เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 15 มิถุนายน 2026 at 20:46.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,498
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,148
    ค่าพลัง:
    +26,940
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,498
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,148
    ค่าพลัง:
    +26,940
    วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๑๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศยามเช้าที่โรงแรม Wanda Moments Hotel เมืองจิ่งเหอ อยู่ที่ ๒๕ องศาเซลเซียส กระผม/อาตมภาพตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก ๑ รอบ จากนั้นก็นอนต่อจนถึงตี ๕ จึงได้ลุกขึ้นมาชำระสะสางร่างกายตนเอง แต่งองค์ทรงเครื่องเรียบร้อยแล้ว ถึงได้เข้ากรรมฐานตามระบบส่วนตัวที่ได้วางเอาไว้

    จนกระทั่งครบถ้วนสมบูรณ์และอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้าที่เจ้าทางทั้งหลายทั้งปวงแล้ว ก็รอจนใกล้เวลา ๗ โมงครึ่ง จึงได้ลงไปที่ห้องอาหาร แต่ปรากฏว่าห้องอาหารเปิดก่อนเวลา และมีบรรดามวลมหาประชาชนชาวจีนและชาวไทย กำลังรับประทานอาหารกันอย่างชนิดคึกคักครึกครื้นมาก รอบข้างเสียงภาษาไทยดังแซ่ไปหมด..!

    กระผม/อาตมภาพตักได้ภัตตาหารในส่วนที่ตนต้องการแล้ว ก็ก้มหน้าก้มตารับประทานไป จนกระทั่งใกล้จะอิ่ม "ท่านปิง" (พระมหากวีศิลป์ วิสุทฺธิกุโล) ประธานที่พักสงฆ์เวฬุวัน เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ ก็มาถึง อันดับแรกเลยที่ทำเหมือนกับทุกวัน ก็คือถวายปัจจัยร่วมทำบุญกับกระผม/อาตมภาพก่อน พูดง่าย ๆ ว่าภาวนามาเท่าไร ท่านก็ขอมีส่วนร่วมด้วย..!

    เมื่อฉันเสร็จเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพก็กลับขึ้นไปยังที่พัก นำเอาข้าวของต่าง ๆ ของตนเองลงมาข้างล่าง ทำการคืนบัตรกุญแจเรียบร้อยแล้ว ก็ออกไปเดินรับลมทางด้านนอก ซึ่งคณะคนไทยก็เตรียมตัวที่จะเดินทางเช่นกัน จน ๘ โมงครึ่ง กระผม/อาตมภาพก็หิ้วกระเป๋าไปขึ้นรถ เหตุที่ไม่ไปเร็วกว่านั้นก็เกรงว่าจะเป็นการกดดันพลขับของเรามากจนเกินไป

    ครั้นทุกคนมาถึงเรียบร้อยแล้ว ทางพลขับก็พาพวกเรามุ่งตรงไปยัง "ทะเลสาบไซ่หลี่มู่" ซึ่งอยู่ที่เมืองป๋อเล่อ ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ ๒ ชั่วโมงครึ่ง ระยะทางนั้นไม่ใช่ปัญหา เพียงแต่ว่าบางช่วงบางตอนของข้างถนนนั้น มองเห็นสีดำเป็นแผ่นผืนกว้างใหญ่ยาวสุดลูกหาลูกตา "อาโจว" มัคคุเทศก์ของเราบอกว่านั่นคือแผงโซล่าร์เซลล์ เป็นการใช้แสงแดดเพื่อสร้างพลังงานสะอาดเอาไว้ให้แก่ชาวบ้านทั้งหลาย

