วัตถุมงคลทั่วทุกภูมิภาคประเทศ Thailand

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,051
    ค่าพลัง:
    +21,459
    22_928.jpg

    พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน จังหวัดนครราชสีมา เคยกล่าวถึงหลวงปู่ว่า "ท่านได้รับคำพยากรณ์แล้ว และเป็นหนึ่งในอนาคตวงศ์ด้วย"

    ..........

    สมัยนั้น การเดินทางจากวัดโดยทางรถยนต์ไม่สะดวก ต้องนั่งเรือล่องตามแม่น้ำมา ซึ่งใช้เวลานาน ทหารจึงจัดเฮลิคอปเตอร์ หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า " ฮ. " มารับท่านไปงาน

    ในวันนั้น ท่านนำเหรียญบรรรทุกไปด้วย พอถึงวัดเกาะวังไทร ท่านก็ลงจากเฮลิคอปเตอร์ นักบินก็จะนำเครื่องกลับ แต่ทำอย่างไรเครื่องก็บินไม่ขึ้น จึงขอให้หลวงปู่ช่วยตรวจดูให้

    หลวงปู่พิจารณาแล้ว บอกว่า " ลืมเอากล่องเหรียญลงมาจากเครื่อง "

    พอนักบินยกกล่องเหรียญลงมา เครื่องก็สามารถบินกลับฐานได้ตามปรกติ ผู้อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้น จึงพากันเรียกเหรียญ รุ่นนี้ว่า " เหรียญ รุ่น ฮ.ไม่ขึ้น

    .........

    สหธรรมิกสองพระมหาโพธิสัตว์ หลวงพ่ออุตตมะ อุตตมะรัมโภ และ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ สองมหาโพธิสัตว์ ผู้เที่ยงตรงต่อพระโพธิญาณ…………………………………………………ความเป็น “มหาพระโพธิสัตว์” ผู้เที่ยงแท้ต่อพระโพธิญาณในอนาคตกาล ดังจะมีพระศรีอาริยเมตไตร ถัดจากนั้น ยังปรากฏมีมหาโพธิสัตว์ที่จะได้ตรัสรู้ ตามลำดับเพื่อโปรดเวไนยสัตว์คือสัตว์ผู้ควรแก่การแนะนำสั่งสอนปรากฏนามนับ 10 พระองค์ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน นครราชสี พระอริยะสงฆ์เคยกล่าวคำรับรองว่า “หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม กาญจนบุรี พระมหาโพธิสัตว์แห่งสังขละบุรี จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า 1ใน 10 พุทธวงศ์ เบื้องหน้า”ความประทับใจในมิตรภาพ ของสองมหาโพธิสัตว์เริ่มต้นเมื่อปี 2541 ในวันหนึ่ง พลังบุญก็ดึงดูดหนุนนำให้ 2 ผู้มีบุญบารมีได้มาพบกัน หลวงปู่หงษ์ ได้ยินชื่อหลวงพ่ออุตตมะ ก็มีจิตศรัทธา ดังรู้ได้ว่านี่คือผู้มีบุญสูงส่งเผาพงศ์มหาโพธิสัตว์ผู้ที่จะได้นำพาสรรพสัตว์ออกจากกองทุกข์ เพราะโดยปรกติพระสุปฎิปัณโณทั้งสอง ต่างองค์ต่างมีหน้าที่ ต่างก็ได้มุ่งบำเพ็ญบารมี โอกาสที่ จะได้ประสบพบกันถือเป็นสิ่งที่บังเกิดขึ้นได้ยาก หลวงปู่หงษ์เร่งเดินทางมากราบหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งมีอาวุโสพรรษากว่า 6 ปี ในสมัยนั้น เมื่อได้พบต่างองค์ก็ต่างสนทนา ด้วยความเป็นกันเอง เมื่อไถ่ถามกันพอสมควรแก่เวลาเป็นที่เรียบร้อย หลวงปู่หงษ์ถวายจตุปัจจัย 2,000 บาทและขอประคำหลวงพ่ออุตตมะ 10 เส้นเป็นไมตรีแสดงความนอบน้อมเคารพในบารมีธรรม หลวงพ่ออุตตมะก็มอบจตุปัจจัย 2000 บาทคืนกลับพร้อมประคำเสก 100 เส้น เป็นที่ปีติอิ่มใจของผู้ที่ได้ติดตามและพบเห็น เมื่อวันเวลาผันผ่าน แม้แต่ตอนที่ หลงพ่ออุตตมะ มาเข้าโรงพยาบาลพระมงกุฎ ในช่วงหลังก่อนหลวงพ่ออุตตมะจะสิ้นบุญ หลวงปู่หงษ์ ฯ ก็ได้ตามมาเยี่ยมหลวงพ่ออุตตมะ ถึงโรงพยาบาลมาในปีนี้ หลวงปู่หงษ์ก็มี อายุย่าง 97 ปีเท่ากับว่าครบ 10 ปี ของมิตรภาพทั้งสองที่นำมาบันทึกไว้ให้ได้จดจำทั้งยังเคยมี วัตถุมงคลที่ สองมหาโพธิสัตว์ได้อธิฐานจิตไว้ร่วมกันก็มี พระผงรูป พระแก้วมรกต หลัง นะเมติ ล้อมด้วยสายประคำ และรูปพระตรีมูรติหลังฤๅษี 3 องค์ เป็นอนุสรณ์ ถึง หลวงพ่ออุตตมะ อุตตมะรัมโภ และ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ สองมหาโพธิสัตว์ ผู้เที่ยงตรงต่อพระโพธิญาณเอื้อเฟื้อข้อมูลโดย พระศุภกิจ ปภัสสโร

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระปิดตา รุ่นอุดมมงคล หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม จ.กาญจนบุรีปี ๒๕๓๖

    ให้บูชา 130 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260128_200118.jpg IMG_20260128_200139.jpg
     
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,051
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1769677488561.jpg FB_IMG_1769677476850.jpg FB_IMG_1769677479759.jpg FB_IMG_1769677482776.jpg


    พระสมเด็จปฐวีธาตุ หลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย จ.นครพนม
    พระสมเด็จและพระนาคปรก ปฐวีธาตุ รุ่นพิเศษ หลวงปู่ได้นำองค์ปฐวีธาตุที่ได้มาจากแม่น้ำโขงทั้งหมดในช่วงยุคแรกๆ ที่เก็บไว้ในกุฏิ หลวงปู่ทำการปลุกเสกยาวนานมาก นำมาบดเป็นผงเพื่อทำเป็นพระพุทธปัฐวีธาตุ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้บูชาติดตัวเพื่อเป็นเครื่องปกป้องคุ้มครองตน
    - หลวงปู่บอกว่าให้เป็นพิมพ์พระสมเด็จ เอาพระพุทธเจ้าเป็นประธานนำหน้า ด้านหลังเขียนว่าปฐวีธาตุ เพราะเป็นมวลสารจากองค์ปฐวีธาตุจากลุ่มน้ำโขงล้วนๆ ซึ่งพญานาคเป็นผู้มอบให้หลวงปู่เอง
    - หลวงปู่บอกว่าสมเด็จรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของหลวงปู่ ที่หลวงปู่ได้นำปฐวีธาตุมาบดเป็นผง เนื่องจากพระท่านต้องการให้ทำแบบนี้ ปัฐวีธาตุเป็นสิ่งวิเศษอยู่แล้ว แต่พระท่านต้องการให้มี พระนำหน้าจึงจะดีมากกว่านี้ หลวงปู่จึงสร้างตามดำริของพระบนฟ้าที่ท่านเมตตาหลวงปู่เรื่อยมา
    - หลวงปู่บอกว่าขอบารมีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน และได้บารมีจากสิ่งศักสิทธิ์ในตัวเองคือปฐวีธาตุช่วยเกื้อหนุน เพียงเท่านี้พุทธคุณก็หาประมาณมิได้แล้ว...ที่สำคัญกว่านั้นมีพญานาคปกป้องพระสมเด็จทุกองค์
    - หลวงปู่ต้องใช้กำลังขั้นสูง วิธีเดียวกับเจ้าคุณนร วัดเทพสิรินทร์ ดังนั้นผลที่ได้จากการบูชาจะสำฤทธิ์ผลทุกประการ
    - พระของหลวงปู่คำพันธ์ สามารถกันรังสีได้ ท่านบอกไว้เอง (รู้เรื่องในภายภาคหน้า) พระของที่ท่านอธิฐานก็จะรวมพุทธบารมี ธรรมบารมี อริยะสังฆบารมี และบารมีพระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ ท่านเชิญมาหมดมีพุทธคุณคุณวิเศษครบครัน

    สมเด็จปฐวีธาตุ นปข. ปี41 หลังยันต์กันภัย *** หลวงปู่คำพันธ์ท่านเคยกล่าวกับลูกศิษย์ถึงอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ของ ปฐวีธาตุของท่านว่า คุ้มครอง คุ้มภัย กันฟ้า กันไฟ ปฐวีธาตุแห่งแม่น้ำโขงนี้เป็นธาตุเย็น อานุภาพแห่งองค์พระเพชร สามารถป้องกันภัยอันเกิดจากรังสีความร้อนที่จะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันได้***

    หลังจากที่หน่วยนปข. ไปหาปฐวีธาตุตามคำสั่งของหลวงปู่เพื่อมาสร้างสมเด็จปฐวีธาตุ เกิดปัญหาอยู่เรื่องหนึ่งคือไม่ว่าจะทำยังไงปฐวีธาตุก็ไม่แตกสักทีนั่งทุบจนมือแตกปฐวีธาตุก็ไม่มีรอย เลยไปขออนุญาติหลวงปู่แล้วนำไปเข้าเครื่องบดที่พุทธมณทลสาย4 แล้วมีนาวาเอกท่านหนึ่งไม่ขอเอ่ยชื่อ(ยศในขณะนั้น) แบ่งผงไปจำนวนหนึ่งเพื่อสร้างรุ่นหลังหมึกแดง แล้วจึงนำผงที่เหลือกลับสัตหีบเพื่อที่จะเอารถฐานทัพไปส่ง ระหว่างทางก็มีปัญหาคือจะโดนตำรวจจับข้อหาลักลอบผงขาวเนื่องจากว่าผงนั้นละเอียดมาก แต่สุดท้ายทุกอย่างจบลงด้วยดี
    สมเด็จปฐวีธาตุ นปข.2541 จำนวนพระที่สร้างทั้งหมดในรุ่นนึ้
    84,000 แปดหมื่นสี่พันองค์เท่าจำนวนพระธรรมขันธ์
    พระชุดนึ้มีเรื่องเล่ามากมาย ตั้งแต่การเริ่มจัดสร้าง การแสวงหาหินแม่น้ำโขงตามสถานที่ ที่หลวงปู่คำพันธ์ ท่านระบุให้ศิษย์ทหารเรือไปเก็บมาเพื่ออธิษฐานจิตเเปรธาตุเป็นปฐวีธาตุ ก่อนจะนำมาบดเป็นผง การขนส่ง การกดพิมพ์พระ
    พิธีการอธิษฐานจิต หลังเสร็จพิธีอธิษฐานจิต มาถึงผู้ที่เคยได้รับแจกพระจากหลวงปู่ฯ แต่ละขั้นตอนล้วนมีเรื่องเล่า มีประวัติศาสตร์ของพระชุดนี้ตลอดมา และจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป
    พระสมเด็จปฐวีธาตุชุดนี้ เหมาะสำหรับผู้ทึ่ทำงานเกี่ยวกับน้ำหรือใกล้น้ำ เช่นมหาสมุทร ทะเล แม่น้ำ คลอง บึง ทะเลสาป หรือผู้ที่สัญจรเดินทาง ทางน้ำเป็นประจำ
    มีคำพูดที่ว่า...ในบรรดาผงวิเศษทั้งหลายในโลกนี้
    ผงชินบัญชร ต้องหลวงปู่โต
    ผงจินดามณี ต้องหลวงปู่บุญ
    ผงธรรมกาย ต้องหลวงปู่สด
    ผงพรายกุมาร ต้องหลวงปู่ทิม
    ผงปฐวีธาตุ ต้องหลวงปู่คำพันธ์

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ


    ให้บูชา 300 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ


    IMG_20260129_160740.jpg IMG_20260129_160802.jpg IMG_20260129_160823.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 31 มกราคม 2026 at 13:02
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,051
    ค่าพลัง:
    +21,459
    IMG_20260103_142735.jpg

    " ที่ไหนมีพระนารายณ์ทรงครุฑนี้ ที่นั่นจะมีแต่ความสงบสุข"

    พระนารายณ์ทรงฤทธิ์ ปัจจุบันนี้ท่านมีศักดิ์เป็นพี่ของลูก ๆ หลวงพ่อวัดท่าซุงทุกคน

    อาตมา(พระอาจารย์เล็ก)ขึ้นไปที่พระจุฬามณีเจดีย์สถานครั้งแรกในชีวิต เจอเทวดาองค์ใหญ่เท่าภูเขาเลย ท่านเฝ้าประตูอยู่ ถามท่านว่าชื่ออะไร ? ท่านบอกว่า "ชาวบ้านเรียกผมว่าพระนารายณ์ครับ แต่ท่านเรียกผมว่าพี่ก็พอ" ดังนั้น..ในเรื่องของเทวรูปพระนารายณ์ อาตมาเชื่อว่าทั้งประเทศไทยและอาจจะทั่วทั้งโลกด้วย คงไม่มีที่ไหนทำแล้วขลังเหมือนกับวัดเขาวง เพราะว่าท่านเป็นพี่ของอาตมาทั้งสามรูป (หลวงตาวัชระชัย หลวงพ่อเล็ก และหลวงพ่อสมปอง) ถึงเวลาพี่ก็จะต้องสงเคราะห์น้องเป็นปกติ และก็ต้องเผื่อไปถึงลูกหลานของน้อง ๆ ด้วย

    จริง ๆ แล้วเทวรูปเจ้าพ่อนารายณ์ทรงฤทธิ์เป็นของเก่าแก่ มีโยมที่เขามีจิตศรัทธาถวายให้คู่กับวัดเขาวงมาตั้งแต่ต้น ถ้าหากที่ใดก็ตามมีของศักดิ์สิทธิ์แบบนี้ การดูแลบริหารงานในสถานที่นั้น จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะพระนารายณ์ท่านอยู่ในฐานะผู้ปราบ คำว่า ปราบ คือ ทำให้เรียบเสมอกัน ก็แปลว่าอะไรที่โผล่เกินมา ก็โดนทำให้ยุบราบลงไปเสมอกัน

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญพระนารายณ์ทรงฤทธิ์ อันศักดิ์สิทธิ์ ของวัดเขาวง จ.สระบุรี พิธีใหญ่ที่มี หลวงตาวัชรชัย หลวงพ่อเล็ก หลวงพ่ออนันต์ พระคณาจารย์สายหลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง อธิษฐานจิต ปี๒๕๔๒

    " ที่ไหนมีพระนารายณ์ทรงครุฑนี้ ที่นั่นจะมีแต่ความสงบสุข "

    เข้าพิธีพุทธาภิเษกที่ วัดเขาวง(ถ้ำนารายณ์)
    พระนารายณ์เป็นเทวดาในชั้นดาวดึงส์ หลวงพ่อเล็กบอกว่าท่านจะมาเป็นพระอินทร์ในลำดับต่อไป พระนารายณ์มีเทวฤทธิ์ ทั้งความเมตตามหาเสน่ห์ และ มหาอำนาจ ดังจะเห็นจากตำราพิชัยสงคราม และเครื่องอาวุธต่างๆ พระนารายณ์เหมาะสำหรับทุกอาชีพที่ควรบูชา และเหมาะยิ่งกับอาชีพของ คนในเครื่องแบบ (หลวงตาท่านเคยปรารถไว้ว่าพระนารายณ์ชอบคนในเครื่องแบบ) บนอะไรก็มักได้ตามความประสงค์ ส่วนความเป็นมหาเสน่ห์นั้น หลวงตาได้เล่าถึงตอนที่มีคนถวายพระนารายณ์ องค์ที่ประดิษฐานไว้ที่ศาลนี้ว่า ช่วงนั้นมีสุภาพสตรีมาทำบุญกับท่านมาก.

