “ สังขารุเปกขาญาณ ” เป็นวิปัสสนาญาณตัวสุดท้าย เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน จะไปนิพพานต้องเป็นพระอรหันต์ ถ้าไม่เป็นพระอรหันต์ไปนิพพานไม่ได้ พระอรหันต์เขาเป็นตอนไหน ตอนที่ตัด สักกายทิฏฐิ ได้เด็ดขาด การจะเป็นอรหันต์นี่ฝึกไม่มาก ฝึกข้อเดียวคือ สักกายทิฎฐิ
สักกายทิฏฐิ มันมี ๓ ตอน คือ
๑. มีความรู้สึกว่า ชีวิตนี้ต้องตายไม่ประมาทในชีวิต นี่เป็น “ อารมณ์ของพระโสดาบันกับพระสกิทาคามี ” นะ
๒. มีความเข้าใจตามความเป็นจริงว่า ร่างกายสกปกโสโครกน่าเกลียด ไม่มีตัญหาเกิดขึ้นจากร่างกาย อย่างนี้เป็น “ อารมณ์ของพระอนาคามี ”
๓. ถ้าจิตวางเฉยในร่างกายทั้งหมด ร่างกาบของเราก็ดี ร่างกายของคนอื่นก็ดี เราเฉยหมด อย่างนี้เป็น “ อารมณ์ของพระอรหันต์ ”... -
สังโยชน์ ๑๐ ประการ..(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
สังโยชน์ ๑๐ ประการ
(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
เนื่องจากการตัด “สังโยชน์ ๑๐” เป็นสิ่งสำคัญมาก ในการก้าวเข้าสู่ความเป็นพระอริยะ ถ้าเราไม่สามารถตัดกิเลสที่เป็นเครื่องร้อยรัดใจของเราได้แล้ว ความสำเร็จที่จะบรรลุธรรมหรือจะก้าวเข้าสู่ความเป็นพระอริยะในขั้นใดก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย จึงเห็นความจำเป็นที่จะขออธิบายเรื่องนี้ซ้ำให้ละเอียด เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติในการตัดกิเลสที่เป็นตัวสำคั…ญที่จะขัดขวาง หรือเป็นอุปสรรคในการก้าวเข้าสู่ความเป็นพระอริยะในลำดับต่าง ๆ ดังนี้
สังโยชน์ ๑๐ ประการ
นักเจริญวิปัสสนาญาณจะรู้ตัวว่าได้อะไรหรือไม่ ท่านให้พิจารณาสังโยชน์ทั้ง ๑๐ ประการ คือ
๑. สักกายทิฏฐิ ความเห็นว่าร่างกายไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เราไม่มีในร่างกาย ร่างกายไม่มีในเรา
หมายความว่าเราไม่พอใจในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสใด ๆ ทั้งหมด เราไม่หลงใหลใฝ่ฝันอยู่ในขันธ์ ๕ คิดว่า ขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นสมบัติของกิเลส และตัณหา เป็นแดนของความทุกข์ และสิ่งนี้มันจะพลัดพรากจากเราก็คือจิต มันจะแตกจะทำลาย มันจะป่วยไข้ไม่สบาย จะถูกอารมณ์ร้ายต่าง ๆ ของโลกเข้ามายั่วยวน เราก็ไม่หวั่นไหว... -
ช่วยสงเคราะห์กระต่าย…(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
ช่วยสงเคราะห์กระต่าย….
ผู้ถาม : กราบหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง ข้าพเจ้า สิริ ขออุทิศทั้งหมดที่เป็นกุศลของลูกมาให้กับหลวงพ่อ และขอแบ่งสักครึ่งหนึ่ง ที่ขอแบ่งคือย่างนี้ คือว่าตอนนั้นหมามันกัดกระต่ายตัวหนึ่ง ใกล้จะตาย ผมเห็นเข้าก็เลยเกิดสงสาร เห็นมันเวทนามาก ก็เลยบอกว่า ฉันสงสารแกนะ ฉันจะสงเคราะห์แกนะ เอาไม้ตะบองตีปั๊ก… ตายไปเลย….
….ทีนี้ผมก็อุทิศส่วนกุศลไปแล้ว แต่มาข้องใจหน่อยหนึ่ง คือว่า การที่เรามีเมตตา ช่วยสงเคราะห์ให้เขาตายสะดวกขึ้นนี้ จะถือว่ามีบาปมีกรรมมีเวรหรือไม่ขอรับ?
หลวงพ่อ : ไม่ต้องถือ…มีแหง ไปช่วยมันตายเร็ว ควรจะประคับประคอง หายหรือไม่หายหรือตาย เราช่วยดีกว่า ช่วยรักษานะ ไอ้นี่แสดงว่าถ้าป่วยแหงกๆๆๆ มันไม่ทันตาย พวกฉีดยาให้ตายไปเลยนี่….
ทำหมันแมว….
ผู้ถาม : หลวงพ่อเจ้าขา ความจริงลูกไม่อยากจะรบกวนหรอกเพราะปฏิบัติตามธรรมะของหลวงพ่อมาด้วยดีตลอด เช่น เมตตา เป็นต้น ทีแรกก็เก็บแมวข้างรั้วมาเลี้ยงไว้ด้วยความเมตตา บัดนี้มันแข็งแรงสมบูรณ์ และได้ขยายพืชพันธุ์เป็นการใหญ่ (ออกลูกเยอะแยะ) แต่ลูกไม่ว่าอะไรหรอก แต่เกรงว่าลูกจะเกิดมาเดือดร้อน ลูกก็เลยเอามันไปฉีดยาทำหมัน... -
หลวงพ่อหัวแตก! เมื่อหลวงพ่อพุธรถคว่ำ ลูกศิษย์ใจหายวาบเห็นศีรษะท่านอาบด้วยสีแดงฉาน
“จิตที่ฝึกอยู่เสมอ เมื่อมีเหตุการณ์เฉพาะหน้าเกิดขึ้น มันจะรวมได้อย่างรวดเร็ว”
คราวหนึ่งที่หลวงพ่อพุธท่านประสบอุบัติเหตุรถคว่ำว่า ตอนนั้นท่านเดินทางโดยรถยนต์จากอุบลฯ กลับมาโคราช พอรถวิ่งเข้าทางโค้ง เกิดเสียหลักพลิกคว่ำไปหลายตลบ ท่านก็รวมจิตของท่านได้อย่างรวดเร็ว รถพลิกคว่ำหลายตลบ แต่รอบสุดท้ายนั้น รถกลับมาตั้งในท่าปกติได้ ท่านก็มีสติระลึกรู้อย่างรวดเร็ว คนในรถไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
ทันใดนั้นคนในรถก็ตะโกนร้องขึ้น
“ หลวงพ่อหัวแตก! ”
เมื่อท่านเอามือคลำศีรษะท่านดู ก็เห็นสีแดงฉานเต็มมือไปหมด เวลานั้นทุกคนในรถต่างตกใจเป็นอย่างมาก แต่ท่านเห็นว่ามันแปลกๆ ท่านจึงยกมือของท่าน ขึ้นมาดมกลิ่นเลือด
เพียงเท่านั้นเอง ท่านก็หัวเราะลั่น...ก็กระโถนน้ำหมากที่อยู่ในรถ มันหกรดศีรษะท่าน!
หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา
ที่มา FB : เพจพระอรหันต์สายหลวงปู่มั่น
เรียบเรียงโดย
กิตติ จิตรพรหม
http://news.tnews.co.th/contents/384994 -
พ้นทุกข์หรือยอมทุกข์: ปรัชญาพุทธกับขงจื่อ
พ้นทุกข์หรือยอมทุกข์: ปรัชญาพุทธกับขงจื่อ
หากใครได้ศึกษาเกี่ยวกับปรัชญาและแนวคิดของขงจื่อมาบ้าง จะพอเข้าใจว่าขงจื่อจะมุ่งเน้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน ด้วยความหวังว่าการปกครองแบบมีมนุษยธรรม (เหริน) และการจัดระเบียบด้วยจารีต (หลี่) จะแก้ปัญหาการไร้จริยธรรม (เต้า) ในสังคมมนุษย์ได้
ฝ่ายพุทธเถรวาทจะค่อนข้างต่างจากขงจื่ออย่างเห็นได้ชัด คือการเรียกร้องให้มนุษย์ละคลายความผูกพันและยึดมั่นถือมั่น อย่างเช่นครอบครัวหรือสิ่งที่เรารักก็ถือเป็น “ความผูกพัน” ที่ทางฝ่ายพุทธเถรวาทแนะนำให้ละทิ้งเพื่อให้ห่างไกลจากความทุกข์ ในขณะที่ขงจื่อเน้นให้คนอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขและมีวิธีประนีประนอมรักษาความสัมพันธ์เพื่อให้ความเป็นครอบครัวยังคงอยู่
สมมติฐานของผู้วิจัยตั้งอยู่บนความคิดที่ว่าปรัชญาทั้งสองสาขามอง “ความทุกข์” ต่างกัน ทำให้การเสนอทางออกในการใช้ชีวิตแตกต่างกัน สำหรับผู้ที่นับถือพุทธเถรวาทมีแนวทางการใช้ชีวิตในอุดมคติคือ “การพ้นทุกข์” ในขณะที่ชีวิตในอุดมคติของขงจื่อคือ “การยอมทุกข์” เพื่อเป้าหมายอันทรงคุณค่า
บทวิเคราะห์ถูกแบ่งเป็น 4 ส่วนใหญ่ ดังนี้
1. “ทุกข์และการหลุดพ้น” – ความหมายในทางพุทธ... -
การปฏิบัติตนเพื่อความพ้นทุกข์แบบย่อๆ
การปฏิบัติตนเพื่อความพ้นทุกข์แบบย่อๆ
ผู้ถาม: หลวงพ่อเจ้าคะ อยากจะเรียนถามว่า การปฏิบัติตนเพื่อความพ้นทุกข์แบบย่อๆ มีบ้างไหมเจ้าคะ…?
หลวงพ่อ: ต้องการแบบย่อหรือ..ต้องไม่ยืนตรง!
ผู้ถาม: อ้าว..ทำไมละครับหลวงพ่อ..?
หลวงพ่อ: งอเข่ามานิด..แล้วก็ย่อตัวลงมา ก็ความจริงอันดับแรกจับ พุทธานุสสติ ให้ทรงตัว หลังจากนั้นก็พิจารณากายคตานุสสติ ร่างกายนี้มันไม่ดีเต็มไปด้วยความสกปรก ร่างกายเป็นชิ้นเป็นตอนเป็นท่อนใช่ไหม..ไม่เป็นแท่งทึบมีอาการ ๓๒ คือ ผม..เล็บ..และฟัน เป็นต้น นี่เขาถือเป็นกายคตานุสสติ เห็นว่าทุกส่วนของร่างกายเต็มไปด้วยความสกปรกอันนี้เป็น อสุภกรรมฐาน เห็นว่ามันไม่ดีมันก็เป็นทุกข์ แล้วก็สลายตัวไปในที่สุุด
หลังจากนั้นก็ตั้งจิตไว้เฉพาะ พระนิพพานเป็นอารมณ์ และก็พยายามตั้งตนตั้งใจทำตามนี้คือ
ตัดโลภะ ความโลภ ด้วยจาคานุสสติกรรมฐาน ด้วยการให้ทาน
ตัดโทสะ ความโกรธ ด้วยการรักษาศีล มีพรหมวิหาร ๔ เป็นเบื้องหน้า
ตัดโมหะ ความหลง ด้วยการเข้าใจตามความเป็นจริงว่า ร่างกายมันไม่ดี เราไม่ต้องการมัน ต้องการนิำพพาน แค่นี้ง่ายๆ
ผู้ถาม: แค่นี้ไปได้แน่ๆ เลย..
หลวงพ่อ: จะไปก็ได้จะอยู่ก็ได้!
ผู้ถาม:... -
การเป็นพระที่แท้จริงเป็นอย่างไร โดยหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง
การเป็นพระที่แท้จริงเป็นอย่างไร โดยหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง
พระที่เข้ามาบวชในประเทศไทย เวลานี้ปีหนึ่งเกินสามแสนองค์ แต่สามแสนองค์ท่านพอใจในสมถะและวิปัสสนานี่ไม่ถึงหมื่นนะ แพ้ญาติแพ้โยม แล้วจะมานั่งบ่นกันว่าพระนี่ดีกว่าฆราวาส อันนี้ไม่ได้ พระพุทธศาสนาไม่ถือว่าเครื่องทรงเป็นของสำคัญ ท่านถือจิตใจเป็นของสำคัญ เราจะเห็นได้ว่ามีพระมาก ท่านที่บวชเข้ามาแล้ว ก็ถือเป็นประเพณี ตามประเพณี สักแต่ว่าการบวชก็มี ที่ท่านตั้งใจดีก็มี พอใจในสมถะและวิปัสสนาก็มี ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าบารมีที่สร้างมาไม่สม่ำเสมอกัน ฉะนั้น ท่านที่เป็นฆราวาสก็ตาม เป็นพระก็ตาม ถ้าหากว่าบุคคลใดมีกำลังใจเข้าถึงความเป็นพระโสดาบัน พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่า “พระ” หมด
สำหรับพระสงฆ์จะมีศีลบริสุทธิ์ก็ดี มีฌานสมาบัติสมบูรณ์ก็ดี ถ้าหากว่ากำลังใจของท่าน วันนั้นยังไม่เข้าถึงความเป็นพระโสดาบัน พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่า “สมมติสงฆ์” ยังไม่เรียกว่า “พระ” ถ้าถึงพระโสดาบันเมื่อไหร่ ท่านก็เรียกว่า “พระ”
สำหรับฆราวาส ถ้าถึงพระโสดาบัน พระพุทธเจ้าท่านก็เรียกว่า “พระ” อย่างท่านเรียกวิสาขามหาอุบาสิกาพระโสดาบัน อนาถบิณฑิกเศรษฐีพระโสดาบัน... -
กรรมของลูกกรอก..(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
กรรมของลูกกรอก
ผู้ถาม : หลวงพ่อครับ แล้วกรรมอะไร…ทำให้เกิดมาเป็นลูกกรอกครับ ?
