คลังเรื่องเด่น
-
กรมการศาสนาเสนอแผนเผยแผ่พุทธปี61มส.ทราบ
กรมการศาสนาเสนอแผนเผยแผ่พุทธปี61มส.ทราบ
วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 12.51 น.
กรมการศาสนาเสนอแผนเผยแผ่พุทธปี61มส.ทราบ
กรมการศาสนาเสนอแผนเผยแผ่พุทธปี61ทั้งไทย-เทศ ให้ มส.ทราบ ตั้งเป้าหมายสร้างสังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน
นายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า กรมการศาสนาได้นำเสนอโครงการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในปี 2561ให้ที่ประชุมมหาเถรสมาคมได้รับทราบ จำนวน 13 โครงการ ประกอบด้วยโครงการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ค่ายคุณธรรมสำหรับเยาวชน ลานธรรม ลานวิถีไทย ชุมชนคุณธรรมขับเคลื่อนด้วยพลังบวร คลินิกคุณธรรมในสถานศึกษา ประกวดบรรยายธรรม สวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ โครงการธรรมะสู่คนทั้งมวล ส่งเสริมพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนไปประกอบศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประเทศอินเดีย-เนปาล
โครงการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณรและบวชศีลจาริณีภาคฤดูร้อน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมถึงโครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ ซึ่งโครงการทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์ ซึ่งเป็นพระสงฆ์ทั้งที่เป็นพระสังฆาธิการ และพระสงฆ์ทั่วประเทศ... -
คอร์สภาวนาปริญญาโท หนึ่งเดียวในโลกที่ มจร
โดย สมาน สุดโต
มหาเถรสมาคม (มส.) จับมือ “มจร” มุ่งมั่นนำวิปัสสนาธุระ ตามพระไตรปิฎก ออกประกาศพระพุทธศาสนา เปิดปฐมนิเทศวันพ่อแห่งชาติ ที่วัดพิชยญาติการาม พิสูจน์กัมมัฏฐานพองยุบ เริ่มด้วยบำเพ็ญกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยคณะนิสิตสาขาวิปัสสนาภาวนา ในอุปถัมภ์ทุนโครงการเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทยในเวลา 09.30 น. วันที่ 5 ธ.ค. 2560
เมื่อเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 แล้ว สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เป็นประธานพิธีปฐมนิเทศ “โครงการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา 7 เดือน” และ “โครงการศึกษาดูงานการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา”ณ ประเทศสหภาพเมียนมา ประจำปีการศึกษา 2560 ได้กล่าวให้โอวาทสรุปความว่า พระอรหันต์สาวกได้รวบรวมร้อยกรองหลักกัมมัฏฐานที่พระบรมศาสดาได้ประทานไว้ในมหาสติปัฏฐานสูตรนั้นมีทั้งส่วนที่เป็นสมถกัมมัฏฐานและเป็นวิปัสสนากัมมัฏฐาน โดยเฉพาะหมวดธาตุมนสิการ การพิจารณาธาตุ 4 นั้น มีหลักวาโยธาตุ หมายถึงการพิจารณาธาตุลมภายในกาย... -
พุทธศาสนิกชนไทย-ลาว ร่วมพิธีปฏิบัติบูชาพระธาตุพนม
พุทธศาสนิกชนไทย-ลาว นับหมื่นร่วมพิธีปฏิบัติบูชาพระธาตุพนม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต
พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและลาว ร่วมเจริญจิตภาวนา สวดมนต์ ทำวัตรข้ามคืนบูชาพระธาตุพนม องค์พระธาตุพนม บริเวณวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตซึ่งถือปฏิบัติกันมาเป็นประจำทุกปี
กิจกรรมนี้จะจัดทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือน ธ.ค.ทุกปี ซึ่งสอดคล้องกับการทำบุญเดือนอ้าย ฮีตสิบสองคลองสิบสี่ของชาวอีสาน โดยมีการแสดงพระธรรมเทศนาจากพระสงฆ์ ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธแดนอีสานตลอดทั้งคืน กระทั่งถึงรุ่งเช้าจะทำบุญตักบาตรที่หน้าองค์พระธาตุพนม
สำหรับงานครั้งนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนใน จ.นครพนม วัดพระธารตุพนมวรวิหาร มูลนิธิพุทธทาส อิทปัญโญ จัดขึ้น นอกเหนือจากเป็นการร่วมทำบุญแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาอีกด้วย
ขอขอบคุณที่มา... -
"กรรมเป็นหลักสำคัญของศาสนา" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
"กรรมเป็นหลักสำคัญของศาสนา"
" .. คำว่า "กรรม คือการกระทำดีชั่วทางกายวาจาใจ" นี่เป็นความจริงประจำโลก ประจำธรรมมาดั้งเดิม ไม่มีอะไรจะมาดัดแปลงหรือลบล้างให้เป็นอื่นได้ "เป็นธรรมตายตัว เป็นกรรมตายตัวและเป็นวิบากดีชั่วตายตัวอยู่กับการกระทำ" ไม่เป็นอื่น
"ศาสนาจึงเว้นคำว่ากรรมนี้ไม่ได้ กรรมนี้จึงเป็นหลักสำคัญอยู่ในวงพระศาสนา" เพราะสัตว์โลกทำกรรมดีชั่วกันอยู่ทั่วดินแดน "ไม่มีใครอยู่เฉย ๆ ได้โดยไม่ทำอะไรทั้งทางใจ ทั้งทางวาจาและทางกาย" เมื่อไม่ทำทางใดก็ต้องทำทางหนึ่งอยู่นั่นแล
"เมื่อการกระทำยังมีอยู่ เรื่องความผิดถูกซึ่งเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นก็ย่อมมี" เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องมีการสอนกันให้รู้วิธี วิธีกระทำ "ทำอย่างไรถึงจะเป็นความถูก ทำอย่างไรเป็นความผิด และจะแก้ไขความผิดนั้นด้วยวิธีใด" จะบำรุงส่งเสริมความดีนั้นให้เจริญงอกงามขึ้นโดยลำดับด้วยวิธีใด
"นี่เป็นอุบายวิธีการท่านสอนให้รู้จักวิธีปฏิบัติตัวของสัตว์โลกผู้ทำกรรมดีชั่ว" และรับเสวยผลอยู่เรื่อยมาไม่มีลดหย่อนผ่อนคลายบ้างเลย "จะได้ปฏิบัติตัวด้วยวิธีที่ถูกทาง ผลจะเป็นคุณเป็นประโยชน์แก่ตัวเองเท่าที่ควร"... -
พญานาคหนีเที่ยวโลกมนุษย์ !! เกิดเป็นคนได้ไม่นานก็ตาย จน “หลวงพ่อโอภาสี” ต้องเข้าช่วย
พญานาคหนีเที่ยวโลกมนุษย์ !! เกิดเป็นคนได้ไม่นานก็ตาย ทำหัวอกพ่อแม่สลาย จน “หลวงพ่อโอภาสี” ต้องเข้าช่วย !!