    พระนารายณ์ และ พญาครุฑ เปรียบเสมือนตัวแทนของแผ่นดิน และพระมหากษัตริย์
    พระนารายณ์เป็นเทวดาผู้เป็นใหญ่ฝ่ายปราบปราม มีกายเป็นสีดอกตะแบก มี ๔ กร ซึ่งกรทั้ง ๔ นั้น ถืออาวุธต่างๆ กัน คือ คทา ตรี จักร สังข์ ทรงมงกุฎชัยมีพญาครุฑเป็นพาหนะ

    หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน ได้เมตตาบอกคาถาบูชาพระนารายณ์ทรงฤทธิ์ไว้ ดังนี้

    อุทธัง ครุโฑ เหฏโฐ เทโว พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สะระณัง อิติ

    ญาติโยมทั้งหลาย..วันนี้เป็นงานเทวาภิเษกเทวรูปพระนารายณ์ทรงฤทธิ์

    เจ้าพ่อนารายณ์ทรงฤทธิ์นั้นเป็นใครที่ไหน ? เราไม่ต้องไปนึกถึง เรามานึกถึงในจุดที่ว่า ปัจจุบันนี้ท่านมีศักดิ์เป็นพี่ของลูก ๆ หลวงพ่อวัดท่าซุงทุกคน

    อาตมาขึ้นไปที่พระจุฬามณีเจดีย์สถานครั้งแรกในชีวิต เจอเทวดาองค์ใหญ่เท่าภูเขาเลย ท่านเฝ้าประตูอยู่ ถามท่านว่าชื่ออะไร ? ท่านบอกว่า "ชาวบ้านเรียกผมว่าพระนารายณ์ครับ แต่ท่านเรียกผมว่าพี่ก็พอ" ดังนั้นในเรื่องของเทวรูปพระนารายณ์ อาตมาเชื่อว่าทั้งประเทศไทยและอาจจะทั่วทั้งโลกด้วย คงไม่มีที่ไหนทำแล้วขลังเหมือนกับวัดเขาวง เพราะว่าท่านเป็นพี่ของอาตมาทั้งสามรูป (หลวงตาวัชระชัย หลวงพ่อเล็ก และหลวงพ่อสมปอง) ถึงเวลาพี่ก็จะต้องสงเคราะห์น้องเป็นปกติ และก็ต้องเผื่อไปถึงลูกหลานของน้อง ๆ ด้วย

    จริง ๆ แล้วเทวรูปเจ้าพ่อนารายณ์ทรงฤทธิ์เป็นของเก่าแก่ มีโยมที่เขามีจิตศรัทธาถวายให้คู่กับวัดเขาวงมาตั้งแต่ต้น ถ้าหากที่ใดก็ตามมีของศักดิ์สิทธิ์แบบนี้ การดูแลบริหารงานในสถานที่นั้น จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะพระนารายณ์ท่านอยู่ในฐานะผู้ปราบ คำว่า ปราบ คือ ทำให้เรียบเสมอกัน ก็แปลว่าอะไรที่โผล่เกินมา ก็โดนทำให้ยุบราบลงไปเสมอกัน

    เมื่อครู่ตอนทำบวงสรวง ท่านบอกว่า "ช่วยบอกพวกเขาด้วยว่า เทวรูปนารายณ์ทรงฤทธิ์ครั้งนี้

    อันดับแรก ป้องกันภัยอันตรายให้ทุกอย่าง
    อันดับที่สอง ถ้าหากว่ามีเรื่องร้ายอะไรเกิดขึ้น ก็จะช่วยให้กลับกลายเป็นดี
    อันดับที่สาม ถ้าหากว่าปรารถนาสิ่งใดที่ไม่เกินวิสัย ให้อธิษฐานขอกับท่านได้"
    สำหรับคาถาอาราธนาพระนารายณ์ทรงฤทธิ์นั้น จะใช้ อิทธิฤทธิ พุทธนิมิตตัง ฯ ก็ไม่ได้ ท่านบอกว่าท่านไม่ใช่พุทธนิมิต แม้ว่าจะเป็นการปลุกเสกด้วยบารมีของพระก็ตาม

    คาถาอาราธนาพระนารายณ์ทรงฤทธิ์ก็คือ อุทธัง ครุโฑ เหฏโฐ เทโว พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สะระณัง อิติ

    อุทธัง ครุโฑ = เบื้องล่างคือครุฑ
    เหฏโฐ เทโว = เบื้องบนคือเทวดา
    พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สะระณัง อิติ = ดังนี้ เราจึงขอยึดพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง
    ท่านแปลไว้เสร็จสรรพ ดังนั้น..ไม่ว่าอย่างไรเราก็ทิ้งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ไปไม่ได้

    " ที่ไหนมีพระนารายณ์ทรงครุฑนี้ ที่นั่นจะมีแต่ความสงบสุข "

    ที่มาเว็บวัดท่าขนุน

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลทุกๆที่มาอย่างสูงครับ
    เหรียญพระนารายณ์ทรงฤทธิ์รุ่นแรกวัดเขาวง ปี๒๕๔๒
    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ

    IMG_20260129_170508.jpg IMG_20260129_170531.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 มกราคม 2026 at 08:51
  4. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,051
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1769684956313.jpg

    "ก็เขาเพ่งเสียไฟลุกมาเต็มถาดอย่างนั้นใครจะเอาไปใช้ได้ ร้อนแบบนั้นก็มีแต่เรื่องน่ะสิ"

    พระผงหลวงพ่อลำใยห้าเหลี่ยม หลังสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
    ปลุกเสกโดย หลวงพ่อลำใย สัญญโมวัดสะแก
    จ.พระนครศรีอยุธยา
    พระผงของท่านมีผงจักรพรรดิ์ของหลวงปู่ดู่ผสมทุกองค์ครับ

    หากกล่าวถึงวัดสะแก ตำบลธนู อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เชื่อว่ามีน้อยคนที่จะไม่รู้จัก หรือไม่เคยได้ยินชื่อพระอริยะสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหนึ่งพระนาม พระคุณเจ้าหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ อย่างแน่นอน ซึ่งถึงแม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมาถึงปัจจุบันหลายปีนับตั้งแต่พระคุณเจ้าหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ท่านมรณภาพในปี พ.ศ. 2533 แต่ด้วยความศรัทธาที่ศิษย์มีต่อหลวงปู่อย่างเหนียวแน่นไม่เสื่อมคลาย และยิ่งเพิ่มมากขึ้นๆ ดังจะเห็นได้จากงานบุญที่จัดขึ้นทุกปีในวันที่ 17 มกราคม ที่วัดสะแกแห่งนี้ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระคุณของพระคุณเจ้าหลวงปู่ดู่ พระพรหมปัญโญ ที่ท่านมีพระเมตตาต่อศิษยานุศิษย์ทั้งใกล้และไกล

    และ ณ วัดสะแก แห่งนี้หลายคนก็อาจจะยังไม่ทราบว่ายังมีพระอริยะเจ้าอยู่อีกรูปหนึ่งที่สืบสานแนวทางปฎิบัติตามแนวทางของพระคุณเจ้าหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ และยังถือได้ว่าพระอริยะสงฆ์รูปนี้ท่านคือศิษย์เอกของพระคุณเจ้าหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญด้วย

    ปัจจุบันพระคุณเจ้ารูปนี้ท่านมีอายุย่างเข้าสู่ 81 ปี (พ.ศ.2555) ซึ่งถือว่าพระคุณเจ้าท่านเป็นพระอาวุโสที่สุดของวัดแห่งนี้ พระคุณเจ้าท่านได้บรรพชาเป็นพระภิกษุสงฆ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 หรือที่เรียกว่า กึ่งพุทธกาล พระอริยะสงฆ์รูปนี้คือ พระคุณเจ้าหลวงพ่อลำใย สัญญโม ซึ่งตามที่กล่าวมาข้างต้น ท่านจึงมีพรรษามากที่สุด เป็นพระอาวุโสที่สุด ณ วัดสะแก แห่งนี้
    1769684948510.jpg
    หลวงพ่อลำใยเป็นศิษย์ในองค์หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ท่านอุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. 2500 แล้วจำพรรษาอยู่ที่วัดสะแกตลอดมา โดยมากไม่ค่อยได้ศึกษาวิทยาคุณจากหลวงปู่สี พินทสุวัณโณ สักเท่าไร เพราะไปเน้นกัมมัฏฐานและวิชาส่วนใหญ่จากหลวงปู่ดู่ท่านเองมีจริตที่ค่อนข้างหนักไปทาง "อยู่คง" และเจริญเตโชกสิณอยู่เนืองนิจ แม้หลวงปู่ดู่จะคอยตรวจจิตท่านและปรามอยู่เสมอ ท่านก็ยังคงแอบ ๆ ทำ และประวัติศาสตร์ในองค์หลวงปู่ดู่กับหลวงพ่อลำใยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ พระหลาย ๆ รุ่นของหลวงปู่ดู่นั้น ไม่ว่าจะวัดสร้างหรือศิษย์สร้าง หลวงปู่ดู่ได้มอบให้หลวงพ่อลำใยนำไปเสกก่อนหลายครั้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มิใช่ว่าหลวงปู่ดู่จะละเลยไม่ได้เสกอีกแต่อย่างใด หากเป็นกุศโลบายในการตรวจสอบวิถีจิตของหลวงพ่อลำใย

    เช่น ครั้งหนึ่งที่นาวาเอกสำเภา คมสันต์ และ นาวาเอกจำเนียร ตู้จินดา ไปกราบนมัสการหลวงปู่ ก็เห็นหลวงปู่ให้ศิษย์ยกถาดบรรจุพระมอบให้หลวงพ่อลำใยนำไปเสก ผู้การทั้งสองท่านได้เห็นเพียงเท่านั้นก็ยังให้นึกแปลกใจอยู่ครามครันแต่ก็ไม่กล้าซักถามใด ๆ จนผ่านไปร่วมเดือนก็กลับไปวัดสะแกเพื่อกราบหลวงปู่ดู่อีกครั้ง ก็ช่างให้บังเอิญจริง ๆ ที่ได้เห็นหลวงพ่อลำใยยกถาดพระกลับมาถวายคืนหลวงปู่ดู่พอดี

    ทันทีที่หลวงพ่อลำใยยกถาดมาถึงหลวงปู่ดู่ ท่านเพียงหันไปมองเท่านั้นก็โบกมือไล่พร้อมบอกว่า "ใช้ไม่ได้ เอาไปเสกใหม่ ท่านทำอย่างนี้ใครเขาจะเอาไปใช้ได้ ไปทำให้เย็น" หลวงพ่อลำใยก็ยกถาดกลับไปแต่โดยดี ผู้การทั้งสองก็ให้งงเป็นนักหนาเพราะบังเอิญได้อยู่ในเหตุการณ์สำคัญนี้ถึงสองครั้งสองคราว ครั้งนี้จึงอดถามไม่ได้ว่า "หลวงลุงครับ ทำไมถึงให้อาจารย์ใยไปเสก"

    ท่านตอบว่า "ข้าให้เขาหัดทำ"
    "แล้วทำไมหลวงลุงถึงว่าใช้ไม่ได้"

    "ก็เขาเพ่งเสียไฟลุกมาเต็มถาดอย่างนั้นใครจะเอาไปใช้ได้ ร้อนแบบนั้นก็มีแต่เรื่องน่ะสิ"
    แล้วเรื่องนี้ก็เงียบหายไปจากความทรงจำของท่านผู้การทั้งสอง เหตุการณ์นี้เกิดในราวปี พ.ศ. 2516

    ต่อมาท่านผู้การจำเนียร ตู้จินดา ได้กรุณาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ผมก็สงสัยเป็นอย่างยิ่ง วันหนึ่งที่ได้ไปกราบหลวงพ่อลำใยที่วัดสะแก จึงได้ไปเรียนถามท่านตรง ๆ โดยเล่าเรื่องอันเป็นปฐมเหตุก่อน แล้วจึงถามว่าจริงหรือไม่อย่างไร ?

