ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ออกคำสั่งแล้ว "โดยเตโช ฮุนเซ็น" ประกาศจะงดการสนับสนุนและช่วยเหลือกับไทยโดยออกแถลงการณ์เป็นคลิป ได้เล่าถึงการยกเลิกสัญญา
    MOU44 และเตรียมนำ UNCLOS เข้ามาตรวจสอบ แต่โดยการยกเลิก MOU 44 (เพียงฝ่ายเดียว) โดยไม่ได้แจ้งให้กับพูชารับทราบ ถือว่าไม่มีผล
    แต่เนื่องด้วยการบุรุก เข้ามาเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะปกป้อง "และงดความช่วยเหลือกับไทยและการสนับสนุนอื่นๆ" จนกว่าจะมีการเจรจาที่ "ชัดเจน"

    เพน โบนา โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า กัมพูชา

    สรุปใจความและอ้างอิงคลิป เมื่อวันที่ 11.05.69

    #beemnews

    https://www.facebook.com/share/p/1CN1r8DwfV/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฮุนเซน ออกแถลงการณ์ ในนาม หัวหน้า ของรัฐ หรือไหนๆแล้ว ก็ควรบอกไปเลยว่า เป็นเจ้าของ ประเทศ

    โดยอ้างว่า ในเมื่อ ไทยเป็นฝ่าย ยกเลิก MOU ฝ่ายเดียวไปแล้ว ก็ไม่ควร เจรจา ทวิภาคี อะไรอีก และให้ #กัมพูชา ดำเนินตาม กฎหมาย UNCLOS ไปเลย โดยไม่ต้องรออนุมัติอะไรจาก ไทย

    ดังนั้น ไทยควร ดูให้ชัดเจนว่า การที่ กัมพูชา ออกมาแถลงแบบนี้ หมายถึง จะเริ่มขุดน้ำมันขึ้นมาใช้เองเลยใช่หรือไม่ ? และควร ลงไปดูด้วยว่า ล้ำเขตแดนไทย หรือเปล่า ..

    เพราะดูเหมือน ฮุน จะร้อนเงิน หลังจากที่ นักท่องเที่ยวหาย เงินที่ได้จาก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็ น้อยลง รายได้จากแรงงาน เขมร ที่มาทำงานในไทย เกือบล้านคน ก็ไม่มีแล้ว

    ที่มาข่าว อยู่ในคอมเม้นท์ เพจ Duck News
    FB_IMG_1778574399579.jpg
    #cambodia #ducknews #hunsen #เขมร

    https://www.facebook.com/share/1LUfKjDnDH/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประเด็นที่ฮุน เซน พูดว่า ขอให้กัมพูชาไม่เจรจาทวิภาคีใด ๆ กับไทยในประเด็นกฎหมายทางทะเลอีก และขอให้เดินหน้าสู่กลไกของ UNCLOS โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากไทยอีก ไม่น่าจะเป็นประเด็นที่ถูกต้องด้วยเหตุผลหลายประการ (ความเห็นด้านล่างเป็นความเห็นของแอดมิน)
    FB_IMG_1778582873322.jpg FB_IMG_1778582878960.jpg FB_IMG_1778582883133.jpg FB_IMG_1778582886447.jpg
    ประการแรก หากจะดำเนินการผ่านกลไกตาม UNCLOS เพื่อเข้าสู่การประนอม ตามข้อ 298 วรรค 1 (เอ) (1) จะเป็นกรณีที่ "ฝ่ายต่าง ๆ ไม่ได้บรรลุความตกลงในการเจรจาภายในระยะเวลาอันสมควร..." หากพิจารณาจากถ้อยคำดังกล่าวนี้ จะเห็นได้ว่า #กลไกดังกล่าวตั้งอยู่บนฐานของข้อพิพาทที่ไม่สามารถหาข้อยุติผ่านการเจรจาได้ภายในระยะเวลาอันสมควร

    ประการที่สอง การประนอม สามารถเริ่มได้สองแบบ คือ #การประนอมแบบปกติ ผ่านการตกลงกันสองฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งเริ่มกระบวนการโดยการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรถึงอีกฝ่ายหนึ่ง อีกแบบหนึ่ง คือ #การประนอมภาคบังคับ หมายถึงการที่ฝ่ายหนึ่งไม่ตอบกลับหรือไม่ยอมรับกระบวนการประนอม พูดง่าย ๆ คือ สามารถเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับได้ แต่เป็นการบังคับเข้าสู่กระบวนการประนอม ไม่ได้บังคับในผลลัพธ์ของการประนอม

    ประการที่สาม ไม่ว่าจะใช้กลไกประนอมแบบปกติที่ทั้งสองฝ่ายเห็นด้วย หรือการประนอมภาคบังคับ #รายงานของคณะกรรมาธิการประนอมรวมทั้งข้อสรุปหรือข้อเสนอแนะจะไม่ผูกพันฝ่ายต่าง ๆ

    ประการที่สี่ แม้จะมีกระบวนการประนอมแล้ว ฝ่ายต่าง ๆ #สามารถยอมรับหรือปฏิเสธข้อเสนอแนะของรายงาน โดยการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรถึงเลขาธิการ UN

    แล้วท้ายที่สุดทำไงต่อ ก็คือ ต่อให้มีกระบวนการประนอมภาคบังคับ หากต้องการให้เกิดการกำหนดเส้นเขตแดนทางทะเลอย่างสมบรูณ์ ก็ยังจำเป็นต้องอาศัยความตกลงระหว่างทั้งสองรัฐในท้ายที่สุด และ #กลับมาเจรจาทวิภาคีกับไทยอยู่ดี

    (หมายเหตุ: มีการแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาด้านบนเล็กน้อย เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดของจุดประสงค์ในการสื่อสารของแอดมินครับ)

    https://www.facebook.com/share/1D5wCybZrb/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อินเดียประกาศว่า
    มีพลังงานสำรองเหลือแค่...