หลวงพ่อโอภาสี เป็นพระรูปหนึ่งที่ขึ้นเชื่อเรื่องของการติดต่อกับวิญญาณ โดยเชื่อกันว่าตัวท่านเองสามารถถอดจิตไปไหนมาไหนได้ แม้แต่ครั้งที่ท่านมรณะภาพไปนั้น ก็เกิดจากเหตุว่าท่านได้ถอดจิต แต่ไม่สามารถกลับเข้าร่างได้
หลวงพ่อโอภาสี และ หลวงพ่อบ๋าวเอิง หรือท่านบ๋าวเอิง แห่งวัดญวนสะพานขาว มีความสัมพันธ์ สนิทสนมกัน ไปมาหาสู่กันเสมอ เพราะเป็นพระที่ติดต่อกับโลกหลังความตายได้ทั้งคู่ โดยเรื่องที่จะนำมาเล่าให้ฟังต่อไปนี้ เป็นประสบการณ์ทางวิญญาณอีกเรื่องหนึ่งที่ หลวงพ่อโอภาสีและหลวงพ่อบ๋าวเอิงได้ประสบมาด้วยกัน ความว่า....
มีเด็กคนหนึ่งตายได้หนึ่งเดือนแล้วแต่ร่างกายไม่เน่าเปื่อย บิดา-มารดาของเด็กได้มาหาท่านขอให้ช่วยชีวิตลูกของเขากลับคืนมา ท่านบ๋าวเอิงฟังเรื่องการไม่เน่าไม่เปื่อยของเด็กที่ตายไปแล้วก็อยากจะรู้ ความจริง จึงได้ทำพิธีเรียกวิญญาณเด็กคนนั้นมาถามก็ได้ความว่า
"เป็นลูกชายพญานาคมาเที่ยวเมืองมนุษย์ ถึงเวลาแล้วต้องกลับ"
บิดา-มารดาของเด็กทราบความก็อยากให้ลูกฟื้นคืนชีวิตมาอีก... -
ฮือฮา!พบพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยอายุกว่า500ปี
ฮือฮา!พบพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยอายุกว่า 500 ปี
ชาวบ้าน พระ นักโบราณคดี ขุดวัดสันธาตุบ้านร่องไฮ โบราณสถาน พบพระพุทธรูปหินทรายสมัยสุโขทัย ปางลีลาวดี อายุกว่า 500 ปี
วันที่ 9 ธค.60 ผู้สื่อข่าวได้ติดตาม เจ้าหน้าที่ พระ และชาวบ้านร่องไฮ หมู่ 1ต.แม่ใส อ.เมือง จ.พะเยา ที่ได้ร่วมกันทำการขุดดินในเขตแนววัดสันธาตุโบราณสถานบ้านร่องไฮ ซึ่งเป็นวัดโบราณเก่าแก่ ของชุมชนบ้านร่องไฮ ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ อยู่ในเขตติดกับกว๊านพะเยา และเป็นวัดสาขา หนึ่ง ของวัดติโลกอาราม ที่อยู่กลางกว๊านพะเยา ที่ใน สมัยโบราณ มีการสร้างวัดขึ้นมา มีอายุกว่า 500 ปี ร่วมกับวัดอื่นๆ ที่อยู่ รอบๆ ในบริเวณกว๊านพะเยา อีก 8-9 วัด ที่มีการขุดค้นพบ ภายในบริเวณกว๊านพะเยาที่มีเนื้อที่กว้างถึง 12,831 ไร่ (วัดโบราณในกว๊านพะเยา มีมาก่อนจะมีกว๊านพะเยา กว๊านพะเยา เกิดขึ้นปี พ.ศ.2482 กรมประมงได้สร้างประตูระบายน้ำกั้นลำน้ำอิง กักเก็บน้ำไว้ จนเป็นกว๊านพะเยา ถึงปัจจุบัน)
ล่าสุดมีได้มีการขุดวัดสันธาตุ โบราณ สถานบ้านร่องไฮ พบประพุทธรูปหินทราย ปางลีลาวดี ยุคสุโขทัย ขนาดสูงประมาณ150-160 เซนติเมตร ขนาดเท่าตัวคน... -
"ฝึกตนดีแล้วจึงฝึกผู้อื่น ชื่อว่าทำตามพระพุทธเจ้า"
"ฝึกตนดีแล้วจึงฝึกผู้อื่น ชื่อว่าทำตามพระพุทธเจ้า"
"ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา"
" .. สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า "ทรงทรมานฝึกหัดพระองค์จนได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ" เป็น "พุทฺโธ" ผู้รู้ก่อนแล้วจึงเป็น "ภควา" ผู้ทรงจำแนกแจกธรรมสั่งสอนเวไนยสัตว์ "สตฺถา" จึงเป็นครูของเทวดาและมนุษย์ เป็นผู้ฝึกบุรุษผู้มีอุปนิสัยบารมีควรแก่การทรมานในภายหลัง
จึงทรงพระคุณปรากฏว่า "กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต" ชื่อเสียงเกียรติศัพท์อันดีงามของพระองค์ย่อมฟุ้งเฟื่องไปในจตุรทิศจนตราบเท่าทุกวันนี้
แม้พระอริยสงฆ์สาวกเจ้าทั้งหลายที่ล่วงลับไปแล้วก็เช่นเดียวกัน "ปรากฏว่าท่านฝึกฝนทรมานตนได้ดีแล้ว จึงช่วยพระบรมศาสดาจำแนกแจกธรรม สั่งสอนประชุมชนในภายหลัง" ท่านจึงมีเกียรติคุณปรากฏเช่นเดียวกับพระผู้มีพระภาคเจ้า
"ถ้าบุคคลใดไม่ทรมานตนให้ดีก่อนแล้ว และทำการจำแนกแจกธรรมสั่งสอนไซร้ ก็จักเป็นผู้มีโทษ" ปรากฏว่า "ปาปโกสทฺโท" คือ เป็นผู้มีชื่อเสียงชั่วฟุ้งไปในจตุรทิศ "เพราะโทษที่ไม่ทำตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" และพระอริยสงฆ์สาวกเจ้าในก่อนทั้งหลาย .. "
"มุตโตทัย"
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต -
พุทธธรรมจากพระโอษฐ์ ตอน ทรงแสดงอัปปมัญญาธรรมสี่ชนิดที่สูงกว่าเดียรถีย์อื่น
พุทธธรรมจากพระโอษฐ์ ตอน ทรงแสดงอัปปมัญญาธรรมสี่ชนิดที่สูงกว่าเดียรถีย์อื่น
(พวกเดียรถีย์อื่นถามพระภิกษุที่เข้าไปสนทนาด้วย ว่าพระสมณโคดมแสดงธรรมต่างจากพวกเดียรถีย์อย่างไร ในเมื่อมีการแสดงเรื่องอัปปมัญญาธรรมสี่ คือมีจิตแผ่ไปด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา สู่ทิศทั้งปวง ด้วยระเบียบถ้อยคำที่เท่ากันตรงกันทุกคำพูด ภิกษุเหล่านั้นได้เข้าไป เฝ้าพระผู้มีพระภาคกราบทูลถึงเรื่องนี้ ซึ่งได้ตรัสอัปปมัญญาธรรมสี่ในระดับที่สูงขึ้นไปถึงระดับเจโตวิมุตติ มีข้อความดังต่อไปนี้
ภิกษุ ท. ! พวกเธอพึงกล่าว (ถาม) ปริพพาชกเดียรถีย์อื่นผู้กล่าวอยู่อย่างนั้น ว่า “ท่านผู้มีอายุ ! ก็เมตตาเจโตวิมุตติ ...กรุณาเจโตวิมุตติ ...มุทิตาเจโตวิมุตติ ...อุเบกขาเจโตวิมุตติ เจริญกันแล้วอย่างไร มีคติอย่างไร มีธรรมอะไรเป็นอย่างยิ่ง มีผลอย่างไร มีที่สุดจบอย่างไร ? (เมื่อตรัส ตรัสทีละอย่าง แยกเป็น ๔ ตอน ตามจำนวนของเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา โดยมีลำดับอักษรอย่างเดียวกัน)” ดังนี้.
