ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พม่าปัดคำขออาเซียนปล่อยตัว “ซูจี” ไร้เงื่อนไข ลั่นแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
    .
    .
    MGR Online - รัฐบาลพม่าปฏิเสธข้อเรียกร้องครั้งใหม่ของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ให้ปล่อยตัวอองซานซูจี อดีตผู้นำที่ถูกควบคุมตัวอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยระบุว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของประเทศ และปฏิเสธความจำเป็นของการแต่งตั้งผู้แทนพิเศษว่าด้วยกิจการพม่าของประธานกลุ่มภูมิภาค กระทรวงการต่างประเทศพม่าระบุ
    .
    ประธานาธิบดีมิน อ่อง หล่าย อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพม่า ที่ยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของซูจีในปี 2564 พยายามที่จะสร้างความชอบธรรมทางการเมืองนับตั้งแต่ยึดอำนาจ และฟื้นความสัมพันธ์กับอาเซียน
    .
    อาเซียนได้เสนอแผนสันติภาพสำหรับพม่าในเดือนเม.ย. 2564 เพื่อยุติความขัดแย้ง และเริ่มการเจรจาระหว่างฝ่ายที่ขัดแย้งกัน โดยมีผู้แทนพิเศษเป็นผู้ช่วยอำนวยความสะดวก แต่มิน อ่อง หล่าย ถูกห้ามไม่ให้เข้าร่วมการประชุมระดับสูงของกลุ่มเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามแผนดังกล่าว
    .
    ในความพยายามที่จะลดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ รัฐบาลพม่าได้อนุญาตให้ผู้แทนจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เข้าพบซูจีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่นับเป็นการติดต่อครั้งแรกกับองค์กรมนุษยธรรมระหว่างประเทศจากภายนอก นับตั้งแต่เธอถูกควบคุมตัวเมื่อ 5 ปีก่อน
    .
    ซูจีถูกกักบริเวณในบ้านพักที่ไม่เปิดเผยสถานที่ในกรุงเนปีดอ เมืองหลวงของพม่า จากข้อหาต่างๆ ที่บรรดาผู้สนับสนุนของเธอและกลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง
    .
    ฟิลิปปินส์ ประธานอาเซียนในปัจจุบัน ยินดีกับการพบปะดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นหนึ่งก้าวสำคัญที่มุ่งไปสู่การเจราและการปรองดอง ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้มีการเข้าถึงผู้ต้องขังทางการเมืองมากขึ้น และย้ำข้อเรียกร้องให้ปล่อยตัวซูจีอย่างสมบูรณ์และไม่มีเงื่อนไข
    .
    คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศพม่าที่ออกในคืนวันเสาร์ ได้วิพากษ์วิจารณ์ข้อเรียกร้องดังกล่าวของอาเซียน โดยระบุว่าข้อเรียกร้องของอาเซียนในการเข้าถึงอองซานซูจี และปล่อยตัวผู้ต้องขังคนอื่นๆ เกี่ยวพันกับกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง และหลักการพื้นฐานของหลักนิติธรรมในรัฐอธิปไตย พร้อมกับย้ำว่าการปล่อยตัวใดๆ จะดำเนินการตามกฎหมายเท่านั้น
    .
    “แม้ว่ารัฐบาลจะลดโทษให้เธอโดยพิจารณาจากหลักมนุษยธรรม แต่เรื่องการปล่อยตัวอย่างสมบูรณ์และไม่มีเงื่อนไขนั้น จะต้องดำเนินการตามกฎหมายเท่านั้น” คำแถลงระบุ
    .
    นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศของพม่ายังกล่าวว่า เชื่อว่าอาเซียนไม่จำเป็นต้องมีผู้แทนพิเศษประจำประเทศอีกต่อไป ซึ่งเป็นตำแหน่งที่จัดตั้งขึ้นหลังการรัฐประหาร เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยแบบหลายพรรคที่สะท้อนเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชน ได้เข้ามารับผิดชอบรัฐแล้ว
    .
    “พม่ามีความเห็นว่าการแต่งตั้งและบทบาทต่อเนื่องของผู้แทนพิเศษคนใหม่ของประธานอาเซียนนั้นไม่จำเป็นอีกต่อไป แต่พม่าจะยังคงเสริมสร้างการมีส่วนรว่มกับอาเซียนในแบบของตนเอง ขณะเดียวกันก็รักษาและปกป้องผลประโยชน์และอธิปไตยของชาติ” คำแถลงระบุ
    .
    คำแถลงยังย้ำถึงสุนทรพจน์แถลงนโยบายของ มิน อ่อง หล่าย ว่าพม่าจะใช้มาตรการตอบโต้ที่เหมาะสมเป็นรายกรณี เพื่อตอบสนองต่อการปฏิบัติที่ไม่สร้างสรรค์และเลือกปฏิบัติ และเรียกร้องให้กลุ่มประเทศอาเซียนงดเว้นจากการกระทำใดๆ ที่อาจเทียบได้กับการกดดันที่ไม่เหมาะสม หรือการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิก.

    https://www.facebook.com/share/p/14nxz6ipoyo/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เปิดตลาดน้ำมันดิบในเอเชีย 10 ส.ค.พุ่งใกล้ 85 ดอลล์ ราคาเบร็นท์อังกฤษ 84.79 ดอลล์ +1.20$ ราคาไนเม็กซ์สหรัฐ 79.29 ดอลล์ +1.12$ กบฏฮูตีโจมตีโรงกลั่นซาอุฯ อิหร่านปฏิเสธเจรจาตรงกับสหรัฐ BTimes

    https://www.facebook.com/share/1K3apyyiEq/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ข้าราชการไทย 50% กอดงานแน่น ไม่เบื่อ ไม่คิดลาออก เหตุผลเป็นข้าราชการเพราะต้องการรับใช้ชาติและประชาชนไม่ใช่ข้อแรก แต่อยากเป็นเพราะ 4 ข้อแรก งานมั่นคง สวัสดิการดี เงินเดือนดี และครอบครัวเชียร์ BTimes

    Aug 9, 2026 กอดให้แน่น! ข้าราชการไทย 50% กอดงานแน่น ไม่เบื่อ ไม่คิดลาออก เปิด 4 ข้อแรกอยากเป็นข้าราชการ งานมั่นคง สวัสดิการดี เงินเดือนดี และครอบครัวเชียร์

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่องอยู่ราชการต่อ หรือ ลาก่อนดี มีดังนี้

    การตัดสินใจรับราชการ หรือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ มีเหตุผลเรียงตามลำดับ ได้แก่ 78.85% ระบุว่า เป็นงานที่มั่นคง มี 54.12% ระบุว่า สวัสดิการดี มี 23.28% ระบุว่า เงินเดือนดี มี 22.90% ระบุว่า เป็นความต้องการของครอบครัว คนรอบข้าง มี 21.37% ระบุว่า เป็นความใฝ่ฝันของตนเองตั้งนานแล้ว มี 10.53% ระบุว่า เพื่อเป็นหน้าเป็นตาให้กับพ่อแม่ พี่น้อง ญาติ และครอบครัว มี 8.32% ระบุว่า ต้องการรับใช้ประเทศชาติและประชาชน มี 3.51% ระบุว่า ไม่รู้จะทำอะไรดี ขอแค่มีงานทำก็พอ มี
    2.67% ระบุว่า ต้องการมียศถาบรรดาศักดิ์ (ยศ เกียรติคุณ ตำแหน่ง ฐานะ) มี 1.68% ระบุว่า อยู่ราชการเพื่อชดใช้ทุนตามสัญญา และมี 0.46% ระบุว่า ต้องการใช้อำนาจรัฐ

    สำหรับความรู้สึกเบื่อจากการทำงานในหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ระบุเหตุผลตามลำดับ ดังนี้ 50.08% ระบุว่า ไม่เบื่อ และไม่คิดที่จะลาออก มี 19.01% ระบุว่า เบื่อ แต่จำเป็นต้องอยู่ต่อเพื่อครอบครัว มี 13.89% ระบุว่า เบื่อ แต่ไม่รู้ว่าจะออกไปทำอะไร มี 7.02% ระบุว่า ไม่เบื่อ แต่ก็พร้อมจะลาออก หากมีโอกาสอื่น ๆ ที่ดีกว่า มี 6.72% ระบุว่า เบื่อ และพร้อมจะลาออกหากมีงานใหม่ที่ดีกว่า มี 5.95% ระบุว่า เบื่อ และพร้อมจะเข้าโครงการเกษียณก่อนกำหนด หากมีโอกาส มี 5.27% ระบุว่า เบื่อ และพร้อมจะลาออกหากรวยเพียงพอ และมี 2.67% ระบุว่า เบื่อ และพร้อมจะลาออกได้ตลอดเวลา

    #ข้าราชการ #ไทย #รับราชการ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1Best4gv4L/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไม่จริ้งไม่จริง คนข้าราชการเกือบ 60% บอกว่ามีงานมากกว่าคนทำงาน มีแค่ 10% บอกว่ามีคนล้นมากกว่างาน แต่ส่วนใหญ่กว่า 60% เห็นด้วยข้าราชการอายุ 50 ปีเกษียณก่อนกำหนด BTimes