    น้ำมัน = 60 วัน
    ก๊าซธรรมชาติ = 60 วัน
    LPG = 45 วัน

    อินเดียประกาศมีน้ำมันสำรองใช้ได้ “60 วัน” ท่ามกลางวิกฤตพลังงานตะวันออกกลาง

    รัฐบาลอินเดียเปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศมีน้ำมันดิบสำรองเพียงพอสำหรับใช้งานประมาณ 60 วัน ขณะที่ก๊าซธรรมชาติมีสำรองราว 60 วัน และ LPG มีสต๊อกประมาณ 45 วัน

    ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดพลังงานโลกกำลังเผชิญความผันผวนหนักจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความเสี่ยงต่อการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

    รายงานระบุว่า รัฐบาลอินเดียกำลังผลักดัน “ภารกิจระดับชาติ” เพื่อประหยัดพลังงาน ลดการใช้น้ำมัน และปกป้องเศรษฐกิจของประเทศจากผลกระทบด้านราคาพลังงาน

    รัฐมนตรีหลายหน่วยงานของอินเดียได้ประชุมร่วมกันเพื่อวางแผนรับมือระยะยาว โดยใช้แนวคิดการบริหารแบบ “ภาวะฉุกเฉินระดับชาติ” คล้ายช่วง COVID-19

    อินเดียถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ดังนั้นหากสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อทั้งต้นทุนพลังงาน เงินเฟ้อ และเศรษฐกิจเอเชียในวงกว้าง

    https://www.facebook.com/share/p/186wm2nNvu/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน ! UAE สู้กลับอิหร่านแล้ว

    Wall Street Journal รายงานว่า UAE ได้แอบส่งเครื่องบินรบโจมตีโรงกลั่นน้ำมันอิหร่านอย่างลับๆ ในช่วงที่ผ่านมา

    Wall Street Journal รายงานว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ส่งเครื่องบินรบโจมตี “โรงกลั่นน้ำมันของอิหร่าน” แบบลับๆ ในช่วงสงครามที่ผ่านมา จนทำให้โรงกลั่นบนเกาะ Lavan ในอ่าวเปอร์เซียเกิดไฟไหม้หนัก และกำลังการผลิตจำนวนมากต้องหยุดดำเนินงานไปหลายเดือน

    รายงานระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงต้นเดือนเมษายน ใกล้กับช่วงที่ “ทรัมป์” ประกาศหยุดยิง หลังการโจมตีทางอากาศยาวนานกว่า 5 สัปดาห์

    ก่อนหน้านี้ อิหร่านเคยยืนยันว่าโรงกลั่นถูก “ศัตรูโจมตี” และตอบโต้กลับด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนใส่ UAE และคูเวต

    อย่างไรก็ตาม UAE ยังไม่ได้ออกมายอมรับอย่างเป็นทางการต่อรายงานนี้ ขณะที่ Pentagon และทำเนียบขาวปฏิเสธให้ความเห็นเพิ่มเติม

    นี่อาจเป็นสัญญาณว่า สงครามตะวันออกกลางรอบล่าสุดกำลังขยายวงกว้างมากขึ้น และหลายประเทศอ่าวอาหรับอาจเริ่มเข้าร่วมความขัดแย้งโดยตรงแล้ว

    https://www.facebook.com/share/p/1Ak39TbY1z/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทหาร เขมร ที่อยู่แนวหน้า ปล่อยคลิปย้อนหลัง ช่วงที่ปะทะ รอบ 2

    โดยบอกว่า เก็บไว้ให้รุ่นหลังดู เพื่อย้ำเตือนถึง ประวัติศาสตร์ และอ้างว่า เป็นเพราะ เสียมบุก
    กัมพูชา

    ที่มาข่าว อยู่ในคอมเม้นท์ เพจ Duck News
    FB_IMG_1778586709406.jpg
    #cambodia #ducknews #กัมพูชา #เขมร

    https://www.facebook.com/share/1HMU6CGZ1M/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขมร โว อีกแล้ว

    ล่าสุด อ้าง สิงคโปร์ กำลังให้ความสนใจ การท่องเที่ยว กัมพูชา เพราะมีสถานที่น่าสนใจ ที่จะนำเสนอ

    นครวัด อะนะ ?!!

    ที่มาข่าว อยู่ในคอมเม้นท์ เพจ Duck News
    FB_IMG_1778586796964.jpg
    #cambodia #ducknews #เขมร #กัมพูชา #สิงคโปร์

    https://www.facebook.com/share/p/1DYBr9kLK7/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อาการหนักมาก เมื่อสื่อโซเชียล เขมร ที่มีผู้ติดตาม นับแสน โว ว่า หนัง Avatar ภาคใหม่ จะใส่ นครวัด ลงไปในหนัง และจะทำให้ กัมพูชา โด่งดัง ทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันมา จนแทบไม่มีที่จอดรถ

    ที่มาข่าว อยู่ในคอมเม้นท์ เพจ Duck News
    FB_IMG_1778586867890.jpg
    #cambodia #ducknews #กัมพูชา #เขมร

    https://m.facebook.com/story.php?st...VhgDdZ39Nl&id=100052402493191&mibextid=ZbWKwL
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นายกเทศมนตรีในพื้นที่ลอสแอนเจลิส เตรียมรับสารภาพเป็นกระบอกเสียงให้จีน

    เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์ (11 พ.ค.) ว่า นายกเทศมนตรีเมืองอาร์คาเดีย รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นแถบชานเมืองที่มีชาวอเมริกันเชื้อสายจีนอาศัยอยู่หนาแน่นของลอสแอนเจลิส ได้ตกลงที่จะรับสารภาพในคดีอาญาของรัฐบาลกลางในข้อหาเป็นตัวแทนต่างชาติของจีน ทำการเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อในนามของปักกิ่ง

    ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากคดีถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ไอรีน หวัง วัย 58 ปี ได้ลาออกจากสภาเมืองอาร์คาเดีย พร้อมกับตำแหน่งนายกเทศมนตรีที่เธอรับตำแหน่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ในฐานะสมาชิกหมุนเวียน ตามรายงานจากสำนักงานผู้จัดการเมือง

    เธอปรากฏตัวต่อหน้าผู้พิพากษาของศาลรัฐบาลกลางเป็นเวลาสั้นๆ ผู้พิพากษาได้สั่งให้ทนายความตกลงวันนัดพิจารณาคดีในอนาคต ซึ่งหวังจะยื่นคำรับสารภาพอย่างเป็นทางการ มีการกำหนดวงเงินประกันตัวไว้ที่ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ การพิจารณาคดีเมื่อวันจันทร์ดำเนินการผ่านล่ามภาษาจีนกลาง

    ในข้อตกลงรับสารภาพ 19 หน้าที่ยื่นเมื่อวันที่ 1 เมษายน และเปิดเผยพร้อมกับเอกสารฟ้องร้องในวันจันทร์ หวังตกลงที่จะรับสารภาพในข้อหาเดียวที่เป็นความผิดร้ายแรง คือการทำหน้าที่เป็นตัวแทนต่างชาติของรัฐบาลจีนโดยไม่แจ้งให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ทราบล่วงหน้า ข้อหานี้มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปีในเรือนจำของรัฐบาลกลาง

    “บุคคลในประเทศของเราที่ทำตามคำสั่งของรัฐบาลต่างชาติอย่างลับๆ นั้นบ่อนทำลายประชาธิปไตยของเรา” บิล เอสเซย์ลี อัยการสหรัฐฯ กล่าว

    ในข้อตกลงรับสารภาพ นางหวังยอมรับว่าได้เผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อที่เป็นประโยชน์ต่อจีน “ตามคำสั่งและการควบคุม” ของเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนตั้งแต่ปลายปี 2020 ถึงปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงที่เธอได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งในสภาเมืองอาร์คาเดียเป็นเวลาสี่ปี

    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เธอช่วยบริหารเว็บไซต์ชื่อ "ศูนย์ข่าวสหรัฐฯ" ซึ่งอ้างว่าเป็นแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือสำหรับชุมชนชาวจีนในท้องถิ่น แต่แท้จริงแล้วเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลปักกิ่ง ตามข้อตกลงการรับสารภาพ

    ตามเอกสารที่ยื่นฟ้อง หวังได้รับและปฏิบัติตามคำสั่งจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนให้โพสต์เนื้อหาที่สนับสนุนจีนบนเว็บไซต์ รวมถึงบทความที่โต้แย้งรายงานเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่กระทำต่อชาวอุยกูร์ในเขตปกครองซินเจียงของจีน

    เมื่อได้รับข้อความชมเชยจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนที่รับทราบถึงงานของเธอ หวังตอบกลับว่า "ขอบคุณค่ะท่านผู้นำ" จากข้อมูลในเอกสารข้อตกลงการรับสารภาพของเธอ

    ตามเอกสาร หวังทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ร่วมงานชื่อ เหยาหนิง "ไมค์" ซุน ซึ่งเธอเคยอธิบายต่อสาธารณะว่าเป็นคู่หมั้นของเธอ และเคยมีรายชื่อเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินในการหาเสียงเลือกตั้งในช่วงสั้นๆ

    ซุน วัย 65 ปี ถูกตัดสินจำคุก 4 ปีในเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากรับสารภาพในเดือนตุลาคม 2025 ในข้อหาเป็นตัวแทนผิดกฎหมายของรัฐบาลต่างประเทศ

    อัยการกล่าวหาว่า ในบรรดาผู้ติดต่อของหวังกับรัฐบาลปักกิ่งนั้น มีบุคคลสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์จีนชื่อ จอห์น เฉิน ซึ่งตามเอกสารของศาลระบุว่าเป็นสมาชิกระดับสูงของหน่วยข่าวกรองจีนที่เคยได้เข้าพบประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ด้วยตนเอง

    เฉินถูกตัดสินจำคุก 20 เดือนในเดือนพฤศจิกายน 2024 จากการรับสารภาพในลักษณะเดียวกัน

    แถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยทนายความของหวังระบุว่า เธอ "ขออภัยและเสียใจต่อความผิดพลาดที่เธอได้กระทำในชีวิตส่วนตัว"

    ที่มา รอยเตอร์

    https://www.facebook.com/share/1EdCkhFxXe/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ญี่ปุ่นยกระดับการเฝ้าระวังขั้นสูงสุด หลังกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศตรวจพบการรุกล้ำพื้นที่ทางทะเลและน่านฟ้าโดยกองทัพจีนและรัสเซียอย่างต่อเนื่อง

    กองทัพญี่ปุ่นส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นสกัดกั้น อ้างพบสัญญาณคุกคามจากเครื่องบินกองทัพจีนในน่านฟ้าสากล

    กองเสนาธิการร่วมของญี่ปุ่น (Japanese Joint Staff) เปิดเผยรายงานด่วนระบุว่า กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศส่วนหน้าทางตะวันตกเฉียงใต้ ได้ส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นสกัดกั้นกลุ่มอากาศยานที่ต้องสงสัยว่าเป็นของกองทัพจีน หลังตรวจพบความพยายามรุกล้ำเข้าใกล้น่านฟ้าอธิปไตย บริเวณพื้นที่พิพาทในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งนับเป็นการเผชิญหน้าที่มีความเสี่ยงสูงท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดถึงขีดสุด

    สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการดำเนินนโยบายสายแข็งของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ (Sanae Takaichi) ที่ประกาศจุดยืนสนับสนุนความมั่นคงของไต้หวันอย่างชัดเจน และผลักดันการขยายแสนยานุภาพทางทหารในภูมิภาคเพื่อตอบโต้การขยายอิทธิพลของจีน นอกจากนี้ยังมีรายงานการซ้อมรบร่วมกันระหว่างจีนและรัสเซียในน่านน้ำรอบญี่ปุ่น ซึ่งทางการโตเกียวมองว่าเป็นพฤติกรรม "บีบบังคับทางทหาร" ที่มุ่งเป้ากดดันรัฐบาลญี่ปุ่นโดยตรง

    นักวิเคราะห์ความมั่นคงระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับกลุ่มพันธมิตรจีน-รัสเซียในปี 2026 เข้าสู่สภาวะ "ยุคน้ำแข็ง" (Ice Age) อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากญี่ปุ่นภายใต้การนำของทากาอิจิได้กระชับความร่วมมือกับ NATO และสหรัฐฯ มากขึ้น ทำให้เกิดความกังวลว่าการเผชิญหน้าในลักษณะการส่งเครื่องบินขึ้นสกัดกั้น (Scramble) อาจนำไปสู่การคำนวณที่ผิดพลาดและกลายเป็นความขัดแย้งในระดับภูมิภาคได้

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: กองทัพอากาศญี่ปุ่นส่งเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นอากาศยานจีนในเขตป้องกันทางอากาศ และนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ มีนโยบายขยายกำลังทหารอย่างเป็นรูปธรรม
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ประเภทของอากาศยานจีนที่แน่ชัด และรายละเอียดการประสานงานระหว่างจีน-รัสเซียในภารกิจล่าสุด
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การยิงเตือนหรือการปะทะกันทางกายภาพระหว่างเครื่องบินทั้งสองฝ่าย

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานจากกองเสนาธิการร่วมญี่ปุ่นและสำนักข่าวหลักยืนยันตรงกันถึงเหตุการณ์สกัดกั้น

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: NHK, Reuters, Ministry of Defense Japan

    https://www.facebook.com/6158505111...UMWufW3b4W5xxvYg7tV1cHWnPopl/?mibextid=NOb6eG
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัสเซียเร่งขยายฐานผลิตโดรน “อาลาบูกา” ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมเริ่มส่งออกชิ้นส่วนย้อนกลับให้อิหร่าน

    มีรายงานว่ารัสเซียกำลังขยายพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษอาลาบูกา (Alabuga SEZ) ในสาธารณรัฐตาทาร์สถาน ซึ่งเป็นฐานผลิตโดรนพลีชีพหลักของประเทศ โดยภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2026 เผยให้เห็นการขยายอาณาเขตกกว่า 340 เฮกตาร์ รวมถึงการก่อสร้างโรงงานและหอพักคนงานต่างชาติเพิ่มเติม เพื่อรองรับเป้าหมายการผลิตที่สูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้าหลายเท่าตัว

    ความเคลื่อนไหวด้านความมั่นคงระบุว่า รัสเซียไม่ได้เพียงแค่ผลิตโดรนเพื่อใช้ในสมรภูมิยูเครนเท่านั้น แต่ได้เริ่มส่งออกชิ้นส่วนและเทคโนโลยีการเดินอากาศที่ได้รับการพัฒนาใหม่ย้อนกลับไปยังอิหร่านผ่านเส้นทางทะเลแคสเปียน เพื่อช่วยเตหะรานฟื้นฟูคลังแสงโดรนที่ลดน้อยลงจากการเผชิญหน้าในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากความร่วมมือทางทหารแบบทางเดียวสู่พันธมิตรทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

    ขณะเดียวกัน หน่วยข่าวกรองตะวันตกแสดงความกังวลต่อการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ ซึ่งมีรายงานว่ามีการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องยนต์จากเครือข่ายตัวแทนในต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน เพื่อใช้ในการประกอบโดรนรุ่น Geran-2 ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าต้นแบบ Shahed ดั้งเดิมของอิหร่าน ส่งผลให้กลายเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อดุลอำนาจทั้งในยุโรปตะวันออกและตะวันออกกลาง

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: รัสเซียขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอาลาบูกาในตาทาร์สถานเพื่อผลิตโดรนตระกูล Geran (Shahed) จริง โดยมีภาพถ่ายดาวเทียมเดือนพฤษภาคม 2026 ยืนยันการก่อสร้างใหม่
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ปริมาณการส่งออกชิ้นส่วนที่แน่นอนจากรัสเซียไปยังอิหร่านผ่านเส้นทางแคสเปียน และการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตเป็น 9 เท่าตามคำกล่าวอ้างของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การส่งคนงานชาวเกาหลีเหนือจำนวน 25,000 คนเข้าทำงานในสายการผลิตภายในช่วงไตรมาสนี้

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – มีภาพถ่ายดาวเทียมปี 2026 และรายงานจากสื่อสากลหลายแห่งยืนยันการขยายตัวของโรงงานและการขนส่งข้ามแคสเปียน

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Kyiv Post, Radio Liberty, CSIS Beyond Parallel

    https://www.facebook.com/share/p/1DFQR9Ev5n/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับตานวัตกรรมเส้นทางเดินเรือใหม่หลัง TankerTrackers เผยความเป็นไปได้เชิงทฤษฎีที่โอมานอาจสร้างช่องทางขนส่งน้ำมันทางเลือกเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงจากการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซเพียงอย่างเดียว

    โอมานอาจเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาคอขวดทางการค้าโลก หลังมีการนำเสนอแนวคิดการสร้างช่องทางเดินเรือผ่านดินแดนโอมานเพื่อเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ

    TankerTrackers บริหารจัดการข้อมูลการติดตามเรือขนส่งน้ำมันระดับโลก ได้เปิดเผยข้อเสนอเชิงทฤษฎีที่ระบุว่า ประเทศโอมานมีศักยภาพทางภูมิศาสตร์ในการสร้างเส้นทางเดินเรือทางเลือก ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งพลังงานจากอ่าวเปอร์เซียออกสู่มหาสมุทรอินเดียทำได้โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มักเกิดความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างอิหร่านภายใต้การนำของ Mojtaba Khamenei และชาติตะวันตก

    ข้อเสนอดังกล่าวเน้นย้ำถึงการใช้ภูมิประเทศของโอมานเพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกปิดกั้นทางการเดินเรือในกรณีที่เกิดความขัดแย้งระดับภูมิภาค แม้ว่าโครงการดังกล่าวจะต้องใช้เม็ดเงินลงทุนมหาศาลและเทคโนโลยีวิศวกรรมขั้นสูง แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าอาจเป็นทางออกที่ยั่งยืนสำหรับความมั่นคงทางพลังงานของโลกในยุคที่ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์มีความผันผวนสูง

    อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ยังคงเป็นเพียงการวิเคราะห์เชิงวิชาการและข้อเสนอเชิงทฤษฎีจากภาคเอกชนเท่านั้น โดยยังไม่มีรายงานว่ารัฐบาลโอมานหรือกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าว (GCC) ได้บรรจุโครงการนี้ลงในแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวอย่างเป็นทางการ รวมถึงยังต้องมีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: TankerTrackers มีการนำเสนอแนวคิดเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือใหม่ผ่านโอมานจริง
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ความเป็นไปได้ทางวิศวกรรมและการประเมินงบประมาณการก่อสร้างจริง
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การตอบรับหรือแผนการดำเนินงานอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลโอมาน

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Partially Confirmed – เป็นข้อมูลจากหน่วยงานเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Tier 1) แต่ยังเป็นเพียงข้อเสนอเชิงทฤษฎี

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม Source: Iran International
    https://www.facebook.com/share/p/18QGBpgB9y/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับตาความเคลื่อนไหวล่าสุดของทำเนียบขาวในการแทรกแซงตลาดพลังงานโลกเพื่อรับมือกับภาวะอุปทานตึงตัวจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

    สหรัฐฯ เตรียมระบายน้ำมันดิบ 53.3 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ หวังพยุงราคาพลังงานโลกท่ามกลางสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่าน

    รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี Donald Trump บรรลุข้อตกลงในการปล่อยกู้น้ำมันดิบจำนวน 53.3 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองปิโตรเลียมยุทธศาสตร์ (SPR) ให้แก่บริษัทเอกชนหลายแห่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนความร่วมมือระดับโลกเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดน้ำมันดิบที่กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก

    มาตรการดังกล่าวมีขึ้นหลังจากราคาพลังงานในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลกระทบโดยตรงจากการปฏิบัติการทางทหารระหว่างพันธมิตรสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเส้นทางการขนส่งน้ำมันที่สำคัญและขีดความสามารถในการผลิตของภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างมีนัยสำคัญ

    สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ว่าการระบายน้ำมันในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การลดความร้อนแรงของราคาเชื้อเพลิงในประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าทั่วโลก โดยคาดว่ากระบวนการส่งมอบจะเริ่มต้นขึ้นในเร็วๆ นี้ภายใต้กรอบเวลาที่กำหนดร่วมกับชาติพันธมิตร

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: รัฐบาลสหรัฐฯ มีแผนระบายน้ำมันดิบ 53.3 ล้านบาร์เรลจากคลัง SPR ตามรายงานของสำนักข่าว Reuters
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: รายชื่อบริษัทเอกชนที่จะได้รับน้ำมันดิบในโครงการปล่อยกู้ครั้งนี้ และกรอบเวลาที่ชัดเจนในการกระจายน้ำมันเข้าสู่ตลาด
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: ตัวเลขผลกระทบต่อการลดลงของราคาน้ำมันขายปลีกที่แน่นอนหลังจากเริ่มการระบายน้ำมัน

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานโดยสำนักข่าวชั้นนำที่มีความน่าเชื่อถือสูงและสอดคล้องกับสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Reuters

    https://www.facebook.com/share/p/1E9C9ibw7o/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านยืนยันไม่ย้ายยูเรเนียมออกนอกประเทศ สวนทางรายงานสื่อตะวันตกที่ระบุว่ามีการบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นแล้ว

    "อิหร่านปฏิเสธข้อตกลงขนย้ายวัสดุนิวเคลียร์ ย้ำสิทธิการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในดินแดนตนเอง"

    แหล่งข่าวใกล้ชิดทีมเจรจาของอิหร่านเปิดเผยว่า ร่างเอกสารข้อตกลงสันติภาพฉบับล่าสุดไม่มีการระบุถึงการยอมรับให้มีการเคลื่อนย้ายหรือส่งต่อวัสดุนิวเคลียร์ที่ผ่านการเสริมสมรรถนะแล้วออกนอกประเทศ พร้อมระบุว่ารายงานจากสื่อตะวันตกที่อ้างข้อมูลตรงกันข้ามนั้นเป็น "ข้อมูลเท็จ" โดยเจตนาเพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมือง

    ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการจับตามองของนานาชาติ หลังประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐฯ ออกมาระบุว่าข้อเสนอของอิหร่านผ่านตัวกลางปากีสถานนั้น "ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง" เนื่องจากวอชิงตันและอิสราเอลยังคงยึดเส้นตายว่าอิหร่านต้องยุติโครงการนิวเคลียร์และขนย้ายวัสดุอันตรายออกไปทั้งหมดเพื่อแลกกับการยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล

    ขณะที่ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน Ayatollah Mojtaba Khamenei ประกาศกร้าวว่าอิหร่านจะปกป้องขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธในฐานะ "ทรัพย์สินของชาติ" ส่งผลให้สถานการณ์การเจรจาในขณะนี้เข้าสู่ภาวะชะงักงัน เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างยืนกรานในจุดยืนที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิงเกี่ยวกับสถานะของยูเรเนียมในคลังสะสม

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดี Donald Trump ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของอิหร่าน และอิหร่านยังคงยืนยันสิทธิในการครอบครองเทคโนโลยีนิวเคลียร์
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: รายละเอียดเชิงลึกในร่างเอกสาร 14 ประเด็นที่ส่งผ่านตัวกลางปากีสถาน และสถานะที่แท้จริงของคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงหลังการโจมตีทางอากาศในปี 2025
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: รายงานที่ระบุว่าอิหร่านยินยอมจะเจือจางยูเรเนียม (Dilute) เพื่อแลกกับการยกเลิกการคว่ำบาตรน้ำมัน

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Partially Confirmed – มีรายงานขัดแย้งกันระหว่างสื่อตะวันตกและสื่อทางการอิหร่านเกี่ยวกับเนื้อหาในร่างข้อตกลงนิวเคลียร์

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Reuters, The Hindu, Time, Al Jazeera

    https://www.facebook.com/share/p/1DWFoiiSWn/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับจ่อทิ้งเทคโนโลยีสหรัฐฯ หันซบระบบป้องกันภัยทางอากาศตุรกีรับมือสงครามโดรน

    ส่องเทรนด์ความมั่นคงใหม่ เมื่อชาติอาหรับกระเป๋าหนักเริ่มหมดความอดทนกับความล่าช้าของสหรัฐฯ และเบนเข็มสั่งซื้อ "Steel Dome" จากตุรกีแทน

    มีรายงานว่ากลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) กำลังเร่งกระบวนการจัดหาอาวุธครั้งใหญ่โดยมุ่งเน้นไปที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่นล่าสุดอย่าง HISAR และ SIPER ของตุรกี หลังจากเผชิญกับภัยคุกคามจากโดรนพลีชีพที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาค ขณะที่การส่งมอบระบบแพทริออต (Patriot) และ THAAD จากสหรัฐฯ ยังคงประสบปัญหาความล่าช้าจากข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทานและการอนุมัติทางเมืองที่ซับซ้อน

    ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระบุว่า สงครามอิหร่านที่ปะทุขึ้นในช่วงต้นปี 2026 เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มองหาทางเลือกที่ "พึ่งพาตนเองได้" มากกว่าเดิม โดยเทคโนโลยีของตุรกีภายใต้การนำของประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdoğan พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าและสามารถปรับแต่งระบบซอฟต์แวร์ให้เข้ากับภัยคุกคามเฉพาะหน้าได้รวดเร็ว ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่ระบบดั้งเดิมของตะวันตกยังทำไม่ได้

    การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงอำนาจทางการทหารที่เปลี่ยนมือ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงรอยร้าวในความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลวอชิงตันและพันธมิตรในตะวันออกกลาง โดยตุรกีได้ใช้โอกาสนี้เปิดตัวแพลตฟอร์มต่อต้านโดรนและขีปนาวุธแบบครบวงจรในงานแสดงอาวุธที่อิสตันบูล พร้อมเสนอแผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้กับกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่สหรัฐฯ มักจะปฏิเสธมาโดยตลอด

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: อิรักและบางประเทศในอ่าวอาหรับได้ลงนามข้อตกลงซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศจากบริษัท Roketsan และ Aselsan ของตุรกีในปี 2026
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: รายละเอียดจำนวนหน่วยและมูลค่าสัญญาซื้อขายระบบ SIPER ระยะไกลที่ยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การยกเลิกสัญญาจัดซื้อระบบ THAAD จากสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการของกาตาร์และยูเออี

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานจากสื่อหลักและข้อมูลจากงาน Saha Defence Show ยืนยันการเคลื่อนไหวของชาติอาหรับ

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Middle East Eye, Al Jazeera, The National
    https://www.facebook.com/share/p/1B4uEUYytT/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับตาความตึงเครียดตะวันออกกลางหลังผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณทางการทูตครั้งสำคัญท่ามกลางสถานการณ์ที่เปราะบาง

    โดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำความเป็นไปได้ในการเจรจาข้อตกลงอิหร่าน แม้รับสภาพข้อตกลงหยุดยิงปัจจุบันอยู่ในภาวะวิกฤต

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนโดยระบุว่า คณะทำงานของเขายังคงเชื่อมั่นในวิถีทางการทูตเพื่อหาทางออกร่วมกับประเทศอิหร่านภายใต้การนำของ โมจตาบา คาเมเนอี แม้ว่าก่อนหน้านี้ไม่นานเขาจะเพิ่งออกมาเปิดเผยว่าสถานะของข้อตกลงหยุดยิงในภูมิภาคกำลังอยู่ในภาวะ "โคม่า" และแทบจะไร้ผลในทางปฏิบัติก็ตาม

    มีรายงานว่าท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการจับตามองของนานาชาติถึงทิศทางนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ในปี 2026 ซึ่งเน้นการกดดันสูงสุดควบคู่ไปกับการเปิดช่องว่างสำหรับการเจรจาครั้งใหม่ โดยทรัมป์เน้นย้ำว่าทางเลือกทางการทูตยังคงวางอยู่บนโต๊ะ หากอีกฝ่ายแสดงความพร้อมในการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคต่อความมั่นคงในระดับสากล

    อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์มองว่าการส่งสัญญาณที่ย้อนแย้งนี้อาจเป็นกลยุทธ์ในการสร้างอำนาจต่อรองในเวทีโลก ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่จริงยังคงมีความตึงเครียดสูงและพร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ซึ่งหลายฝ่ายกำลังรอท่าทีตอบรับอย่างเป็นทางการจากกรุงเตหะรานว่าจะมีการตอบสนองต่อข้อเสนอทางการทูตครั้งนี้อย่างไร