    ท่านตอบทันทีว่า "จริง" และเมตตาเล่าว่า "ตอนนั้นได้วิชามาเยอะ หลวงลุงท่านก็เลยเอาพระของท่านมาให้หัดเสก ข้ามันคนชอบเหนียวก็เลยเพ่งเตโชกสิณใส่ เอาซะร้อนเชียว พอยกไปท่านก็ดุน่ะสิ ให้ข้ากลับมาทำใหม่ ข้าก็เลยมาทำทางเมตตาเอาเย็นเข้าว่า พอยกกลับไปคืนทีนี้ท่านว่า ใช้ได้ ใช้ได้" ตอนท้ายท่านปรารภว่า เออ ผู้การทั้งสองนี่ก็ยังความจำดีนะ

    ขอขอบคุณข้อมูลข้างต้นจากอินเตอร์เน็ตครับ
    *************************************************

    มีเรื่องแถมคือ พี่ผมคนหนึ่งไปวัดสะแกหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่เคยเข้าไปกราบหลวงพ่อลำใยเลยแม้แต่ครั้งเดียว มีอยู่วันหนึ่งแกไปวัดสะแกตามปกติ ก็เจอคนมุงขวดอะไรอยู่กลุ่มใหญ่ เลยเข้าไปดูในขวดใสนั้นเป็นผลึกใสๆ เหมือนเม็ดแก้วอยู่เต็มขวด พอถามคนที่มุงอยู่นั้นได้ความว่าขวดที่ใส่เม็ดแก้วใสๆนี่คือขวดที่ "เก็บปัสสาวะของหลวงพ่อลำใย" ที่ลูกศิษย์คนหนึ่งขอท่านเก็บไว้ ซึ่งตอนได้มาคือน้ำปกติ แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นพระธาตุไปแล้วครับ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับจากเว็บพลังจิต

    ชุด ๒ องค์

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    ปิดรายการ

    IMG_20260129_175156.jpg IMG_20260129_175225.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 มกราคม 2026 at 20:15
  5. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,051
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1769687430355.jpg FB_IMG_1769687342709.jpg FB_IMG_1769687345383.jpg
    FB_IMG_1769687353035.jpg

    พระคาถามหาปทุมเสริมชะตาโชคลาภของสมเด็จพระสังฆราชแพ

    นะโมสามจบ

    ' สุกิตติมา สุภาจาโร

    สุสีละวา สุปากะโต

    ยัสสะสีมา วะเจธีโร

    เกสะโรวา อะสัมภิโต ฯ

    คนชอบมาขอพรเรื่องหน้าที่การงาน ความเจริญทางโลกสมเด็จพระสังฆราชแพท่านก็จัดให้สวดคาถาบทนี้ครับ

    คาถาสุกิตติมา เป็นคาถาที่หลวงพ่อสมเด็จพระสังฆราช(แพ) วัดสุทัศน์เทพวรารามท่านจะใช้ลงในขันน้ำมนต์ของท่านเป็นประจำ คาถาใช้ว่า "สุกิตติมา สุภาจาโร สุสีละวา สุปากะโต" เป็นเมตตามหานิยม ถ้าใครอยู่กับเจ้านายแล้วเจ้านายกัดบ่อย ให้ใช้คาถาบทนี้นึกถึงหน้าเขาแล้วก็ภาวนาจนอารมณ์ใจทรงตัว
    เจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช(แพ) วัดสุทัศน์เทพวรารามท่านจะใช้ยันต์สุกิตติมากับยันต์บารมี๓๐ทัศน์คู่กันลักษณะทำเป็นกลีบบัวบานแล้วเขียนตัวอักขระ ด้านหนึ่งจะอยู่ก้นขันน้ำมนต์ ด้านหนึ่งจะอยู่ที่ฝา ถ้าเป็นภาษาของนักเล่นคาถา เขาจะเรียกว่า ยันต์ประทับหน้ากับยันต์ประทับหลัง
    เหตุที่เรียกว่ายันต์ดวงนี้เพราะด้านหลังองค์พระปิดตาจะมียันต์สุกิติมาซึ่งเป็นยันต์โบราณมีที่มาจากคาถาดังนี้ สุกิติมา สุภาจาโร สุปากโต ยัสสสีมา วเจติโร เกสโรวา อสมภิโต เป็นคาถาที่พระสังกัจจายน์ใช้อธิษฐานปิดตาเข้าอภิญญาอธิษฐานลาภ หลวงปู่โต๊ะท่านได้เล่าเรียนคาถานี้มาจากหลวงพ่อโหน่งวัดอัมพวันสุพรรณบุรีท่านจึงได้นำมาลงไว้ในหลังพระปิดตาของท่านพระปิดตารุ่นนี้เมื่อได้มีผู้บูชาไปแล้วปรากฏว่ามีลาภเป็นเสน่ห์เมตตามหานิยมมากเงินทองไม่ขาดสายชีวิตดีขึ้นชาวบ้านเลยเรียกพระปิดตารุ่นหลังยันต์คุ้มดวงคือหมายความว่าพระปิดตารุ่นนี้คุ้มดวงชะตากลับร้ายกลายดีได้ต่อมาก็เรียกกร่อนเป็นยันต์ดวงนี่เอง

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญพระเจ้าห้าพระองค์ หลังยันต์สุกิติมา

    นิตยสารลานโพธิ์ เพื่อเป็นที่ระลึกครบรอบ 5 ปี เนื้อทองแดง ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒

    ลานโพธิ์ยุคนั้นบุกตลาด สร้างพระดีๆ เหรียญดีๆ หลายรุ่นน่ะครับ แจกมากับนิตยสารลานโพธิ์ ที่จำได้ชัดเจน หรือเหรียญหลวงพ่อทวด ปลุกเสกโดยหลวงปู่ ดู่ รุ่นกระโดดบาตร เป็นที่นิยมมาก เหรียญหลวงพ่อวัดมะขามเฒ่า พิธีสายวัดมะขามเฒ่า เนื่องจากเขาเป็นสื่อทำให้ อิทธิพล เส้นสาย ด้านวัตถุมงคลพอสมควรและ รู้ข่าวคราววงใน วัดไหนดี มีพิธีดี จะเอาไปขอพระ ไปขอหลวงปู่ หลวงพ่อ เมตตา เป็นที่ราบรื่น เป็นของที่ สร้างมาปลุกเสกอย่างดี
    วาระพิธีอธิษฐานจิตปลุกเสก
    วาระที่ : 1
    - หลวงพ่อสงฆ์ วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย จังหวัดชุมพร อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว
    วาระที่ : 2
    - หลวงพ่อดำ วัดตุยง จังหวัดปัตตานี อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว
    วาระที่ : 3
    - พระอาจารย์แอบ วัดปากน้ำ หาดใหญ่ อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว
    วาระที่ : 4
    - หลวงพ่อขวัญ วัดปากอ่าว จังหวัดสุราษฏร์ธานี อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว
    วาระที่ : 5
    - พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว
    วาระที่ : 6
    - พ่อท่านแก่น วัดทุ่งหล่อ อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว
    วาระที่ : 7
    - หลวงพ่อหงษ์ วัดชลคราม จังหวัดสุราษฏร์ธานี อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว
    วาระที่ : 8
    - หลวงพ่อจ้อย วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ จังหวัดสุราษฏร์ธานี อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว
    วาระที่ : 9
    - พ่อท่านจันทร์ วัดทุ่งเฟื้อง จังหวัดนครศรีธรรมราช อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว
    วาระที่ : 10
    - หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กทม. อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว
    วาระที่ : 11
    - หลวงปู่ทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว
    วาระที่ : 12
    - พระอาจารย์สมชาย วัดเขาสุกิม อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว
    วาระที่ : 13
    - พิธีพุทธาภิเษก ณ วัดเวฬุราชิน ตลาดพลู ธนบุรี เมื่อ 9 ธันวาคม พ.ศ.2522 โดยมีพระเกจอาจารย์ดังนี้
    1.) หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี,
    2.) หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังวิเวการาม,
    3.) หลวงปู่เส่ง วัดกัลยา,
    4.) หลวงปู่สาม วัดไตรวิเวก,
    5.) หลวงปู่คำมี วัดถ้ำคูหาสวรรค์,
    6.) หลวงพ่อสมชาย วัดเขาสุกิม,
    7.) หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู,
    8.) หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง,
    9.) หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง,
    10.) หลวงพ่อทองสุข วัดสะพานสูง,
    11.) หลวงพ่อทองดำ วัดถ้ำตะเพียนทอง,
    12.) หลวงพ่อสุด วัดกาหลง,
    13.) หลวงพ่อทองสุข วัดสพานสูง,
    14.) หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง เป็นต้น
    วาระที่ : 14
    - พิธีพุทธาภิเษก ณ วัดเวฬุราชิน วันที่ 22 ธันวาคม 2522
    1.) สมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดจักรวรรดิ์ราชาวาส
    2.) พระวิสิทธาธิบดี วัดไตรมิตรวิทยาราม
    3.) พระเทพคุณาภรณ์ วัดเทพธิดาราม
    4.) พระราชโมลี วัดราชโอรสาราม
    5.) พระวิสุทธิวราภรณ์ วัดจันทาราม
    6.) พระศรีกิตติโสภณ วัดจักรวรรดิ์ราชาวาส
    7.) พระธีรสารมุนี วัดอัปสรสวรรค์
    8.) พระครูสังฆวิสุทธิคุณ วัดเวฬุราชิน
    9.) พระครูประสาทวรคุณ (หลวงพ่อพริ้ง) วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรี
    10.) พระครูสมุห์กลั่น คุณวโร วัดอินทราวาส อ่างทอง
    11.) หลวงปู่วัน เขมโก วัดสิทธาราม อ่างทอง
    12.) พระสุนทรธรรมภาณี (หลวงพ่อแพ) วัดพิกุลทอง สิงห์บุรี
    13.) พระวิสุทธิ์สารเถร (หลวงพ่อถิร) วัดป่าเลไลยก์ สุพรรณบุรี
    14.) พระครูอุดมสิทธาจารย์ (หลวงพ่ออุตมะ) วัดวังวิเวการาม กาญจนบุรี
    15.) พระครูไห (หลวงพ่อไห) วัดบางทะลุ เพชรบุรี
    16.) พระครูสมุทรธรรมสุนทร (หลวงพ่อสุด) วัดกาหลง สมุทรสาคร
    17.) พระครูสุตาธิการี (หลวงพ่อทองอยู่) วัดหนองพระอง สมุทรสาคร
    18.) พระโพธิสังวรเถร (หลวงพ่อไพฑูรณ์) วัดโพธินิมิตร กรุงเทพ
    19.) พระอาจารย์สมบัติ ปิยธมํโม วัดทองศาลางาม กรุงเทพ
    20.) พระอดุลธรรมเวที (หลวงพ่อไวย์) วัดบรมวงศ์ อยุธยา
    21.) พระครูภาวนารังสี (หลวงพ่อเปลื่อง) วัดใหญ่ชัยมงคล อยุธยา
    22.) พระญาณนายก (หลวงพ่อผา) วัดอุดมธานี นครนายก
    23.) พระครูนนทกิจโสภณ (หลวงพ่อทองสุข) วัดสะพานสูง นนทบุรี
    24.) พระอาจารย์ทองคำ อินฺทวังโส สำนักสงฆ์ถ้ำตะเพียนทอง ลพบุรี
    ก่อนจะนำไปหากมีเวลาจะนำไปให้ หลวงปู่หลุย วัดถ้ำผาปิ้ง ปลุกเสกหากติดขัดด้วยเวลาจะนำให้พระคณาจารย์อื่นปลุกเสกแทน
    อ้างอิง : ข้อมูลจากนิตยสารพระเครื่องลานโพธิ์ ฉบับ ปี 2522

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญพระเจ้าห้าพระองค์หลังยันต์ดวงสุกิตติมาดังนี้เป็นยันต์ที่อยู่ในหลังพระปิดตารุ่นแพงๆหลวงปู่โต๊ะและเหรียญหลวงปู่โต๊ะและเหรียญนี้ยังได้รับการปลุกเสกจากหลวงปู่โต๊ะอีกหลายวาระ

    ให้บูชา 220 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ

    IMG_20260129_185415.jpg IMG_20260129_185438.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 มกราคม 2026 at 09:07
  6. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,051
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1769696051940.jpg FB_IMG_1769696056043.jpg


    สมเด็จ ๙ อรหันต์ เนื้อผสมอัฐิธาตุ อังคารธาตุ เกศา และชานหมากของพระอรหันต์ 9 รูป พิธีสร้างวัดอินทาราม จ.สมุทรสงคราม พ.ศ.2538 สภาพสวย

    พระสมเด็จ ๙ อรหันต์หรือ พระผงอังคาร ๙ อรหันต์ สร้างเมื่อปี พ.ศ.2538 เป็นที่สุดของมวลสารในการจัดสร้างพระรุ่นนี้คือ
    1. พระผงรูปเหมือนหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ซึ่งด้านหลังบรรจุเกศาแท้ ๆ ของหลวงปู่มั่น สร้างโดยหลวงปู่เจี๊ยะ วัดป่าภูริทัตตะฯ จ.ปทุมธานี สมเด็จชานหมากของหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ด้านหลังฝังเหล็กเปียกสร้างโดยพระอาจารย์โชติ อาภัคโค วัดภูเขาแก้ว จ.อุบลราชธานี
    2. พระผงรุ่นอายุยืน เส้นเกศา จีวร ชานหมาก ผิวสรีระบางส่วนที่ขูดออก ครั้งเปลี่ยนจีวร สีผึ้งที่ทำจากอุจจาระ ซึ่งก่อนมรณภาพหลวงปู่สี ฉันทสิริ ได้ขับถ่ายออกมาเป็นสีผึ้ง
    3. เส้นเกศา-อัฐิธาตุ-อังคารธาตุ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร
    4. อัฐิธาตุ-อังคารธาตุ หลวงปู่แหวน สุจิณโณ
    5. อัฐิธาตุ-อังคารธาตุ หลวงปู่ขาว อนาลโย
    6. พระผงอังคารธาตุ หลวงปู่ชา สุภัทโท
    7. อัฐิธาตุ-อังคารธาตุ ชานหมากหลวงปู่สาม อกิญจโน
    8. อัฐิธาตุ-อังคารธาตุ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
    9. อัฐิธาตุ-อังคารธาตุ หลวงปู่บัวพา ปัญญาภาโส
    และผงธาตุกายสิทธิ์เช่น
    1. ผงอิทธิเจ ปถมัง มหาราช
    2. ผงว่าน ๑o๘
    3. ดินสังเวชนียสถานทั้ง ๔ ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน
    4. ใบโพธิ์ ของต้นโพธิ์ตรัสรู้แท้ ๆ จากประเทศอินเดีย
    5. ผงแร่เกาะล้าน แร่เกาะคาม แร่เกาะภูเก็ต แร่เมฆพัด
    6. ผงแร่เหล็กไหลเพลิง
    7. ผงเหล็กไหลตาแรด หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดถ้ำแฝด
    8. ผงธูป ผงพระเก่า สมเด็จพระพุฒาจารย์โต
    9. ดินกากยายักษ์ที่ใช้ผสมทำพระผงหลวงปู่ทวด
    10. ผงเกสรดอกไม้บูชาพระอาจารย์หลายรูป
    11. ผงพระเก่าหลวงพ่อมงคลบพิตร
    12. ผงพระธาตุพระสิวลี ชนิดสีขาวและสีดำ
    13. ผงสะเก็ดแก้ว พิสดาร
    โดยมีพิธีอธิษฐานจิต-พุทธาภิเษก ถึง 3 ครั้ง
    ครั้งที่ ๑ ภายในโบสถ์มหาอุด วัดอินทราราม ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๓๘ ซึ่งตรงกับวันเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา โดยหลวงพ่อแดง นันทิโย และพระภิกษุผู้ทรงอิทธิจิตสูงส่งภายในวัดอินทรารามทั้งยังเป็นผู้สร้างพระสมเด็จ ๙ อรหันต์ ตามสูตรการสร้างพระสมเด็จที่สืบทอดมาจากหลวงปู่ใจวัดเสด็จ และ หลวงปู่หยอด วัดแก้วเจริญ
    ครั้งที่ ๒ พิธีมหาพุทธาภิเษก ภายในพระวิหารพระร่วงโรจนฤทธิ์ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครปฐม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๓๘ โดยมีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ๙ รูป นั่งปรกแผ่เมตตาดังนี้
    1. หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม จ.กาญจนบุรี
    2. หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ จ.นครปฐม
    3. หลวงพ่อลำไย วัดทุ่งลาดหญ้า
    4. หลวงพ่อหยอด วัดแก้วเจริญ จ.สมุทรสงคราม
    5. หลวงพ่อยะ วัดท่าข้าม จ.นครปฐม
    6. หลวงพ่อแย้ม วัดสามง่าม จ.นครปฐม
    7. หลวงพ่อไสว วัดปรีดาราม จ.นครปฐม
    8. หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม
    9. หลวงพ่อสง่า วัดหนองม่วง จ.ราชบุรี