หลวงพ่อ : เพราะกรรมลูกกรอก !
ผู้ถาม : (หัวเราะ)
หลวงพ่อ : ความจริงก็แปลก เพราะอะไร.. จึงเป็นลูกกรอก เจ้าลูกกรอกนี่ พอออกมาก็ตาย มันต้องมีบุญผสมกรรมที่เป็นปาณาติบาตหนัก เพราะกรรมที่เป็นปาณาติบาตหนักที่อยู่ในครรภ์ก็ตาย และออกจากท้องแม่ก็ตาย นี่แสดงว่ากรรมหนัก แต่ส่วนหนึ่งที่เป็นกุศลเขาสูง มาใช้กรรมแค่อยู่ในท้องแม่ออกมาก็ตาย เมื่อตายแล้วสิ่งที่เป็นกุศลก็เข้ามาสนอง ฉะนั้นลูกกรอกจึงเป็นผีที่มีอานุภาพมาก
(อนึ่ง เคยมีผู้มาขอ กุมารทอง กับหลวงพ่อ ท่านบอกว่าไม่มีแล้วได้เล่าสมัยหลวงปู่ปานให้ฟังว่า เคยมีคนป่วยมาให้หลวงปู่ปานรักษา แล้วท่านบอกว่า คนป่วยรายนี้ถูกกุมารทองที่เลี้ยงไว้เล่น่งานเอา
หลวงพ่อจึงได้ให้ความรู้ในเรื่องนี้ว่า ผู้ที่เลี้ยงกุมารทองเอาไว้ เช่นที่เรียกว่า รักยม เป็นต้น บางทีในเวลาป่วยไข้ไม่สบาย จะถูกกุมารทองทำร้ายเอาได้ จึงต้องระมัดระวังในเรื่องนี้ไว้)
ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ) -
คนจริงเค้าทำตัวธรรมดา เฉยๆ
เรื่อง คนจริงเค้าทำตัวธรรมดา เฉยๆ
“การเจริญพระกรรมฐาน บรรดาท่านพุทธบริษัท ถ้าเราไปกล่าววาจา โอ้อวด พระพุทธเจ้าถือว่า เป็น อุปกิเลส เพราะว่า การแสดงตัวว่าเราเองเป็นผู้เจริญกรรมฐาน ห่มผ้าสีกรัก ทำท่าหลับตา ทำท่าสงบเสงี่ยมเกินไปอย่างนี้เป็นการโอ้อวด แสดงออกว่าฉันเจริญกรรมฐาน พระพุทธเจ้าท่านกล่าวว่า เป็นอุปกิเลส ทำไม่ได้ ต้องทำตัวให้เหมือนเขา
ฉะนั้น ยามปกติทั้งหมด จะทำตัวเหมือนกับชาวบ้านเหมือนกับพร…ะธรรมดา ๆ ทั้งหมด จะคุยสนุกสนานเฮฮาตามเรื่องตามราวไป ไม่ขัดจังหวะกัน แต่ว่าถึงเวลาของเรา เราก็ทำของเรา
การเจริญกรรมฐานเป็นหน้าที่ของพระ พระจริง ๆ ที่บวชเข้ามาในพระพุทธศาสนา ต้องมีคุณสมบัติ ๓ อย่างครบถ้วน
๑. อธิศีลสิกขา รักษาสิกขาบท คือ ศีล มากกว่า ฆราวาส และก็รักษา ให้ครบถ้วน
๒. อธิจิตสิกขา รักษาสมาธิให้มีการทรงตัวเป็นฌานอยู่เสมอ เป็นการป้องกันนิวรณ์เข้ามารบกวน
๓. อธิปัญญาสิกขา นั่นหมายถึงว่า ใช้ปัญญาตัดกิเลสให้เป็นสมุจเฉทปหาน
แต่ว่าจะตัดได้หมดหรือไม่หมด ก็เป็นเรื่องของจิตใจในเวลานั้น ก็ไม่ใช่ว่าจะบังคับกันว่า ต้องตัดหมด ถ้าตัดหมดได้ก็ดี เพราะการบวชเวลานั้นถือภาษิต อยู่บทหนึ่งว่า... -
ปัญหาการบริโภคเนื้อสัตว์ โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
ปัญหาการบริโภคเนื้อสัตว์ โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
ผู้ถาม : ” เรื่องการถวายอาหารพระนะครับหลวงพ่อ เวลาอุบาสิกานำอาหารไปถวายพระ แล้วก็เอาอาหารพวกเนื้อสัตว์ไปถวาย จะบาปไหมครับ…? ”
หลวงพ่อ : ” ถามไม่ละเอียดนี่ อาตมาตอบไม่บาปเลยก็ได้ คือ เนื้อสัตว์ที่เขาฆ่าแล้วและไปซื้อมา เราไปบังคับให้เขาฆ่าเมื่อไรละ ใช่ไหม…? ”
ผู้ถาม : ” ถ้าเราไม่กินเขาก็ไม่ฆ่า ”
หลวงพ่อ : ” ถ้าเขาไม่ฆ่าเราก็ไม่ซื้อ เราไม่ซื้อเขาก็ฆ่า เราไม่ซื้อคนอื่นซื้อ เขาก็ฆ่า ถ้าเราสั่งให้เขาฆ่าซิ “วันนี้ไก่ ๓ ตัวนะ” “วันนี้ขอหมูให้ฉัน ๑ ขานะ” “พรุ่งนี้จะแต่งลูกสาว เอาวัว ๓ ตัว หมู๓ ตัวนะ” อย่างนี้บาป ตั้งแต่เริ่มสั่ง พระยายมบันทึกแล้ว บันทึกตั้งแต่สั่งแล้ว ถ้าตายไปก่อน รับวัวรับหมูนะ ลงเลย ”
ผู้ถาม : ” ก็หมายความว่าบาปเฉพาะ คนสั่งฆ่า กับ คนฆ่า…! ”
หลวงพ่อ : ” คนไหนฆ่าสัตว์คนนั้นก็บาป คนไหนสั่งคนนั้นก็บาป เราซื้อที่เขาฆ่ามาขาย กินเท่าไรเราก็ไม่บาป เพราะไม่เป็นบาปพระพุทธเจ้าจึงไม่ห้าม ที่ไม่ห้ามเพราะว่าเขาฆ่าเป็นปกติอยู่แล้ว
คำว่า บาป นี้แปลว่า ชั่ว บุญ แปลว่า ดี ทำชั่วแปลว่าบาป ทำดีเรียกว่าบุญ ทีนี้ชีวิตเขามีอยู่เราไปฆ่าเขา... -
ด้วยอุตสาหะยิ่งใหญ่บวชถวายสังฆราช
ผู้เข้าร่วมโครงการอุปสมบทถวายสมเด็จพระสังฆราชประกอบพิธีอุปสมบทแล้วที่วัดไทยพุทธคยา ก่อนจาริกไปสังเวชนียสถานและสถานที่สำคัญเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
เมื่อวันที่ 30 พ.ย. คณะผู้สมัครอุปสมบท 99 คน (ภิกษุ 95 สามเณร 4) ในโครงการอุปสมบทพระภิกษุ ณ ดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย ถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในโอกาสทรงเจริญพระชันษาครบ 91 พระชันษา วันที่ 26 มิ.ย. 2561) ซึ่งจัดโดยมูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม (ในการนี้ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานมูลนิธิฯ ได้สมัครบวชด้วย) ได้เดินทางถึงสนามบินพุทธคยาในเวลา 12.00 โดยประมาณ