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่ายังเปิดช่องทางการทูตกับอิหร่าน
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: รายละเอียดเงื่อนไขใหม่ในข้อตกลงที่สหรัฐฯ อาจเสนอต่ออิหร่าน
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การนัดหมายการเจรจาลับระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศ

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Partially Confirmed – รายงานจากสื่อหลักอ้างอิงคำให้สัมภาษณ์โดยตรง แต่แผนปฏิบัติการทางการทูตยังไม่มีความชัดเจน

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Al Jazeera

    https://www.facebook.com/share/p/1Cd7z4mzx4/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับตาความเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์ที่อาจเปลี่ยนแผนที่การเมืองโลก เมื่อผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณรุกคืบอเมริกาใต้ด้วยข้อเสนอที่ไม่มีใครคาดคิด

    "โดนัลด์ ทรัมป์" เผยแนวคิดสุดโต่ง พิจารณาดึง "เวเนซุเอลา" เข้าเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ หวังคุมเบ็ดเสร็จแหล่งน้ำมันดิบที่ใหญ่ที่สุดในโลก

    มีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ล่าสุดว่าเขากำลังพิจารณาอย่างจริงจังถึงความเป็นไปได้ในการผนวกเวเนซุเอลาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ ในฐานะรัฐที่ 51 โดยระบุว่าความเคลื่อนไหวด้านภูมิรัฐศาสตร์ครั้งนี้จะช่วยแก้ปัญหาความไร้เสถียรภาพในภูมิภาค และสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับสูงสุดให้กับชาวอเมริกันผ่านคลังน้ำมันมหาศาลของเวเนซุเอลา

    ทางด้านนักวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกมองว่า หากนโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจในทวีปอเมริกาอย่างถอนรากถอนโคน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวต้องเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมายระหว่างประเทศและรัฐธรรมนูญของทั้งสองประเทศอย่างมหาศาล รวมถึงกระแสต่อต้านจากรัฐบาลในกรุงคารากัสที่มองว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยอย่างร้ายแรงในยุคใหม่

    ขณะนี้ทำเนียบขาวยังไม่ได้มีการแถลงโรดแมปที่ชัดเจนเกี่ยวกับขั้นตอนทางกฎหมายหรือการทำประชามติ แต่คำกล่าวของทรัมป์ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเกิดความผันผวนทันที ท่ามกลางการเฝ้าระวังจากพันธมิตรในลาตินอเมริกาและคู่แข่งมหาอำนาจอย่างจีนและรัสเซียที่ขยายอิทธิพลในเวเนซุเอลามาอย่างยาวนาน

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: การให้สัมภาษณ์ของโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับแนวคิดการผนวกดินแดนเวเนซุเอลา และปฏิกิริยาเบื้องต้นของตลาดน้ำมัน
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ขั้นตอนการดำเนินการทางกฎหมายที่เป็นรูปธรรมจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การตกลงยอมรับจากฝ่ายบริหารหรือกองทัพของเวเนซุเอลาต่อข้อเสนอนี้

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Partially Confirmed – ข้อมูลมาจากคำกล่าวของผู้นำโดยตรง แต่ยังขาดแผนปฏิบัติการที่เป็นทางการ

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Reuters, Bloomberg, AP News

    https://www.facebook.com/share/p/1Hq7ddY3ss/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับตาความมั่นคงรอบใหม่ในตะวันออกกลาง หลังสหภาพยุโรปพิจารณาตั้งกองกำลังติดอาวุธหนุนเลบานอนเพื่อคานอำนาจหลังสิ้นสุดภารกิจ UNIFIL

    สหภาพยุโรปเล็งตั้งกองกำลังติดอาวุธเสริมแกร่งกองทัพเลบานอน หลังภารกิจรักษาสันติภาพ UNIFIL จ่อสิ้นสุดลง

    สหภาพยุโรป (EU) เริ่มมีการหารืออย่างเป็นทางการถึงความเป็นไปได้ในการจัดตั้งและส่งกองกำลังติดอาวุธเข้าไปสนับสนุนกองทัพเลบานอน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความมั่นคงในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ หลังจากมีการคาดการณ์ว่าภารกิจของกองกำลังชั่วคราวแห่งสหประชาชาติในเลบานอน หรือ UNIFIL อาจเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหรือสิ้นสุดวาระในอนาคตอันใกล้

    ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของกลุ่มประเทศตะวันตกต่อสูญญากาศทางอำนาจที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งอาจเปิดช่องให้กลุ่มติดอาวุธในพื้นที่กลับมาขยายอิทธิพลได้อีกครั้ง โดย Friedrich Merz นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ในฐานะผู้นำที่มีบทบาทสำคัญในสหภาพยุโรปปี 2026 ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคนี้เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะลามมาถึงยุโรป

    อย่างไรก็ตาม แผนการนี้ยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านกฎหมายระหว่างประเทศและการยอมรับจากรัฐบาลท้องถิ่นในเลบานอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ EU ระบุว่าการสนับสนุนนี้จะเป็นไปในรูปแบบของการฝึกอบรมและการใช้อาวุธที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อยกระดับกองทัพเลบานอนให้สามารถควบคุมอธิปไตยของตนเองได้อย่างเต็มรูปแบบ

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: สหภาพยุโรปมีความสนใจและมีการหารือภายในถึงแนวทางการสนับสนุนกองทัพเลบานอนหลังเสร็จสิ้นภารกิจ UNIFIL
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: กรอบเวลาที่ชัดเจนของการสิ้นสุดภารกิจ UNIFIL และจำนวนกำลังพลที่ EU จะส่งมอบให้กับภารกิจใหม่นี้
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การตกลงยอมรับเงื่อนไขการส่งกองกำลังติดอาวุธจากฝ่ายบริหารของเลบานอนอย่างเป็นทางการ