ภิกษุ ท. ! เมื่อถูกถามอย่างนี้ ปริพพาชกเดียรถีย์อื่น ท. เหล่านั้นจักไม่มีคำตอบ จักอึดอัดใจอย่างยิ่ง. ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า ? ภิกษุ ท. ! เพราะว่า... -
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ตอน อริยสัจสี่โดยสังเขป(อีกนัยหนึ่ง) (ทรงแสดงด้วยปัญจุปาทานขันธ์)
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ตอน อริยสัจสี่โดยสังเขป(อีกนัยหนึ่ง)
(ทรงแสดงด้วยปัญจุปาทานขันธ์)
ภิกษุ ท. ! ความจริงอันประเสริฐมีสี่อย่างเหล่านี้. สี่อย่างเหล่าไหนเล่า ? สี่อย่างคือ ความจริงอันประเสริฐ คือทุกข์, ความจริงอันประเสริฐคือเหตุให้เกิดทุกข์, ความจริงอันประเสริฐ คือความดับไม่เหลือของทุกข์, และความจริงอันประเสริฐ คือทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์.
ภิกษุ ท. ! ความจริงอันประเสริฐ คือทุกข์ เป็นอย่างไรเล่า ? คำตอบคือ ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นถือมั่นห้าอย่าง. ห้าอย่างนั้น อะไรเล่า ? ห้าอย่างคือ ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นถือมั่น ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ. ภิกษุ ท. ! อันนี้ เรากล่าวว่า ความจริงอันประเสริฐ คือทุกข์.
ภิกษุ ท. ! ความจริงอันประเสริฐ คือเหตุให้เกิดทุกข์ เป็นอย่างไรเล่า ? คือตัณหาอันใดนี้ ที่เป็นเครื่องนำให้มีการเกิดอีก อันประกอบด้วยความกำหนัดเพราะอำนาจความเพลิน มักทำให้เพลิดเพลินยิ่งในอารมณ์นั้น ๆ ได้แก่ ตัณหาในกาม, ตัณหาในความมีความเป็น, ตัณหาในความไม่มีไม่เป็น. ภิกษุ ท. ! อันนี้ เรากล่าวว่า ความจริงอันประเสริฐ คือเหตุให้เกิดทุกข์.
ภิกษุ ท.... -
สุดสะพรึงยามค่ำคืน !!! ขอวอนอย่านำศาลพระภูมิมาทิ้งอีก...ชาวบ้านสยองจนแทบไม่กล้าเดินผ่าน
ชาวบ้านร้อง...สุดสะพรึงยามค่ำคืน !!! ขอวอนอย่านำศาลพระภูมิมาทิ้งอีก...ชาวบ้านสยองจนแทบไม่กล้าเดินผ่าน !!!
วันที่ 8 ธ.ค. 60 ชาวบ้านสุดทนวอนอย่านำศาลพระภูมิมาทิ้งริมถนน โคนต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ ริมถนนคันคลองชลประทาน สายบางพลับ โพธิ์ทอง ตำบลบางพลับ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง สร้างความหวาด ผวาน่าสะพรึงกลัว กับชาวบ้านที่พบเห็นและเดินทางผ่านไปมา ในยามค่ำคืน และกลางวัน
ซึ่งบริเวณที่ดังกล่าว เป็นทางเปลี่ยวไร้ผู้คนอยู่อาศัย ด้านหน้าติดคันคลองชลประทานด้านหลังติดวัดร้างและพื้นที่นา ที่ผ่านมาได้มีเจ้าหน้าที่ได้เก็บไปหมดแล้ว แต่ในครั้งนี้กลับมีชาวบ้านนำศาลประภูมิเจ้าที่ และรูปปั้นสิ่งปรักหักพังเสียหายมาทิ้งมีมากว่าเดิม
ด้านนายสมนึก สังข์วุฒิ เจ้าหน้าที่วีอาร์กู้ภัยจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า บริเวณนี้เป็นวัดโพธิ์ ที่ร้างเก่าแก่มานานหลายสิบปีแล้ว และที่ผ่านมาได้มีประชาชนนำศาลพระภูมิเจ้าที่ ที่หักพังจากการรื้อถอนเปลี่ยนใหม่และนำของเก่าที่เสียหายมาทิ้ง เป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทำการเก็บและปรับภูมิทัศน์จนสะอาดเรียบร้อยแล้ว
ผ่านไปไม่ถึง 1 ปี กลับมีประชาชนนำซากศาลประภูมิเจ้าที่... -
บันทึกเหตุการณ์ สมเด็จพระสังฆราช!"พระสมเด็จนางพญา"เสด็จที่หน้าตัก ขณะทำสมาธิ!!
ที่สุดแห่งปาฏิหาริย์...บันทึกเหตุการณ์ จากสมเด็จพระสังฆราช !!! "พระสมเด็จนางพญา" เสด็จที่หน้าตัก ขณะทำสมาธิ !!!
เรื่องพระนางพญาเสด็จที่พระตำหนักสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช
(บันทึกโดยสมเด็จญาณสังวร)
วันจันทร์ ที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๑๙
เวลาประมาณ ๓ ทุ่ม (๒๑.๐๐น)
ได้ไหว้พระบริกรรมสวดมนต์ที่หน้าโต๊ะหมู่บูชา ที่กุฏิคอยท่า ชั้น ๒ ตามเคย
และนั่งทำสมาธิต่อไปถึง ๔ ทุ่มเศษ
ได้ยินเสียงตกกระทบดังกิ๊กที่โต๊ะบูชา
คิดว่าคงเป็นก้อนน้ำตาเทียนหล่นจากปลายเทียนที่กำลังจุดบูชามาถูกเชิงของเชิงเทียนหรือจานรอง จึงลืมตาขึ้นดูที่จานรองก็ไม่พบอะไรหล่น
ดูเทียนก็ไม่พบก้อนน้ำตาเทียนอะไรติดอยู่ เพราะเป็นพวกเทียนไขที่ไม่ค่อยมีน้ำตาเทียนหรือที่เรียกว่าขี้เทียน
จึงหลับตาทำสมาธิต่อไปอีกครู่หนึ่ง จึงเลิก
มองไปที่พรมและผ้าที่ปูไว้สำหรับกราบพระ
ก็ได้พบพระ(แบบพระนางพระยา)องค์หนึ่งวางอยู่ จึงหยิบขึ้นมาดู
เห็นเป็นพระแบบที่เรียกกันว่าพระสมเด็จนางพระยา เป็นดินเผาของเก่างดงามสมบูรณ์
และได้เห็นมีพระบรมธาตุฝังติดอยู่ที่ไหว้พระศอ ๑ องค์
ได้เกิดปีติโสมนัสว่าพระสมเด็จนางพระยาองค์นี้ได้เสด็จมาโดยปาติหาริย์... -
หลวงปู่สรวงได้โยนเชือกว่าวให้แล้วพูดว่า ยัวเตราเซ็ล แปลว่า เอาไปศีล
