เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 11 พฤษภาคม 2026 at 14:37.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,328
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,113
    ค่าพลัง:
    +26,916
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,328
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,113
    ค่าพลัง:
    +26,916
    วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๑๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศยามเช้าที่โรงแรม Novotel Christchurch Airport Hotel อยู่ที่ ๔ องศาเซลเซียส

    ช่วงนี้บ้านเราสูญเสียพระมหาเถระผู้เป็นหลักชัยของพระพุทธศาสนาไปสองรูปติด ๆ กัน ก็คือหลวงปู่บุญมา - พระราชมงคลวชิรธรรม วิ. (บุญมา คมฺภีรธมฺโม) วัดป่าสีห์พนมประชาราม จังหวัดสกลนคร และหลวงปู่บัวเกต - พระราชวัชรปัทมคุณ (บัวเกตุ ปทุมสิโร) วัดป่าปางกึ๊ดกิตติธรรม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทั้งสองท่านนั้นเป็นพระราชาคณะ แต่พวกเราจดจำกันแค่ว่าเป็นหลวงปู่ในใจของพวกเราเท่านั้น ขอน้อมส่งหลวงปู่ทั้งสองเข้าสู่พระนิพพานด้วยเทอญ

    ส่วนในด้านของวิชาการนั้น โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เราเสียบุคลากรทั้งผู้บริหารระดับสูงและนักวิชาการไปสองรูปติด ๆ กัน รูปแรกก็คือพระครูสุธีกิตติบัณฑิต, รศ.ดร.อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

    อีกท่านหนึ่งเพิ่งเสียไปเมื่อคืนนี้ก็คือพระครูโสภณวีรานุวัตร ผศ.ดร. อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์สุพรรณบุรีศรีสุวรรณภูมิ ซึ่งกระผม/อาตมภาพคุ้นเคยกับทั้งสองท่านมาอย่างดี ขอให้ผลานิสงส์ที่ท่านทั้งหลายได้กระทำแล้วด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นทาน เป็นศีล เป็นภาวนา โดยเฉพาะด้านธรรมทานที่มีต่อนักศึกษาชาว มจร. จำนวนมากมายนั้น จงมารวมกันเป็นตบะเดชะพลวปัจจัย ดลบันดาลให้ท่านทั้งสองไปสู่สุคติในสัมปรายภพเบื้องหน้าโน้นเทอญ

    ห้องอาหารของโรงแรม Novotel Christchurch Airport Hotel นี้ เปิดตั้งแต่ก่อน ๖ โมงครึ่งตามเคย พวกเราเข้าไปฉันภัตตาหาร ซึ่งต้องบอกว่าอุดมสมบูรณ์มาก แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะถูกปาก "สายกิน" สักเท่าไร

    แล้วกระผม/อาตมภาพก็ขึ้นที่พัก ไปเก็บข้าวของทุกอย่างให้เรียบร้อย จัดการปิดกระเป๋า เนื่องเพราะว่าวันนี้เจ้าหน้าที่จะเข้ามาทำความสะอาด เนื่องจากว่าเรายังจะนอนพักอยู่อีกคืนหนึ่ง เกรงว่าถ้าวางข้าวของเกะกะอาจจะมีการสูญหายได้ เสร็จแล้วก็ลงไปนั่งรอพรรคพวกอยู่ที่ล็อบบี้ด้านล่าง
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,328
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,113
    ค่าพลัง:
    +26,916
    อากาศค่อนข้างจะหนาวจัด มองออกไปข้างโรงแรมเห็นหอบังคับการบินของสนามบินนานาชาติ Christchurch แห่งนี้ ตั้งตระหง่านอยู่ติดกับโรงแรมเลยทีเดียว เวลาขากลับจะได้รับความสะดวกสบาย แค่เดินไม่กี่ก้าวก็เข้าในสนามบินแล้ว และที่แน่ ๆ ก็คือ ประชาสัมพันธ์ของโรงแรมมีตุ๊กตานกกีวีแจกแก่ทุกคนด้วย โดยบอกว่าแจกเฉพาะเด็กเท่านั้น จึงให้ "น้องข้าวหอม" (นักศึกษาแพทย์ณภัทร ควรดำรงธรรม) ไปอาศัยสิทธิ์ของเด็ก ส่วนพวกเราทั้งหลายที่หน้าตาอย่างไรก็ดูเป็นเด็กไปไม่ได้ ต้องยอมให้คนอื่นเขารับในส่วนที่เขาควรจะได้ไป..!