    Aug 9, 2026 ไม่จริ้งไม่จริง! คนข้าราชการเกือบ 60% บอกว่ามีงานมากกว่าคนทำงาน มีแค่ 10% บอกว่ามีคนล้นมากกว่างาน แต่ส่วนใหญ่กว่า 60% เห็นด้วยข้าราชการอายุ 50 ปีเกษียณก่อนกำหนด

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่องอยู่ราชการต่อ หรือ ลาก่อนดี มีดังนี้

    คำถามว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับหน่วยงานที่ทำอยู่มีคนมากกว่างาน หรือมีงานมากกว่าคน พบว่า 58.40% ระบุว่า มีงานมากกว่าคน มี 30.61% ระบุว่า จำนวนคนและงานที่มีเหมาะสมดีแล้ว มี 10.99% ระบุว่า มีคนมากกว่างาน

    ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ ปรากฎว่า 64.05% ระบุว่า เห็นด้วยกับกลุ่มข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีอายุราชการ 25 ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาทวีคูณ) และมีเวลาราชการเหลือตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป

    มี 24.66 ระบุว่า% ควรมีมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดกับข้าราชการทุกประเภท มี 20.00% ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ

    มี 19.24% ระบุว่า เห็นด้วยกับกลุ่มข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีอายุ 40-49 ปี และมีอายุราชการ 10 ปีขึ้นไป มี 13.36% ระบุว่า ควรมีมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดกับพนักงานรัฐวิสาหกิจด้วย

    มี 12.37% ระบุว่า ควรมีมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดกับเจ้าหน้าที่รัฐด้วย มี 11.37% ระบุว่า ควรมีมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดกับข้าราชการพลเรือนสามัญทุกกลุ่มอายุ มี 1.76% ระบุว่า ไม่เคยรับรู้ หรือไม่ทราบรายละเอียดของมาตรการเลย

    ทั้งนี้ ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 4-6 สิงหาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18-59 ปี ประกอบอาชีพข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และยังคงทำงานอยู่ กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความรู้สึกต่อการทำงานในหน่วยงานราชการ

    https://www.facebook.com/share/p/1DAxXtmM8y/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Facebook Post Content

    สหรัฐฯ อาจพร้อมถอนตัวจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางโดยไม่พึ่งข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับใหม่

    ทรัมป์ส่งสัญญาณพร้อมยุติสงครามอิหร่าน มุ่งเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นวาระเร่งด่วนสูงสุด

    มีรายงานข่าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังพิจารณาแนวทางปิดฉากความขัดแย้งทางการทหารกับอิหร่าน โดยอาจไม่จำเป็นต้องบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับเป็นทางการกับรัฐบาลเตหะราน ท่าทีดังกล่าวสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของทำเนียบขาว ที่ต้องการยุติสภาวะตึงเครียดทางยุทธการในภูมิภาคโดยเร็วที่สุด

    ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจครั้งนี้ คือความต้องการเปิดเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ลำเลียงน้ำมันดิบที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยรัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าการฟื้นฟูเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการขนส่งพลังงานข้ามชาติมีความจำเป็นเร่งด่วนมากกว่าการผูกติดเงื่อนไขการเจรจาไว้กับข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ยืดเยื้อ

    ขณะเดียวกัน ทางการอิหร่านภายใต้การนำของผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ยังคงจับตาความเคลื่อนไหวของฝ่ายสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด แม้กระบวนการหารือผ่านตัวกลางในภูมิภาคจะมีความคืบหน้าในประเด็นความปลอดภัยการเดินเรือ แต่การยุติมาตรการคว่ำบาตรและการถอนกำลังทางเรือของสหรัฐฯ ยังคงเป็นข้อเรียกร้องหลักจากฝั่งเตหะราน

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: สหรัฐฯ และอิหร่านอยู่ระหว่างกระบวนการหารือผ่านตัวกลางเพื่อแก้ไขปัญหาการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: รายงานข่าววงในเกี่ยวกับท่าทีของทำเนียบขาวในการละเว้นเงื่อนไขข้อตกลงนิวเคลียร์เพื่อแลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การลงนามในข้อตกลงยุติความขัดแย้งฉบับใหม่ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำอิหร่านอย่างเป็นทางการ

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – สื่อหลักรายงานตรงกันเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาและท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Associated Press, CBS News, Times of Israel

    https://www.facebook.com/share/14k47sTvfmt/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยปฏิบัติการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านล่าสุด โดยเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln เร่งบำรุงรักษาฝูงบิน F/A-18E Super Hornet พร้อมเบี่ยงทิศทางเรือสินค้าแล้วกว่า 53 ลำ

    สหรัฐฯ ยกระดับปิดล้อมทางทะเลอิหร่าน CENTCOM เบี่ยงทิศทางเรือสินค้า 53 ลำ ยันเปิดทางเรือช่วยเหลือมนุษยธรรม

    กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM เปิดเผยข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับปฏิบัติการปิดล้อมทางทะเลต่อประเทศอิหร่าน โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ประจำเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln กำลังดำเนินการบำรุงรักษาเครื่องบินขับไล่แบบ F/A-18E Super Hornet บนดาดฟ้าบินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ยุทโธปกรณ์ของกองเรือโจมตีพร้อมปฏิบัติภารกิจบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลอย่างเต็มรูปแบบภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

    จากการเปิดเผยของ CENTCOM มีรายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ทำการสกัดและเปลี่ยนทิศทางเรือขนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ไปแล้วจำนวน 53 ลำ นอกจากนี้ ยังมีการเข้าควบคุมและทำให้เรือหยุดการทำงาน (disabled) จำนวน 2 ลำ รวมถึงมีการส่งกำลังเข้าตรวจค้นบนเรือ (boarded) อีกจำนวน 2 ลำ เพื่อบังคับใช้มาตรการจำกัดการเดินทางเข้าและออกจากเมืองท่าของอิหร่าน

    อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ได้มีการผ่อนผันและอนุญาตให้เรือขนส่งสินค้ามากกว่า 30 ลำ เดินเรือผ่านมาตรการปิดล้อมดังกล่าวได้ เพื่อเหตุผลทางมนุษยธรรมและการส่งมอบความช่วยเหลือที่จำเป็น ท่ามกลางความตึงเครียดและการเจรจาทางภูมิรัฐศาสตร์ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินไปอย่างใกล้ชิด

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: CENTCOM ดำเนินการเบี่ยงทิศทางเรือสินค้า 53 ลำ สกัดกั้น/ขึ้นตรวจค้นเรืออย่างละ 2 ลำ และอนุญาตให้เรือช่วยเหลือทางมนุษยธรรมผ่านได้มากกว่า 30 ลำ
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ผลกระทบระยะยาวต่อเส้นทางการค้าสากลและการตอบโต้ทางยุทธวิธีเพิ่มเติมจากฝั่งอิหร่าน
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การปะทะปะทุเป็นสงครามขยายวงกว้างเต็มรูปแบบรอบใหม่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – มีการยืนยันข้อมูลตรงกันจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) และสื่อสำนักข่าวชั้นนำ

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: CENTCOM, Shafaq News, ANI

    https://www.facebook.com/share/p/1ByU1AzkFj/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ข้อตกลงยุทโธปกรณ์ครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อยูเครนบรรลุข้อตกลงจัดซื้อขีปนาวุธและระบบยิงหลายลำกล้องจากตุรกี โดยได้รับการอนุมัติส่งออกจากสหรัฐฯ

    ยูเครนปิดดีลซื้อขีปนาวุธ ATACMS 70 ลูก และแท่นยิง M270 จากตุรกี หลังกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แจ้งสภาอนุมัติการส่งออกต่อ

    การสั่งซื้อยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ครั้งนี้ประกอบด้วย ขีปนาวุธทัศนวิสัยไกล MGM-140A ATACMS (M39) จำนวน 70 ลูก ซึ่งเป็นขีปนาวุธทิ้งตัวระยะยิงราว 165 กิโลเมตร พร้อมด้วยระบบแท่นยิงจรวดหลายลำกล้อง M270 MLRS จำนวน 12 เครื่อง นอกจากนี้ยังรวมถึงจรวด M26 แบบหัวกระสุนปcluster มวลรวม 2,524 ลูก และกระสุนปืนใหญ่คลัสเตอร์ขนาด 203 มม. สำหรับปืนใหญ่เดินหน้าเองอีก 47,000 นัด เพื่อเสริมศักยภาพการยิงสนับสนุนทั้งแนวรุกและแนวรับให้แก่กองทัพยูเครน

    เนื่องจากอาวุธดังกล่าวเป็นยุทโธปกรณ์ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ การโอนย้ายจากคลังแสงของตุรกีไปยังยูเครนจึงต้องได้รับการอนุมัติส่งออกต่อ (Re-export) จากรัฐบาลวอชิงตันตามกฎหมายควบคุมการส่งออกอาวุธ โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยื่นหนังสือแจ้งต่อสภาคองเกรสเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2026 และหากไม่มีมติคัดค้านร่วมจากสภาคองเกรสภายในระยะเวลาทบทวน 15 วัน การอนุมัติจะมีผลบังคับโดยอัตโนมัติทันที