    ครั้งที่ ๓ อธิษฐานจิตแผ่พลังโดยพระป่ากรรมฐานในสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต อีกจำนวนทั้งหมด ๒๒ รูป ดังนี้
    1. หลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก จ.พิจิตร
    2. หลวงปู่หลอด ปโมทิโต วัดสิริกมลาวาส กรุงเทพฯ
    3. หลวงพ่อคำพอง ติสโส วัดถ้ำกกดู่ จ.อุดรธานี
    4. พระอาจารย์กิ ธัมมุตตโม วัดสนามชัย จ.อุบลราชธานี
    5. พระอาจารย์ท่อน ญาณธโร วัดศรีอภัยวัน จ.เลย
    6. พระอาจารย์บุญเพ็ง กัปปโก วัดป่าวิเวกธรรมวิทยาราม จ.ขอนแก่น
    7. หลวงปู่หลวง กตปุญโญ วัดป่าสำราญนิวาส จ.ลำปาง
    8. หลวงปู่จันทา ถาวโร วัดป่าเขาน้อย จ.พิจิตร
    9. พระอาจารย์โชติ อาภัคโค วัดภูเขาแก้ว จ.อุบลราชธานี
    10. พระโพธินันทมุนี วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์
    11. พระอาจารย์แปลง สุนทโร วัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร
    12. พระครูอุดมสังวรคุณ วัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ
    13. หลวงพ่อเพิ่ม กิตติวัฒฑโน วัดถ้ำไตรรัตน์ จ.นครราชสีมา
    14. หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ วัดถ้ำเสือวิปัสสนา จ.กระบี่
    15. พระอาจารย์สมาน ชิตมาโร วัดป่าศรัทธาราม จ.นครราชสีมา
    16. หลวงพ่อเที่ยง ผาสุโก วัดหลวงปรีชากูล จ.ปราจีนบุรี
    17. พระครูพิทักษ์มัชฌิมเขต วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม จ.นครราชสีมา
    18. พระอาจารย์เคล็ม ปิยธโร วัดกระสัง จ.บุรีรัมย์
    19. หลวงพ่อแดง นันทิโย วัดอินทราราม จ.สมุทรสงคราม
    20. พระอาจารย์เฉลียว วรกิจโจ วัดป่าโคกมน จ.เลย
    21. หลวงพ่อสิทธา เชตะวัน
    22. พระอาจารย์เกษมสุข เขมสุโข วัดประดู่ธรรมาธิปัตย์ กรุงเทพฯ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระสมเด็จ ๙ อรหันต์ กล่อง
    เดิมกำมะหยี่สีแดง

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ
    IMG_20260129_211146.jpg IMG_20260129_211207.jpg IMG_20260129_211226.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 มกราคม 2026 at 10:35
  7. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,051
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1769750830174.jpg 1769750847051.jpg 1769750856152.jpg

    “หลวงพ่อเกษม เขมโก ให้ลงจากตู้รถไฟ”

    ประมาณปีพุทธศักราช 2534 มีขบวนรถเร็วโดยสารของการรถไฟแห่งประเทศไทยเข้าจอดรอรับส่งคนโดยสารที่สถานีรถไฟนครลำปางในเวลาตอนเย็นในขณะนั้นได้มีชายชราคนหนึ่งแต่งกายใส่เสื้อม่อฮ่อมเหมือนคนเมืองเหนือทั่วไปเดินขึ้นไปบนตู้โดยสารที่จัดไว้ให้ผู้โดยสารที่ขึ้นจากสถานีลำปางโดยเฉพาะบอกให้ผู้โดยสารว่า หลวงพ่อเกษม เขมโก“ให้ลงจากตู้รถไฟไม่ต้องโดยสารไปกับรถขบวนนี้” หลายคนได้เห็นและได้ยินชายชราคนนั้นเดินตระเวนบอกแต่ไม่มีผู้โดยสารคนใดลงจากตู้รถไฟดังกล่าวเรื่องนี้พรรคพวกของคุณปันแก้ว จิตเร็วบ้านสบฟ้าอำเภอแจ้ห่มจังหวัดลำปางได้โดยสารรถไฟขบวนนี้เพื่อเดินทางไปกรุงเทพมหานคร
    ได้เวลารถไฟก็ออกจากจังหวัดลำปางที่หมายปลายทางคือกรุงเทพมหานคร

    เวลาประมาณสองทุ่มครึ่งรถไฟขบวนดังกล่าวได้ตกรางบริเวณผาคอผาค้นการตกกลางครั้งนั้นรุนแรงและสร้างความเสียหายมากมีผู้คนล้มตายและบาดเจ็บสาหัสหลายรายแต่ที่แปลกประหลาดมากก็คือ
    1. ตู้รถไฟกลับหัวรถจักรตกรางทั้งหมดยกเว้นตู้โดยสารเฉพาะของลำปางตู้เดียวที่ไม่ตกรางไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้
    2. ผู้โดยสารเกือบทั้งหมดหรือส่วนใหญ่บนตู้โดยสารลำปางมีพระผงของหลวงพ่อรุ่นกระทรวงสาธารณสุขจนผู้คนเรียกพระเครื่องรุ่นนี้ว่ารุ่น รถไฟไม่ตกราง“
    3. เป็นอันรู้กันในหมู่ลูกศิษย์ท่านที่เฝ้าปรนนิบัติในคาบระยะเวลาก่อนจะเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ว่า

    หลวงพ่อไม่ได้เจริญพรมอบหมายให้ใครไปบอกผู้โดยสารลงจากตู้รถไฟดังกล่าวเลยจึงตั้งข้อหาว่าชายชราคนนั้นเป็นใครมาจากไหน???เพราะไม่มีผู้โดยสารรู้จักเลย
    เรื่องนี้คุณปันแก้ว จิตเร็วอยู่ที่ 115 บ้านสบฟ้าหมู่ที่7ตำบลแจ้ห่มอำเภอแจ้ห่มจังหวัดลำปางนำมาเล่าให้ฟังที่รู้รายละเอียดเรื่องนี้เพราะพรรคพวกคุณปั่นแก้วที่โดยสารรถไฟครั้งนั้นเป็นคนบ้านสบฟ้านั่นเอง
    สำหรับคนลำปางโดยทั่วไปก็ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับขบวนรถเร็วตกกลางที่ผาคอยผ่าค้นกันดีรู้ที่มาที่ไปของพระผงหลวงพ่อ

    ”รุ่นไฟไม่ตกราง“

    บทความนี้จัดพิมพ์ในหนังสือ ประวัติหลวงพ่อเกษม เขมโก ปี๒๕๔๙
    เพจ เราศรัทธาหลวงพ่อเกษม เขมโก คัดนำมาเผยแพร่
    เพื่อน้อมรำลึก เมตตา บารมีของหลวงพ่อ ในวันคล้ายวันเกิด๒๘ พฤศจิกายน ของทุกปี

    หากท่านใดอ่านแล้วเห็นว่าเหมาะสำหรับเผยแพร่ต่อ ฝากท่านแชร์ เพื่อร่วมเผยแพร่บารมี ของหลวงพ่อ เกษม เขมโก ที่เรารักและศรัทธา และคงอยู่ในใจ ตลอดไป

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญ หลวงพ่อเกษม เขมโก ยิ้มฟันทอง รุ่นมูลนิธิ ปี ๒๕๒๘
    เนื้อกระไหล่ทองลงยา หลวงพ่อเกษม เขมโก
    สุสานไตรลักษณ์ ลำปางเมตตาปลุกเสก สภาพสวยสมบูรณ์มาก จำนวนการจัดสร้างเพียงแค่ ๒๕๒๘ องค์ ตาม พ.ศ.การจัดสร้าง
    เหรียญ กะไหล่ทองมีสนิมเขียวขึ้นด้านล่าง เหรียญเก่า๔๐ปี แล้ว ก็ มีบ้างตาทกาลเวลาและการเก็บรักษา

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูง


    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    ปิดรายการ

    IMG_20260130_123648.jpg IMG_20260130_123717.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 มกราคม 2026 at 13:26
  8. SIR2010

    SIR2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    3,183
    ค่าพลัง:
    +5,874
    จองครับ
     
  9. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,051
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1724768997387 (1).jpg

    การปลุกเสกของท่านแต่ละครั้งก็จะไม่ค่อยเหมือนพระเกจิองค์อื่นๆ เพราะท่านจะปลุกเสกอยู่ในโบสถ์เป็นเวลา7วัน7คืนโดยจะไม่ออกมาจากโบสถ์เลยจนกว่าจะสำเร็จในการเสก ท่านจะสั่งให้ลูกศิษย์ปิดประตูโบสถ์ทั้งหมดและกำชับว่าไม่อนุญาติให้ใครเข้ามารบกวนโดยเด็ดขาดในขณะทำพิธีตลอด7วัน

    ท่านคือ หนึ่งในศิษย์ หลวงปู่พุ่ม วัดบางโคล่นอก

    ครั้งหนึ่ง ท่านเคยโดนโจรใจบาป ลอบทำร้ายกะให้หลวงปู่ท่านมรณะ โดยตีที่ศีรษะหลวงปู่ แล้วไปทิ้งไว้ท้ายวัด แต่หลวงปู่กลับไม่เป็นอะไร แค่มีหัวปูด ไม่แตก

    ผู้หยั่งรู้ ถึง การมรณะภาพ ของตัวท่านเอง ท่านเคยพูดกับคนไกล้ชิด ว่าตัวท่านเอง จะมีอายุ เท่ากับ จังหวัดเกิดท่านเอง นั้นคือ จังหวัดร้อยเอ็ด