    ประมาณ ๐๘.๕๐ น. พวกเราก็เดินทางออกจากที่พัก ตรงไปยัง "วัดพุทธสามัคคี" เมืองไครส์เชิร์ช ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นวัดพุทธที่เกิดจากการช่วยสร้างของพุทธศาสนิกชนชาวไทย ชาวกัมพูชา และชาว สปป.ลาว

    พวกเรามาถึงนั้นโบสถ์ยังปิดอยู่ เพราะว่าท่านผู้ดูแลที่กระผม/อาตมภาพคุ้นเคยก็คือ "พระครูปริยัติกิตติวิเทศ, ดร." (พระมหาบุญเรียน ปภงฺกโร) นั้นไม่อยู่ มีอีกท่านหนึ่งอยู่ แม้จะไม่คุ้นหน้าแต่อัธยาศัยดีมาก มาถึงยังไม่ทันที่จะเปิดโบสถ์ให้พวกเรา ก็มีเสียงของ "คุณนายโย" (นางสาวทัศน์วรรณ พิพัฒน์รังสรรค์) แจ้งว่าแม่ครัวให้ไปเก็บลูกพลับกันก่อน รอพระท่านไหว้พระทำวัตรเช้าเสร็จแล้วถึงจะไปเปิดโบสถ์ให้

    พวกเราจึงเดินเข้าไปทางสวนครัวของวัด แล้วก็ร้อง "โอ้โฮ..!" เนื่องเพราะว่ามีเรือนโรงแบบเรือนกระจกอยู่หลายหลัง ปลูกบรรดาผักหายาก ตลอดจนกระทั่งสมุนไพรใบยาในครัวของเรา ประเภทพริก หอม กระเทียม ขิง ข่า ตะไคร้ เอาไว้มากมาย ส่วนเจ้าต้นพลับที่ออกลูกจนห้อยติดดินนั้น ก็มีสแลนคุมเอาไว้กันหิมะเอาไว้เป็นอย่างดี และกันบรรดานกต่าง ๆ มาเจาะกินด้วย

    แต่กระผม/อาตมภาพมุดเข้าไปดูแล้ว ก็ตัดสินใจว่าอย่าเก็บเลย เนื่องเพราะว่ายังมีติดเขียว ๆ อยู่เล็กน้อย ถ้าหากว่าลักษณะนี้กัดเข้าไปคำหนึ่งจะอ้าปากไม่ขึ้นเลย เนื่องเพราะว่ายางพลับนั้น จะย้อมฟันของเราจนติดกันทั้งแผง..!

    เมื่อถอยออกมาทางด้านนอก พระผู้ดูแลท่านก็มาเปิดโบสถ์ให้ สอบถามชื่อเสียงเรียงนามกระผม/อาตมภาพและพรรษาแล้ว ท่านมากกว่า ๕ พรรษา กระผม/อาตมภาพที่กราบพระประธานแล้ว จึงมากราบท่านก่อน แต่ว่าพวกเราทำการหยอดตู้ทำบุญกันไปแล้ว โดยเฉพาะกระผม/อาตมภาพที่หยอดไป ๕๐ เหรียญนิวซีแลนด์ จึงมาควักกระเป๋าร่วมบุญกับท่านอีกวาระหนึ่ง

    ฟังท่านคุยถึงเรื่องการสร้างวัดอย่างสนุกสนาน แถมยังบอกว่าตอนนี้หมดหนี้มา ๕ ปี ถือว่า "ลอยตัว" แล้ว พูดคุยเลยเถิดไปถึงขนาดถ้าคราวหน้ามา ให้พักที่วัดของท่าน จะได้ไม่ต้องเสียค่าโรงแรมแพง ๆ
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,328
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,113
    ค่าพลัง:
    +26,916
    พวกเรากราบขอบพระคุณและกราบลาท่านหลังจากที่รบกวนอยู่นาน มาเข้าห้องน้ำแล้ว เจอคุณยายแม่ครัวกำลังทำครัวโช้งเช้งอยู่คนเดียว สอบถามแล้ว คุณยายมาจากเมืองไพลิน ประเทศกัมพูชา แต่ว่าเป็นคนไทยใหญ่ที่ไปทำพลอยอยู่ที่นั่น ลูกหลานพามาอยู่นิวซีแลนด์ ๕๐ กว่าปีแล้ว..!

    พวกเราทำตาโต พอสอบถามอายุ คุณยายบอกว่า "๙๕" ถ้าไม่ใช่พูดไทยชัดขนาดนี้ ก็ต้องคิดว่าเป็นคนไทยแท้อย่างแน่นอน อวยชัยให้พรขอให้คุณยายแข็งแรง ๆ แล้ว พวกเราก็กลับขึ้นรถ วิ่งตรงมายังสถานีรถราง ซึ่งเขามีการตีตั๋วนั่งรถรางชมเมืองกัน

    กระผม/อาตมภาพเผลอแผล็บเดียว "คุณนายโย" ก็ถือตั๋วมาเป็นกระตั้ก แจกให้คนละใบ เห็นราคาแล้ว "น้ำตาจิไหล" เพราะว่าใบหนึ่ง ๔๖ เหรียญนิวซีแลนด์..!