ปริศนาสอนธรรมหลวงปู่สรวงถือว่าเป็นมรดกธรรมที่เกิดจากกิจกรรมปริศนา หรือการกระทำใดๆ ที่เชื่อว่าหลวงปู่ทำให้ดูแปลกๆ ที่ชาวบ้านแปลไม่ออก ว่าหลวงปู่สรวงพาทำหรือทำให้ดูมีความหมายธรรมะว่าอย่างไรแต่ถ้าแปลเป็นหวยก็ต่างพากันแปลได้
เช่น สอนธรรมคานไม้หาม, ว่าวหมุนรอบทิศ, ขุดหลุ่มปริศนา, บันได ๖ ขั้น, มัดสุ่ม, ตักบาตรปล่องไม้ไผ่ , มัดโอ่ง, โยงเชือก และอื่นๆอีกมากมาย รวมถึงปริศนาลายลิขิตหลวงปู่สรวงด้วยปริศนาเหล่านี้หลวงปู่ไม่ได้บอกความหมายอะไรไว้เลยพอที่จะเป็นลายแทงนำไปสู่ความเข้าใจได้
คงจะดีหากมีผู้รู้มาไขปริศนาผ่านพุทธพจน์คำสอนของพระพุทธเจ้าให้เราได้ศึกษาผ่านปริศนาหลวงปู่สรวงซึ่งไม่ต้องบอกว่าไขปริศนานั้นถูกผิดหรือไม่อย่างไรไม่ต้องมีการตัดสินอะไรทั้งสิ้นเพราะปริศนาเป็นสมบัติ ที่ทุกคนสามารถแปลได้และเข้าถึงได้โดยเท่าเทียมกันผ่านการแสดงทัศนะได้ให้ปรากฎเป็นรูปธรรมจะลึกซึ้งประณีตอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับความรู้หรือภูมิธรรมปัญญาของผู้แปลเอง
จากการที่อาตมาได้ ศึกษาเรื่องราวหลวงปู่สรวงมา สนใจมากเกี่ยวกับปริศนาที่หลวงปู่สรวงได้แสดงไว้อย่างมาก ปริศนาที่มีโอกาสได้สอบถามพระอาจารย์แพร เจ้าอาวาสวัดคู่แท่น... -
รอยยิ้มหลวงปู่สรวง รอยยิ้มแห่งสันติสุข รอยยิ้มแห่งความเมตตาคุ้มครองโลกคุ้มครองลูกหลานให้มีความสุข
ชาวโลกกำลังจดจำรอยยิ้มของหลวงปู่สรวง ผู้ได้รับการขนานนามว่า เทวดาเดินดิน เพราะเหตุใดหลวงปู่สรวงเป็นที่ศรัทธาของคนจำนวนมาก และคนเหล่านั้นกำลังมุ่งเข้ามาศึกษาเรื่องราวประวัติของท่าน จนบัดนี้ได้กลายเป็นตำนานที่เล่าขานกันไม่จบสิ้น แม้ว่าหลวงปู่สรวงจักได้ละสังขารไปแล้ว เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2543 ก็ตาม รวมระยะเวลา 10 กว่าปีแล้ว อาตมาคิดว่าคงไม่ใช่เพียงแค่รอยยิ้มหลวงปู่สรวงที่ปรากฏในภาพ ที่ทำให้คนทั้งหลายจำจดท่านได้ แต่คงเป็นเพราะปฏิปทา จริยวัตร ของท่าน ที่ทำให้คนจดจำท่าน ที่สำคัญท่านเป็นผู้ที่มีความเมตตาต่อเหล่าสรรพสัตว์เท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ เทวดา หรือสัตว์เดรัจฉาน ท่านเคยฉุดช่วยเหลือเหล่าสัตว์ทั้งหลายให้ได้พ้นจากทุกข์ยากลำบากทั้งทางกายทางใจมามากต่อมาก และที่สำคัญท่านก็เป็นที่พึ่งให้คนป่วยและคนเหล่านั้นก็หายป่วยประหนึ่งว่าได้ชีวิตใหม่ ได้รอยยิ้มแห่งสันติสุข รอยยิ้มแห่งผาสุขขึ้นมาใหม่ เช่น เรื่องชีวิตใหม่ของลำดวน ที่ปรากฏในหนังสือตามรอยหลวงปู่สรวงเล่ม 5
มีเรื่องเล่าดังนี้ว่า
ณ กระท่อมกลางท้องนาข้างต้นมะขาม ระหว่างบ้านละลมกับบ้านจะบก เห็นมีผู้คนนั่งอยู่ในบริเวณนั้นหลายคน... -
ความลับสู่"สุคติภพ"จาก "หลวงปู่ดูลย์"เผยวิธีปรับจิตสู่สวรรค์ กำหนดจิตสุดท้ายให้เกิดในภพภูมิที่ดี !!!
ผู้ที่กำลังจะถึงแก่ความตายนั้น ภายในจิตย่อมเกิดอารมณ์และความคิด สุดท้ายอารมณ์ต่างๆ เหล่านั้นจะผ่านเข้าไปในจิต มีทั้งอารมณ์ยินดีและยินร้าย พอใจและไม่พอใจ เพียงระยะเวลาสั้นๆ ของผู้ที่ไม่เคยฝึกอบรมจิตมาก่อน จิตจะส่งกระแสออกไปตามอารมณ์ต่างๆ นับไม่ถ้วน
เมื่อดวงจิตจะต้องดับลงจริงๆ แล้ว ดวงจิตจะยึดเอาอารมณ์สุดท้ายที่จิตเสวยอยู่นั้นมาเป็นอารมณ์จิตและติดเข้าไปยังปรโลกด้วย ไปก่อให้เกิดภพภูมิของจิต อันเปรียบเสมือนมิติแห่งความคิดที่ดวงจิตวิญญาณ เมื่อผ่านเข้าไปยังปรโลกใหม่ ด้วยเหตุนี้บางคน แม้เคยทำบุญมามากต่อมากแต่ตายไปกลับไปตกนรกทั้งนี้เป็นเพราะ"จิตหมอง"ก่อนตาย บางคน แม้จะทำบาปทำกรรมมามากมาย แต่ตายไป กลับไปอยู่บนสวรรค์ทั้งนี้เพราะเกิด"จิตใส"ตอนดับจิต กรณีทั้งสองแบบ ล้วนมีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎกมาแล้วทั้งสิ้นแต่สำหรับคนที่เคย"ฝึกจิต"มาก่อนวินาทีที่รู้ตัวว่า อย่างไรเสียจะต้องตายหรือดับจิตลงไปแน่ๆหาก"ทำเป็น" ก็อาจพลิกจิตยกขึ้นสู่ภูมิสูง ไปสู่"สุคติ"หรือ"อริยะ" ไป "สุคติภพ"หรือ"อริยภูมิ" เลยก็ได้
สำหรับวิธีตกกระไดพลอยกระโจน (สู่สุคติภพหรืออริยภูมิ)ของพระราชวุฒาจารย์หลวงปู่ดุลย์ อตุโล วัดบูรพาราม... -
ตำนานหลวงปู่จันทา ถูกอดีตภรรยาปัสสาวะรดใส่ เจออีกทีกลายเป็นเปรต
ตำนานหลวงปู่จันทา ถูกอดีตภรรยาปัสสาวะรดใส่ เจออีกทีกลายเป็นเปรต
Double Colour
Published on Jul 18, 2017 -
“ทุกวันนี้คนไม่รู้ศาสนา จึงเบียดเบียนกัน”(ในหลวง ร.๙ ทรงปุจฉาวิสัชนาธรรมโดย หลวงปู่ฝั้น อาจาโร)
เรื่อง “ทุกวันนี้คนไม่รู้ศาสนา จึงเบียดเบียนกัน”
(ในหลวง ร.๙ ทรงปุจฉา)
(วิสัชนาธรรมโดย หลวงปู่ฝั้น อาจาโร)
ในคราวเสด็จฯพระราชทานผ้าพระกฐินส่วนพระองค์ครั้งแรก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนมัสการถามหลวงปู่ฝั้นมีข้อความสำคัญตอนหนึ่งว่า
“พระราชปุจฉา : ทำอย่างไร ประเทศชาติ ประชาชนจะอยู่ดีกินดี มีความสามัคคี ปรองดองกัน?