    หลวงหลวงปู่สีท่านมักจะนิยมปลุกเสกเดี่ยว นอกจากถ้ามีงานสำคัญๆท่านจึงจะนิมนต์พระเกจิจากที่อื่นมาร่วมปลุกเสกด้วย แต่ก็หาได้น้อยรุ่นมากครับที่จะเสกแบบหมู่การปลุกเสกของท่านแต่ละครั้งก็จะไม่ค่อยเหมือนพระเกจิองค์อื่นๆ เพราะท่านจะปลุกเสกอยู่ในโบสถ์เป็นเวลา7วัน7คืนโดยจะไม่ออกมาจากโบสถ์เลยจนกว่าจะสำเร็จในการเสก ท่านจะสั่งให้ลูกศิษย์ปิดประตูโบสถ์ทั้งหมดและกำชับว่าไม่อนุญาติให้ใครเข้ามารบกวนโดยเด็ดขาดในขณะทำพิธีตลอด7วัน
    ....................
    ประวัติอดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่เงินโชตนาราม (หลวงปู่สี พานคำ)
    ประวัติเจ้าอาวาส
    นับตั้งแต่วัดไผ่เงินโชตนารามได้เริ่มสร้างมาจนถึงปัจจุบันนั้น ก็ได้มีเจ้าสมภารอาวาสปกครองวัดมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันเป็นจำนวน ๑๔ รูป (เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันรูปที่ ๑๔ คือ พระครูอดุลยธรรมานุวัตร)
    ----------------------------------------------------------
    พระมหาสี ยโสธโร/พระครูสิริธรรมสุธี/พระมงคลสุธี ป.ธ.๖ น.ธ.เอก เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ ๑๓
    หลวงพ่อสี ยโสธโร นามเดิมว่า สี นามสกุล พานคำ เกิดเมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๑ ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๖ ปีวอก ณ บ้านเลขที่ ๗ หมู่ที่ ๓ บ้านเหล่าฮก ตำบล หนองผือ อำเภอเมืองสรวง (เดิมขึ้นกับอำเภอสุวรรณภูมิ) จังหวัดร้อยเอ็ด และเป็นบุตรของนายพิมพ์ นางดา พานคำ อาชีพกสิกรรม
    บรรพชา - อุปสมบท
    พ.ศ.๒๔๖๘ ได้บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดเหนือ บ้านเหล่าฮก อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีพระอธิการสอ เป็นพระอุปัขฌาย์
    พ.ศ.๒๔๗๑ จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดเหนือ บ้านเหล่าฮก ตำบลหนองผือ อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีอธิการพรหมาเป็นอุปัชฌาย์ ได้รับ นามฉายาว่า ยโสธโร
    พ.ศ.๒๔๗๔ ได้ย้ายมาสังกัดวัดไผ่เงินโชตนาราม ซึ่งในขณะนั้นมีพระอธิการทอง (ทอง เจริญพันธ์) เป็นเจ้าอาวาสอยู่
    วิทยฐานะ
    พ.ศ.๒๔๖๔ สอบไล่ได้ชั้นประถมปีที่ ๒ จากโรงเรียนวัดบ้านเหล่าฮก จังหวัดร้อยเอ็ด
    พ.ศ.๒๔๗๗ สอบนักธรรมชั้นเอกได้ในสนามหลวง สำนักเรียนวัดมหาพฤฒารามกรุงเทพมหานคร
    พ.ศ.๒๔๘๑ สอบเปรียญธรรม ๖ ประโยคได้ในสนามหลวงสำนักเรียนวัดมหาพฤฒาราม
    งานปกครอง
    พ.ศ.๒๔๘๓ ดำรงตำแหน่งอาวาสวัดไผ่เงินโชตนาราม
    พ.ศ.๒๔๘๖ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลบางโคล่ และรักษาการเจ้าคณะตำบลช่องนนทรี เขต ๑
    พ.ศ.๒๕๑๔ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะแขวงบางโคล่
    สมณศักดิ์
    พ.ศ.๒๕๑๐ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครู เทียบเท่าผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นโท ที่ พระครูสิริธรรมสุธี
    พ.ศ.๒๕๑๕ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระ อุปัชฌาย์
    พ.ศ.๒๕๑๗ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครู เทียบเท่าผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอาราม หลวงชั้นพิเศษ ในราชทินนามเดิมที่ พระครูสิริธรรมสุธี
    พ.ศ.๒๕๔๙ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ชั้นสามัญที่ พระมงคลสุธี
    หลวงพ่อสี ยโสธโร อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่เงินโชตนาราม เป็นพระเถระที่มีข้อวัตรปฏิบัติเคร่งครัดตามหลักธรรมวินัย ดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย ไม่ทะเยอทะยานในลาภยศ มีอุปนิสัยที่จริงจังต่อการงานและปฏิบัติตนตามสมณวิสัย แต่ก็เป็นพระเถระที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาคุณกรุณาคุณต่อท่านที่ได้พบเห็น ดังนั้นหลวงปู่สี ยโสธโร จึงเป็นพระเถระที่เป็นปูชนียบุคคลแก่เหล่าพระภิกษุ สามเณรในการดูแลปกครอง และพุทธศาสนิกชนทั่วไป
    ----------------------------------------------------------
    ในด้านสังคมสงเคราะห์และการเผยแผ่
    หลวงพ่อสี ยโสธโร ท่านได้ให้การสนับสนุนพระภิกษุ สามเณรภายในวัดให้ได้รับการศึกษาพระปริยัติธรรมตามสมควแก่ ฐานานุรูป ทั้งยังให้ความอนุเคราะห์แก่นักศึกษาที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดที่เข้ามาศึกษาต่อสถาบันต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านยังเป็นผู้อำนวยการสอน พระปริยัติธรรม ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนพุทธศาสนาวัดอาทิตย์วัดไผ่เงินโชตนาราม ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา - โรงเรียนมัธยมศึกษา และได้เป็น ผู้ริเริ่มก่อตั้งทุนมูลนิธิเพื่อการศึกษาของโรงเรียนวัดไผ่เงินโชตนาราม สังกัดกรุงเทพมหานคร ทั้งยัง เป็นองค์อุปถัมภ์โรงเรียนวัดไผ่เงินโชตนาราม และโรงเรียนอื่นๆ อีก ในเขตยานนาวา
    งานเผยแผ่ ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตรวจธรรม เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๒ และบาลีสนามหลวง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๑ ศาสนกิจภายในวัดท่านได้เอาใจใส่ต่อการอบรมสั่งสอนพระภิกษุ สามเณรตลอดทั้งอุบาสกอุบาสิกาเป็นประจำโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างพรรษา ท่านได้นำพาพระภิกษุ สามเณร ลงบำเพ็ญสมาธิภาวนาในอุโบสถ ระหว่างเวลา ๐๔ : ๐๐ - ๐๕ : ๓๐ น. เป็นกิจวัตรประจำวัน ส่วนในด้านศาสนกิจด้านต่างประเทศ ก็ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจกับคณะธรรมฑูตสายต่างประเทศหลายครั้งในเอเชีย,ออสเตรเลีย,อเมริกา,และยุโรป เป็นต้น นับว่าเป็นพระเถระธุระงานของพระศาสนาอย่างจริงจังอีกรูปหนึ่ง แม้จะมีอายุพรรษากาลมากแล้วก็ตาม
    -----------------------------------------------------------
    ในด้ายการพัฒนา หลวงพ่อสี ยโสธโร ท่านเป็นพระเถระที่มีความสามารถและฝีมือในทางช่างสถาปัตยกรรม ตลอดถึงนวกรรม ท่านเป็นผู้นำพระภิกษุสามเณรและประชาชนบูรณะปฏิสังขรณ์ก่อสร้างถาวรวัตถุต่างๆ ภายในวัดจนเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม เป็นสัดส่วนเหมาะสมกับสถาบันวัดอันเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแก่พระภิกษุสามเณรและสาธุชนโดยทั่วไป นับได้ว่าท่านเป็นพระนักพัฒนาทำความเจริญ ให้แก่วัดไผ่เงินโชตนารามและท้องถิ่นอย่างเหมาะสม

    หลวงพ่อสัมฤทธิ์เป็น วัสดุสำริด ลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง 2.2 เมตร ศิลปะสมัยสุโขทัย เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดพระยาไกร เช่นเดียวกับพระสุโขทัยไตรมิตร

    หลวงพ่อสัมฤทธิ์ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ ส่วนพระสุโขทัยไตรมิตร ประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร เชื่อกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่อัญเชิญมาจากสุโขทัยทั้งสององค์ หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ หัวหน้ากองพิพิธภัณฑ์และโบราณวัตถุ กระทรวงธรรมการในขณะนั้น ได้ทำการสืบประวัติหลวงพ่อสัมฤทธิ์ ทราบแต่เพียงว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยตอนปลายต่ออยุธยา ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระยาโชฏิกราช (เจ้าสัวบุญมา) ข้าหลวงเดิมของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นผู้ปฏิสังขรณ์วัดพระยาไกร เสร็จแล้วจึงน้อมฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง สถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงนามว่า "วัดโชตนาราม" ได้อัญเชิญหลวงพ่อสัมฤทธิ์ มาประดิษฐานไว้ในอุโบสถ

    ต่อมาเมื่อพุทธศักราช 2482 บ้านเมืองในตอนนั้นได้มีการเวนคืนที่ดินบริเวณคลองเตย เพื่อสร้างท่าเรือคลองเตย ในการนั้น มีวัดที่จะต้องถูกรื้อถอนยุบไปหลายวัด หนึ่งในนั้นคือวัดเงินที่ต้องถูกรื้อถอน โดยทางการได้ให้วัดเงินกับวัดไผ่ล้อมเดิม มารวมกันเป็นวัดไผ่เงินโชตนาราม ท่านพระมงคลสุธีได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอา วาสในพุทธศักราช 2483 ประจวบกับมีเหตุการณ์ที่กรมการศาสนามีนโยบายแจกจ่ายพระพุทธรูปที่ตกค้างอยู่ ที่วัดพระยาไกร ซึ่งเป็นวัดร้างอยู่เป็นพุทธบรรณาการ เมื่อสมเด็จพระวันรัตน์ (เฮง เขมจารี) อดีตเจ้าคณะแขวงล่างและสมเด็จพระวันรัตน์ องค์สังฆนายก มีเถระบัญชาให้คณะกรรมการวัดสามจีนไปอัญเชิญพระพุทธปฏิมาปูนปั้นที่ วัดไผ่เงินโชตนาราม (พระยาไกร) ซึ่งขณะนั้นเป็นวัดร้าง มีพระพุทธปฏิมาปูนปั้นสององค์ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถองค์หนึ่งและอยู่ในพระวิหารอีกองค์หนึ่ง เชื่อกันว่าเป็นพระพุทธปฏิมาที่อัญเชิญมาจากอยุธยาทั้งสององค์

    พระมงคลสุธี (สี ยโสธโร) เจ้าอาวาสวัดไผ่เงินโชตนาราม กรุงเทพฯ ได้อัญเชิญพระพุทธปฏิมาในพระอุโบสถมาประดิษฐานที่วัดไผ่เงินโชตนาราม พระมงคลสุธี ได้เลือกองค์"หลวงพ่อสัมฤทธิ์"ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่ชำรุด ขณะที่องค์พระพุทธปฏิมาหลวงพ่อสุโขทัยไตรมิตรที่ถูกปูนหุ้มอยู่มีรอยร้าวจาก ไหล่ถึงเอวไปถึงรากฐานเป็นร่องเล็กๆ มองเห็นเนื้อสัมฤทธิ์สีเขียวๆ ที่ยังประดิษฐานอยู่

    เมื่อพระพุทธปฏิมาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ได้มา ประดิษฐานที่วัดไผ่เงินโชตนารามแล้ว กองพิพิธภัณฑ์และโบราณวัตถุ กระทรวงธรรมการได้สืบประวัติของพระพุทธรูปองค์นี้ ทราบเพียงแต่ว่าเป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยสุโขทัยตอนปลายต่อสมัยอยุธยาและได้ ขนานนามให้ว่า "หลวงพ่อสัมฤทธิ์" ด้วยเป็นพระพุทธปฏิมาที่หล่อด้วยสำริดและเป็นสำริดแก่เงินจัด ปางมารวิชัย มีขนาดหน้าตักกว้าง 4 ศอกเศษ

    มีการปิดทองหลวงพ่อสัมฤทธิ์ทั้งองค์ อีกครั้งในช่วงฉลองกรุงรัตนโกสินทร์สองร้อยปี พ.ศ.2525 หลวงพ่อสัมฤทธิ์เป็นที่เคารพกราบไหว้ของประชาชนในย่านนั้น เจ้าอาวาสกล่าวว่า ท่านสามารถสร้างวัดไผ่เงินฯ ขึ้นมาได้ก็ด้วยบารมีของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ ด้วยเหตุนี้จึงประดิษฐาน หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดไผ่เงินโชตนาราม ไว้ในพระวิหารแทนที่จะเป็นพระอุโบสถ เพื่อสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องการเข้ามากราบไหว้บูชา...

    ประเพณีเทศกาลหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดไผ่เงินโชตนาราม
    และในวันขึ้นปีใหม่ของทุกปีจะมีงิ้วแสดงตลอด 3 วัน 3 คืน จนกลายเป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติต่อกันมา

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับเพจวัดไผ่เงิน

    พระผงหลวงพ่อสัมฤทธิ์วัดไผ่เงินโชตนาราม กรุงเทพฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี อธิษฐานจิตปลุกเสกโดยหลวงปู่สีวัดไผ่เงิน

    ให้บูชา 200 ค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    ปิดรายการ

    IMG_20260130_184519.jpg IMG_20260130_184547.jpg IMG_20260130_184613.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 มกราคม 2026 at 22:24
  10. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,051
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1769776932141.jpg FB_IMG_1769776942470.jpg FB_IMG_1769776937827.jpg FB_IMG_1769776935250.jpg

    นางกวัก ครูบากองคำ วัดดอนเปา ปี ๒๕๑๖

    ข้อมูลจากสายตรง...

    นางกวัก ครูบากองคำ กตปุญโญ
    วัดดอนเปา อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

    นางกวัก ครูบากองคำ วัดดอนเปา จ.เชียงใหม่ สร้างเมื่อ วันเสาร์ ๕ ปี พศ. ๒๕๑๖ ลป.ครูบากองคำนั้น ท่านได้เมตตาสร้างไว้ให้สำหรับหนุนชะตาราศรีผู้ที่ดวงตก มีเคราะห์กรรมวิบากกรรมร้ายแรง โดนพ่อแม่สาปแช่ง และยังเปี่ยมไปด้วย.เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ ด้านการเจรจาพาทีเป็นที่รักแก่ผู้คนทุกคนที่ได้พูดคุยด้วย ค้าขายดี เจริญรุ่งเรือง มีโชคลาภหลั่งไหลมาสู่แบบไม่ขาดสาย ผู้ที่ทำมาหากินไม่ขึ้น หรือไม่เคยทำอะไรสำเร็จ ค้าขายขาดทุน และเกิดปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับการค้าขาย เมื่อได้บูชา นางกวัก และวัตถุมงคลต่างๆ ของท่านแล้วกลับกลายเป็นดวงดี ทำมาค้าขึ้นร่ำรวยกันขึ้นมาแบบไม่น่าเชื่อ

    ท่านเป็นพระสุปฏิปันโนสงฆ์ ผู้ดำเนินตามรอยปฏิบัติแห่งองค์ ครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย นักบุญแห่งล้านนาไทย และหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต นอกจากนั้น ท่านยังได้รับการถ่ายทอดวิชาจาก หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง, ครูบาพรหมจักร วัดพระบาทตากผ้า ลำพูน, ครูบาอินทจักรรักษา วัดน้ำบ่อหลวง เชียงใหม่, ครูบาชุ่ม วัดวังมุย ลำพูน, หลวงปู่คำแสน คุณาลังกาโร วัดสวนดอก เชียงใหม่,และครูบาเมือง วัดท่าแหน ลำปาง อีกด้วย

    ท่านเป็นพระเถระที่มีจริยาวัตรงดงาม ทั้งในศีล สมาธิ ปัญญาญาณ ปฏิบัติธรรมจนหมดสิ้นอาสวะกิเลสต่างๆ ได้ทุกประการ และเป็นที่เคารพสักการะอย่างยิ่งขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา โดยทรงได้เสด็จพระราชดำเนินมาบำเพ็ญพระราชกุศล เป็นการส่วนพระองค์อยู่เนืองๆ และทรงรับไว้เป็น "คนไข้ ในพระบรมราชานุเคราะห์" ในกรณีที่อาพาธ อีกด้วย

    ท่านเป็นพระสงฆ์ ที่เปี่ยมด้วยความมีเมตตาธรรมอย่างสูงยิ่ง สิ่งที่ท่านเมตตาต่อชาวโลกอย่างเป็นปกติก็คือ "การอาบน้ำมนต์ ขันบาตรเดียว" ท่านได้เมตตาเพื่อให้ความเป็นสิริมงคล แก่ผู้ที่ไปกราบนมัสการทำบุญกับท่าน โดยที่ท่านไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

    อัฐิธาตุของท่าน กลายเป็นพระธาตุครับ

    เครดติข้อมูลจาก

    http://pralanna.com/boardpage.php?topicid=28510

    ๏..ครูบากองคำ กตฺตปุญโญ...พระอริยาจารย์แห่ง วัดดอนเปา อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่
    เป็นศิษย์สายกรรมฐาน สาย.....
    ๏..ครูบาศรีวิชัย ศิริวิชโย... มหาอริยาจารย์แห่งล้านนา
    ๏..หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ... มหาอริยาจารย์แห่งกองทัพธรรมภาคอีศาณ
    ......................