    รถวิ่งมาเป็นระยะเวลาเกือบชั่วโมงก็เริ่มติดหนัก ถามพลขับของเราแล้วบอกว่า อาจจะเป็นช่วงทางกำลังขึ้นเขา และมีรถหนักอยู่ข้างหน้าทำให้ช้าจึงได้ติดกันแบบนี้ แต่พอกระดืบตามกันไปอยู่หลาย ๑๐ นาที ถึงได้เห็นว่าไม่ใช่ เนื่องเพราะว่ามีการปิดถนนเพื่อซ่อมกันอีกแล้ว และยังมีบรรดาท่านผู้ใจร้อน ทำตัวเป็น "สายมุด" เมื่อมุดผ่านกรวยไปแล้ว เจอเจ้าหน้าที่ก็มุดกลับ แต่ไม่ทราบว่าดวงแตกอีท่าไหน จึงไปสะกิดสะเกากับเพื่อนฝูงคันอื่นเข้า ทำให้รถติดหนุบติดหนับหนักเข้าไปอีก..!

    เส้นทางสองข้างนอกจากต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจีผิดจากสภาพทะเลทรายที่นึกแล้ว นอกจากแผงโซล่าร์เซลล์ก็ยังมีกังหันลมขนาดมหึมา เพื่อที่จะปั่นไฟให้กับประชาชนทางด้านนี้ได้ใช้
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,498
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,148
    ค่าพลัง:
    +26,940
    พวกเราวิ่งไปจนกระทั่ง ๑๑ โมง เกือบจะ ๑๐ นาที ก็มาถึงบริเวณเมืองป๋อเล่อ เราแวะเข้าไปที่ภัตตาคารเพื่อรับประทานอาหารก่อน เมื่อลงจากรถมา กระผม/อาตมภาพถึงกับสะดุ้ง ต้องรีบควักโทรศัพท์ออกมาดู ปรากฏว่าเวลา ๑๑ โมงเกือบจะ ๑๐ นาทีนี้ อุณหภูมิบริเวณนี้อยู่ที่ ๑๘ องศาเซลเซียส ไม่ต้องสงสัยเลยว่าช่วงเช้านั้นจะอยู่ที่ขนาดไหน ซึ่งน่าจะหนาวกว่านี้อีกมากทีเดียว..!

    ข้าวปลาอาหารวันนี้ก็ถือว่าอุดมสมบูรณ์ เพียงแต่สงสาร "น้องลาฟท์" (เด็กชายพีรภาณัชย์ ตะล่อมสิน) เนื่องเพราะว่ามีแต่รุ่นพี่ รุ่นป้า รุ่นอาทั้งนั้น โดยเฉพาะต้องมานั่งข้างกระผม/อาตมภาพด้วย จึงนั่งเกร็งไปเลย กระผม/อาตมภาพบอกว่า เมื่อพระตักแล้วมีอะไรที่ต้องการ ก็คีบหรือจ้วงได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ส่วนตนเองก็ก้มหน้าก้มตาฉันไปเรื่อย

    จนกระทั่งอิ่มแล้ว เงยหน้าขึ้นมา เห็นพี่สาวของ "น้องลาฟท์" ก็คือ "น้องเหวินเหวิน" (นางสาวสัณห์จิรา ตะล่อมสิน) กำลังแคะเมล็ดแตงโมอยู่ด้วยส้อม กระผม/อาตมภาพจึงบอกว่า "เหวินเหวิน หยิบขึ้นมาแล้วงับตะลุยไปเลย รักจะกินอย่าไปห่วงความสวย..!" ทำเอาอีกฝ่ายสบายใจ จึงได้คว้าแตงโมขึ้นมาด้วยสองมือ แต่ถึงกระนั้นก็ทำท่าเล็มมากว่าท่ากิน ไม่เช่นนั้นแตงโมชิ้นขนาดนั้น กระผม/อาตมภาพถ้าจะฉัน งับไม่กี่ทีก็หมดเกลี้ยงไปแล้ว..!