    สำหรับการส่งมอบในครั้งนี้ จะดำเนินการผ่านบริษัทเอกชนด้านกลาโหมและโลจิสติกส์จากตุรกี บัลแกเรีย และสหรัฐฯ ฝ่ายตุรกีภายใต้การนำของประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ระบุเหตุผลว่า ต้องการลดปริมาณยุทโธปกรณ์รุ่นเก่าในคลัง เพื่อนำงบประมาณไปใช้ในการปรับปรุงและบำรุงรักษาสัมภาระทางทหารรุ่นใหม่ ขณะที่ยูเครนภายใต้ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี มุ่งมั่นใช้ยุทโธปกรณ์เหล่านี้ในการตั้งรับและตอบโต้การบุกรุกของรัสเซีย

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: ยูเครนบรรลุข้อตกลงจัดซื้อขีปนาวุธ M39 ATACMS จำนวน 70 ลูก, แท่นยิง M270 จำนวน 12 เครื่อง, จรวด M26 จำนวน 2,524 ลูก และกระสุนปืนใหญ่ขนาด 203 มม. จำนวน 47,000 นัด จากตุรกี โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แจ้งเรื่องต่อสภาคองเกรสแล้ว
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: วันเริ่มส่งมอบยุทโธปกรณ์งวดแรกอย่างเป็นทางการหลังจากพ้นกำหนดทบทวน 15 วันของสภาคองเกรสสหรัฐฯ
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: รายงานข่าวก่อนหน้าที่อ้างว่าอาวุธทั้งหมดเป็นการมอบให้ฟรีโดยไม่มีมูลค่าการสั่งซื้อ

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – เอกสารอย่างเป็นทางการของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่บันทึกในสภาคองเกรสได้รับการยืนยันและรายงานโดยสำนักข่าวชั้นนำหลายแห่งตรงกัน

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: The Kyiv Independent, Militarnyi, RBC-Ukraine, Türkiye Today

    https://www.facebook.com/share/p/1Ly1vhp73Y/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตลาดบ้านสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงกดดันหนัก

    ตอนนี้บ้านใน 38 จาก 50 เมืองใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ กำลังถูกขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่เจ้าของตั้งไว้

    ที่น่าจับตาคือ ปัจจุบันมีบ้านเพียงประมาณ 25% เท่านั้นที่ขายได้สูงกว่าราคาประกาศ ขณะที่ในปี 2022 ตัวเลขนี้เคยสูงถึง 55%

    หมายความว่าอำนาจต่อรองกำลังเปลี่ยนจาก ผู้ขาย → ผู้ซื้อ อย่างชัดเจน

    เมืองใหญ่อย่าง San Francisco, New York และ Boston ยังเป็นข้อยกเว้น โดยยังมีบ้านที่ขายได้สูงกว่าราคาประกาศมากกว่าเมืองอื่นๆ

    https://www.facebook.com/share/p/1DKtzKnK6p/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อัปเดตอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลก
    FB_IMG_1786321274964.jpg
    ธนาคารกลางบราซิลลดดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 สู่ระดับ 14.00%

    https://www.facebook.com/share/p/1EA2iJgc7C/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์ทุ่มพันล้านแก้เกม "แร่ยุทธศาสตร์" เผยตัวเลขชวนผวา สหรัฐฯ ผลิตวิศวกรเหมืองแร่ได้แค่ 170 คน ขณะที่จีนทะลุ 3,000 คน

    สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศบรรลุข้อตกลงสำคัญร่วมกับบริษัททำเหมืองแร่หลายแห่ง เพื่อมุ่งหวังลดการพึ่งพาและความเหนือชั้นของจีนใน #อุตสาหกรรมแปรรูปและผลิตแร่ยุทธศาสตร์ (Critical Minerals) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

    1. วิกฤตกำลังคนและความตื่นตระหนกของทรัมป์

    ในงานประชุมโต๊ะกลมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ณ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ทรัมป์แสดงจุดยืนแน่วแน่ว่าจะทำให้สหรัฐฯ "หลุดพ้นจากการพึ่งพาประเทศที่ไม่เป็นมิตร เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรที่จำเป็นต่อการครองความเป็นผู้นำในอนาคต" พร้อมประกาศแผนอัดฉีดงบประมาณรวมกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโครงการทำเหมืองทั้งภายในและต่างประเทศ รวมถึงจัดสรรงบอีก 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการพัฒนาบุคลากรด้านการทำเหมืองโดยเฉพาะ

    ประเด็นที่สร้างความกังวลให้แก่ผู้นำสหรัฐฯ อย่างมาก คือช่องว่างด้านบุคลากรทางเทคนิค:
    -อัตราการผลิตวิศวกร: สหรัฐฯ มีวิศวกรเหมืองแร่ที่ผ่านการรับรองออกสู่ตลาด ไม่ถึง 170 คนต่อปี ในขณะที่จีนสามารถผลิตบุคลากรด้านนี้ได้มากกว่า 3,000 คนต่อปี

    -ภาวะแรงงานสูงวัย: สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับคลื่นการเกษียณอายุ โดยบุคลากรในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ปัจจุบันเกือบครึ่งหนึ่งมีกำหนดจะเกษียณภายใน 3 ปีข้างหน้า

    2. มรสุมสงคราม สต็อกอาวุธร่อยหรอ และการกีดกันทางเศรษฐกิจ

    ความขยับตัวครั้งนี้ของวอชิงตันเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะสงครามในอิหร่านที่ส่งผลให้คลังยุทโธปกรณ์ของกองทัพสหรัฐฯ พร่องลงอย่างรวดเร็ว บังคับให้รัฐบาลต้องเร่งหาแหล่งแร่ธาตุสำหรับผลิตขีปนาวุธ เครื่องบินขับไล่ และระบบอาวุธล้ำสมัย

    รายงานจากคณะกรรมาธิการทบทวนเศรษฐกิจและความมั่นคงสหรัฐฯ-จีน (USCC) ประจำปี 2025 เผยว่า ระบบอาวุธป้องกันประเทศของสหรัฐฯ มากถึง 78% มีชิ้นส่วนที่ต้องใช้แร่ยุทธศาสตร์จากจีน

    -ความได้เปรียบของจีน: จีนครองตลาดเกือบสิ้นเชิงในการแปรรูปแร่ธาตุสำคัญ เช่น กราไฟต์, แกลเลียม, ทังสเตน, เจอร์เมเนียม และแร่หายาก (Rare Earths) ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นของเซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ และยุทโธปกรณ์

    -การใช้อำนาจเหนือตลาด: จีนได้ใช้อำนาจนี้เป็นมาตรการตอบโต้ภาษีและข้อจำกัดด้านชิปจากสหรัฐฯ โดยเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว การจำกัดการส่งออกแร่หายาก 7 ชนิดของจีนเคยส่งผลให้โรงงานหลายแห่งทั่วโลกต้องหยุดการผลิตชั่วคราว

    -คำสั่งบริหารของทรัมป์: เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งบริหารบังคับให้ผู้รับเหมาด้านกลาโหมตัดห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกับจีนออกทั้งหมดภายในมกราคมปี 2027

    ทางด้านโฮวาร์ด ลุตนิค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ต่างออกมาโจมตีการค้าของจีนว่าไม่ได้เกิดจากกลไกตลาดเสรี แต่เกิดจากการอุดหนุนของรัฐ การกักตุน และการบิดเบือนตลาด พร้อมให้คำมั่นว่าจะผนึกกำลังกับชาติพันธมิตรเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกใช้เป็นข้อต่อรองข่มขู่ในอนาคต

    3. ท่าทีชี้แจงจากฝั่งจีน

    ต่อกรณีดังกล่าว หลิว ฉาง โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐฯ ได้ออกมาทำความเข้าใจว่า มาตรการควบคุมการส่งออก #แร่หายาก ของจีนนั้นดำเนินไปตามกฎหมาย อย่าง "มีความรับผิดชอบและไม่เลือกปฏิบัติ"

    จีนยืนยันว่ามาตรการเหล่านี้ไม่ได้มุ่งเป้าเจาะจงประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เนื่องจากแร่หายากและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเป็นสินค้าที่ใช้งานได้สองทาง (Dual-use) ทั้งในเชิงพลเรือนและเชิงทหาร การกำกับดูแลให้เป็นไปตามระเบียบควบคุมการส่งออกจึงเป็นขั้นตอนที่ชอบธรรมตามกฎหมาย

    ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า "#สงครามการค้า" ได้ยกระดับกลายเป็น "#สงครามห่วงโซ่อุปทานทรัพยากรยุทธศาสตร์" อย่างสมบูรณ์ การที่สหรัฐฯ หันมาอัดฉีดงบประมาณมหาศาลและพยายามดึงธุรกิจเหมืองแร่กลับบ้าน ถือเป็นยุทธศาสตร์ดิ้นรนเพื่อสร้างความมั่นคงแห่งชาติ

    อย่างไรก็ตาม แม้สหรัฐฯ จะมีเม็ดเงินลงทุนก้อนโต แต่การแก้ปัญหาสภาวะคอขวดด้าน "กำลังคนและเทคโนโลยีการแปรรูป" ที่จีนสั่งสมความเชี่ยวชาญและครองเปรียบมานานหลายทศวรรษนั้น ไม่ใช่สิ่งที่สามารถเนรมิตให้สำเร็จได้ในระยะเวลาอันสั้น ข้อตกลงที่เกิดขึ้นจึงเป็นเพียงก้าวแรกของเกมการต่อสู้ระยะยาวในมิติภูมิรัฐศาสตร์โลก