    นอกจากนั้น...ท่านยังได้รับการถ่ายทอดยอดวรยุทธพุทธาคมหลายแขนงจาก....

    ๏..หลวงปู่แหวน สุจิณโน ...วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ มหาอริยาจารย์แห่งล้านนา ผู้อังคารธาตุแปรเป็นพระธาตุ
    ๏..ครูบาพรหมจักรสังวร .วัดพระบาทตากผ้า จ.ลำพูน มหาอริยาจารย์แห่งล้านนา ผู้อังคารธาตุแปรเป็นทองคำบริสุทธิ์และอัฐิเป็นพระธาตุใสเป็นแก้ว

    ๏..พระสุธรรมยานเถร(ครูบาอินทจักรรักษา) ๏..วัดน้ำบ่อหลวง สันป่าตอง เจียงใหม่
    ๏..ครูบาชุ่ม โพธิโก ... วัดวังมุย จ.ลำพูนมหาอริยาจารย์แห่งล้านนา ผู้อังคารธาตุและอัฐิเป็นพระธาตุใสเป็นแก้ว
    ๏.. หลวงปู่คำแสนคุณาลังกาโร วัดสวนดอก . เจียงใหม่
    ๏..ครูบาเมือง ... วัดท่าแหน มหาอริยาจารย์แห่งล้านนา พระเกจิอีกรูปหนึ่งของเมืองลำปาง ที่ทรงอภิญญาอย่างลำเลิศ

    ครูบากองคำ กตปุญโญ
    วัดดอนเปา อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

    ท่านเป็นพระสุปฏิปันโนสงฆ์ ผู้ดำเนินตามรอยปฏิบัติแห่งองค ์ครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย นักบุญแห่งล้านนาไทย
    ครูบากองคำ ท่านเป็นพระเถระที่มีจริยาวัตรงดงาม ทั้งในศีล สมาธิ ปัญญาญาณ ปฏิบัติธรรมจนหมดสิ้นอาสวะกิเลสต่างๆ ได้ทุกประการ และเป็นที่เคารพสักการะอย่างยิ่งของ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวๆ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาๆ โดยทรงได้เสด็จพระราชดำเนินมาบำเพ็ญพระราชกุศล เป็นการส่วนพระองค์อยู่เนืองๆ และทรงรับไว้เป็น "คนไข้ ในพระบรมราชานุเคราะห์" ในกรณีที่อาพาธ อีกด้วย
    ท่านเป็นพระสงฆ์ที่เปี่ยมด้วยความมีเมตตาธรรมอย่างสูงยิ่งอีกด้วย สิ่งที่ท่านเมตตาต่อชาวโลกอย่างเป็นปกติก็คือ "การอาบน้ำมนต ์ขันบาตรเดียว" ท่านได้เมตตาเพื่อให้ความเป็นสิริมงคล แก่ผู้ที่ไปกราบนมัสการทำบุญกับท่าน โดยที่ท่านไม่ได้ คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

    สร้างเมื่อ วันเสาร์๕ ปี พศ. ๒๕๑๖ เพื่อแจกเป็นทาน จำนวน ๙๙๙๙ องค์ โดยมวลสาร ศักดิ์สิทธิ์ เรืองฤทธิ์ ประกอบด้วย....
    ผงบารมีธรรมล้ำโลก
    ผง๑๒นักษัตร หนุนชะตาราศรี
    ผงนพเคราะห์ทั้ง๙
    ที่ลป.ครูบากองคำ ท่านร่ำเรียนมาจนสำเร็จ มีอิทธิคุณเป็นพิเศษ ในทาง (((.....หนุนชะตาราศรีผู้ที่ดวงตก มีเคราะห์กรรมวิบากกรรมร้ายแรง โดนพ่อแม่สาปแช่ง....)))
    และยังเปี่ยมไปด้วย.... เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ ด้านการเจรจาพาทีเป็นที่รักแก่ผู้คนทุกคนที่ได้พูดคุยด้วย ค้าขายดีเจริญรุ่งเรือง มีโชคลาภหลั่งไหลมาสู่แบบไม่ขาดสาย

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    พระผงจันทร์ลอยนางกวักครูบากองคำ

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260130_194009.jpg IMG_20260130_194027.jpg
     
  11. SIR2010

    SIR2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    3,183
    ค่าพลัง:
    +5,874
    จองครับ
     
  12. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,051
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1769783003013.jpg FB_IMG_1769782951047.jpg
    พระเดชพระคุณหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร พระอริยเจ้าผู้ทุ่มเทชีวิตจิตใจในเพศพรหมจรรย์ บากบั่นดำเนินตามรอยพระบูรพาจารย์ อุปนิสัยละมุนละไม มีเมตตาเป็นสาธารณะ ใจเด็ด มุ่งหวังเพียงความพ้นทุกข์ ได้รับคำชมจากท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ว่า "เป็นดอกบัวที่ยังตูมอยู่ เบ่งบานเมื่อใดจะหอมกวาหมู่

    เหรียญแปดเหลี่ยม รุ่นฉลองเจดีย์ หลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล่อง ปี พ.ศ.๒๕๓๕ เนื้ออัลปาก้า ตอกโค๊ต เหรียญประสบการณ์ หาไม่ยาก เป็นเหรียญรุ่นที่ว่ากันว่า หลวงปู่ท่านตั้งใจแจกเป็นพิเศษแก่บรรดาลูกศิษย์ลูกหาเปรียบเสมือนล่วงรู้วาระ เป็นเหรียญที่มีประสบการณ์สูงมาก เป็นที่แสวงหากันในหมู่ผู้รู้ครับ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญแปดเหลี่ยมสภาพสวยเดิมๆ

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ

    IMG_20260130_210952.jpg IMG_20260130_211018.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 มกราคม 2026 at 22:33
  13. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,051
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1769774386897.jpg
    หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม องค์นี้ แม้แต่พระอภิญญาอย่าง หลวงพ่อฤาษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง ยังยกย่องและยอมรับว่าหลวงพ่อจวนท่านนี้เก่งจริงๆๆพลังจิตกล้าแกร่งเหลือเกิน
    หลวงพ่อจวน เป็นพระองค์หนึ่ง ที่หลวงพ่อฤาษีฯ ให้ลูกศิษย์ไปกราบ และทำบุญด้วย เนื่องจากหลวงพ่อ ไปเจอหลวงพ่อจวนที่พระจุฬามณี โดยหลวงพ่อจวนไปทั้งกายเนื้อ
    มีอยู่เที่ยวหนึ่งหลวงพ่อท่านบอกว่า " เฮ้ย ! พวกแกลองสืบดูซิ มีหลวงตาองค์หนึ่งขาว ๆ ท้วม ๆ ล่ะนะ ชื่อ จวน อยู่สิงห์บุรี ลองดูสิว่ามีพระชื่อนี้อยู่สิงห์บุรีวัดไหน ช่วยบอกให้ด้วยหาไม่ยากหรอก ท่านดังด้วย หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม"
    ถาม : หลวงพ่อหาทำไมครับ
    ท่านบอกว่า : "วันก่อนขึ้นไปพระจุฬามณีเห็นหลวงตาจวนเดินตุ๊บ ๆ ตั๊บ ๆ อยู่ เขาเก่งว่ะ เขาไปทั้งตัวเลย ไม่ได้ใช้มโนมยิทธิถอดจิตไปนะนั่น เล่นไปทั้งตัวเลยล่ะ"
    ถาม : ยังอยู่ไหมครับ ?
    ตอบ : เรียบร้อยไปแล้ว ถ้าอยู่ไม่กล้าเล่ากลัวท่านเหยียบเอา (หัวเราะ) วัดหนองสุ่ม ขาว ๆ ยิ้มทั้งวันน่ะ น่ารักมาก....
    "สมัยที่หลวงพ่อจวนยังอยู่ จะไม่ให้ทำหนังสือวัตถุมงคล ท่านบอกว่า ของ ๆ ฉันถ้าจะดังเดี๋ยวดังเอง"
    หลวงพ่อจวนได้ละสังขารอย่างสงบ เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๓๖ สิริอายุได้ ๗๙ ปี พรรษา ๕๕
    หมายเหตุ: "พระจุฬามณี"
    หมายถึง เจดีย์พระจุฬามณี"บนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
    สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีปราสาทเนรมิต กับมี พระเจดีย์จุฬามณี อันเป็นที่ประดิษฐานพระเมาลีของพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเสด็จออกมหาภิเนกษกรมณ์ และเมื่อพระพุทธองค์นิพพานแล้วก็ได้เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วองค์ขวาด้วย
    ขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    พระสมเด็จหลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม รุ่นมหาเศรษฐี

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260130_190416.jpg IMG_20260130_190439.jpg IMG_20260130_190512.jpg
     
  14. SIR2010

    SIR2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    3,183
    ค่าพลัง:
    +5,874
    จองครับ
     
  15. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,051
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1769872300150.jpg 1769872303457.jpg 1769871486487.jpg

    ศิษย์สายหลวงพ่อกบวัดเขาสาริกา พระอภิญญาเหนือโลก

    (ชีวะประวัติหลวงปู่บุญเกิด ปัณฑิโต)
    ในอดีตย้อนไปซัก 40-50 ปีในแถบหนองมะโมงนี้ค่อนข้างจะทุรกันดาร หรือแทบจะเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ไกลปืนเที่ยง ด้วยสภาพพื้นที่ที่ชุกชุมไปด้วยชุมโจรปล้นวัวปล้นควายประกอบกับเป็นพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ไกลหมอ ไกลเจ้าหน้าที่บ้านเมือง สิ่งหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นที่พึ่งในยามตกทุกข์ได้ยากของคนทุกชนทุกชั้นในละแวกนั้นไม่ว่าจะเรื่องเจ็บป่วย ผีเข้าเจ้าสิง ถูกกระทำย่ำยี ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล วัวหายควายพลัด มีเหตุลักขโมย ถูกประทุษร้าย และอีกหลากหลายปัญหานานับประการ ที่ชาวบ้านต้องการที่อาศัยพึ่งพิง ผิสำคัญบุคคลผู้นั้นมิใช่อินทร์ พรหม ยม ยักษ์ หรือผู้มียศถาบรรดาศักดิ์มาจากไหน แต่กลับเป็นพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งมีปฏิปทาเคร่งครัดน่าเลื่อมใสและมีวิทยาบารมี พอเป็นที่ผ่อนปรนบรรเทาทุกข์โศกสงเคราะห์สังคมโลกให้ร่มเย็นเป็นสุขได้ ภิกษุรูปนั้นชาวบ้านคุ้นปากกันในนาม “หลวงพ่อเกิด”

    หลวงพ่อเกิด หรือพระครูอุดมชัยกิจ เจ้าอาวาสวัดเขาดิน ต.หนองมะโมง อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท นามเดิม บุญเกิด จันทรา เป็นบุตรของนายกรม จันทรา นางสี จันทรา เกิดเมื่อวันที่ ๔ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๕ ณ บ้านเขาดิน ต.หนองมะโมง อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท อุปสมบทเมื่อ วันที่ ๕ ธ.ค. พ.ศ.๒๔๙๕ ณ พัทธสีมาวัดเขาดิน โดยมีหลวงพ่อเจริญ วัดป่าพาณิชย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการสมทบ วัดศรีสโมสร ต.กุดจอก อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการบรรจง วัดเขาดิน ต.หนองมะโมง อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ปัณฑิโต” หมายถึง “ผู้เป็นบัณฑิตมีปัญญาฉลาดรอบรู้”

    ในปี 2495 หลังจากอุปสมบทแล้วได้จำพรรษาฉลองศรัทธาโยมบิดา โยมมารดา ณ วัดเขาดิน และพอดีในปีนั้นนั่นเองท่านเจ้าขุนวาปินทร์ปรีชา( เจ้าขุนเล็ก )ศิษย์ก้นกุฏิหลวงปู่ศุขที่เป็นศิษย์ฆราวาสรุ่นอาวุโสอีกท่านหนึ่ง ได้จัดให้มีงานไหว้ครูเสาร์ 5 ขึ้นในวาระนี้ท่านขุนวาปินทร์ได้เปิดโอกาสให้บุคคลผู้มีความสนใจใฝ่ศึกษาเวทย์วิทยาต่างๆ ได้เข้ามาศึกษาและประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ด้วยตัวท่านเอง ซึ่งมีอยู่หลากหลายวิชาให้ได้เลือกศึกษาตามความสนใจ เช่น เสกหุ่นพยนต์ชกกัน เสกข้าวสารเป็นกุ้ง เสกใบมะขามเป็นต่อเป็นแตนในคราวนั้นมีผู้สนใจเข้าไปศึกษาหลายคนแต่มีผู้สำเร็จและได้รับการประสิทธิ์ประสาทวิชาจากท่านเจ้าขุนไม่กี่คนแล้วแต่วาสนาบารมี หลวงพ่อท่านเลือกเรียนวิชาเฑาะว์มหาปราบ วิชาเสกหมาก และทำน้ำมนต์แก้พิษหมาบ้า และท่านก็สามารถทำได้สำเร็จและได้รับการประสิทธ์ประสาทจากเจ้าขุนวาปินทร์ ซึ่งในคราวนั้นมีท่านเพียงรูปเดียวที่ได้รับการครอบครูวิชานี้ หลังจากที่ท่านสำเร็จวิชานี้แล้วไม่ว่าท่านจะไปอยู่ที่ไหน ย่อมจะมีหมาบ้าตามไปทุกที่ ท่านจึงต้องทำน้ำมนต์ทิ้งไว้เพื่อสงเคราะห์แก่สัตว์เหล่านั้น