    ครั้นทุกคนอิ่มแล้วก็เข้าห้องน้ำห้องท่าที่บริเวณภัตตาคาร จากนั้นก็เดินไปที่รถ บอกพลขับให้เปิดประตูข้างเพื่อเอากระเป๋าออกมา แต่ละคนล้วนแล้วแต่งัดเสื้อแขนยาว เสื้อกันหนาว เสื้อกันลมออกมาทั้งนั้น เนื่องเพราะว่าอากาศค่อนข้างเย็นมากสำหรับบุคคลที่ไม่คุ้นชิน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เก็บกระเป๋าเข้าที่แล้ว พลขับก็พาพวกเราวิ่งไปไม่กี่นาที ก็มองเห็นทะเลสาบไซ่หลี่มู่อยู่แต่ไกล ซึ่งทางด้านชาวโลกเขาให้ขนานนามว่า "น้ำตาหยดสุดท้ายแห่งทวีปยุโรป" เนื่องเพราะว่าทะเลสาบนี้ติดอยู่กับประเทศเติร์กเมนิสถาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอดีตประเทศรัสเซียเก่า ตอนนี้แยกออกมาเป็นประเทศของตนเองแล้ว

    "อาโจว" วิ่งไปซื้อตั๋วให้พวกเรา ขณะที่รถของพวกเราก็ต้องมาเข้าซอง ซึ่งตำรวจจัดแยกเอาไว้ว่า รถเก๋งเข้าช่องนี้ รถบัสนักท่องเที่ยวเข้าช่องนี้ เมื่อผ่านการตรวจสอบและถ่ายรูปทะเบียนรถเอาไว้แล้ว ก็ปล่อยพวกเราวิ่งอ้อมไปจนถึงขอบทะเลสาบ หลังจากนั้นก็ต้องค่อย ๆ คลานตามกันไป เนื่องเพราะว่ารถมากทีเดียว จนกระทั่งมาถึงบริเวณจุดชมวิวทะเลสาบไซ่หลี่มู่แห่งแรก ซึ่งมีลานจอดรถอยู่ พลขับของเรานำรถเข้าลานแล้ว "อาโจว" ก็บอกพวกเราว่า "ให้เวลาถ่ายรูปแถวนี้ ๓๐ นาที"

    กระผม/อาตมภาพลงรถแล้ว แทนที่จะเดินไปทางทะเลสาบ กลับเดินไปทางร้านค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งมีรูปปั้นหมาจิ้งจอกอยู่บริเวณหน้าร้าน น่ารักน่าชังทีเดียว จึงได้ทำการถ่ายรูปไว้ก่อน จากนั้นก็เดินไปตามเส้นทางที่ลงสู่ทะเลสาบ ซึ่งสองข้างทางตอนนี้เป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี มีบรรดาดอกหญ้าต่าง ๆ ขึ้นสะพรั่งไปหมด โดยเฉพาะดอกสีม่วง ๆ ที่คล้ายฟอร์เก็ตมีน็อต และคล้ายลาเวนเดอร์ แต่ไม่ยักใช่ทั้งสองอย่างนั้น

    พวกเราถ่ายรูปหมู่กันแล้ว ก็ออกไปถ่ายรูปอิสระ "อาโจว" ขอถ่ายรูปคู่กระผม/อาตมภาพกับท่านปิงด้วย แถมยังพนมมือเสียดิบดี กระผม/อาตมภาพเดินหามุมถ่ายรูปไปเรื่อย จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่เขาจัดมุมเอาไว้เพื่อรับจ้างถ่ายรูป เป็นลักษณะเรือสำราญ ทำเป็น "พร็อพ" หลัง "หมอมุก" (แพทย์หญิงรุจิรา งามพฤกษ์วานิชย์) อาสาเป็นตากล้องถ่ายรูปให้
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,498
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,148
    ค่าพลัง:
    +26,940
    ครั้นได้รูปตัวเองแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินย้อนกลับ มองเห็นเครื่องมือเครื่องไม้แปลก ๆ อยู่กลางลานหญ้า ดูแล้วน่าจะเป็นเครื่องตรวจจับอะไรสักอย่างของทางตำรวจจีน เนื่องเพราะว่ามีการล้อมรอบขอบชิด แถมด้านบนยังสามารถเปิดได้ปิดได้เหมือนดอกไม้บานอีกต่างหาก..!