จากนั้นเดินทางไปรับประทานอาหารเที่ยงที่วัดเมตตาพุทธารามเสร็จแล้วเดินทางมาวัดไทยพุทธคยา ซึ่งเป็นที่พักและที่ประกอบพิธีอุปสมบท
ในโอกาสนี้ พระธรรมโพธิวงศ์ (วีระยุทธ วีรยุทโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยาและหัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาลได้มอบหมายให้พระครูอุดมโพธิวิเทศ เลขานุการเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา กล่าวต้อนรับคณะผู้เข้าอุปสมบทและชี้แจงขั้นตอนการบรรพชาที่จะกระทำ ณ... -
เหล็กไหล…หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
เหล็กไหล…หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
เหล็กไหลมีจริงหรือเปล่าครับหลวงพ่อ
มีจริง แต่มันเป็นของหายาก เอายาก ที่เขามาอวดกันมันไม่ใช่เหล็กไหลหรอก เหล็กไหลนี้มันจะไหลอยู่ไม่หยุด หลวงพ่อไล่ตะครุบเหล็กไหลนี่จนเหงื่อแตก มันก้อนโตขนาดเม็ดข้าวโพดเม็ดใหญ่ๆ ทีนี้วัตถุที่โตขนาดนี้ ถ้าเป็นสิ่งอื่นเราไปหยิบมันจะติดมือขึ้นมา อันนี้พอไปหยิบ หยิบแล้วทั้งๆ ที่มันแข็ง มันสัมผัสมือเหมือนกับหยิบสำลี คล้าย ๆ กับมันยุบตัวลงไป แต่พอยกมือขึ้นมันจะไม่ติดมือ พอยกมือขึ้นปั๊บมันจะกลิ้ง พอไปจับจะหยิบขึ้นให้มันติดมือมาไม่มีติด ถ้ามันอยู่บนพื้นไม้กระดาน มันจะกลิ้งอยู่อย่างนั้น พอตกถูกพื้นปูนซีเมนต์มันจะหายจมลงไปในปูนซีเมนต์เลย หลวงพ่อนี่จับต้องมาด้วยมือ เห็นมาด้วยตา เพราะฉะนั้น ถ้าใครเอามาให้ดูแล้วมันไม่ใช่หรอก มีแต่ก้อนหินธรรมดานี่แหละเขาเอามาให้ดู อย่างดีก็พวกประเภทที่เขาเรียกว่าโคตรเหล็กไหล ไอ้ตัวเหล็กไหลจริงๆ นี่มันไม่ใช่อย่างนั้น สีมันดำเหมือนตาดำคน ที่นี้ พอจับปั๊บมันจะเย็นเหมือนจับน้ำแข็ง เวลาเอาวางไว้แม้อยู่ในที่ราบ ๆ มันก็จะกลิ้งของมัน มันอยู่ในฟันกรามเขาส่องดูก็มองเห็น พอเอาไม้แหย่มันจะวิ่งหลบเข้าไป... -
หลวงปู่มั่น ล่วงรู้วาระจิตหลวงพ่อชาอย่างน่าอัศจรรย์
เรื่อง “หลวงปู่มั่น ล่วงรู้วาระจิตหลวงพ่อชาอย่างน่าอัศจรรย์”
(จากชีวประวัติ หลวงพ่อชา สุภัทโท)
ท่านออกเดินทางย้อนกลับมาที่อุบลราชธานี พักอยู่ที่ทางปฏิบัติของแต่ละสำนัก การเดินทางครั้งนั้น ผู้ร่วมทางบางคนในคณะเกิดท้อถอย เพราะมีความเหน็ดเหนื่อย และยาก ลำบากมาก ต้องเดินลัดเลาะป่าเขา เดินตามทางเกวียน ประกอบกับเป็นผู้ไม่คุ้นเคยต่อการเดินทางไกลนัก พระบางรูปจึงขอแยกทางกลับคืนถิ่นเดิม หลวงพ่อกับพระ อีกสองรูปที่ไม่เลิกล้มความตั้งใจ ได้ออกเดินทางต่อ ในที่สุดก็ถึงสำนักของหลวงปู่มั่น เสนาสนะวัดป่าหนองผือนาใน
ก้าวแรกที่หลวงพ่อเดินเข้าไปเห็นสภาพวัดป่าหนองผือนาใน
ก้าวแรกที่ย่างเข้าสู่สำนักป่าหนองผือนาใน หลวงพ่อรู้สึกประทับใจในบรรยากาศอันสงบร่มรื่นของสำนัก มองดูลานวัดสะอาดสะอ้าน กิริยามารยาทของเพื่อนบรรพชิตในวัดป่านี้เป็นที่น่าเลื่อมใส จึงเกิดความพึงพอใจยิ่งกว่าสำนักใด ๆ ที่เคยเห็นเคยสัมผัสมา ยามเย็นวันแรกที่ไปถึง ได้เข้ากราบนมัสการ หลวงปู่พร้อมศิษย์ของท่านเพื่อฟังธรรมร่วมกัน หลวงปู่มั่นท่านไดปฏิสันถาร สอบถามเกี่ยวกับอายุ พรรษา และสำนักที่เคยได้ศึกษาปฏิบัติ
หลวงปู่มั่นล่วงรู้วาระจิตหลวงพ่อชา... -
“ครูบาอาจารย์ชอบพิสูจน์ลูกศิษย์” (พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)
“ครูบาอาจารย์ชอบพิสูจน์ลูกศิษย์”
ถ้าใจเราสงบใจเราไม่วุ่นวายก็แสดงว่าเรามีธรรม ถ้าพูดแค่นี้แล้วโกรธก็แสดงว่ากิเลสออกแล้ว ไม่มีอะไรมาปราบกิเลสใช่ไหม บางคนนี้พอเสียสูญหน่อยไปเลย ไปไม่กลับเลย แสดงว่ากิเลสมันฝังลึกนะ พอเวลาไปจี้มันมานี้มันผุดเหมือนภูเขาไฟระเบิด แต่พวกเราอย่าไปคิดนะ ว่าใจเราตอนนี้นิ่งใจ เราตอนนี้ไม่มีกิเลสนะ ยังไม่มีอะไรมาจี้ถูกจุด พอมีอะไรมาจี้ใจดำเข้าดูซิ เดี๋ยวมันก็ตะบะแตก นี่แหละครูบาอาจารย์ชอบพิสูจน์ลูกศิษย์ ใครว่าเก่ง ไปอยู่กับครูบาอาจารย์ดู เดี๋ยวท่านก็หาที่จี้แหย่กิเลสให้ แต่คนที่ชอบอยู่กับครูบาอาจารย์ก็ชอบตรงนี้ จะได้รู้ จะได้ไม่หลง เพราะเวลาหลงนี้ครูบาอาจารย์ท่านรู้แล้ว เดี๋ยวท่านแหย่ออกมาปั๊บ