หลวงปู่ฝั้น : ให้เข้าหาพระศาสนา เพราะศาสนาสอนให้คนละชั่ว กระทำความดี ทำใจให้ผ่องใส
พระราชปุจฉา : คนส่วนมากทำดี คนส่วนน้อยทำชั่ว จะทำให้คนส่วนมากเดือดร้อนไหม ทำอย่างไรจึงจะแก้ไขได้?
หลวงปู่ฝั้น : ขอถวายพระพร ทุกวันนี้คนไม่รู้ศาสนาจึงเบียดเบียนกัน ถ้าคนเรานึกถึงตนแล้วก็ไม่เบียดเบียนกัน เพราะต้องการความสุขความเจริญ คนอื่นก็เช่นกัน คนทุกวันนี้เข้าใจว่าศาสนาอยู่กับวัด อยู่ในตู้อยู่ในหีบในใบลาน อยู่กับพระพุทธเจ้าอินเดียโน่น จึงไม่สนใจบ้านเมือง จึงเดือดร้อนวุ่นวาย มองหน้าไม่ได้ ถ้าคนเราถือกันเป็นบิดามารดา เป็นพี่เป็นน้องกัน แล้วก็สบายไปมาหาสู่กัน เพราะใจเราไม่มีเวร เวรก็ไม่มี ใจเราไม่มีกรรม กรรมก็ไม่มี ฉะนั้นให้มีพรหมวิหารธรรม อย่างมหาบพิตร... -
“ผู้ถึงฝั่งพระนิพพาน ต้องภาวนาสละเป็นสละตาย”(หลวงปู่หล้า เขมปัตโต)
เรื่อง “ผู้ถึงฝั่งพระนิพพาน ต้องภาวนาสละเป็นสละตาย”
(โอวาทธรรม หลวงปู่หล้า เขมปัตโต)
ขั่นปฏิบัติเพื่อสิเอาเงินล้านเงินโกฏิมาแข่งกันกับเขา มันกะยากฮั่นแหล๋ว ปฏิบัติเพื่อพ้นทุกข์ในวัฏสงสารมันสิยากอีหยัง พอเพียงกินกับขี้นี่ สายกรรมฐานคือกันล่ะ ขั่นโสเป็นโสตายแหล่ว มันฮั่งค่อยไปด้อก โสเป็นโสตายต่อพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์น่ะ เฮาย่านแต่บ่ได้ศพงามๆ แหล่วไปบ่รอด
บัดฮากูเจ็บกูป่วย ไผ๋สิมาเบิ่งกูน้อ ผ่ะว่ะ บ่มีผู้เบิ่งแท้ๆ กะยอมให้พุ้น ขั่นบุญมันบ่มีแท้ๆ กะยอมให้แมงวันพุ้น ขั่นมันบ่ได้สร้างไว้ ยอมให้หนอนพุ้น มาเป็นอุบาสกอุบาสิกา ยอมปานนั่นจั่งค่อยได้เด้ ขั่นบ่จั่งซั่นแหล่วเอ๋ย บ่ลงแหล่ว เดี๋ยวกะสงสัยในฆราวาสแหล่ว หือกูสิอยู่หือกูสิไปหน่อ โลดฮั่นแล้ว อื้อ เป็นไม่พาดรั้ววางหน้าเหวี่ยงหลังแหล่ว เฮาโสเป็นโสตายมันฮั่งบรรดาลด๊อก มีผู้เมตตากรุณาเบิ่งอยู่ฮั่นล่ะ
ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น -
สยบฤทธิ์เหล็กไหลทำร้ายคน!!“หลวงปู่มั่น”และ“หลวงปู่เสาร์” ตัดเหล็กไหลถึง 6 ครั้งกว่าจะสิ้นฤทธิ์ !!
สยบฤทธิ์เหล็กไหลทำร้ายคน !!! “หลวงปู่มั่น” และ “หลวงปู่เสาร์” ตัดเหล็กไหลถึง 6 ครั้ง…กว่าจะสิ้นฤทธิ์ !!!
เหล็กไหล เชื่อกันว่าเป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่ง โดยชนิดที่เป็นทีความนิยมหามาสะสมกันอย่างแพร่หลายมาก มีสีดำคล้ายนิล สามารถลนไฟให้ยืดออกได้ที่สุดจะฝังตัวอยู่ในถ้ำ มีความเชื่อเพิ่มเติมกันอีกว่า การจะนำเอาเหล็กไหลไปใช้นั้นจะต้องใช้น้ำผึ้งชโลมก้อนเหล็กไหล จากนั้นใช้ไฟลนเพื่อให้เหล็กไหลยืดตัวออกมากินน้ำผึงพร้อมกับเล่นไฟไปด้วย ลนไฟเหล็กไหลเอาไว้จนกระทั่งมีขนาดบางเท่าเส้นด้ายถึงจะตัดให้ขาดออกจากกันได้
การเดินทางไปนำตัดเหล็กไหล คนธรรมดาไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีเทพเจ้า เจ้าป่าเจ้าเขา พญานาค หรือยักษ์คอยปกปักรักษาอยู่ และพร้อมจะเข้าทำร้ายผู้ที่เข้าไปเอาได้ทุกเมื่อ หากคนผู้นั้นไม่ใช่คนดี มีบุญ หรือมีวิชาอาคมที่แกร่งกล้ามากพอ อีกทั้ง ตัวเหล็กไหลก็มีฤทธิ์ขัดขืนคนที่จะเข้าไปตัดได้ด้วย จากเรื่องเล่าที่ว่า เคยมีคนเดินทางเข้าไปตัดเหล็กไหลโดยเอามือไปสัมผัสกับเหล็กไหลโดยตรง จากนั้นเกิดอาการคล้ายกับถูกฟ้าผ่า หรือถูกไฟฟ้าแรงสูงดูดเข้า เป็นเรื่องที่ใครก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าจริง... -
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ตอน อริยสัจสี่โดยสังเขป (นัยทั่วไป)
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ตอน อริยสัจสี่โดยสังเขป
(นัยทั่วไป)
ภิกษุ ท. ! นี้แลคือ ความจริงอันประเสริฐ เรื่องความทุกข์ คือความเกิดก็เป็นทุกข์, ความแก่ก็เป็นทุกข์ ความเจ็บไข้ก็เป็นทุกข์ ความตายก็เป็นทุกข์, ความประจวบกับสิ่งที่ไม่รัก เป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากสิ่งที่รัก
ป็นทุกข์ ความปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่ได้สิ่งนั้น เป็นทุกข์, กล่าวโดยย่อ ขันธ์ห้าที่ประกอบด้วยอุปาทาน เป็นทุกข์.
ภิกษุ ท. ! นี้แลคือ ความจริงอันประเสริฐ เรื่องแดนเกิดของความทุกข์ คือตัณหา อันเป็นเครื่องทำให้มีการเกิดอีก อันประกอบอยู่ด้วยความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิน อันเป็นเครื่องให้เพลิดเพลินอย่างยิ่งในอารมณ์นั้น ๆ, ได้แก่ตัณหาในกาม ตัณหาในความมีความเป็น ตัณหาในความไม่มีไม่เป็น.