    เมื่อพวกเรากลับมาขึ้นรถ พร้อมแล้วก็ขยับตามกันไปยังจุดที่ ๒ บริเวณจุดนี้นั้นมีเกาะกลางน้ำอยู่ แต่ไม่มีเรือเหลือเลยสักลำ ไม่สามารถที่จะเช่าเรือไปขึ้นเกาะกลางน้ำได้ จึงได้แต่ถ่ายรูปที่ชายฝั่ง ลักษณะเหมือนอย่างกับ "หมาเห็นเครื่องบิน"..!

    จนกระทั่งขยับตามรถที่ติดหนุบติดหนับมา ถึงจุดที่ ๓ ซึ่งมีคนมาถ่ายชุด "พรีเวดดิ้ง" กันเยอะมาก แต่ขอโทษเถอะ..บรรดาเจ้าสาวในชุดพรีเวดดิ้งนั้น กลับบ้านพ่อแม่จะจำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ? เนื่องเพราะว่าแดดจัดจ้าทีเดียว ทำให้วิวทิวทัศน์ทุกอย่าง "ตรงปก" อย่างเหลือเชื่อ

    พวกเราค่อย ๆ ขยับขึ้นมาสู่จุดที่ ๔ แต่ว่ารถติดแล้วติดอีก จนกระทั่งหมดอารมณ์ เมื่อเวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า ไม่ได้ขยับไปไหน "อาโจว" จึงตกลงกับพวกเราว่าเดี๋ยวลงไปถ่ายรูปทุ่งหญ้าบริเวณนี้แหละ เนื่องเพราะว่าใกล้ห้องน้ำด้วย เมื่อเข้าห้องน้ำกันเรียบร้อยแล้วกลับมาขึ้นรถ เราจะได้ออกจากพื้นที่ตรงนี้ ไม่ต้องไปยังจุดไฮไลท์อีกจุดหนึ่งของทะเลสาบไซ่หลี่มู่แล้ว

    พวกเราเห็นด้วยทุกประการ ลงรถได้ กระผม/อาตมภาพก็อาศัยรางระบายน้ำเดินผ่านลงไปข้างล่าง แม้ว่าหนทางค่อนข้างจะชันทีเดียว โดยมี "อาโจว" กับ "ท่านปิง" ตามไปด้วย

    แต่พอผ่านต้นไม้หน้าตาแปลก ๆ มีหนามแหลม คล้าย ๆ กับต้นเหงือกปลาหมอของบ้านเรา กระผม/อาตมภาพก็สะดุ้งเฮือก ตะโกนห้ามคนอื่น ๆ ว่า "อย่าลงมา พวกนี้เป็นต้นไม้ที่แสบคันมาก..!" เนื่องเพราะว่าบางคนก็เรียก "รังตังไก่" บางคนก็เรียก "รังตังแมว" โดนเข้าแต่ละทีคล้ายกับโดนหนอนบุ้งเลยทีเดียว..! "ท่านปิง"บอกว่า "ผมโดนเข้าไปแล้ว..!" กระผม/อาตมภาพจึงบอกว่า "ห้ามเกาอย่างเด็ดขาด ปล่อยให้หายไปเอง"
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,498
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,148
    ค่าพลัง:
    +26,940
    พวกเราเดินไปถึงชายน้ำที่ทางรัฐบาลจีนได้นำเอาก้อนหินใหญ่ ๆ เล็ก ๆ เอามาทิ้งเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้คลื่นซัดชายฝั่งพังทลาย หามุมถ่ายรูปกันเรียบร้อยแล้ว ก็ย้อนกลับมาถ่ายรูปทุ่งหญ้า ซึ่งบรรดาสาว ๆ ที่ถ่ายพรีเวดดิ้งอยู่ ไม่ทราบเหมือนกันว่าโดนเจ้ารังตังแมวไปบ้างหรือเปล่า..!?