    #ChinaFocus #สหรัฐ #จีน

    Ref.: The Straits Times/SCMP

    https://www.facebook.com/share/p/1LeNEj8zFF/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ศรีศากยสิงหะ สโตตรัม (นวคระหะกฤต)

    บทสรรเสริญพระพุทธเจ้า ผู้เป็นราชสีห์แห่งศากยวงศ์ อันเทพนพเคราะห์รจนาขึ้น สำหรับขจัดภัยจากดาวนพเคราะห์ แต่งด้วยฉันทลักษณ์โตฏกฉันท์

    ---------------------

    จากหนังสือ: Bauddha Stotra Saṃgraha ผู้เรียบเรียง: Janardan Shastri Pandey เพาทธะ สโตตระ สังคระหะ (बौद्धस्तोत्रसंग्रहः เพาทฺธสฺโตตฺรสํคฺรหะ) เป็นหนังสือรวบรวมบทสรรเสริญพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ และเทพต่าง ๆ ที่มีความสำคัญในพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน และวัชรยาน ซึ่งผู้เรียบเรียงได้รวบรวมจากต้นฉบับภาษาสันสกฤตและคัมภีร์ที่สืบทอดในอินเดียและเนปาล

    ---------------------
    ศรีศากยสิงหะ สโตตรัม ปริวรรตเป็นอักษรไทย
    ---------------------

    ศากฺยสิํหสฺโตตฺรมฺ นวคฺรหกฤตมฺ

    ศรีศากยสิงหะ สโตตระ
    บทสรรเสริญผู้เป็นราชสีห์แห่งศากยวงศ์ รจนาขึ้นโดยเทพนพเคราะห์

    ปฺรณมามิ ชินํ สุคตํ สตตํ ตปนียหิรณฺยศรีรจฺฉวิมฺ ฯ
    วรจกฺรวิภูษิตปาณิตลํ สสุราสุรมานุษปาปหรมฺ ๚๑๚

    ๑. ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่ พระชินเจ้า พระสุคตเจ้า ผู้มีพระกายเปล่งรัศมีดุจทองคำบริสุทธิ์อยู่เป็นนิตย์ ฯ ผู้มีฝ่าพระหัตถ์อันประดับด้วยจักรอันประเสริฐ ผู้ขจัดบาปของเทวดา อสูร และมนุษย์ทั้งหลาย ๚

    ปฺรณมามิ มุนีนฺทฺรคุรุํ ลลิตํ สตตากุลนิรฺชิตมารพลมฺฯ
    ทศปารมิตาปฺรติโพธกรํ จตุรฺรารฺยวิโพธกรํ สุกรมฺ ๚๒๚

    ๒. ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่ ครูผู้เป็นเลิศแห่งมุนี ผู้ทรงสง่า เอาชนะกองทัพมารที่ก่อกวนอยู่เป็นนิตย์ ฯ ผู้ทรงยังสัตว์โลกให้รู้แจ้งในทศบารมี แลทรงยังให้รู้แจ้งในอริยสัจสี่ ๚

    ปฺรณมามิ หิตงฺกรเทวนรํ สนรามรปูชิตเทววรมฺฯ
    อมราทิกษฑฺคติไหตฺยกรํ สชราชนิมฤตฺยุภยาทิหรมฺ ๚๓๚

    ๓. ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่ ผู้ยังประโยชน์แก่เทวดาและมนุษย์ ผู้เลิศกว่าเทวดา ผู้ได้รับการบูชาจากหมู่มนุษย์และหมู่อมร(เทวดา) ทั้งหลาย ฯ ผู้ทรงทำลายคติทั้ง ๖ ตั้งแต่อมร (เทวดา) เป็นอาทิ ผู้ขจัดภัยคือ ชาติ ชรา และมรณะ ๚

    ปฺรณมามิ สุขากรโพธิภรํ สฺวสุขํ ปฺรทเทา กรุณาศยตะฯ
    ปรทุะขมสหฺย จการ ชนุรฺคตโทษนิรากุลศากฺยกุเล ๚๔๚

    ๔. ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่ ผู้ทรงเปี่ยมด้วยโพธิญาณอันยังความสุขให้เกิดขึ้น ทรงสละความสุขส่วนพระองค์ ด้วยอาศัยพระกรุณา ฯ ผู้มิทรงทนเห็นทุกข์ของผู้อื่น ทรงอุบัติในศากยวงศ์อันปราศจากโทษมลทิน ๚

    ปฺรณมามิ จ โลกหิตาย คฤหํ วิชเหา ปิตรํ รมณีสหิตมฺ ฯ
    หยกณฺฐกฉนฺทกเทววฤโต มุทิโต'ภฺยคมตฺ สุวเน วิชเน ๚๕๚

    ๕. ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่ ผู้ทรงละเรือนเพื่อประโยชน์ของโลก ทรงละพระบิดาและพระชายาผู้งดงาม ฯ ทรงแวดล้อมด้วยเทพยดาพร้อมม้ากัณฐกะและนายฉันนะ เสด็จไปสู่ป่าอันงามและสงัด ด้วยพระทัยอันเบิกบาน ๚

    ปฺรณมามิ ตโปวนสุภฺรมิตํ ปฺรจการ จ ยสฺตุ มหรฺษิคณานฺฯ
    จตุรารฺยกพฺรหฺมวิหารปรานฺ สุคตสฺมรไณกตโปวฺรติกานฺ ๚๖๚

    ๖. ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่ ผู้จาริกไปทั่วป่าแห่งตบะและทรงยังหมู่มหาฤๅษีทั้งหลาย ฯ ยังหมู่มหาฤๅษีทั้งหลาย ให้เป็นผู้ตั้งมั่นอยู่ในอริยสัจ ๔ และพรหมวิหาร เป็นผู้ถือพรตตบะอันตั้งอยู่ในการระลึกถึงพระสุคตเจ้าเพียงหนึ่งเดียว ๚

    ปฺรณมามิ มหาทฺรุมมูลวเร สุตฤณาสนสํศฺริตวชฺรธรมฺฯ
    ศตโกฏิสุมารพลาสฺตฺรหรํ ศตสํขฺยตถาคตปุตฺรวฤตมฺ ๚๗๚

    ๗. ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่ ผู้ประทับบนอาสนะหญ้า ณ โคนต้นไม้ใหญ่อันประเสริฐ ผู้ทรงไว้ด้วยวัชระ ฯ ผู้ทำลายอาวุธแห่งพลมารอันร้ายกาจนับร้อยโกฏิ ทรงแวดล้อมด้วยบุตรแห่งตถาคต (พระโพธิสัตว์) จำนวนร้อย ๚

    ปฺรณมามิ จ มลฺลิกปญฺจศตา วณิชะ ปฺรติปาลนเมว กฤตาะฯ
    วณิชารฺปิตปญฺจสุธานยกํ ศุภปายสโภชนภกฺษกฤตมฺ ๚๘๚

    ๘. ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่ ผู้ทรงได้รับการดูแลโดยพ่อค้า ๕๐๐ แห่งมัลลิกะ ฯ ผู้ทรงได้รับสุธาอันเป็นทิพย์ ๕ ประการ และทรงเสวยมธุปายาสอันประเสริฐนั้น ๚
    -- ต้นฉบับอ่านว่า "มัลลิกะ" (मल्लिक) อย่างไรก็ตาม มีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจเป็น "ภัลลิกะ" (भल्लिक) เนื่องจากบริบทกล่าวถึงพ่อค้า การถวายภัตตาหารหลังการตรัสรู้ และพ่อค้าห้าร้อยคน ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องตปุสสะและภัลลิกะ อีกทั้งอักษร भ และ म ในต้นฉบับบางสายอาจสับสนกันได้

    ปฺรณมามิ สุวรฺติตธรฺมวรํ มฤคทาววเน จตุราสนเก ฯ
    วิธิศกฺรสุราสุรโลกวฤตํ สุศรีรมโหชฺชฺวลสรฺวทิศมฺ ๚๙๚

    ๙. ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่ ผู้ประกาศธรรมอันประเสริฐไว้อย่างดี ณ อาสนาทั้งสี่ (อริยสัจ 4) ในป่ามฤคทายวัน ฯ ผู้แวดล้อมด้วยพรหม พระอินทร์ เทวดา อสูร และหมู่โลก ผู้มีพระวรกายอันงดงามรุ่งเรืองสว่างไสวไปทั่วทิศทั้งปวง ๚

    คุรุนิรฺมิตกํ สุคตสฺตวกํ ปฐนํ กุรุเต กิล โย มนุชะฯ
    คฺรหโรคภยํ นหิ ตสฺย สทา ส ตุ ยาสฺยติ โมกฺษปุเร สุปุเร ๚๑๐๚

    ๑๐. มนุษย์ผู้ใด สวดบทสรรเสริญพระสุคตเจ้าซึ่งคุรุได้แต่งไว้ ฯ ผู้นั้นย่อมไม่มีภัยจากดวงดาว โรค และความหวาดกลัว และจักดำเนินไปสู่โมกษนครอันประเสริฐ ๚

    ---------------------
    ศรีศากยสิงหะ สโตตระ
    อันรจนาขึ้นโดยเทพนพเคราะห์ มีพระอาทิตย์เป็นอาทิ บัดนี้ได้จบแล้ว
    ---------------------