ภิกษุ ท. ! นี้แลคือ ความจริงอันประเสริฐ เรื่องความดับไม่เหลือของความทุกข์ คือความดับสนิทเพราะจางไปโดยไม่มีเหลือของตัณหานั้นนั่นเองคือความสละทิ้ง ความสลัดคืน ความปล่อย ความทำไม่ให้มีที่อาศัย ซึ่งตัณหานั้น.
ภิกษุ ท. ! นี้แลคือ ความจริงอันประเสริฐ เรื่องข้อปฏิบัติอันทำสัตว์ให้ลุถึงความดับไม่เหลือของความทุกข์... -
ทึ่ง!บาตรดินโบราณ100ปี
ทึ่ง!บาตรดินโบราณ100ปี
วันที่ 7 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปดูบาตรดินพระซึ่งเป็นดินทั้งลูกมีอายุกว่า 100 ปี ที่วัดพระธาตุโพธิ์งาม บ้านฝั่งหมิ่น หมู่ 4 ต.ดอกคำใต้ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา หลังจากที่ได้มีชาวบ้านขุดค้นพบซุกอยู่ใต้ฐานซุกชีพระประธานในวัดร้างแห่งนี้ แล้วนำมามอบให้เจ้าอาวาสวัดฯ เก็บรักษาไว้ เพราะเป็นบาตรดินมีเพียงลูกเดียว เกรงว่าจะสูญหายไป ไม่ได้พบเห็นอีก ชาวบ้านทั้งในและต่างจังหวัดทราบข่าว ต่างพากันมาดูพร้อมกับขอโชคลาภต่างๆ
พระทศพร ถาวรปญโญ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุโพธิ์งาม กล่าวว่า บาตรดินได้รับการสืบทอดมาจากพระอธิการพระปลัดฟูเฟื่อง ติสวังโส อดีตเจ้าอาวาส ที่รับมาจากชาวบ้านที่ขุดค้นพบแล้วนำมามอบให้กับทางวัดดูแลรักษาไว้จนถึงทุกวันนี้ โดยบาตรดินมีอายุกว่า 100 ปี เดิมทีสมัยโบราณพระสงฆ์สามเณรจะใช้บาตรดินที่ปั้นขึ้นมาจากดิน ใช้ในการออกบิณฑบาตรับข้าวปลาอาหารจากญาติโยมแทนบาตรโลหะเหมือนเช่นปัจจุบันที่มีทั้งเหล็กสแตนเลส และอื่นๆ
สำหรับบาตรดินมีขนาดปากกว้าง 6 นิ้วครึ่ง สูง 7 นิ้ว ฐานรองรับ สูง 3 นิ้ว เดิมที มีการขุดค้นพบบาตรดินในวัดแห่งนี้ ซึ่งเคยเป็นวัดร้างมาก่อน... -
อานิสงส์การแผ่เมตตา สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี )
อานิสงส์การแผ่เมตตา
ผู้ปฏิบัติธรรมนั้น ต้องรู้จักคำว่า แผ่เมตตา คือต้องเข้าใจว่า ความวิเวกวังเวงแห่งการคิดนึกของเราแต่ละบุคคลนั้น มีกระแสแห่งธาตุไฟผสมอยู่ในจิตและวิญญาณกระจายออกไป เมื่อจิตของเรามีเจตนาบริสุทธิ์ เมื่อจิตของเราเป็นมิตรกับทุกคน เมื่อนั้นเขาก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา เสมือนหนึ่งเราให้เขากินอาหาร คนที่กินอาหารนั้นย่อมคิดถึงคุณของเรา หรืออีกนัยหนึ่งว่าเราผูกมิตรกับเขาๆก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา แม้แต่คนอันธพาล เราแผ่เมตตาจิตให้ทุกๆวัน สักวันหนึ่งเขาก็ต้องเป็นมิตรกับเราจนได้ เมื่อจิตเรามีเจตนาดีต่อดวงวิญญาณทุกๆดวง ดวงวิญญาณทุกๆดวงย่อมรู้กระแสแห่งจิตของเรา เรียกว่ามนุษย์เรานี้มีกระแสธาตุไฟออกจากสังขาร เพราะเป็นพลังแห่งการนั่งสมาธิจิต วิญญาณจะสงบ ธาตุทั้ง 4 นั้น จะเสมอแล้วจะเปล่งเป็นพลังงานออกไป ฉะนั้น ผู้ที่นั่งสมาธิปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จิตแน่วแน่แล้ว โรคที่เป็นอยู่มันจะหายไป ถ้าสังขารนั้นไม่ใช่จะพังเต็มทีแล้ว คือไม่ถึงวาระสิ้นอายุขัย หรือว่าสังขารนั้นร่วงโรยเกินไปแล้ว ก็จะรักษาให้มันกระชุ่มกระชวยได้หรือจะให้มันสบายหายเป็นปกติดั่งเดิมได้
คติธรรมคำสอน ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต... -
วัดโกโรโกโสกรุงเก่าไม่โกโรโกโสอย่างที่คิด
วันพฤหัสบดี ที่ 07 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 14.45 น.