อัตตาตัวตนยังเยอะนะ ใครว่าไม่ได้ ใครแตะไม่ได้เลย คนนี้เหมือนฝนฟ้าอากาศเราไปสั่งให้เขาตกหรือไม่ตกได้หรือเปล่า เราไปสั่งให้เขาชมไม่ให้ตำหนิเราได้หรือเปล่า ต้องเห็นอนัตตามันถึงจะหยุดวิภวตัณหาได้ เราไปสั่งเขาไม่ได้ บอกเขาว่าคุณชมเราอย่างเดียวนะ คุณอย่ามาตำหนิเรานะ ไม่ได้บอกได้แต่เขาไม่ฟังเรา เพราะเขาก็มีอารมณ์ใช่ไหม อารมณ์ดีเขาก็ชมเรา อารมรมณ์ไม่ดีก็ด่าเราตำหนิเรา... -
โลกอันนี้มีเกิดมีตาย ไม่มีเต็ม เวียนว่ายตายเกิดอยู่ตลอดไป
“ มนุษย์มีเกิดมีตาย
สัตว์เดรัจฉานมีเกิดมีตาย
เทวดามีเกิดมีตาย
พรหมมีเกิดมีตาย รวมแล้วโลกอันนี้มีเกิดมีตาย ไม่มีเต็ม เวียนว่ายตายเกิดอยู่ตลอดไป เป็นทุกข์อยู่ตลอดไป เป็นภพเป็นชาติยืดยาวด้วยเชื้อเกิดเชื้อตาย ภาวนาแล้ววิชชาเกิดพอรู้จักได้การเกิดตายของเจ้าของ เห็นโทษเห็นภัยของการท่องเที่ยวเกิด แก่ เจ็บตาย เป็นภพเป็นชาติ เกิดแล้วตาย เกิดแล้วตาย ไม่มีอะไรจะยั่งยืนถาวร ”
“ เกิดตายมาของผู้ข้าฯ จะนับตั้งแต่ชาติชีวิตที่เคยได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์
– เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ ๗ ชาติ อยู่เพชรบูรณ์ก่อนพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันมาตรัส ๓ หมื่นปี
– มาเกิดเชียงใหม่
– ไปเกิดอยู่สิบสองปันนาสิบสองจุไทย ก่อนศาสนา ๒๘,๐๐๐ ปี
– มาเกิดอยู่มุกดาหาร เป็นกษัตริย์ ๗ ชาติ ราษฎร ๕ ชาติ ก่อนศาสนา ๑๓,๐๐๐ ปี
– เกิดปราจีนบุรี เป็นเจ้านาย ๔ ชีวิต ก่อนศาสนา ๖,๕๐๐ ปี
– เกิดอยู่ลพบุรี เป็นราษฎร ๓ ชีวิต
เป็นกษัตริย์ ๕ ชีวิต ก่อนศาสนา ๓,๐๐๐ ปี
– ไปเกิดอยู่พาราณสี
– เกิดอยู่กรุงกบิลพัสดุ์ เป็นเจ้าสีหนุราช
– เกิดกุสินารา เป็นพันธุละเสนาบดี
– เกิดอยู่เนปาล บวชเป็นฤาษี มีหมู่ ๕๐๐ ฤาษิณี ๒๕๐ ตน ฤาษี ๒๕๐ ตน... -
บันไดขั้นแรกเพื่อพระนิพพาน (หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)
บันไดขั้นแรกเพื่อพระนิพพาน
ธรรมโอวาทหลวงพ่อพระราชพรหมยาน
ท่านทั้งหลายที่ต้องการพระนิพพาน วันนี้ก็ขอมอบบันไดขั้นแรกแก่บรรดาท่านพุทธบริษัทเพื่อไปนิพพาน ไปปฏิบัติตามสังโยชน์ ๓ ประการ ถ้าปฏิบัติไม่ได้ ไอ้ที่กล่าวว่า นิพพานะ ปัจจโย โหตุ ต่างๆ ส่งเดช มันไปไม่ได้หรอก
๑.มีปัญญารู้สึกตามความเป็นจริงว่า ชีวิตนี้มันต้องตาย ถ้าใครไม่นึกว่าตาย มันก็เลวเต็มที คนทุกคนเกิดมาต้องตาย ถ้าเราลืมความตายของเรา จงจำว่าเราเป็นคนเลวมาก เพราะว่าทุกวันทุกเวลาเราเดินเข้าไปหาความตาย
๒.คิดว่าเราจะตาย การตายนี่มันไม่แน่ จะไปดีหรือไปชั่วเราไม่แน่ เราก็เลือกไปดี อันดับแรก ก็ยึดพระพุทธเจ้า ยึดพระธรรม ยึดพระอริยสงฆ์เป็นที่พึ่ง คำว่ายึดเป็นที่พึ่งนี่ไม่ใช่ไปนั่งนึกอย่างเดียว คือนึกถึงความดีของพระพุทธเจ้า นึกถึงความดีของพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า นึกถึงความดีของพระอริยสงฆ์สาวกที่นำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาบอกเรา ท่านมีความดี ยอมรับนับถือด้วยความจริงใจไม่เสื่อมคลาย ไม่สงสัย นี่คือข้อที่สอง มันก็ไม่ยาก
๓.สีลัพพตปรามาส เฉพาะฆราวาสก็รักษาศีล ๕ ให้บริสุทธิ์ เท่านี้ พระโสดาบันก็ดี สกิทาคามีก็ดี มีอารมณ์เท่านี้
ที่มา... -
ความทุกข์ ความร้อน ตั้งต้นที่ใจของตนเอง
“ความทุกข์ ความร้อน ตั้งต้นที่ใจของตนเอง”
การจะทำความทุกข์ความร้อนให้บรรเทาเบาบาง ห่างจากโลกไป จึงอยู่ที่ต้องทำใจตนเองของแต่ละคน ให้มีกิเลสเข้าครอบคลุมน้อยที่สุด บางเบาที่สุด
ผู้ที่มีกิเลสครอบคลุมใจมาก ก่อความร้อนให้แก่ตนเองและผู้อื่นมาก เป็นที่เข้าใจกันว่า ผู้นั้นเป็นคนไม่ดี แม้ตัวเองจะคิดว่าตนเป็นคนดี แต่ความจริงหาเป็นคนดีไม่
คนมีกิเลสห่อหุ้มใจมาก จะเป็นคนดีไม่ได้ พึงสำนึกในความจริงข้อนี้ และรู้จักตนเองให้ถูกต้อง เพื่อจะได้ปรับปรุงตนเองให้เป็นคนดีให้ได้
ไม่มีใครของคนไม่ดี ไม่มีใครปรารถนาจะเป็นคนไม่ดี เพียงแต่ไม่ทุกคนที่มีความเห็นชอบ จึงไม่ทุกคนที่จะรู้ตัวว่าตนเป็นคนไม่ดี ทั้ง ๆ ที่ก่อความเดือดร้อนให้แก่โลกอยู่ ด้วยถูกกิเลสครอบงำชักจูงไป
(สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช)
ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น -
กฏธรรมดาของโลก ถ้ามันเกิดขึ้นกับเราก็ถือว่าช่างมัน
กฏธรรมดาของโลก ถ้ามันเกิดขึ้นกับเราก็ถือว่าช่างมัน
ธรรมโอวาทหลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง
วันนี้ก่อนที่จะศึกษาอย่างอื่นก็ให้นึกถึงกฏธรรมดาไว้เป็นสำคัญ กฏธรรมดาสำหรับเรานั่นก็คือ
๑. ชาติปิ ทุกขา ความเกิดเป็นทุกข์
๒. ชราปิ ทุกขา ความแก่เป็นทุกข์
๓. มรณัมปิ ทุกขัง ความตายเป็นทุกข์
๔. โสกปริเทวทุกขโทมนัส ความเศร้าโศกเสียใจเป็นทุกข์
๕. ความพลัดพราก จากของรักของชอบใจเป็นทุกข์ มีอารมณ์ขัดข้องหรือมีความปรารถนาไม่สมหวังเป็นทุกข์
พระพุทธเจ้าทรงกล่าวว่า เราเกิดมาเพื่อประสบกับทุกข์ คนที่เกิดมาแล้วทุกคนที่จะไม่มีทุกข์ ไม่มี ถ้าหากว่าเรายังยึดถือร่างกายเป็นของเรา ทรัพย์สินเป็นของเรา ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเป็นของเรา อารมณ์ทุกข์มันก็เกิด เกิดเพราะว่าจิตเราเกาะ ที่เรียกว่าอุปาทาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โลกธรรมทั้ง ๘ ประการ คือ
มีลาภ-ดีใจ ลาภสลายตัวไป-เสียใจ
มียศ-ดีใจ ยศสลายตัวไป-เสียใจ
มีความสุขในกามสุข-ดีใจ ความสุขหมดไป-ร้อนใจ
ได้รับคำนินทา-เดือดร้อน ได้รับคำสรรเสริญ-มีสุข
นี่ก็ถือว่าเป็นอารมณ์ของอุปาทาน สร้างความทุกข์ สร้างความหวั่นไหวให้เกิดขึ้นกับเรา
● ทำอย่างไรเราจึงจะพ้นทุกข์... -
เรื่องความหมายของคำว่า ” ผาติกรรม ”
: เรื่องความหมายของคำว่า ” ผาติกรรม ” :
ที่ภาษาพระเค้าเรียกว่า “ผาติกรรม” การทำผาติกรรม คือการนำของที่มีคนนำมาทำบุญแล้ว แล้วพระท่านได้นำออกมาให้คนอื่นๆ “เช่าหรือซื้อ” ในราคาถูกเพื่อทำบุญกุศลต่อ เพื่อความสะดวกสบายของท่านพุทธศาสนิกชน จะได้ไม่ต้องจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องนำมาทำบุญ เพราะทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้แล้ว การทำเช่นนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์หลายอย่าง เพราะอย่างน้อยของทำบุญก็ไม่ล้นวัด เพราะปริมาณของคนทำบุญมากกว่าคนใช้
สมมุติว่า…มีคนถวายสังฆทาน ๑,๐๐๐ คน จะมีถังสังฆทาน ๑,๐๐๐ ใบ ย่อมเป็นภาระของวัดและพระที่ต้องหาที่เก็บ
ในขณะที่พระในวัดก็มีใช้เกินพอ เกินความจำเป็น
แต่ทางวัดยังมี โบสถ์ วิหาร ศาลา เสนาสนะ หรืออย่างอื่นที่ต้องปรับปรุงแก้ไขพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก
แต่ไม่มีทรัพย์ที่จะปรับปรุงพัฒนา จึงให้มีการ “ผาติกรรม” เพื่อที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่วัดท่าซุง , บ้านสายลม หรือตามสาขาของวัดท่าซุงทั้งหมดทั้งหลายนั้น จึงจัดให้มีการ “ผาติกรรม” องค์พระพุทธรูป และ ชุดสังฆทาน ตลอดมา และเชื่อว่า หากทำไม่ได้หรือเป็นวิธีการที่ผิด หลวงพ่อฤาษีท่านคงห้าม ! ทำแล้วหล่ะครับ... -
รับรองพุทธศาสตร มจร.เฉพาะในที่ตั้ง4สาขาปี56-60
เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 60- ดร.พะโยม ชิณวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (กช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ที่มี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงมาตรฐานความรู้วิชาชีพครูของคุรุสภา 9 มาตรฐาน โดยให้ปรับรายละเอียดของมาตรฐานวิชาชีพครูฯ ให้เชื่อมโยงกับการทำมาตรฐานวิชาชีพครูของคณะกรรมการอิสระเพื่อปฎิรูปการศึกษา ที่จะต้องดูภาพรวมมาตรฐานวิชาชีพครูทั้งหมด
ทั้งนี้ มาตรฐานความรู้วิชาชีพครูฯ นั้น ถือเป็นเครื่องมือที่ใช้วัดสมรรถนะของครู ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายทั้งกลุ่มนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ 5 ปี ตลอดจนกลุ่มผู้ที่ไม่ได้เรียนครูโดยตรง โดยเข้ารับการฝึกอบรม พัฒนาตนเอง หรือเทียบโอนให้ได้รับรองความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครูฯ และสามารถใช้เป็นคุณวุฒิในการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ โดยตั้งแต่ปี 2557-2559 มีผู้ผ่านการอบรมมาตรฐานวิชาชีพฯ ทั้งสิ้น 60,253 คน อย่างไรก็ตาม รมว.ศึกษาธิการ อยากจะทำเรื่องนี้ให้เป็นของขวัญกับครูทุกคน
ดร.พะโยม กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกัน... -
“สังฆราช” รับสั่ง มส.ออกกฎคุมเข้มพระบวชใหม่-แก้ศาสนาเสื่อม
“สังฆราช” รับสั่ง มส.ออกกฎคุมเข้มพระบวชใหม่-แก้ศาสนาเสื่อม
“สังฆราช” มีพระบัญชา มส.ออกมติคุมเข้มพระบวชใหม่แก้ไขความเสื่อมทางศาสนา สั่งกำหนดระยะเวลาบวชขั้นต่ำ จัดหลักสูตรให้พระศึกษาชัดเจน