    หมายเหตุ :
    ---------------------
    ๑. บทสรรเสริญพระพุทธเจ้าบทนี้มีปรากฏในพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทของไทยในรูปแบบที่ใกล้เคียงกัน ตามคติการสืบทอดของฝ่ายล้านนาระบุว่า พระเถระเชียงใหม่ได้รับบทดังกล่าวมาจากประเทศลังกา เรียกว่า "ครหสันติคาถา" หรือ "ไชยะคุรุง" เป็นบทประพันธ์ภาษาบาลีซึ่งตามคติถือว่าเทพนพเคราะห์เป็นผู้รจนา มีฉันทลักษณ์และจำนวนบทเท่ากันกับบทที่กล่าวถึง แตกต่างเพียงไม่มีบทแสดงอานิสงส์ในตอนท้าย

    ---------------------

    ๒. เทพนพเคราะห์ ได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธ พระพฤหัสบดี พระศุกร์ พระเสาร์ พระราหู และพระเกตุ

    ลักษณะเด่นของบทสวดนี้ คือ การให้เทพนพเคราะห์ ซึ่งตามคติอินเดียโบราณถือว่ามีอำนาจกำหนดชะตาชีวิตของสัตว์โลก กลับเป็นผู้น้อบน้อมและสรรเสริญพระพุทธเจ้า อันแสดงให้เห็นว่าพระพุทธองค์ทรงอยู่เหนืออำนาจแห่งดวงดาวและเทพทั้งหลาย ดังนั้น ผู้สวดจึงมิได้อ้อนวอนต่อดาวนพเคราะห์โดยตรง หากแต่ตั้งจิตระลึกถึงพระพุทธคุณอันเป็นที่พึ่งสูงสุด แม้ในยามหวาดหวั่นต่อเคราะห์ภัยจากดาวนพเคราะห์ก็ตาม

    แม้พระพุทธเจ้าจะทรงแสดงธรรมขั้นสูง โดยทรงชี้ให้เห็นว่า "กรรม" คือเหตุปัจจัยสำคัญแห่งสุขและทุกข์ มิใช่อิทธิพลของดวงดาว แต่ในความเป็นจริง ความหวาดเกรงต่อเคราะห์ภัยจากดาวนพเคราะห์ยังคงฝังรากลึกอยู่ในจิตใจของผู้คน ทั้งในอดีตและปัจจุบัน มิใช่เฉพาะในโลกตะวันออก หากยังปรากฏในวัฒนธรรมของโลกตะวันตกด้วย

    โดยเฉพาะในอินเดียโบราณ ความเชื่อเรื่องอิทธิพลของนพเคราะห์เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรม แม้ผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนาก็มิอาจละคลายความกังวลเช่นนี้ได้ในทันที

    การศึกษาพระธรรมย่อมดำเนินไปตามลำดับ เพราะสัตว์โลกมีอินทรีย์และภูมิธรรมแตกต่างกัน บางท่านยังเชื่อในอิทธิพลของดาวนพเคราะห์ ขณะที่บางท่านได้คลี่คลายความเชื่อนั้นแล้ว บางท่านมีศรัทธาเข้มแข็งแต่ปัญญาทางธรรมยังไม่สมบูรณ์ บางท่านมีปัญญาดี ศึกษาพระธรรมมามาก แต่ยังต้องอาศัยการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความมั่นคงแห่งจิต การแสดงธรรมจึงต้องอาศัยวิธีการและกุศโลบายที่เหมาะสมกับภูมิธรรมของผู้ฟังแต่ละระดับ

    ในแง่นี้ บทสวดนี้อาจเข้าใจได้ว่าเป็นอุบายในลักษณะของ อุปายโกศล คืออาศัยพุทธคุณเป็นที่พึ่ง เพื่อคลี่คลายความหวาดกลัวในเบื้องต้น แล้วจึงประคับประคองจิตใจให้ค่อย ๆ ก้าวไปสู่ความเข้าใจพระธรรมอันลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยชี้ให้เห็นว่า "พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์" ต่างหาก คือที่พึ่งอันประเสริฐสูงสุด มิใช่อำนาจของดวงดาวหรือเคราะห์กรรมภายนอก

    ---------------------
    FB_IMG_1786321529702.jpg
    ประติมากรรมเทวดานพเคราะห์ (Navagraha - anthropomorphic forms of astronomical bodies)

    แหล่งที่มา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย อายุสมัย คริสต์ศตวรรษที่ 10 วัสดุ หินชนวน (Schist)

    สถานที่จัดแสดง: พิพิธภัณฑ์ศิลปะแซนดีเอโก เมืองแซนดีเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา (San Diego Museum of Art, San Diego, California, USA)
    https://www.facebook.com/share/p/1GMJ3nTz5i/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เกาหลีเหนือเตรียมส่งทหาร
    “5 หมื่นนาย”
    ไปช่วยรัสเซีย รบกับยูเครน

    Zelensky เตือน

    Zelensky ประธานาธิบดียูเครน เปิดเผยว่า เกาหลีเหนืออาจส่งกำลังทหารมากถึง 50,000 นายไปยังรัสเซีย สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือทางทหารระหว่างสองประเทศที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    อย่างไรก็ตาม Zelensky ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่า ตัวเลขดังกล่าวมาจากแหล่งข่าวใด หรือกำลังทหารทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ในภารกิจรูปแบบใด

    สิ่งที่ยูเครนกังวลมากกว่า “จำนวนทหาร” คือผลกระทบในระยะยาว

    Zelensky เตือนว่า การสนับสนุนรัสเซียอาจเปิดโอกาสให้เกาหลีเหนือได้รับ “ประสบการณ์จากสนามรบจริง” รวมถึงเข้าถึงความรู้และเทคโนโลยีทางทหารที่มีคุณค่ามากขึ้น

    https://www.facebook.com/share/p/18rHgKVRpP/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กลุ่มฮูตีรายงานว่าได้โจมตี

    “โรงงานน้ำมันซาอุ” แล้ว

    และยิงถล่มท่าเรือในเยเมนวันนี้


    กลุ่ม Houthi ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน อ้างว่าได้โจมตีโรงงานน้ำมันแห่งหนึ่งในประเทศซาอุดีอาระเบีย พร้อมกับโจมตีท่าเรือที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเยเมนบริเวณชายฝั่งทะเลแดง

    Associated Press รายงานว่า การโจมตีท่าเรือในเยเมนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย และยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือเชิงยุทธศาสตร์ในตะวันออกกลาง

    การโจมตีครั้งนี้มีความสำคัญ เพราะเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ในภูมิภาคที่ยังเปราะบาง และความเสี่ยงที่ความขัดแย้งอาจขยายตัวไปกระทบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการขนส่ง

    โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก หากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันเกิดขึ้นต่อเนื่อง ความกังวลเรื่อง Supply น้ำมันโลกอาจกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
    https://www.facebook.com/share/p/1A2D7e11PK/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประธานาธิบดีคนใหม่โคลอมเบียเชิญหัวหน้าแรบไบขึ้นกล่าวในพิธีสาบานตน ปิดท้ายด้วย “โคลอมเบียจงเจริญ อิสราเอลจงเจริญ”

    อาเบลาร์โด เด ลา เอสปริเอลลา (Abelardo de la Espriella) ประธานาธิบดีคนใหม่ของโคลอมเบีย ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ได้เชิญแรบไบดาวิด มิคาน (David Mihan) หัวหน้าแรบไบของโคลอมเบีย เข้าร่วมพิธีสาบานตนและกล่าวอวยพรต่อประธานาธิบดีคนใหม่ ครอบครัว และคณะรัฐบาล ก่อนปิดท้ายด้วยคำกล่าวว่า “Viva Colombia y viva Israel!” หรือ “โคลอมเบียจงเจริญ อิสราเอลจงเจริญ” ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอลก็เดินทางเข้าร่วมพิธีสาบานตนครั้งนี้ด้วย

    เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากรัฐบาลชุดใหม่กำลังแสดงท่าทีเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศจากรัฐบาลของ "กุสตาโว เปโตร" อย่างชัดเจน โดย "เด ลา เอสปริเอลลา" เคยประกาศตั้งแต่ช่วงหาเสียงว่าต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิสราเอล หลังรัฐบาลเปโตรตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล

    https://www.facebook.com/share/v/1Bfb6KWahF/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • Q.mp4
      ขนาดไฟล์:
      165.1 KB
      เปิดดู:
      8
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บางส่วนของเมืองโอเดสซา (Odesa) ของยูเครน หลังจากถูกรัสเซียถล่มครั้งรุนแรงที่สุด

    แม้ว่ากองทัพยูเครนจะสกัดกั้นโดรนได้หลายลำ แต่มีรายงานว่าพวกเขาไม่สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธได้เลย


    https://www.facebook.com/share/v/1EMWqbDaHB/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • g.mp4
      ขนาดไฟล์:
      405.8 KB
      เปิดดู:
      8
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    'เซเลนสกี' จี้เกาหลีใต้จับมือยูเครน หลังรัสเซียรับทหารเกาหลีเหนือทุบสถิติสูงสุด 50,000 นาย เรียนรู้การทำสงครามยุคใหม่
    .
    เคียฟ – 9 สิงหาคม 2569 –ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เปิดเผยผ่านรายการโทรทัศน์ ยืนยันว่ารัสเซียได้ตัดสินใจเตรียมจัดส่งและรองรับกำลังพลจากเกาหลีเหนือจำนวน 30,000 ถึง 50,000 นาย เข้ามาในดินแดนของรัสเซีย เพื่อเข้ามาศึกษาและเรียนรู้รูปแบบการทำสงครามสมัยใหม่