วัดโกโรโกโสกรุงเก่าไม่โกโรโกโสอย่างที่คิด
“ประดับ โพธิกาญจนวัตร” ผอ.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบเป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ จัดเสนาสนะร่มรื่นสวยงามมาก
วันที่ ๖ ธ.ค.๒๕๖๐ นายประดับ โพธิกาญจนวัตร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ได้ตรวจเยี่ยมวัดโกโรโกโส ต.ข้าวเม่า อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา วัดแห่งนี้พบว่าเป็นวัดร้าง ตามประวัติน่าจะสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ภายในวัดมีถาวรวัตถุ ๒ หลัง วิหารหลวงพ่อดำ ซึ่งหลายคนบอกว่า เป็นพระศักดิ์สิทธิ์ ขณะนี้วัดแห่งนี้ มีกรรมการชุดหนึ่งกำลังพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
“ด้านฝั่งครองตรงข้ามกับวัดแห่งนี้ เป็นที่ตั้งวัดสะแก วัดสะแกนั้นมีพระเถราจารย์ซึ่งพุทธศาสนิกชนเคารพบูชายิ่ง คือ หลวงปู่ดู่ พรหมปญฺโญ ภายในวัดสะแกมีการจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ จัดเสนาสนะร่มรื่นสวยงามมาก ตรงท่าน้ำวัดมีปลาตัวใหญ่ๆ อาศัยอยู่จำนวนมาก นับเป็นวัดที่งดงามวัดหนึ่งในพระนครศรีอยุธยา” ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระบุ
ทั้งนี้ “ไตรเทพ ไกรงู” ได้เสนอบทความไว้... -
เรื่องของนายกาละ อนาถบินฑิกะเศรษฐีจ้างลูกชายไปฟังธรรม
อนาถบินฑิกะเศรษฐีจ้างลูกชายไปฟังธรรม
เรื่องของนายกาละ
นายกาละเป็นลูกชายคนเดียวของอนาถบิณฑิกะเศรษฐี นายกละมีนิสัยไม่ดีต่างจากพี่สาวทั้ง ๓ คนยิ่งนัก เป็นมิจฉาทิฏฐิว่านอนสอนยาก ชอบการเที่ยวเตร่ ชอบคบนักเลงนี้คือนิสัยของลูกผู้ดีทั้งหลายชอบประพฤติ เขาทำให้เศรษฐีหนักใจกับลูกคนนี้ยิ่งนัก วันหนึ่งท่านเศรษฐีมาคิดว่า "ถ้าเราช่วยเหลือลูกคนนี้ไม่ได้ ตายไปเขาก็จะตกนรกอย่างแน่นอน จำเราจะหาวิธีช่วยเขาให้ได้" พอคิดได้เช่นนี้แล้ว ท่านเศรษฐีก็ให้เรียกลูกชายมาหาแล้วพูดขึ้นว่า "กาละ ลูกอยากได้เงินไปเที่ยวไหม๊ ? พ่อจะให้เธอสัก ๑๐๐ กหาปณะ แต่เธอต้องทำธุระให้พ่ออย่างหนึ่ง"
นายกาละเห็นโอกาสจะได้เงินไปเที่ยวก็ถามพ่อว่า "พ่อจะให้ผมทำอะไรหรือ"
ท่านเศรษฐีพูดว่า "ถ้าเจ้าไปถืออุโบสถศีลที่พระเชตวันมหาวิหาร ๑ วัน แล้วตื่นเช้ามาให้เจ้ามารับเงินจากพ่อได้เลย"
นายกาละมีความยินดีมากที่จะได้เงิน ๑๐๐ กหาปณะ ก็ตอบตกลง นายกาละไปรักษาศีลก็เพราะอยากได้เงิน ๑๐๐ กหาปณะ เมื่อรับศีลแล้วก็ไปหลบนอนอยู่มุมหนึ่ง พอรุ่งเช้าก็รีบไปรับเงินจากพ่อ ท่านเศรษฐีก็เอาเงินให้ด้วยความยินดีแล้วก็พูดกับลูกชายว่า... -
อริยะสัจจากพระโอษฐ์ ตอน เมื่อประพฤติถูกทางกิริยาที่ไปนิพพาน เบาสบายเหมือนไม้ลอยตามน้ำ
อริยะสัจจากพระโอษฐ์ ตอน เมื่อประพฤติถูกทางกิริยาที่ไปนิพพาน เบาสบายเหมือนไม้ลอยตามน้ำ
ภิกษุ ท. ! พวกเธอได้เห็น ท่อนไม้ใหญ่โน้น ซึ่งลอยมาโดยกระแสแม่น้ำคงคาหรือไม่ ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “ได้เห็นแล้ว พระเจ้าข้า !”ภิกษุ ท. ! ถ้าท่อนไม้นั้น จะไม่เข้าไปติดเสียที่ ฝั่งใน หรือฝั่งนอก, ไม่จมเสียในกลางน้ำ, ไม่ขึ้นไปติดแห้งอยู่บนบก, ไม่ถูกมนุษย์จับไว้, ไม่ถูกอมนุษย์จับไว้, ไม่ถูกเกลียวน้ำวนวนไว้, ไม่ผุเสียเองในภายใน ไซร้, ท่อนไม้ที่กล่าวถึงนี้ จักลอยไหลพุ่งออกไปสู่ทะเล เพราะเหตุว่า ลำแม่น้ำคงคาโน้มน้อมลุ่มลาด เอียงเทไปสู่ทะเล, อุปมานี้ฉันใด ; ภิกษุ ท. ! อุปไมยก็ฉันนั้นเหมือนกัน, แม้พวกเธอทั้งหลาย : ถ้าพวกเธอไม่เข้าไปติดเสียที่ฝั่งใน, ไม่เข้าไปติดเสียที่ฝั่งนอก, ไม่จมเสียในท่ามกลาง, ไม่ติดแห้งอยู่บนบก, ไม่ถูกมนุษย์จับไว้, ไม่ถูกอมนุษย์จับไว้, ไม่ถูกเกลียวน้ำวนวนไว้, ไม่เน่าเสียเองในภายในไซร้, พวกเธอก็จะเลื่อนไหลไปสู่นิพพาน เพราะเหตุว่า สัมมาทิฏฐิ มีธรรมดา ที่โน้มน้อม ลุ่มลาด เอียงเทไปสู่นิพพาน ฯลฯ.
ภิกษุ ท. ! คำว่า ‘ฝั่งใน’ เป็นชื่อของอายตนะภายใน ๖ อย่าง คำว่า ‘ฝั่งนอก’... -
พระจูฬปันถกเถระ เอตทัคคะในทางผู้ชำนาญในมโนมยิทธิ
พระจูฬปันถกเถระ เอตทัคคะในทางผู้ชำนาญในมโนมยิทธิ
พระจูฬปันถก เป็นน้องชายร่วมมารดาบิดาเดียวกันกับท่านพระมหาปันถก เมื่อพระมหาปันถก สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้วได้รับความสุขจากการหลุดพ้นสิ้นกิเลสาสวะทั้งปวงแล้ว มีความปรารถนาจะให้จูฬปันถก น้องชายมีความสุขเช่นนั้นบ้างจึงไปขออนุญาตจากธนเศรษฐีผู้เป็นคุณตา ซึ่งก็ได้รับอนุญาตและให้ความร่วมมือด้วยดี เพราะคุณตาก็เป็นผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาอยู่แล้ว เมื่อจูฬปันถกได้รับการอุปสมบทเรียบร้อยแล้ว ท่านพระมหาปันถกผู้เป็นพี่ชายได้สอนคาถาพรรณนาพุทธคุณหนึ่งคาถา ความว่า...