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Partially Confirmed – มีการรายงานจากแหล่งข่าวทางการทูตและสำนักข่าวเศรษฐกิจการเมืองระดับโลก แต่ยังต้องรอแถลงการณ์ร่วมของสมาชิก EU ทั้งหมด

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Financial Times

    https://www.facebook.com/share/p/1HstUwY1EX/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    May 12, 2026 ควรรอก่อน! "ธนวรรธน์" อธิการบดี ม.หอการค้าไทย การกู้เงินปรับโครงสร้างพลังงาน ยังเป็นเรื่องที่รอได้ และไม่สามารถประเมินได้ว่าจะส่งผลเร็วแค่ไหน
    .
    จากกรณีฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) วงเงิน 4 แสนล้านบาท โดยให้เหตุผลว่าการกู้เงินเพื่อนำมาใช้ปรับโครงสร้างเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ยังเป็นเรื่องที่สามารถรอได้ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนหรือจำเป็นที่จะต้องกู้เงินในขณะนี้ ซึ่งเรื่องการปรับโครงสร้างพลังงาน ประเทศไทยก็ไม่ได้มีการปรับโครงสร้างในเรื่องนี้มายาวนานมาก ดังนั้นจึงมองว่าไม่ได้เป็นความจำเป็นเร่งด่วน นี่คือสิ่งที่ฝ่ายค้านมอง ในขณะที่รัฐบาลมองว่า หากเร่งทำได้เลย ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในอนาคต
    .
    โดยนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย มองว่าความเห็นดังกล่าวเป็นเรื่องของมุมมองที่ต้องตีความ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วมองว่ายังเป็นสิ่งที่รอได้ แต่ทั้งนี้ไม่ขอนิยามว่าเร่งด่วน หรือ ไม่เร่งด่วน ซึ่คงต้องมาพิจารณาดูว่ารัฐบาลใส่ความจำเป็นเร่งด่วนอย่างไร เช่น ความเร่งด่วน เพราะจะมีผลกระทบต่อการขาดดุลการค้าในระยะยาว หมายความว่า นับจากนี้หากน้ำมันแพงมาก รัฐบาลจะต้องเอาเงินตราต่างประเทศไปซื้อน้ำมันเข้ามา ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจทรุด ถ้าตีความแบบนี้ น่าจะมองว่าเป็นความเร่งด่วน แต่ถ้าเป็นกรณีการปรับโครงสร้างพลังงานในอีก 5-6 เดือนในอนาคต อาจจะทำให้ตีความได้ว่า รอได้ เหมือนที่ฝ่ายค้านบอกว่าทำไมไม่จัดสรรงบประมาณปกติ ดังนั้น จึงไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีผลเร็วแค่ไหน ถ้าเทียบเคียงกับไทยช่วยไทย พลัส จะมีผลทันที ในมิ.ย. ดังนั้นเม็ดเงินจากการปรับโครงสร้างจะมีผลของการใช้เงินเมื่อไร ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลอาจยังไม่ได้ชี้แจงครบและชัดเจน
    .
    อ่านเพิ่มเติม คลิก https://shorturl.asia/1wyTL
    .
    Website: https://btimes.biz
    Facebook: https://web.facebook.com/btimesch3
    YouTube: https://www.youtube.com/@BTimes_ch3
    TikTok : https://www.tiktok.com/@btimes_ch3

    #หอการค้า #พรกกู้เงิน #ปรับโครงสร้างพลังงาน #ธนวรรธน์ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/17XB2Tu2Xd/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,819
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‘เอกนิติ’ สั่ง ‘สรรพสามิต’ ทบทวนโครงการรถเก่าแลกรถใหม่
    หลังปลัดคลัง ชี้ยังติดอุปสรรคหลายประเด็น
    โดยเฉพาะการกำหนดราคากลาง เกณฑ์เกี่ยวกับซากรถ BTimes

    May 12, 2026 ทบทวนอีก! ‘เอกนิติ’ สั่ง ‘สรรพสามิต’ ทบทวนโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ หลังปลัดคลัง ชี้ยังติดอุปสรรคหลายประเด็น โดยเฉพาะการกำหนดราคากลาง เกณฑ์เกี่ยวกับซากรถ

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณี รถเก่าแลกรถใหม่ ที่อาจติดขัดในเรื่องของรายละเอียดที่อาจทำให้ไม่สามารถดำเนินโครงการได้ว่า ขณะนี้ยังมีเวลา และได้มอบหมายให้ กรมสรรพสามิต ไปดำเนินการพิจารณาต่อ

    โดยวานนี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้า โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ ว่า ขณะนี้ สรรพสามิต อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดของโครงการ แต่ยังติดอุปสรรคหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการประเมินราคารถเก่า ซึ่งทำได้ยาก เนื่องจากรถแต่ละคันมีสภาพและมูลค่าแตกต่างกัน หากกำหนดราคากลาง เช่น 50,000–60,000 บาท อาจก่อให้เกิดปัญหาได้ทั้งกรณีตีราคาต่ำเกินไปสำหรับรถสภาพดี หรือสูงเกินไปสำหรับรถที่มีมูลค่าน้อย

    นอกจากนี้ ยังมีอุปสรรคในการกำหนดเกณฑ์เกี่ยวกับซากรถ เนื่องจากในทางปฏิบัติไม่มีการแยกชิ้นส่วนรถทั้งคันอย่างชัดเจนว่าเป็นเศษเหล็กหรือชิ้นส่วนที่ยังสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ทำให้การวางหลักเกณฑ์ยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น เศษเหล็ก , แบตเตอรี่ เป็นต้น

    #รถเก่าแลกรถใหม่ #สรรพสามิต #เอกนิติ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1LCLkbFnDf/
     

แชร์หน้านี้

Loading...