    นอกจากนี้ เซเลนสกี ยังยืนยันว่า ทางการยูเครนได้ตรวจพบชิ้นส่วนและซากของขีปนาวุธทิ้งตัวสัญชาติเกาหลีเหนือ (เช่น KN-23 และ KN-24) ในพื้นที่เป้าหมายการโจมตีภายในประเทศยูเครนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    พร้อมส่งสัญญาณเตือนว่า องค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการทหารที่เกาหลีเหนือได้รับกลับไป จะกลายเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก จึงเรียกร้องให้ประเทศเกาหลีใต้ ยกระดับความร่วมมือทางการทหารและระบบป้องกันภัยทางอากาศกับยูเครนอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น
    .
    The Newsy | รายงานข่าวต่างประเทศจากแหล่งข่าวสากล

    #ยูเครน #รัสเซีย #เกาหลีเหนือ #เกาหลีใต้ #ข่าวต่างประเทศ #theNewsyupdate

    https://www.facebook.com/share/1Bh2A7PcrL/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทัพอากาศยูเครน ยอมรับมีการโจมตีทางอากาศอย่างหนักต่อแคว้นโอเดสซา แต่จากการรายงาน ไม่พบว่ามีการเปิดเผยจำนวนขีปนาวุธที่รัสเซียยิงเข้ามา และไม่มีรายงานตัวเลขที่สามารถยิงสกัดกั้นขีปนาวุธ แต่รายงานเฉพาะการสกัดโดรน ซึ่งมีเพียงบางส่วนเท่านั้น

    ในคืนวันที่ 9 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 8 สิงหาคม ฝ่ายตรงข้ามโจมตีแคว้นโอเดสซาด้วยขีปนาวุธทิ้งตัว ขีปนาวุธต่อต้านเรือ และขีปนาวุธต่อต้านเรดาร์ ได้แก่ Iskander-M, S-400, Oniks และ Kh-31P โดยยิงจากพื้นที่ไครเมีย และทะเลดำ

    นอกจากนี้ ฝ่ายรัสเซียยังส่งโดรนโจมตีจำนวน 202 ลำ ได้แก่ Shahed ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรุ่นไอพ่น (Geran-4) , Gerbera, Parodiya และโดรนบรรทุกอาวุธ Banderol โดยปล่อยจากพื้นที่ Kursk, Millerovo, Oryol, Primorsko-Akhtarsk ในรัสเซีย รวมถึงพื้นที่ในภูมิภาคโดเนตสก์ และไครเมีย

    ฝ่ายยูเครนใช้เครื่องบิน หน่วยขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน หน่วยสงครามอิเล็กทรอนิกส์และระบบไร้คนขับ รวมถึงหน่วยยิงเคลื่อนที่ เข้ารับมือการโจมตี

    ตามข้อมูลเบื้องต้น ณ เวลา 08.00 น. ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงสกัดหรือกดการทำงานของโดรนประเภท Shahed, Gerbera และโดรนชนิดอื่นๆ ได้ 174 ลำ รวมถึงโดรน Banderol อีก 5 ลำ ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกของประเทศ
    FB_IMG_1786322314302.jpg FB_IMG_1786322316401.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/19VL6EXM5d/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยุโรปร้อนจนจีนยิ้ม! แอร์ Midea บุกยุโรป “ขายดีเพราะติดตั้งไม่ต้องเจาะ” คลื่นความร้อน 40 องศา เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส

    Nikkei Asia รายงาน คลื่นความร้อนยุโรปที่แผดเผาอุณหภูมิทะลุ 40 องศาเซลเซียส กลับกลายเป็นลมส่งให้ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าจีน โดยเฉพาะ Midea Group เร่งเครื่องในตลาดยุโรป เมื่อเครื่องปรับอากาศแบบเคลื่อนย้ายได้รุ่น “PortaSplit” กลายเป็นสินค้าขายดีจนผลิตแทบไม่ทัน สะท้อนเกมรุกครั้งใหม่ของบริษัทจีนที่กำลังหาทางออกนอกบ้าน หลังตลาดภายในประเทศซบเซาตามภาคอสังหาริมทรัพย์

    ข้อมูลจาก Midea ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 ถึงสิ้นเดือนมิถุนายน บริษัทจัดส่งเครื่องปรับอากาศ PortaSplit ซึ่งไม่ต้องติดตั้งโดยช่างรวมประมาณ 200,000 เครื่อง มากกว่ายอดจัดส่งตลอดทั้งปี 2568 ถึงเท่าตัว ขณะที่หลังยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนตั้งแต่เดือนมิถุนายน บริษัทได้รับคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มอีก 160,000 เครื่อง ทำให้บางพื้นที่ของยุโรปเกิดภาวะสินค้าขาดตลาด

    ภาพจากโรงงาน Midea ที่เมืองหนานซา มณฑลกวางตุ้ง เมื่อเดือนกรกฎาคม สะท้อนจังหวะการส่งออกที่กำลังคึกคัก เครื่อง PortaSplit ที่บรรจุกล่องถูกยกขึ้นตู้คอนเทนเนอร์อย่างต่อเนื่อง ก่อนลำเลียงขึ้นรถบรรทุกไปยังศูนย์กระจายสินค้าและเส้นทางขนส่งที่เชื่อมจีนกับยุโรปทั้งทางทะเลและทางบก

    จุดขายของ PortaSplit ไม่ได้อยู่แค่การทำความเย็น แต่คือการแก้ “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ของตลาดยุโรปที่เครื่องปรับอากาศแบบติดตั้งถาวรเข้าถึงได้ไม่ง่ายนัก

    ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ในปี 2568 อัตราการติดตั้งเครื่องปรับอากาศในยุโรปอยู่เพียง 23% ส่วนหนึ่งเพราะอาคารพักอาศัยจำนวนมากมีอายุเก่า การเจาะผนังภายนอกอาคารเพื่อเดินระบบอาจถูกจำกัดด้วยกฎการอนุรักษ์อาคาร ขณะที่บ้านซึ่งไม่ได้ติดข้อจำกัดดังกล่าวก็ยังต้องเผชิญต้นทุนติดตั้งสูง รวมถึงปัญหาการนัดหมายช่างที่อาจต้องรอคิวนาน

    Midea จึงไม่ได้พยายามขาย “แอร์จีน” แบบเดิม ๆ แต่พยายามออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับชีวิตและข้อจำกัดของผู้บริโภคยุโรปโดยตรง

    Zhao Ali ผู้จัดการผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศของ Midea ในยุโรป ระบุว่า จุดเริ่มต้นมาจากทีมงานยุโรปของบริษัทที่เข้าใจความต้องการในพื้นที่ ก่อนนำเสนอแนวคิดกลับมายังบริษัท จากนั้นฝ่ายวิจัยและพัฒนาในจีนร่วมกับทีมออกแบบในอิตาลีใช้เวลาถึง 3 ปีพัฒนา PortaSplit เพื่อแก้ปัญหาการติดตั้งที่เป็นอุปสรรคสำคัญของตลาด

    PortaSplit มีราคาประมาณ 1,000 ยูโร หรือราว 1,150 ดอลลาร์สหรัฐ และผู้บริโภคสามารถติดตั้งเองได้โดยไม่ต้องพึ่งช่างมืออาชีพ ตัวชุดภายนอกมีน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม ซึ่งเบาพอให้คนทั่วไปยกได้ และสามารถติดตั้งบริเวณด้านนอกหน้าต่างหรือประตูระเบียง ส่วนชุดภายในติดล้อ ทำให้ผู้ใช้สามารถเคลื่อนย้ายตำแหน่งบนพื้นได้ตามต้องการ

    Midea ระบุว่า ก่อนหน้านี้เครื่องปรับอากาศแบบเคลื่อนย้ายได้มีวางขายในตลาดอยู่แล้ว โดยรุ่นราคาถูกประมาณ 200-300 ยูโรมักมีจุดอ่อนทั้งประสิทธิภาพการทำความเย็นที่ไม่ดีพอและเสียงดัง แต่ PortaSplit พยายามแก้ข้อจำกัดดังกล่าว จนสามารถเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศแบบพกพาจากสินค้าทางเลือกให้กลายเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคยุโรปต้องการในช่วงอากาศร้อนจัด

    ไม่ใช่เพียง Midea ที่ได้อานิสงส์จากความร้อนระลอกนี้ Hisense Group ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน ก็เห็นยอดขายเครื่องปรับอากาศในยุโรปเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยยอดขายในฝรั่งเศสช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายในยุโรปตะวันตกเพิ่มขึ้น 20%

    ข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรจีนยังชี้ให้เห็นภาพการขยายตัวของตลาดอย่างชัดเจน การส่งออกผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องปรับอากาศจากจีนไปยังฝรั่งเศสในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน เพิ่มขึ้น 80% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะ 1,400 ล้านหยวน หรือประมาณ 207 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การส่งออกไปเนเธอร์แลนด์เพิ่มขึ้น 60% สู่ระดับ 1,400 ล้านหยวนเช่นกัน