    ระหว่างที่ถือตั๋วรอรถรางอยู่นั้น มีสาวน้อยหน้าตาดี รู้สึกว่าคุ้นเคยมาก วิ่งเข้ามาถึงถามว่า "ใช่หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุนไหมเจ้าคะ ?" จึงได้บอกว่า "ใช่" ปรากฏว่าคุณเธอก็คือคุณศศิธร ศรีวิวัฒน์ เป็น FC วัดท่าขนุนจากคณะเว็บพลังจิต เคยเดินทางไปทำบุญที่วัดท่าขนุนมาหลายครั้งแล้ว มาทำงานที่นิวซีแลนด์ได้เดือนกว่า สถานที่ทำงานก็อยู่ข้างที่ขายตั๋วรถรางนี้เอง

    เธอบอกว่า "ดีใจมากที่ได้เจอหลวงพ่อ เพราะว่าหลายครั้งที่ไปวัดก็ไม่มีโอกาสเจอ ตอนแรกมองเห็นยังคิดว่าตาฝาดไปเสียอีก ขอทำบุญด้วยได้ไหมเจ้าคะ ?" เมื่อกระผม/อาตมภาพตอบว่าได้ คุณเธอก็ใส่ซองมา ๒๐ เหรียญนิวซีแลนด์กับ ๑๐๐ บาทไทย แล้วก็ถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน อวยชัยให้พรคุณเธอเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็หันมารอรถราง ซึ่งอีกพักใหญ่ก็มาถึง

    เมื่อขึ้นไปแล้ว รถรางก็ค่อย ๆ วิ่งพาเราไปดูสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งกำหนดไว้ในตารางถึง ๑๘ จุด แต่ว่ากระผม/อาตมภาพนั่งอยู่ด้านข้าง ไม่สามารถที่จะถ่ายรูปได้อย่างใจ เมื่อค่อย ๆ วนไป จนกระทั่งช่วงท้าย ๆ แล้ว ทั้งรถก็เหลือแต่คณะของเราเท่านั้น ที่ย้อนกลับมาลงยังสถานที่เดิม และด้วยความ "คาใจ" จึงขอเดินวนเพื่อถ่ายรูปแก้ตัวใหม่..!

    โดยเฉพาะโบสถ์คริสต์ ซึ่งเป็นที่เลื่องลือกันมาก เนื่องเพราะว่าตอนนี้ได้ทำเป็นกระดาษแข็งรูปโบสถ์ครอบสถานที่เดิมเอาไว้ก่อน เนื่องจากว่าเสียหายเพราะแผ่นดินไหวแล้วยังซ่อมไม่เสร็จ พวกเราค่อย ๆ เดินถ่ายรูปทั้งสถานที่ ต้นไม้ ใบหญ้า เลาะรอยรถรางไปเรื่อย ๆ เห็นตรงไหนสวยก็หยุดถ่ายรูปหมู่กันตรงนั้น

    จนกระทั่งเกือบจะเที่ยงแล้ว จึงค่อย ๆ วนมาทางด้านศูนย์อาหาร "Riverside Market" ซึ่งพอเข้าไปแล้วก็เห็นว่ามีร้านอาหารนับเป็นร้อย ๆ ร้าน..! ส่วนใหญ่ก็เป็นประเภท Take Away แต่พวกเราขึ้นไปชั้นบน ซึ่ง "คุณนายโย" ได้จับจองสถานที่และสั่งอาหารเอาไว้ให้แล้ว เนื่องเพราะกลัวว่าจะผอมหรืออย่างไรไม่ทราบ ? จึงไม่ยอมไปเดินชมเมืองกับพวกเราที่เดินกันขาลาก..!

    ข้าวปลาอาหารต้องบอกว่าสมบูรณ์มาก แต่กระผม/อาตมภาพรับมาแค่ราเมงชามเดียว ส่งส่วนที่เหลือยกให้ "ตากล้องเอ๋" (นายสุรชาติ บุญเจริญ) ไปรับประทานแทน กำลังกินกันอยู่ ก็มีคณะนักท่องเที่ยวฝรั่งโผล่พรวดพราดขึ้นมา "ตากล้องเอ๋" ตะโกนเรียก "เถ้าแก่จิ๊บ" (นายอรรถสิทธิ์ พึ่งอุตสาหะ) ให้มานั่งประกบข้างซ้ายของกระผม/อาตมภาพไว้ ไม่เช่นนั้นจะโดนแหม่มนั่งประกบอย่างแน่นอน..!