    คราวนี้ก็ได้เห็นอย่างชัดเจนว่าเจ้าเครื่องมือหน้าตาประหลาดของทางตำรวจจีนนั้น เป็นจุดรับส่งสัญญาณให้กับโดรน ตลอดจนกระทั่งบรรดากล้องวงจรปิดต่าง ๆ รอบบริเวณนั้น โดยที่มีโดรนหย่อนตัวลงมาถ่ายข้อมูลอย่างลงไปชนิดเห็นต่อหน้าต่อตา คนอื่นไม่กล้าถ่ายรูป แต่กระผม/อาตมภาพถือว่าเมื่อไม่มีคนห้าม ไม่มีป้ายห้าม ก็ถ่ายเอาไว้เลย..!

    หลังจากนั้นก็เดินไปเข้าห้องน้ำห้องท่า เสร็จเรียบร้อยแล้วกลับขึ้นรถมา ติดหนุบติดหนับอยู่อีกเป็น ๑๐ นาที กว่าที่จะพ้นบริเวณร้านค้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว รถของเราก็เลี้ยวซ้ายขึ้นมา จากนั้นก็หักขวาขึ้นถนนใหญ่ ปล่อยให้เขาทั้งหลายติดอยู่ตรงนั้นกันต่อไป ส่วนพวกเรารอดแล้ว..! วิ่งเลยขึ้นมาไม่ไกลก็เป็นไฮไลท์อีกจุดหนึ่ง ก็คือมุมที่มองเห็น "สะพานกัวจื่อโกว" ซึ่งอยู่ในเขตเดียวกับทะเลสาบไซ่หลี่มู่นั่นเอง แต่ว่าต้องมองจากมุมด้านนอกนี้จึงจะชัดเจน ยอดโชเฟอร์ของเราเสียบหัวรถเข้าไปจนแทบจะติดชายขอบเหวเพื่อให้พวกเราลงไปถ่ายรูปกัน..!

    เมื่อทุกคนได้รูปที่ต้องการแล้ว กลับขึ้นรถมา พวกเราก็เดินทางตรงไปยังเมืองอี้หนิง เส้นทางที่ผ่านนั้น ถ้าไม่บอกว่าอยู่ในเมืองจีน ทุกคนคงคิดว่าเป็นประเทศยุโรปแน่นอน เนื่องเพราะว่าบนภูเขามีต้นสน ด้านข้างมีทะเลสาบ จนกระทั่งลงมาได้ ๓ โค้งก็มองเห็นสะพานกัวจื่อโกวอยู่บนหัวของเรานี่เอง เสียแรงลงไปถ่ายข้างล่างเสียเป็นนาน..!

    พวกเราวิ่งแล้ววิ่งอีก มาจนกระทั่งเจอด่านตำรวจ ซึ่งตั้งสถานีอยู่ไม่พอ ยังมีการแยกรถใหญ่ รถเล็ก รถนักท่องเที่ยว รถบรรทุก แต่ละชนิดต้องไปเข้าช่องไหนให้เขาตรวจสอบบ้าง โชคดีที่ทางเติมเต็มทราเวลของเรามีเอกสารครบถ้วนทุกอย่าง และปฏิบัติตามกฎของเขา ก็คือมีมัคคุเทศก์ท้องถิ่นมาด้วย จึงสามารถที่จะรอดตัวมาได้..!

    จนกระทั่งประมาณ ๖ โมงเย็นของเมืองจีน พวกเราก็มารถติดอยู่ในเมืองอี้หนิง หลังจากที่มุดหักเลี้ยวมา ๓ - ๔ เลี้ยว ก็เข้าสู่ที่จอดรถ จากนั้น "อาโจว" ก็นำพวกเราเดินไป บอกว่าบริเวณนั้นเรียกว่า "เมืองเก่าอีลี่" เป็นเมืองที่ออกแบบเป็นรูปหกเหลี่ยม มีศูนย์กลางอยู่ด้านใน และมีถนนหกสาย ส่วนภายในก็มีการซอยออกเป็นชั้น ๆ คล้ายกับใยแมงมุม เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน

    พวกเราเดินไปจนกระทั่งถึงบริเวณนั้น กระผม/อาตมภาพก็ร้องขอเข้าห้องน้ำก่อน เนื่องเพราะว่าจากทะเลสาบไซ่หลี่มู่มาจนถึงบริเวณนี้ ๒ ชั่วโมงโดยประมาณ ไม่ได้แวะให้เข้าห้องน้ำที่ไหนเลย..!
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,498
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,148
    ค่าพลัง:
    +26,940
    เมื่อเข้าห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว ก็มาบริเวณซุ้มประตูทางเข้าใกล้ ๆ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ถ่ายรูปหมู่กันแล้ว "อาโจว" ให้เวลาตรงนี้จนถึง ๑๙.๔๕ น. เดินช็อปปิ้งหรือหาอาหารรับประทานกันตามอัธยาศัย

    กระผม/อาตมภาพกับท่านปิงเดินไปเรื่อย เห็นซอยไหนมีอะไรน่าสนใจก็มุดเข้าไปถ่ายรูปทันที ภายในนี้ตกแต่งคล้าย ๆ กับเมืองตุ๊กตา สีสันสดใสและมีจุดให้ถ่ายรูปที่เรียกว่า "จุดเช็คอิน" อยู่มากมาย ข้าวของต่าง ๆ ที่ขายส่วนใหญ่ก็เป็นอาหาร เป็นของที่ระลึก ตลอดจนกระทั่งชุดเครื่องแต่งกายต่าง ๆ

    พวกเราเดินแล้วเดินเล่าไปหลายซอย หันมาข้างหลังเจอครอบครัว "คุณตั้ว" (นายวีรวัฒน์ ตะล่อมสิน) เดินตามมาด้วย อีกสักพักหนึ่ง "คุณดาหวัน" (คุณเพชรดาวัลย์ พัสลุผล) ก็ตามมาอีกคนหนึ่ง พวกเราเดินกันจนกระทั่งไม่มีที่ให้เดินแล้ว จึงย้อนกลับมาบริเวณจุดเช็คอิน ซึ่งนัดหมายกันเอาไว้ ก็คือบริเวณซุ้มที่ถ่ายรูปก่อนเข้าไปนั่นเอง

    รอจนครบถ้วนแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินนำกลับไปยังลานจอดรถ ถึงแม้ว่าจะอยู่ค่อนข้างไกล แต่อาศัยความจำที่ว่า ผ่านที่ไหนก็มักจะจดจำได้ประมาณ ๗๐ - ๘๐ เปอร์เซ็นต์ พาพวกเรากลับไปขึ้นรถ แล้วก็วิ่งย้อนเข้ามาในตัวเมือง

    จนกระทั่งเวลาประมาณ ๒ ทุ่มกว่า ก็มาถึงโรงแรมที่พักของเรา ซึ่งก็คือโรงแรม Yining Fairfield by Marriott Hotel เมืองอี้หนิงนี่เอง กระผม/อาตมภาพหอบข้าวของขึ้นห้องพัก โดยมี "ไกด์ไก่" (นายฐนชล ทิมแสง) และ "ท่านปิง"ตามมาส่งถึงที่พัก พร้อมกับเอาน้ำดื่มมาเพิ่มให้ เนื่องเพราะรู้ว่ากระผม/อาตมภาพเป็นคนดื่มน้ำมาก

    เมื่อเข้ามาสิ่งแรกที่กระผม/อาตมภาพหาก็คือรีโมตคอนโทรล เนื่องเพราะว่าจะต้องปิดโทรทัศน์ก่อนเป็น ถ้ามีเครื่องวิทยุสำหรับปลุกในตอนเช้าก็จะปิดไปด้วย ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะโดนรบกวน จากนั้นจึงมาบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนสำหรับทุกท่านอยู่ในขณะนี้

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันจันทร์ที่ ๑๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...