    แต่ในบ้านเกิดของผู้ผลิตเหล่านี้ เรื่องราวกลับตรงกันข้าม

    ตลาดเครื่องปรับอากาศจีนยังเผชิญภาวะซบเซา ข้อมูลจาก Beijing All View Cloud Data Technology ระบุว่า ยอดขายในประเทศช่วง 6 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 59.67 ล้านเครื่อง ลดลง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุสำคัญมาจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ถดถอยและยอดขายที่อยู่อาศัยลดลง ซึ่งกระทบต่อความต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านโดยตรง

    ขณะเดียวกัน ตลาดส่งออกนอกยุโรปก็ไม่ได้สดใสนัก การส่งออกเครื่องปรับอากาศของจีนในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายนลดลง 9% เหลือ 113,600 ล้านหยวน โดยตลาดสหรัฐฯ และรัสเซียต่างเผชิญยอดส่งออกลดลงเช่นกัน

    สถานการณ์จึงกลายเป็นภาพสองขั้วอย่างชัดเจน ด้านหนึ่ง ตลาดจีนซึ่งเป็นฐานเดิมกำลังถูกกดดันจากภาคอสังหาริมทรัพย์ อีกด้านหนึ่ง ตลาดต่างประเทศหลายแห่งก็ไม่ได้เปิดประตูรอรับสินค้าจีน แต่ยุโรปกลับกลายเป็นตลาดที่มีทั้ง “ความร้อน” และ “ช่องว่างทางธุรกิจ” ให้ผู้ผลิตจีนเข้าไปจับ

    สำหรับ Midea ความสำเร็จของ PortaSplit จึงมีความหมายมากกว่ายอดขายเครื่องปรับอากาศในช่วงฤดูร้อน เพราะบริษัทมองว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์จีนในตลาดต่างประเทศ จากเดิมที่ผู้ผลิตจีนจำนวนมากรับจ้างผลิตสินค้าให้แบรนด์ต่างชาติในรูปแบบ OEM

    Xiong Xueqin ผู้อำนวยการฝ่ายขายเครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัยในยุโรปของ Midea มองว่า การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่บริษัทจีนพัฒนาขึ้นเองสู่ตลาดโดยตรง จะช่วยทลายภาพจำเดิมที่ผู้บริโภคต่างประเทศมองแบรนด์จีนในฐานะผู้รับจ้างผลิตสินค้าให้ผู้อื่น

    พูดอีกอย่างคือ งานนี้จีนไม่ได้ต้องการเพียง “ขายแอร์ให้คนยุโรปหายร้อน” แต่กำลังทดลองขายความสามารถในการคิด ออกแบบ และสร้างแบรนด์ของตัวเองไปพร้อมกัน

    และนี่อาจเป็นบทเรียนสำคัญของสงครามการค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าโลก เพราะเมื่อบ้านตัวเองขายยาก การออกไปขายนอกบ้านย่อมเป็นทางเลือก แต่การจะชนะตลาดต่างประเทศไม่ได้อยู่ที่ผลิตให้ถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่การเข้าใจว่า “ลูกค้าต่างประเทศมีปัญหาอะไร” แล้วสร้างสินค้าที่แก้ปัญหานั้นได้จริง

    ยุโรปมีอาคารเก่า เจาะผนังไม่ได้ ติดตั้งแพง ช่างหายาก และกำลังเผชิญอากาศร้อนผิดปกติ ส่วนจีนมีโรงงาน เทคโนโลยีการผลิต และบริษัทที่พร้อมเร่งกำลังส่งออก เมื่อสองเงื่อนไขมาเจอกัน PortaSplit จึงกลายเป็นมากกว่าเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่ แต่เป็นตัวอย่างว่า “ข้อจำกัดของตลาดหนึ่ง” สามารถกลายเป็น “โอกาสของอีกตลาด” ได้อย่างไร

    ในวันที่เศรษฐกิจจีนยังต้องรับมือกับอสังหาริมทรัพย์ซบเซา และการส่งออกบางตลาดหดตัว ความร้อนของยุโรปจึงไม่ได้สร้างเพียงเหงื่อให้ผู้บริโภค หากยังสร้างรายได้และพื้นที่ให้ผู้ผลิตจีนได้พิสูจน์ตัวเองว่า จากโรงงานของโลก พวกเขากำลังพยายามก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของแบรนด์ของโลกด้วย

    https://www.facebook.com/share/1FXUFVDJhn/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,852
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เกาหลีใต้ไม่ได้ขายแค่ “เครื่องสำอาง” แต่ขายระบบผลิตความฮิต — ODM (ระบบแบ่งงานกันทำที่มีบริษัทรับจ้างพัฒนาและผลิตเครื่องสำอาง - Original Design Manufacturer) สูตรลับ K-Beauty เขย่าโลกแบบ TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company)

    Nikkei Asia รายงาน จากครีมกันแดด เซรั่ม ไปจนถึงสกินแคร์ส่วนผสมธรรมชาติ เกาหลีใต้กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า การเป็นมหาอำนาจด้านความงามในวันนี้ อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครมีแบรนด์ดังที่สุด แต่อยู่ที่ว่าใคร “ผลิตความฮิต” ได้เร็วที่สุด

    เบื้องหลังการผงาดขึ้นเป็นผู้ส่งออกเครื่องสำอางรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกของเกาหลีใต้ คือระบบแบ่งงานกันทำที่มีบริษัทรับจ้างพัฒนาและผลิตเครื่องสำอาง หรือ ODM (Original Design Manufacturer) เป็นฟันเฟืองสำคัญ คล้ายกับโมเดลที่ Taiwan Semiconductor Manufacturing Company หรือ TSMC ใช้สร้างอาณาจักรรับจ้างผลิตชิปให้บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก

    หนึ่งในพระเอกของเรื่องนี้คือ Kolmar Korea บริษัท ODM เครื่องสำอางรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 1990 และเป็นบริษัท ODM เครื่องสำอางแห่งแรกของประเทศ จุดยืนของบริษัทชัดเจนคือ “ไม่สร้างแบรนด์แข่งกับลูกค้า” แต่รับหน้าที่ตั้งแต่การวิจัย พัฒนาสูตร ไปจนถึงผลิตสินค้าตามคำสั่ง

    Kolmar และ Cosmax ซึ่งก่อตั้งในปี 1992 กลายเป็นสองยักษ์ใหญ่ของธุรกิจ ODM เครื่องสำอางเกาหลีใต้ และเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้ประเทศแซงหน้าสหรัฐฯ ขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกเครื่องสำอางรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากฝรั่งเศส

    จุดแข็งที่สำคัญที่สุดของ ODM คือ “ความเร็ว”

    ระบบที่ Kolmar นำมาใช้ตั้งแต่ปี 2024 ช่วยลดระยะเวลาตั้งแต่ลูกค้าโยนไอเดียเข้ามา จนกลายเป็นสินค้าที่ผลิตจำนวนมากได้ เหลือเพียงประมาณ 3 เดือน จากปกติที่ใช้เวลาราว 9-12 เดือน

    พูดง่ายๆ คือ ขณะที่บางบริษัทอาจยังประชุมกันอยู่ว่า “จะทำครีมแบบไหนดี” บริษัท ODM อาจพาสินค้าออกจากโรงงานไปขึ้นชั้นวางได้แล้ว

    Kolmar มีสินค้ากึ่งสำเร็จรูปให้ลูกค้าเลือกประมาณ 150 รูปแบบ ตั้งแต่เนื้อครีม สูตรพื้นฐาน ไปจนถึงแนวทางผลิตภัณฑ์ต่างๆ ลูกค้าเพียงเลือกสิ่งที่ใกล้เคียงกับแนวคิดของตัวเอง แล้วให้ Kolmar ปรับแต่งต่อ พร้อมรับผิดชอบการประเมินความปลอดภัยและขั้นตอนขอใบรับรองที่เกี่ยวข้อง

    ขนาดการผลิตที่ใหญ่ยังช่วยให้ ODM ซื้อวัตถุดิบได้ในปริมาณมาก ต้นทุนจึงลดลง เปิดทางให้แบรนด์ต่างๆ ตั้งราคาสินค้าได้แข่งขันทั้งในตลาดเกาหลีใต้และต่างประเทศ

    โมเดลนี้ทำให้เกิดผู้เล่นหน้าใหม่จำนวนมหาศาล เพราะเจ้าของแบรนด์ไม่จำเป็นต้องสร้างโรงงานเอง

    กลุ่มลูกค้าหลักของ ODM คือบริษัทแบบ “fabless” หรือธุรกิจที่ไม่มีโรงงานผลิตของตัวเอง นักออกแบบ ผู้ประกอบการ บริษัทการตลาด หรือผู้สร้างแบรนด์สามารถคิดคอนเซปต์สินค้า แล้วส่งต่อการพัฒนาสูตรและการผลิตให้ ODM จัดการ

    จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2011 เมื่อเกาหลีใต้ปรับกฎหมายเปิดทางให้บริษัทที่ไม่มีโรงงานผลิตสามารถได้รับใบอนุญาตเป็นผู้จัดจำหน่ายเครื่องสำอางได้ ผลที่ตามมาคือธุรกิจ fabless เติบโต ขณะเดียวกันก็ยิ่งเพิ่มความต้องการใช้บริการ ODM