    ส่วนทางด้านขวาก็คือ "เถ้าแก่ตี๋" (นายชวาลภพ วิทูรสุนทร) ซึ่งเมื่อวานนี้โดนแซวกันแหลกว่าที่ปลาวาฬไม่โผล่เพราะว่ามี "วาลภพ" อยู่แล้วนี่เอง..
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,328
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,113
    ค่าพลัง:
    +26,916
    พวกเราฉันภัตตาหารและกินกันแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ขอตัวลงมาข้างล่าง เนื่องเพราะว่าตอนขามา เห็นมีร้านขายหินสีต่าง ๆ อยู่ร้านหนึ่ง บอกกับทุกคนว่าจะไปดูข้าวของที่ร้านนั้น ถ้าอิ่มแล้วก็ให้ตามไปที่นั่น แต่เดินไปถึงหน้าร้านแล้ว มี "เสี่ยกัง" (นายนิพนธ์ แซ่กัง) ตามมาด้วย บอกว่า "พรรคพวกส่งมาเป็นตัวแทนองครักษ์ให้หลวงพ่อครับ ?"

    กระผม/อาตมภาพดูพวกหินสีต่าง ๆ แล้ว แม้ว่าราคาจะถูกก็จริง แต่น้ำหนักน่าจะมาก ด้วยความที่เป็นคนที่เบื่อการขนอะไรหนัก ๆ อยู่แล้ว จึงไม่ได้สนใจ บอกขอบคุณเจ้าของร้านแล้วก็เดินออกมา ผ่านอีกร้านหนึ่ง ซึ่งมีกระเป๋าและสิ่งของกระจุกกระจิกขายอยู่ เห็นมีกระเป๋าสตางค์ใบเล็ก จึงหยิบขึ้นมาด้วยความสนใจ

    "เสี่ยกัง" ถามว่าจะเอาหรือไม่ ? กระผม/อาตมภาพดูราคาแล้ว ๕๙ เหรียญนิวซีแลนด์พอรับได้ จึงบอกว่าเอา ๑ ใบ "เสี่ยกัง" เข้าไปข้างในอุตส่าห์ต่อราคา แต่เจ้าของร้านบอกว่า "Sorry, Fifty Nine Only" ทำเอากระผม/อาตมภาพหัวเราะ "เสี่ยกัง" บอกว่าจ่ายด้วยความยินดีเพราะว่าเจ้าของร้านสวยมาก เดี๋ยวจะเรียกพรรคพวกให้มาซื้อหาด้วย กระผม/อาตมภาพถามว่า "คุณนายโย" ได้ยินจะเป็นอย่างไรหนอ ? เสี่ยกังบอกว่า "ไม่มีอะไรหรอกครับ โยรู้ว่าผมดีแต่ปากไปอย่างนั้นเอง"

    แล้วพวกเราก็เดินออกมานั่งรอรถรางอยู่บริเวณสถานีจอด ซึ่งหน้าตาคล้ายกับประตูชัยของฝรั่งเศส จนกระทั่งรถรางมาถึง มีคุณป้าสองคนที่ขึ้นรถไปแล้วเปิดโทรศัพท์เก้ ๆ กัง ๆ ให้คนขับดู น่าจะเป็นการซื้อตั๋วออนไลน์ พวกเราที่ซื้อตัวเป็นบัตรแข็งอยู่จึงต้องยืนรอ ทำให้พวกเราหลายคนวิ่งพรวดพราดมาขึ้นรถทันไปด้วย ทำให้สามารถเดินทางร่วมกันไปได้

    กระผม/อาตมภาพชี้ตรงที่นั่งข้างคนขับ ถามว่า "May I sit down here ?" คนขับหันมาบอกว่า "Yes, only one." กระผม/อาตมภาพจึงต้องนั่งโด่เด่เกือบจะเป็นคนขับรถอยู่คนเดียว ส่วนคนอื่น ๆ นั้นก็ไปนั่งที่ ซึ่งพอมีผู้คนขึ้นมา ถ้าเป็นคนแก่พวกเราก็ต้องลุกให้ จนขยับลึกเข้าไปทุกที..!

    จนกระทั่งมาใกล้สถานที่จอดรถของพวกเรา ก็ลงที่สถานีนั้น แล้วเดินไปยังลานจอดรถ ซึ่ง "เสี่ยกัง" นำกระผม/อาตมภาพมาส่งที่โรงแรมด้วยความรีบด่วน เนื่องเพราะว่าคนอื่นจะไปช็อปปิ้งกันในร้านในดวงใจของเขาทั้งหลาย กระผม/อาตมภาพเข้าที่พักแล้วก็นอนเขลงไปพักใหญ่ แล้วถึงได้ลุกมาบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนอยู่ในขณะนี้

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันจันทร์ที่ ๑๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...