    ในปี 2496 ท่านจึงไปศึกษาพระปริยัติธรรมและกรรมฐานเบื้องต้นในสำนักวัดสิงห์ในสมัยที่พระครูชะอ้อนองค์อุปัฌชาย์เป็นเจ้าสำนัก พระครูชะอ้อนท่านนี้เป็นเถระผู้ใหญ่รูปหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์ใกล้ชิดกับองค์หลวงปู่ศุข แห่งวัดปากคคลองมะขามเฒ่าและพระครูชะอ้อนท่านนี้แหละที่เป็นแม่งานใหญ่ในการจัดการงานศพหลวงปู่ศุข ด้วยความใกล้ชิดทั้งพระครูชะอ้อนและอาจารย์ฆราวาสในละแวกบ้านตลาดวัดสิงห์อีกหลายท่านที่เป็นศิษย์สายตรงในองค์หลวงปู่ศุข ประกอบกับความใฝ่รู้ หลวงพ่อท่านจึงได้ซึมซับศึกษาสรรพวิทยาการในสายหลวงปู่มาพอสมควร ทั้งวิชาปรอท วิชาเสกขี้ผึ้ง จากหมอเฒ่าสุก อาจารย์ของท่านเสกขี้ผึ้งบนฝ่ามือให้เป็นน้ำได้อย่างอัศจรรย์ ท่านจึงได้เรียนรู้หลักในการใช้ธาตุ ตั้งธาตุต่างๆ นอกจากนี้ยังมีสรรพวิชาและเคล็ดคาถาอีกบางบท ที่ท่านได้ตั้งแต่ในพรรษาต้นๆ อย่างเช่นการทดลองวิชาหายตัว โดยท่านจะต้องถอดเคล็ดวิชาที่ครูเฒ่าให้เป็นปริศนาไว้ ซึ่งตามตำรากล่าวว่าเคล็ดวิชาจะประสิทธิ์หรือไม่ขึ้นอยู่กับวาสนาบารมีของผู้เรียนหากวาสนาต้องกันก็จะมีปัญญาแตกฉานสามารถคิดอ่านแก้กลบทที่โบราณจารย์วางไว้ได้อย่างถูกต้อง เคล็ดวิชานี้มีปริศนาไว้ว่า “ไม่มีไม้อยู่ใต้กรณีย์” หลวงพ่อท่านจึงเอามาเจริญกรรมฐานใคร่ครวญปรากฏเป็นอักขระสี่ตัวได้อย่างง่ายดาย แสดงถึงวาสนาบารมีที่สั่งสมมาแต่หนหลัง เมื่อท่านได้หัวใจคาถาแล้วท่านจึงทดลองเขียนอักขระหัวใจคาถานั้นลงก้นบาตรแล้วบริกรรมภาวนาไปด้วยในขณะออกบิณฑบาต ปรากฏว่าเช้าวันนั้นชาวบ้านใส่บาตรข้ามท่านไปหมดเสมือนมองไม่เห็นท่าน สร้างความประหลาดใจแก่หมู่เพื่อนภิกษุที่ร่วมออกภิกขาจารด้วยกัน และในปีเดียวกันนี้ท่านมีโอกาสได้พบกับ อาจารย์ชื้นศิษย์สำนักเขาสาลิกา และอาจารย์ชื้นท่านนี้เองที่เป็นผู้เชื้อเชิญให้ท่านได้ไปนมัสการหลวงพ่อเขาสาลิกา ที่สำนักเขาสาลิกา จ.ลพบุรี ท่านเล่าว่าหลวงพ่อเขาสาลิกาท่านไม่พูด ท่านจุดเทียนตั้งไว้ 6 เล่มแล้วใช้มือดับทีละเล่มจนเหลือเทียนเล่มเดียวท่านจึงหยิบเทียนเล่มนั้นขึ้นมานั่งเพ่งเท่านั้น ท่านว่าเป็นปริศนาธรรมเกี่ยวกับการสอนเรื่องอายตนะภายใน-ภายนอก เมื่อหลวงพ่อได้พบได้เห็นปฏิปทาเช่นนั้นประกอบกับได้ยินได้ฟังวัตรปฏิบัติที่ไม่เหมือนใครและอิทธิปาฏิหาริย์ที่สุดแสนจะพิสดารของหลวงพ่อเขาสาลิกาก็ทำให้ท่านเกิดความเคารพเลื่อมใสจึงได้สมาทานตัวเป็นศิษย์เรื่อยมา

    แม้ท่านจะไม่ได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อโอภาสีโดยตรง แต่ท่านก็นับถือหลวงพ่อโอภาสีเป็นครูบาอาจารย์ของท่านอีกรูปหนึ่งซึ่งมีวัตรปฏิบัติคล้ายกันกับหลวงพ่อเขาสาลิกาเชื่อกันว่าท่านทั้ง 2 รูปสามารถสื่อถึงกันได้ ความสัมพันธ์ระหว่างหลวงพ่อกับหลวงพ่อโอภาสีนี้ผู้เขียนได้เรียนถามท่านแล้ว ท่านว่าได้พบปะพูดคุยกันธรรมดาที่อาศรมบางมด และยังกล่าวอีกว่าที่อาศรมบางมดมีรูปปั้นและสัญลักษณ์ต่างๆที่เป็นปริศนาธรรม ไม่ว่าใครจะนับถือศาสนาอะไรมาจากไหนหลวงพ่อโอภาสีท่านสามารถสอดแทรกคำสอนลงไปได้หมด เรื่องการแจกพระธาตุอีกเรื่องท่านว่าคนจะมามากสักเท่าไรหลวงพ่อโอภาสีท่านก็แจกได้ครบทุกคนไม่มีหมด วัตถุมงคลบางอย่างเป็นต้นว่า รูปสรงน้ำ แผ่นยันต์อิติสุคะโตฯ เหรียญพลาสติก และลูกแก้ว ผู้เขียนยังเห็นตกค้างอยู่ที่วัดเขาดินจำนวนหนึ่ง วัตถุมงคลบางอย่างท่านก็นำมาถอดแบบ เช่น เหรียญพลาสติกของหลวงพ่อโอภาสีท่านก็นำมาถอดแล้วพิมพ์ด้วยเนื้อดินผสมว่านในปี2508 รูปหลวงพ่อในยุคแรกๆก็ยังพบว่าทำเป็นรูปถ่ายประกบกันกับหลวงพ่อโอภาสี แต่รูปประกบกับหลวงพ่อเขาสาลิกายังไม่เคยพบ
    6.ปี 2497 ได้พบกับ อ.เฉลิม ซึ่งในขณะนั้น อ.เฉลิม กำลังทำการเผยแพร่วิชา 12 ภาษาปรากฎมีผู้สนใจศึกษากันพอสมควร ในคราวนั้นหลวงปู่พิมพา วัดหนองตางู จ.นครสวรรค์ ก็ได้เข้าร่วมศึกษาด้วย แต่วิชานี้เมื่อหลวงพ่อท่านได้นำมาใคร่ครวญแล้ว ปรากฏว่าตรงกันกับตำราเก่า ของพระธุดงค์ทั้ง4 ที่มาพำนักตั้งแต่ปี 2460-2462 ทั้ง4ท่านล้วนแต่เป็นศิษย์ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองฯทั้งสิ้น พระธุดงค์ทั้ง4 นี้ถือได้ว่าเป็นผู้ให้กำเนิดวัดเขาดินเลยทีเดียว ท่านได้สร้างรอยพระพุทธบาท และทิ้งตำราเวทย์ต่างๆไว้เป็นปฐมบทให้กุลบุตรผู้สนใจได้ศึกษา เพื่ออนุเคราะห์เกื้อกูลแก่สาธารณะชนคนยาก พอให้ได้เป็นที่พึ่งพิงและศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านสืบต่อไป วิชา 12 ภาษานี้เป็นวิชาที่ว่ากันว่าผู้ทำสำเร็จจะสามารถทำสมาธิจิตให้ไปสัมผัสกับภพภูมิจิตในระดับต่างๆทั้ง 31 ภูมิได้ แม้ในภูมิมนุษย์เองก็สามารถฟังและสื่อสารกับวิญญาณชาวต่างชาติที่ใช้ภาษาอื่นๆได้ตามที่ภพภูมิจิตไปสัมผัส และที่พิสดารอีกประการหนึ่งก็คือ ใครก็ตามที่มีกรรมเกี่ยวพันกับเราทั้งในอดีตชาติและปัจจุบันชาติเมื่อจะถึงคราวตาย หรือจะประสบเคราะห์กรรมรุนแรง เจตภูตของเขาจะพยายามสื่อให้เราทราบล่วงหน้าได้

    ปี 2498 ได้ไปศึกษาและปฏิบัติกรรมฐานตามแนวทางของหลวงพ่อเขาสาลิกาอย่างจริงจังกับท่านอาจารย์ชื้น ที่บ้านวัดพระยาตาก อาจารย์ชื้นผู้นี้เป็นศิษย์ฆราวาสคนสำคัญอีกท่านหนึ่งที่สืบสานกรรมฐานสายหลวงพ่อเขาสาลิกา ภายหลังได้บวชและรู้จักกันในนามหลวงพ่อชื้น วัดเขาพลอง หลวงพ่อเกิดได้ศึกษากับท่านอาจารย์ชื้นตั้งแต่อาจารย์ชื้นยังดำรงเพศเป็นฆราวาส ได้ฝึก การแยกรูป –นาม แยกกองกรรมฐานก่อนเป็นอันดับแรก เรียกว่า “ขันธ์สาม” คือพิจารณา เกศา โลมา นะขา.... ฯ ทั้งหมดที่จัดเป็นธาตุดินมารวมกันเป็น ขันธ์ทอง ราคัคคิ พิจารณา บุพโพ โลหิตัง อัสสุ....ฯ ทั้งหมดที่เป็นธาตุน้ำ มารวมกันเป็นขันธ์เงิน โมหัคคิ พิจารณา ไฟยังร่างกายให้อบอุ่น ไฟเผาผลาญอาหารให้ย่อย ..ฯทั้งหมดที่จัดเป็นธาตุไฟ มารวมกันเป็นขันธ์นาก โทสัคคิ รู้เหตุแห่งการเกิดเห็นความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน จากนั้นพิจารณาให้เป็นธาตุ และพิจารณาให้เป็นคุณธาตุตามลำดับ ขั้นตอนที่สอง เรียกว่า “ขันธ์ห้า” รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ พิจารณาขันธ์ทั้ง 5 ให้เห็นเป็นไตรลักษณ์คือทุกขัง อนิจจัง อนัตตาแต่ทั้ง 5 ประการนี้ยังเป็นทุกข์เป็นโทษอยู่ จึงต้องมีธาตุรู้อีกประการหนึ่งคือ “วิมุติ” ส่วนขั้นสุดท้ายนั้นผู้เรียนจะต้องใช้อำนาจศีล สมาธิ ปัญญาของตนค้นหาความสัจธรรมด้วยตัวเอง และยังมีอยู่อีกขั้นตอนหนึ่งที่เรียกว่า “อัดขันธ์พุทโธ” โดยผู้ปฏิบัติจะต้องภาวนา “พุทโธๆ” ให้ติดต่อกันมิให้ขาดจิต โดยส่วนตัวของหลวงพ่อเองนั้นท่านเล่าว่าท่านภาวนาถึงขนาดที่หงายท้องตึงลงไปทีเดียว ท่านรู้สึกว่ากายละเอียดของท่านแยกออกจากกายหยาบมีอาการเหมือนพุ่งเหาะออกไป จากนั้นจะน้อมนึกไปสถานที่ใดจิตก็จะไปยังสถานที่นั้นในทันที แต่ท่านอาจาร์ชื้น ท่านว่า ตึงไปๆให้พอดีๆมัชชิมาปฎิปทา ลมอัสสาสะและลมปัสสาสะให้เสมอกัน ลมอัสสาสะหายใจเข้า พระสูตร21000 สัญญาเกิด ที่ใต้สะดือสองนิ้ว ลมปัสสาสะ หายใจออก พระวินัย 21000 สัญญาดับ ที่ปลายจมูก พระอภิธรรม 42000 กลางลิ้นปี่ สัญญาไม่เกิดไม่ดับเป็นอมตธรรม ตลอดเวลาที่หลวงพ่อท่านปฏิบัติอยู่นั้นท่านอาจารย์ชื้นจะทำการสอบจิตอยู่เสมอเพื่อมิให้ไขว้เขวผิดแนวทาง

    ปี 2499– 2500 ออกจาริกธุดงค์ปลีกวิเวกกระทำความเพียรทางจิต โดยมุ่งหน้าไปทางเหนือผ่านขึ้นไปทางนครสวรรค์ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ท่านได้ปักกลดในพื้นที่ อ.ท่าตะโก ตรงกันข้ามกันกับวัดหัวถนนหลังจากปักกลดลงแล้วปรากฏว่ามีชาวบ้านแห่กันมาให้ท่านรักษาเนื่องจากถูกหมาบ้ากัดนับสิบราย ทั้งๆที่ท่านก็เพิ่งมาปักกลดและชาวบ้านก็ยังไม่รู้จักท่านแต่ช่างน่าฉงนว่าชาวบ้านเหล่านั้นทราบได้อย่างไรว่าหลวงพ่อท่านมีวิชาที่สามารถรักษาอาการหมาบ้าได้ วันรุ่งขึ้นท่านย้ายไปปักกลดที่เขาโคกเผ่นและในคืนนั้นนั่นเองปรากฏว่าฝนตกลงมาอย่างหนัก รุ่งเช้าชาวบ้านหัวถนนที่ได้รับการรักษาโรคพิษหมาบ้าบ้างชาวบ้านในละแวกนั้นบ้างต่างพากันมานมัสการหลวงพ่อด้วยความเป็นห่วงด้วยว่าเมื่อคืนฝนฟ้าคะนองอย่างหนักเกรงว่าท่านคงจะเปียกปอนหรืออาจจะป่วยไข้ได้ แต่ทุกคนต่างก็พบกับความพิศวงงงงวย เมื่อปรากฎว่าบริเวณพื้นที่ที่ท่านปักกลดอยู่นั้นไม่มีน้ำฝนสักหยดทั้งๆที่รัศมีโดยรอบมีน้ำขังเจิ่งนองเต็มไปหมด
    ปี 2501-2506 กลับมาเยี่ยมโยมบิดามารดาและออกธุดงค์ต่อจนกระทั่งกลับมาพบสถานที่สัปปายะเหมาะแก่การปฏิบัติและมีนิมิตมหัศจรรย์ให้ต้องจำพรรษาและถือได้ว่าเป็นภิกษุรูปแรกที่เปิดถ้ำเขาตะพาบ จ.อุทัยธานีในถ้ำแห่งนี้หลวงพ่อพบกับความมหัศจรรย์ในโลกวิญญาณมากมายโดยเฉพาะเรื่องพระธาตุ
    หลวงพ่อเล่าว่าถ้ำเขาตะพาบแห่งนี้มีความวิจิตรพิสดารเป็นอย่างมาก มีถ้ำมหาสมบัติซึ่งเป็นของลับแลถึง 3 ถ้ำคือถ้ำทอง ถ้ำเงิน และถ้ำนาก ถ้ำทองนั้นมีนกสาลิกาเฝ้า ถ้ำเงินงูสามสีเฝ้า ถ้ำนากมีตะขาบเฝ้า ช่วงเข้าพรรษาหลวงพ่อได้ตั้งปฏิญาณอธิษฐานจิตว่าจะเข้ากรรมฐาน 7 วัน 7 คืนโดยไม่ฉันอาหารเลย แต่ด้วยบรรดาศรัทธาญาติโยมไม่ทราบเจตนารมณ์ของท่าน เมื่อเห็นท่านหายไปชาวบ้านจึงต่างกันตามมาหาท่าน ซึ่งนึกว่าท่านนั่งมรณภาพด้วยความเป็นห่วงจึงต่างกันจับท่านเขย่าบ้างตะโกนเรียกให้ท่านได้ฟื้นคืนสติบ้าง จึงทำให้ท่านต้องถอนออกจากสมาธิ หลังจากนั้นไม่นานท่านเกิดอาการอัมพฤกษ์ปากเบี้ยวพูดไม่ได้ขึ้นมาเฉยๆท่านกำหนดรู้ได้ว่าเป็นเพราะเหตุที่ท่านผิดสัจจะที่อธิษฐานไว้นั่นเอง ท่านจึงตั้งสัจจะอธิษฐานใหม่ไม่นานอาการอัมพฤกษ์ก็หายไปเอง