ปทุมํ ยถา โกกนุทํ สุคนฺธํ
ปาโต สิยา ผุลฺลมวีตคนฺธํ
องฺคีรสํ ปสฺส วิโรจมานํ
ตปนุตมาทิจฺจมิวนฺตลฺเข ฯ
“ดอกปทุมชาติที่ชื่อว่าโกกนุท ขยายกลีบแย้มบานตั้งแต่เวลารุ่งอรุณยามเช้า กลิ่นเกษร
หอมระเหยไม่รู้จบเธอจงพินิจดูพระสักยมุนีอังคีรส ผู้มีพระรัศมีแผ่ไพโรจน์อยู่ ดุจดวงทิวากร
ส่องสว่างอยู่กลางนภากาศ ฉะนั้น”
ปัญญาทึบพี่ชายไล่สึก
ด้วยคาถาเพียงคาถาเดียวเท่านั้น ปรากฏว่าพระจูฬปันถก เรียนอยู่นานถึง ๔ เดือนก็ยังจำไม่ได้ ท่านพระมหาปันถกพี่ชาย พยายามเคี่ยวเข็ญอย่างไรก็ไม่สำเร็จ... -
“หลวงปู่เสาร์ ท่านสอนทำอะไรให้เป็นเวลา” (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)
เรื่อง “หลวงปู่เสาร์ ท่านสอนทำอะไรให้เป็นเวลา”
(จากปฏิปทาธรรมของ หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล)
(เทศนาธรรมโดย หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)
ท่านให้ทำวัตร นอน ๔ ทุ่ม ตื่นตี ๓ ท่านอาจารย์หลวงปู่เสาร์นี้ท่านเป็นสาวกแบบชนิดที่ว่าเป็นพระประเสริฐ ท่านสอนธรรมนี้ท่านไม่พูดมาก ท่านชี้บอกให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่การปฏิบัติของท่านนี้ ท่านเอาการปฏิบัติแทนการสอนด้วยปาก ผู้ที่ไปอยู่ในสำนักท่าน ก่อนอื่นท่านจะสอนให้ทำวัตร นอน ๔ ทุ่ม ตื่นตี ๓ นี้ข้อแรกต้องทำให้ได้ก่อน บางทีก็ลองเรียนถามท่าน หลวงปู่ทำไม สอนอย่างนี้ การนอนเป็นเวลา ตื่นเป็นเวลา ฉันเป็นเวลา อาบน้ำเข้าห้องน้ำเป็นเวลา มันเป็นอุบายสร้างพลังจิต แล้วทำให้เรามีความจริงใจ ทีนี้นักปฏิบัติทั้งหลายไม่ได้ทำอย่างนี้ แม้แต่นักสะกดจิต เขาก็ยังยึดหลักอันนี้ มันมีอยู่คำหนึ่งที่หลวงพ่อไม่เคยลืมหลักปฏิบัติที่เวลาไปปฏิบัติท่าน ท่านจะพูดขึ้นมาลอย ๆ ว่า “เวลานี้จิตข้ามันไม่สงบ มันมีแต่ความคิด” ก็ถามว่า “จิตมันฟุ้งซ่านหรือไงอาจารย์” “ถ้าให้มันหยุดนิ่งมันก็ไม่ก้าวหน้า” กว่าจะเข้าใจความหมายของท่านก็ใช้เวลาหลายปี ท่านหมายความว่า... -
บัวใต้น้ำดีเด่น (หลวงปู่ไดโนเสาร์)
บัวใต้น้ำดีเด่น
..ไปเถอะไปถือศีลภาวนา มันเป็นเรื่องดี
คนบางคนอยู่วัดนาน เข้าวัดนาน จนยึดว่าวัดเป็นของเขา
ของวัดเป็นของเขา พระในวัดก็เป็นพระของเขา
อยู่จนชิน ชินบาปชินกรรม
ไปวัดแทนที่จะไปเอาบุญไปเอาความดี กลับไปจับผิดจับชั่วคนอื่น พระท่านเทศน์ท่านสอนก็ไม่ฟังซะแล้ว หูมันสูงกว่าธรรมะ สูงกว่าพระเทศน์ บางคนมีตำแหน่งหน้าที่ในวัด บางคนมีหน้าที่ทางสังคม เป็นครูเป็นอาจารย์ เลยเป็นกะลาคว่ำ ฝนตกไม่เข้าในกะลา คนแบบนี้หลวงปู่เรียก "พวกบัวใต้น้ำดีเด่น"
ปทปรมะ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนโง่นะ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนไม่เข้าวัดนะ บางคนฉลาดเกินธรรม ฉลาดเกินกรรม ฉลาดมากๆ ก็ไม่เห็นธรรมนะ
ฉลาดในทางโลก ในทางถือตัวถือตนคิดว่าตนสูงกว่าคนอื่น จนลืมว่าดอกบัวของตัวเองกำลังหันลงสู่โคลน มีแต่นับวันจะจมลงเรื่อยๆ บัวชนิดนี้ บางดอกเป็นดอกเตอร์ บางดอกเป็นอาจารย์ บางดอกเป็นพลโท พลเอก บางดอกเป็นมรรคทายกก็มี นั้นหล่ะหลวงปู่จึงเรียก "บัวใต้น้ำดีเด่น"...
หลวงปู่หา สุภโร (หลวงปู่ไดโนเสาร์)
วัดสักกะวัน จ.กาฬสินธุ์
ที่มา ธรรมะของพระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต -
“ภาวนา เพื่อถึงความเป็นอิสระของจิต”(หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
เรื่อง “ภาวนา เพื่อถึงความเป็นอิสระของจิต”
(เทศนาธรรมโดย หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๑๙
ความดีความสุขความสบายมีอยู่กับทุกคน ถ้าเราพยายามทำตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้า เราจะเจอความสงบเย็นใจไปโดยลำดับ ความแปลกประหลาด ก็คือ ใจจะเป็นผู้แสดงอาการอันแปลกขึ้นมา เมื่อได้รับการรื้อฟื้น ได้รับการถอดถอนสิ่งที่กดขี่บังคับจิตใจให้หมอบ หรือให้เสือกคลานอยู่ตลอดเวลาออกมาได้โดยลำดับ จิตจะแสดงความเป็นอิสระขึ้นมา ความเป็นอิสระของจิตไม่เหมือนอะไรเป็นอิสระ แต่จะแฝงขึ้นมาด้วยความแปลกประหลาดอัศจรรย์ พร้อมกับความสุขที่เกิดขึ้นโดยลำดับตามกำลังแห่งจิตที่มีอำนาจขึ้นมา ด้วยอำนาจแห่งความเพียร คือ สติปัญญาเป็นเครื่องแก้ไข
ความสุขที่เราพึงหวังที่โน่นที่นี่ กาลโน้นสมัยนี้ หรือที่โน่นจะมีความสุข ที่นี่จะมีความสุข นั้นมันวาดภาพหลอกเจ้าของ ให้กำหนดลงที่ใจซึ่งกำลังเป็นความทุกข์ความลำบาก หรือสร้างความกังวลให้แก่ตนอยู่เวลานี้ด้วยสติปัญญา ด้วยความอดความทนต่อสู้ โดยถือจุดนั้นเป็นจุดพิจารณา หรือเป็นสนามรบเป็นชัยสมรภูมิ หรือเป็นเวที มันยุ่งขึ้นที่ตรงไหน... -
เทวดาประเทศเยอรมัน มาขอฟังเทศน์หลวงปู่มั่น
เรื่อง “เทวดาประเทศเยอรมัน มาขอฟังเทศน์หลวงปู่มั่น”
(จากประวัติพ่อแม่ครูอาจารย์ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)
นี่ก็เป็นเรื่องที่แปลกอยู่เรื่องหนึ่ง ในบรรดาเรื่องที่เกี่ยวกับเทวดาที่ท่านเคยสงเคราะห์เรื่อยมา เทวดาพวกนี้มาจากประเทศเยอรมัน มาขอฟังเทศน์ท่านขณะที่พักอยู่หมู่บ้านอีก้อ กับพวกมูเซอในเขาลึก โดยเขาแสดงความประสงค์ออกมาเลยว่า อยากฟังเทศน์ชัยชนะคาถา ท่านกำหนดหาบทธรรมที่ตรงกับความต้องการของเขา ธรรมก็ผุดขึ้นมาภายในว่า อกฺโกเธน ชิเน โกธํ เป็นต้น บอกความหมายขึ้นมาพร้อม และแสดงให้พวกเทวดาฟังว่า
ธรรมนี่แลเป็นยอดแห่งธรรมที่ผู้หวังความชนะจะพึงเจริญให้มาก โลกที่มีความร่มเย็นเป็นสุขต่อกันตลอดมาก็เพราะธรรมนี้ เป็นเครื่องปราบปรามความชั่วทั้งหลาย มีความโกรธเป็นต้น ให้เสื่อมสิ้นอำนาจในการทำลายสังคมมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย ทำให้โลกมีความเจริญและสงบสุขโดยทั่วกัน เทวดาควรมีธรรมนี้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวประสานกัน
โลกถ้าขาดชัยชนะธรรมนี้แล้ว อย่างน้อยก็เกิดความไม่สงบสุข มากกว่านั้นก็สังหารทำลายกันให้ฉิบหายย่อยยับโดยถ่ายเดียว โลกจะเอาความโกรธแค้นมาปราบปรามข้าศึกทั้งภายในภายนอก ทั้งใกล้และไกล...
หน้า 337 ของ 441