    ข้อมูลรัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่า ในปี 2025 มีธุรกิจเครื่องสำอางแบบ fabless มากถึง 28,412 ราย เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่าในช่วง 10 ปี

    นี่คือโรงงานผลิต “โอกาส” ที่แท้จริง เพราะในโลกเครื่องสำอาง สินค้าส่วนใหญ่ไม่ได้กลายเป็นดาวรุ่ง มีเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่กลายเป็นสินค้าขายดี แต่ระบบ ODM ทำให้ผู้ประกอบการสามารถทดลองเปิดตัวสินค้าได้เป็นจำนวนมาก แล้วรีบตัดตัวที่ไม่เวิร์ก พร้อมผลักดันตัวที่มีแวว

    ผลิตเร็ว ทดลองเร็ว ล้มเร็ว และเริ่มใหม่เร็ว

    วงจรดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของ K-Beauty

    ผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จ เช่น Madeca Cream หรือผลิตภัณฑ์กลุ่ม Manyo ที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ ล้วนสะท้อนความสามารถของอุตสาหกรรมในการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง จนสามารถรักษาสถานะสินค้าขายดีได้เป็นเวลาหลายปี

    ปรากฏการณ์นี้ยังเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมความงามจากเดิมที่เคยนิยมระบบ “แนวตั้ง” หรือบริษัทเดียวทำทุกอย่าง ตั้งแต่คิดค้น พัฒนา ผลิต ไปจนถึงขาย เหมือนโมเดลของยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นอย่าง Shiseido และ Kao รวมถึงบริษัทเกาหลีใต้เองอย่าง Amorepacific และ LG H&H

    แต่เมื่อ ODM กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรม บริษัทเจ้าของแบรนด์จึงไม่จำเป็นต้องแบกต้นทุนโรงงานและระบบผลิตมหาศาลอีกต่อไป สามารถนำทรัพยากรไปทุ่มกับการพัฒนาสินค้า การตลาด และการสร้างแบรนด์แทน

    นี่เองคือเหตุผลที่โมเดล K-Beauty ถูกนำไปเปรียบกับ TSMC

    ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ TSMC เติบโตขึ้นด้วยการรับจ้างผลิตชิปตามการออกแบบของลูกค้าอย่าง Apple และ Nvidia บริษัทเหล่านี้จึงไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานผลิตชิปของตัวเอง และสามารถมุ่งทรัพยากรไปที่การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์

    เมื่อการแบ่งงานระหว่าง “คนคิด” กับ “คนผลิต” มีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบแนวนอนจึงค่อยๆ กลายเป็นแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมโลก ขณะที่บริษัทญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งซึ่งยังยึดติดกับการทำทุกอย่างด้วยตัวเองกลับสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

    Kolmar ระบุอย่างชัดเจนว่า บริษัทมีปรัชญาการดำเนินธุรกิจคล้าย TSMC นั่นคือ “ไม่แข่งขันกับลูกค้า”

    หลักคิดนี้สำคัญ เพราะ ODM ไม่จำเป็นต้องสร้างแบรนด์ของตัวเองมาแย่งพื้นที่บนชั้นวางกับลูกค้า ยิ่งลูกค้าขายดี ODM ก็ยิ่งมีงานผลิตมากขึ้น เป็นความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์

    ญี่ปุ่นเองก็เริ่มมีธุรกิจเครื่องสำอางแบบ fabless เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มีบริษัทรับจ้างผลิตขนาดใหญ่เทียบเท่าเกาหลีใต้ ขนาดบริษัทญี่ปุ่นที่เป็นเจ้าตลาดอย่าง Shiseido ยังถูกมองว่าตามหลังคู่แข่งเกาหลีใต้ในเรื่องความเร็วในการนำสินค้าออกสู่ตลาด

    ผลของระบบแบ่งงานนี้สะท้อนผ่านตัวเลขอย่างชัดเจน

    ปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้ผลิตเครื่องสำอางมูลค่า 17.9 ล้านล้านวอน หรือราว 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

    ส่วนการส่งออกเครื่องสำอางในปี 2025 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.14 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน และเป็นปีแรกที่เกาหลีใต้แซงหน้าสหรัฐฯ ขึ้นเป็นผู้ส่งออกเครื่องสำอางอันดับ 2 ของโลก รองจากฝรั่งเศส

    แต่โรงงานอย่างเดียวไม่พอ ต่อให้ผลิตเก่งแค่ไหน หากสินค้าไปไม่ถึงผู้บริโภคก็ไม่มีวันกลายเป็นกระแส

    อีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญของเกาหลีใต้จึงอยู่ที่ “ประตูสู่ตลาดโลก” อย่าง CJ Olive Young ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายค้าปลีกเครื่องสำอางรายใหญ่ของประเทศ มีสาขาราว 1,400 แห่งทั่วเกาหลีใต้

    Olive Young ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ขายสินค้า แต่ยังเป็นพื้นที่แจ้งเกิดสำหรับแบรนด์หน้าใหม่ที่ผลิตผ่านบริษัทอย่าง Kolmar ด้วย ร้านค้ากลายเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเกาหลีใต้ ซึ่งช่วยเปลี่ยนประสบการณ์ช็อปปิ้งให้กลายเป็นเครื่องจักรส่งออกวัฒนธรรม K-Beauty ไปพร้อมกัน

    ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนที่ผ่านมา Olive Young ยังขยายร้าน 2 แห่งในฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ พร้อมเดินหน้าการขายผ่านอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน โดยเว็บไซต์ของบริษัทให้บริการลูกค้าแล้วประมาณ 60 ประเทศและภูมิภาค

    กล่าวอีกแบบคือ เกาหลีใต้ไม่ได้สร้างเพียง “โรงงานผลิตเครื่องสำอาง” แต่กำลังสร้างห่วงโซ่ครบวงจร ตั้งแต่คนคิดสินค้า คนพัฒนาสูตร คนผลิต คนสร้างแบรนด์ ไปจนถึงช่องทางนำสินค้าออกสู่โลก

    รัฐบาลเกาหลีใต้ก็เข้ามาเสริมแรงอย่างจริงจัง โดยตั้งแต่ราวปี 2020 เป็นต้นมา รัฐบาลยกระดับเครื่องสำอางให้เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมส่งออกยุทธศาสตร์ของประเทศ เคียงคู่กับเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมบันเทิง

    มาตรการสนับสนุนมีทั้งการขยายสินเชื่อให้แบรนด์เกิดใหม่ การจัดกิจกรรมจับคู่และให้คำปรึกษาด้านการส่งออก รวมถึงการสนับสนุนช่องทางเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ

    ทั้งหมดนี้ทำให้ K-Beauty กลายเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของเศรษฐกิจยุคใหม่ ซึ่งการแข่งขันไม่ได้วัดกันเพียงว่า “ใครมีแบรนด์ใหญ่กว่า” แต่เป็นเรื่องของการออกแบบระบบอุตสาหกรรมให้ผู้ประกอบการจำนวนมากสามารถทดลอง สร้างสินค้า และขยายตลาดได้อย่างรวดเร็ว

    อย่างไรก็ตาม เมื่อโมเดลนี้พิสูจน์แล้วว่าเวิร์ก เกาหลีใต้ก็ต้องเผชิญคำถามสำคัญว่า แล้วใครจะลอกการบ้านได้เร็วกว่า?

    คำตอบที่กำลังส่งเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ คือจีน

    บริษัทจีนจำนวนมากกำลังเลียนแบบโมเดลการรับจ้างผลิตของเกาหลีใต้ และกำลังผลักดันการเติบโตของแบรนด์ C-Beauty

    นั่นหมายความว่า สิ่งที่เคยเป็น “ความได้เปรียบ” ของเกาหลีใต้ อาจกลายเป็น “คู่มือการแข่งขัน” สำหรับคู่แข่งในเวลาเดียวกัน

    สมรภูมิเครื่องสำอางจึงไม่ได้มีเพียงการแข่งขันระหว่างแบรนด์ต่อแบรนด์อีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันระหว่างระบบนิเวศอุตสาหกรรม ใครพัฒนาสินค้าได้เร็วกว่า ใครผลิตได้ถูกกว่า ใครเปิดพื้นที่ให้แบรนด์ใหม่เกิดได้มากกว่า และใครพาผลิตภัณฑ์เหล่านั้นออกไปสู่ตลาดโลกได้เร็วกว่า คนนั้นมีโอกาสเป็นผู้กำหนดเทรนด์ความงามของโลก

    เกาหลีใต้เคยพิสูจน์มาแล้วในเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมบันเทิงว่า การสร้าง “ระบบ” อาจทรงพลังไม่แพ้การสร้าง “ดาว”

    วันนี้ K-Beauty จึงไม่ได้มีดีแค่หน้าตาดี แต่มี “โรงงานความฮิต” อยู่ข้างหลัง และคำถามที่น่าจับตากว่าคือ เมื่อจีนเริ่มสร้างโรงงานแบบเดียวกัน ใครกันแน่จะเป็นคนแต่งหน้าให้โลกในวันพรุ่งนี้

    https://www.facebook.com/share/p/14nE6nsGyd5/
     

แชร์หน้านี้

Loading...