วันนี้ (30 พ.ย.) ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายสมเกียรติ ธงศรี รักษาการผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ปฏิบัติหน้าที่โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ว่า ที่ประชุมมส.มีมติแจ้งไปยังเจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัด พระสังฆาธิการทุกระดับ และพระอุปัชฌาย์ เข้มงวดพระธรรมวินัย กฎมหาเถรสมาคม รวมถึงเรื่องการคัดกรองคนเข้ามาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา โดยให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และให้มีผลโดยทันที โดยไม่ต้องรอรับรองผลการประชุม พร้อมกันนี้มส.ยังมีมติแต่งตั้งคณะทำงานในการร่างหลักเกณฑ์สำหรับการบวชพระใหม่ โดยจะต้องมีการกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำว่า จะต้องบวชกี่วัน รวมถึงหลักสูตรที่จะต้องให้พระใหม่ได้ศึกษาระหว่างการบวช ด้วย ซึ่งมส.ได้มอบหมายให้พระพรหมบัณฑิต พระพรหมมุนี พระพรหมดิลก พระพรหมโมลี ดำเนินการร่างหลักสูตรให้เสร็จภายใน 20 วันและนำเข้ารายงานมส.ต่อไป... -
ทำไมต้อง "นางแก้ว" ไม่เข้าใจ
ตามนั้นเลยค่ะ อยากทราบค่ะ ขุดของเดิมมาอ่านมันอจินไตยยังไงไม่รู้
เมื่อวาน ตั้งกระทู้ไม่มีใครมาตอบ แต่คนละเรื่อง
วันนี้อยากรู้เรื่องใหม่ก็ตั้งอีก ค่ะ
ไม่มีใคร ใน 7,000,000 คนสมาชิก มาตอบกันในหนึ่งวัน ก็ จะลบ ค่ะ ฮึ ! -
ฮือฮา! หล่อพระน้องชาย พระพุทธชินราช
ฮือฮา! หาดูยาก หล่อพระน้องชาย พระพุทธชินราช ประดิษฐ์วัดคลึงคราช จ.อุตรดิตถ์ วัดในตำนานพระเวชสันดรชาดก
วันที่ 30 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดคลึงคราช (คะลึงคะราช) หมู่ 4 ต.หาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ประชาชนจำนวนมากต่างหลั่งไหลเข้าชมและขอมีส่วนร่วม ในพิธีพิธีแกะองค์พระพุทธชินราชจำลอง ปางมารวิชัย เนื้อทองเหลือง หลังจากทำพิธีเททองหล่อเสร็จสิ้น ซึ่งเป็นความร่วมแรงร่วมใจของพุทธศาสนิกชนตำบลหาดสองแคว ต้องการหล่อพระพุทธชินราชจำลอง ประดิษฐาน หน้าโบสถ์เก่าแก่ อายุ 110 ปี โบราณสถานขึ้นทะเบียนโดยกรมศิลปกร เป็นศิลปะแบบลาวเวียงจันทร์ หลวงพระบาง ซึ่งมีประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า ถูกผูกและเล่าเรื่องตั้งอยู่ในเมืองตาชูชก ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ ในชาดกเรื่องพระเวสสันดร โดยเฉพาะกัณฑ์ชูชก 1 ใน 13 กัณฑ์ เทศมหาชาติพระเวสสันดรชาดก
นายสุรเชษฐ กลั่นกลอน พ่อค้ารถเร่ขายของตามตลาดนัดทั่วภาคเหนือ ในฐานะเจ้าภาพผู้จัดสร้างและเป็นลูกหลานชาวตำบลหาดสองแคว ได้จุดธูปขอขมาพระพุทธชินราชจำลอง เหล่าเทพเทวดา ภูมิเจ้าที่ พระแม่ธรณีผู้ดูแลปกปักรักษาผืนดิน... -
เมื่อวัดบันดาลใจ ใครๆ ก็อยากเข้า
วัดในประเทศไทยเรามีประมาณ 4 หมื่นวัด แต่สังเกตหรือไม่ว่า ทุกวันนี้คนไม่ค่อยเข้าวัดกัน หรือเข้าวัดน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย แบบว่านานๆ เข้าที จนหลายวัดดูสภาพเหมือนวัดร้างเข้าไปทุกวันๆ แล้วการที่คนเข้าวัดนั้น ส่วนใหญ่ถ้าไม่ไปงานบวชก็งานศพ หรือไปในเวลามีเทศกาลสำคัญๆ เช่น วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันสำคัญเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีไทยที่วัดจัดงานขึ้นมา เป็นต้น
ทำไมคนไม่ค่อยเข้าวัด?
บางคนอาจบอกว่า ก็วัดไม่มีอะไรให้ทำนี่ เช่น กิจกรรมปฏิบัติธรรมที่ทุกวัดควรต้องมี แต่มีเฉพาะบางวัดและมีจำนวนน้อยมากที่จัดกิจกรรมนี้เป็นหลัก ซึ่งประชาชนไปวัดตอนไหนก็สามารถเข้าไปปฏิบัติได้ ทำให้หลายคนไม่เข้าวัดแต่เลือกไปสถานปฏิบัติธรรมต่างๆ ของเอกชน หรือมูลนิธิต่างๆ แทน เพราะคิดว่าเอื้อต่อการปฏิบัติธรรมของตัวเอง
บางคนอาจมองว่า พื้นที่วัดกลายเป็นลานจอดรถไปแล้ว ทั้งไม่สะอาด ไม่มีต้นไม้ ไม่มีพื้นที่สีเขียว เข้าไปก็ร้อน สู้ไปห้างดีกว่าเย็นสบาย บางวัดสิ่งปลูกสร้างก็ใช้วัสดุไม่เข้ากับความเป็นวัด ซ้ำไปทำลายคุณค่าและสร้างทัศนะอุจาดให้วัด บางวัดก็เป็นพุทธพาณิชย์จนแทบหาคุณค่าของวัดที่แท้จริง คือ... -
นักเลงคิดลองของพระธุดงค์ ยิงปืนใส่ "หลวงปู่ดู่" ขณะนั่งภาวนา
เจอดีเข้าให้!! เมื่อมีนักเลงคิดลองของพระธุดงค์ ยิงปืนใส่ "หลวงปู่ดู่" ขณะนั่งภาวนา แต่ยิงไม่ออก สุดท้ายต้องมาอ้อนวอนขอของดีจากท่าน!!
หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ บรรพชาอุปสมบท ณ วัดสะแก ตำบลธนู อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีหลวงปู่กลั่น เจ้าอาวาสวัดพระญาติการาม เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงปู่แด เจ้าอาวาสวัดสะแก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงปู่ฉาย วัดกลางคลองสระบัว เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๘ ตรงกับวันอาทิตย์ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๖ ได้รับฉายาว่า "พรหมปัญโญ" ด้วยความที่ท่านเป็นผู้มีความใฝ่รู้จึงมีความเพียรที่ศึกษาทั้งด้านปริยัติและปฏิบัติ จากพระคณาจารย์ผู้ทรงภูมิรู้ภูมิธรรมในยุคนั้นหลายท่าน อาทิ หลวงพ่อกลั่น หลวงพ่อเภา ท่านเจ้าคุณเนื่อง พระครูชม หลวงพ่อรอด (เสือ) และอีกหลายๆท่านตามจังหวัดต่างๆ
ประสบการณ์ธุดงค์ของท่าน เมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๖ ออกพรรษาแล้ว ท่านก็เริ่มออกเดินธุดงค์จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีเป้าหมายที่ป่าเขาทางแถบจังหวัดกาญจนบุรี และแวะนมัสการสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น พระพุทธฉายและรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี... -
เปิดตัวหนังสือ “๑๐๘ องค์พระปฏิมา พระพุทธรูปคู่แผ่นดิน” วธ.จัดพิมพ์เผยแพร่
เปิดตัวหนังสือ “๑๐๘ องค์พระปฏิมา พระพุทธรูปคู่แผ่นดิน” วธ.จัดพิมพ์เผยแพร่พุทธศิลป์ในพระอารามสำคัญทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่บริเวณชั้นล่าง อาคารที่ทำการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วธ. เป็นประธานการแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “๑๐๘ องค์พระปฏิมา พระพุทธรูปคู่แผ่นดิน” โดยมี นายสมชาย ณ นครพนม ผู้ทรงคุณวุฒิ (ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์) กรมศิลปากร ให้การบรรยายสรุป มีคณะผู้บริหารวธ. ผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ อาทิ องค์การพุทธศาสนสัมพันธ์แห่งโลก ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย สภาวัฒนธรรมในเขตกรุงเทพมหานคร สมาคมเปรียญธรรมแห่งประเทศไทย พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
นายวีระ กล่าวภายหลังการแถลงข่าวว่า วธ.มอบให้กรมการศาสนา(ศน.) จัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่ประวัติ ความสำคัญขององค์พระปฏิมา พระพุทธรูปคู่แผ่นดินที่มีปรากฏมากมายตามวัดต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย และมีศิลปกรรมหลากหลายสะท้อนความงามในเชิงช่างของยุคสมัยต่างๆ ตั้งแต่ศิลปะสมัยทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี เชียงแสน ล้านนา สุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ โดยในเบื้องต้นนี้ วธ.ได้เลือกสรรพระพุทธรูปสำคัญ จำนวน... -
คณะสงฆ์ชินงอน สาธยายพระสูตรถวายพระราชกุศล ร.9 ฉลอง 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น
คณะสงฆ์ชินงอน สาธยายพระสูตรถวายพระราชกุศล ร.9 ฉลอง 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น
พระโสภณวชิราภรณ์ (ไสว โชติโก) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ในฐานะรองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) กล่าวว่า คณะสงฆ์นิกายชินงอน ปูซาน นำโดยพระธรรมาจารย์ใหญ่ทาชิโร่ โกเกียว และศ.โอซุกะ โนบุโอะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยไทโซ จากประเทศญี่ปุ่น ได้เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อร่วมฉลอง 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น และสาธยายพระสูตรถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ด้านหน้าพระเมรุมาศ และที่พระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีพระเทพเมธี(สมเกียรติ โกวิโท) รักษาการเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ ให้การต้อนรับ ในโอกาสนี้ทางคณะสงฆ์นิกายชินงอน ยังได้นำพระพุทธรูปปางสมาธิ พุทธลักษณะแบบมหายาน ที่ทางคณะสงฆ์นิกายชินงอน สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาถวายให้กับทางวัดอรุณฯด้วย
พระโสภณวชิราภรณ์ กล่าวด้วยว่า คณะสงฆ์ของญี่ปุ่น ให้ความเคารพในสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างมาก... -
“ ภัยของผู้หญิง ”...หลวงปู่จาม มหาปุญโญ
“ ภัยของผู้หญิง ”
“ ไปซื้อเครื่องบวช อยู่ตลาดบ้านผือ จ.อุดรธานี เราก็ไปถามหาของร้านนั้นร้านนี้ เขาก็ชี้บอกให้ไปถามดูร้านอียายบางว่าจะมีไหม ก็ไปถามนั่นนี่ต่อรองราคากับพ่อของอียายบาง
พออียายบาง(นางสาวบาง) มาเห็นเราเท่านั้นแหละ ยืนตะลึงงงงันอยู่นั่น เราก็เงอะงะทำอะไรไม่ถูก อียายบางก็บอกให้พ่อไปขายของให้คนอื่น แล้วก็เข้ามาพูดถามเราว่าไปไหนมาไหนอยู่ที่ไหน ต้องการอะไร
เราก็บอกไปตามจริงว่า อยากได้มีดโกนกาตา ๓ ตา อยากได้มีดพับกาหัวหมาและของอย่างอื่นอีกเล็กน้อย จะเอาไปเป็นเครื่องบวช สาวก็ถามว่า จะเอาไปบวชใคร ? “จะบวชเอง” เราตอบ
สาวก็นิ่งเฉยอยู่ทำท่าน้ำตาจะไหล น้ำตาไต่ขอบ เราก็นึกในใจอะไรอีกบาปกรรมอะไรของกูอีกหนอนี่ แล้วสาวก็เล่าความฝันให้ฟังว่าเมื่อคืนนี้ฝันเห็นพี่นาคมาหาก่อนแล้ว ไม่ผิดเลยกับความฝันแล้วเขาก็ว่า “ขอเถอะพี่นาคอย่าฟ่าวบวช มาอยู่ค้าขายด้วยกันนี้ก็พอจะเป็นไปได้อยู่ ทุนรอนก็มี กำไรค้าขายก็พอมี พ่อแม่ก็คงจะไม่ว่าอะไร คืนนี้จะปรึกษากับพ่อแม่ดูให้ไปเอาพี่นาคมาอยู่ด้วยค้าขายด้วยกัน ขอให้ได้ลูกเสียก่อนจะไปบวชก็แล้วจั่งไปนะอ้ายนาคนะ””
เราก็ไม่รับปากเขา จะถามซื้อ ถามหาของ เขาก็ว่า...
หน้า 339 ของ 440