    ครั้งหนึ่งเมื่อตอนที่ท่านออกจากกรรมฐาน ในขณะที่ท่านเดินออกมาถึงปากถ้ำ เจ้านกสาลิกาก็บินตกลงมาตายต่อหน้าท่าน ท่านได้ทำการเผาร่างให้ เมื่อกองเพลิงมอดไหม้ลงไปหมดแล้วปรากฏก้อนโลหะสัณฐานเท่าลูกแก้วมีวรรณณะเป็นสีทองสุกปลั่งเป็นที่อัศจรรย์ ภายหลังคดทองนี้ท่านได้บรรจุไว้ในองค์พระประธาน
    ต่อมาก่อนที่งูสามสีจะตายนั้น มันก็เลื้อยออกมานอนตายต่อหน้าหลวงพ่อ หลวงพ่อท่านกำหนดจิตไตร่ตรองดูแล้วจึงพอทราบว่าเจ้างูสามสีซึ่งเป็นงูเจ้าที่ต้องการให้หลวงพ่อแผ่เมตตาและปลดปล่อยวิญญาณให้ หลวงพ่อกำหนดจิตแผ่เมตตาอนุโมทนาบุญกรรมอันเป็นกุศลที่เจ้างูสามสีได้ปฏิบัติหน้าที่และได้ทำการเผาร่างให้ปรากฏว่าเมื่อไฟมอดลงแล้วบังเกิดเป็น คดเงิน ก้อนกลมๆอย่างแปลกประหลาด คดเงินนี้หลวงพ่อได้ทำหัวแหวนแล้วมอบให้น้องชายท่านไป น้องชายท่านได้ครอบครองได้ไม่นานแหวนคดเงินนั้นก็อันตรธานหายไปจึงมาบออกกับหลวงพ่อ เมื่อหลวงพ่อท่านลองไปเปิดตลับที่เก็บคดเงินนั้นไว้แต่เดิม ปรากฏว่าแหวนคดเงินนั้นกลับมาอยู่ที่เก่าได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ส่วนตะขาบที่เฝ้าถ้ำนากนั้นตามมาตายต่อหน้าหลวงพ่อที่วัดเขาดินนี้เลยทีเดียวแต่ไม่ทราบว่าให้คดไว้หรือไม่
    ในระหว่างนั้นท่านได้ไปเชิญพระธาตุที่เขาบางแกรก เหตุเพราะชาวบ้านไล่ยิงเก้งที่วิ่งหนีเข้าไปในถ้ำถ้ำหนึ่งเมื่อเข้าถ้ำไปแล้ว ไม่ว่าชาวบ้านผู้นั้นจะเหนี่ยวไกยิงสักกี่ครั้งดินปืนก็ไม่ทำงาน หลวงพ่อจึงทราบได้ว่ามีของกายสิทธิ์อยู่ในถ้ำ การเดินทางไปเขาบางแกรกในคราวนั้นหลวงพ่อได้พบกับ หลวงพ่อชีปะขาวหายพระผู้ทรงอภิญญาอีกรูปหนึ่งที่ชาวบ้านในละแวกนั้นพบเห็นมาช้านาน แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าท่านเป็นใครมาจากไหน รุ่งเช้าท่านก็มาปรากฏในรูปของพระภิกษุห่มผ้าสีกรักบ้าง บางคราวก็นุ่งขาวห่มขาวแบบชีปะขาวบ้าง ชาวบ้านแปลกใจจึงได้พยามสะกดรอยตามพอถึงริมลำน้ำชาวบ้านก็แอบดูปรากฎว่าเผลอแผลบเดียวหลวงพ่อท่านข้ามไปฝั่งโน้นได้ในพริบตาชาวบ้านจึงเรียกกันว่าหลวงพ่อชีปะขาวหาย ในระหว่างที่ท่านเจริญกรรมฐานอยู่นั้นหลวงพ่อชีปะขาวก็จำแลงเป็นพญานาคมาในนิมิตหลวงพ่อสามารถหยั่งรู้ได้ด้วยสมาธิจิตว่านี่คือวิญญาณธาตุของหลวงพ่อชีปะขาว จึงได้ใช้วิถีจิตติดต่อพูดคุยกัน หลวงพ่อชีปะขาวบอกสถานที่ที่เก็บรักษาพระธาตุรวมทั้งของกายสิทธิ์ต่างๆ สุดท้ายท่านแนะนำหลวงพ่อว่า “อย่าติดฌานนะคุณ เดี๋ยวจะต้องเฝ้าสมบัติอย่างผม”
    ปี 2507 ชาวบ้านและบรรดาญาติโยมจึงได้ร่วมใจนิมนต์ท่านมาจำพรรษา ณ วัดเขาดินท่านจึงได้ทำการปกครองวัดเขาดินตั้งแต่นั้นสืบมาจนถึงปัจจุบันและนับได้ว่าเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกที่ดำรงตำแหน่งได้นานที่สุด เนื่องจากก่อนหน้านั้นเจ้าอาวาสแต่ละรูปล้วนมีเหตุให้สึกหาลาเพศไปด้วยเหตุต่างๆ ว่ากันว่าเจ้าเขาแห่งนี้แรงนักแต่ท่านก็แสดงให้เห็นเป็นประจักษ์ว่าท่านสามารถปกครองได้ทั้งส่วนที่เป็นรูปธรรม-และนามธรรม จนกระทั่งก่อให้เกิดความเจริญตราบเท่าปัจจุบัน
    วัดเขาดินนี้เดิมทีเชื่อกันว่าเป็นสถานที่อาถรรพ์ หากผู้ที่อยู่อาศัยประพฤติตนไม่เหมาะสมเป็นสมณะไม่เอาใจใส่ใฝ่กุศลแล้วไซร้ ย่อมมีเหตุการณ์เป็นไปต่างๆนานาหนักบ้างเบาบ้างมักประจักษ์ให้เห็น หลวงพ่อท่านว่าแต่ก่อนวิญญาณที่วนเวียนสถิตเสถียรอยู่ในสถานที่แห่งนี้มีภพภูมิจิตอยู่ในชั้นปรนิมมิสวัตสวตี ซึ่งมีอำนาจจิตที่มีฤทธิ์พอสมควรสามารถจำแลงแปลงร่างให้เป็นไปในรูปร่างต่างๆได้ และยังเป็นภพภูมิที่ให้คุณให้โทษได้อยู่ หากจิตของผู้อาศัยตกอยู่ใต้อำนาจของกิเลสโลกีย์แล้วไซร้ เจ้าที่จักแสดงตนให้โทษ แต่ถ้าหากผู้อยู่อาศัยเอาใจใส่บำเพ็ญภาวนามีระดับจิตสูงกว่าชั้นปรนิมฯ เจ้าของสถานที่ก็จักนำพาประโยชนมาให้ แต่ด้วยอานิสงค์แห่งกุศลผลบุญที่หลวงพ่อท่านแผ่เมตตาอนุโมทนาอุทิศให้ยังผลให้ดวงจิตของเจ้าของสถานที่นั้นยกระดับขึ้นสู่ชั้นอาภัสรา ภายหลังจึงได้หยุดรบกวนและอยู่ร่วมกันอย่างสันติเรื่อยมา
    เกี่ยวกับความอัศจรรย์ของเขาดินนี้หลวงพ่อเล่าว่ามีอยู่คราวหนึ่งมีเด็กสาวซึ่งเป็นลูกสาวของชาวบ้านในละแวกนั้นเข็นรถใสขึ้นมาถึงบนยอดเขานี้เลยทีเดียวซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติเพราะไม่ใช่วิสัยของหญิงสาวร่างเล็กจะมีพละกำลังเข็นรถใสขึ้นมาบนยอดเขาที่สูงชันนี้ได้โดยง่าย หลวงพ่อท่านจึงได้ทักขึ้นและไต่ถามว่ามีความเป็นมาอย่างไร หญิงสาวเรียนกับหลวงพ่อว่า ตนใสรถผ่านตีนเขามองเห็นสองข้างทางเต็มไปด้วยสวนดอกไม้เบ่งบานงามตารู้สึกเจริญตาเจริญใจเป็นที่สุดจึงได้เข็นรถใสตามทางมาอย่างเพลิดเพลินจนกระทั่งหลวงพ่อทักขึ้น ตนจึงตกใจเท่านั้นเองสวนดอกไม้งามตาทั้งสองข้างทางก็อันตรธานหายไปในพริบตา แต่ปรากฏเป็นยอดเขาดินแห่งนี้แทนพอกลับมาสู่โลกของความจริงแล้วเธอก็ไม่สามารถเข็นรถใสลงมาได้ต้องให้ผู้เป็นบิดามารับลงไป
    นอกจากนี้ยังมีเรื่องของหน่อทองที่ผุดงอกขึ้นมาเอง หน่อทองนี้หลวงพ่อท่านว่าเป็นสมบัติแผ่นดินบัดนี้สูงเคียงเข่าแล้ว แต่สมบัตินี้เป็นของชาวลับแล ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อ เมื่อถึงเวลาอันควรแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อผืนแผ่นดินต่อไป
    ในด้านของการพัฒนาในศาสนกิจนั้นท่านได้ทำหน้าที่โดยมิได้ขาดตกบกพร่อง ทั้งทางด้านคันถะธุระ ( การศึกษาและเผยแพร่) และวิปัสสนาธุระ (การฝึกจิตเพื่อความหลุดพ้นทางใจ) สิ่งเหล่านี้เป็นความตั้งใจจริงของท่านที่จะทำการเผยแพร่ให้ถึงที่สุด จนเป็นที่ถูกพระทัยแก่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ฟื้น ชุตินธโร) วัดสามพระยา ก.ท.ม. เป็นอย่างยิ่ง
    ในปี พ.ศ.๒๕๑๙ สมเด็จพระพุทฒาจารย์ท่านได้ได้มีพระเมตตาเป็นองค์ประธานฉลองอุโบสถวัดเขาดิน แลในปีเดียวกันหลวงพ่อเกิดได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์และเจ้าคณะตำบลกุดจอกตำบลหนองมะโมง
    ในปี พ.ศ.๒๕๒๖ สมเด็จพระพุฒาจารย์ท่านได้มีพระเมตตาเสด็จมาวัดเขาดินเป็นครั้งที ๒ เพื่อเป็นองค์ประธานเปิดงาน โครงการ “หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลหนองมะโมง” หลังจากนั้นพระเดชพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ได้มีพระเมตตาเสด็จเยือนวัดเขาดินอีกถึง ๒ ครั้ง ในปี พ.ศ.๒๕๒๙ และ พ.ศ.๒๕๓๑ เพื่อเป็นองค์ประธานเปิดงานหอสมุดประจำตำบลและโครงการสมุนไพรไทย ณ วัดเขาดิน ด้วยเหตุนี้หลวงพ่อบุญเกิดจึงได้รับการยกย่องจากทางคณะสงฆ์ทุกระดับชั้น และเป็นมิ่งขวัญของชาวบ้านทั้งใกล้-ไกล
    ในปี พ.ศ.๒๕๓๖ วัดเขาดินจึงได้รับแต่งตั้งจากมหาเถระสมาคมให้เป็นวัดพัฒนาดีเด่นประจำปี และในปี พ.ศ.๒๕๓๗ คณะสงฆ์จังหวัดชัยนาทได้มีมติเห็นสมควรเสนอชื่อหลวงพ่อบุญเกิด แก่มหาเถรสมาคมในการขอพระราชทานเลื่อนสมณะศักดิ์ ทางหาเถระสมาคมได้พิจารณาเห็นสมควรแต่งตั้งให้ท่านเป็นพระครูสัญญาบัติชั้นโท ในพระราชติณนามว่า “พระครูอุดมชัยกิจ” จากสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก องค์ปัจจุบัน เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๗

    (ปล.ตัดและเรียบเรียงจากเครดิตเว็บด้านล่างนะครับ)
    Cr.http://www.watkositaram.com/forum/index.php?topic=11006.0.สุดปัง.

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูง

    เหรียญเสาร์ ๕ หลวงพ่อเกิด
    ปี๒๕๒๒

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260131_215859.jpg IMG_20260131_215927.jpg
     
  16. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,051
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1769874225860.jpg FB_IMG_1769874195166.jpg FB_IMG_1769874231090.jpg FB_IMG_1769874189134.jpg


    เหรียญที่ไม่มีวันเสื่อมไปได้ทุกที่.....
    เหรียญรุ่นแรก
    ครูบาเที่ยงธรรม สำนักสงฆ์เวฬุวัน อ.พยุหะ จ.ศรีสะเกษ

    เมื่อหลวงปู่สรวงใกล้ละสังขาร
    หลวงปู่สรวง ให้ลูกศิษย์อุ้มขึ้นรถทัวร์ให้พาไปหาหลวงปู่ครูบาเที่ยงธรรม พอถึงปากทางเข้าวัดท่านไม่ยอมลงจากรถ ต้องไปนิมนต์หลวงปู่ครูบาเที่ยงธรรมมานิมนต์ที่ปากทางเข้าวัดท่านถึงจะยอมลง พอเข้าไปในวัดทั้งสององค์แยกกันอยู่คนละมุม หลวงปู่ครูบาเที่ยงธรรมอยู่ในศาลารับแขก หลวงปู่สรวงอยู่ที่กุฏิเก่าหลวงปู่ครูบาเที่ยงธรรม ห่างกันประมาณ 30 เมตร ไม่พูดไม่จากันร่วมชั่วโมง หลวงปู่สรวงจึงให้ลูกศิษย์พากลับ ลูกศิษย์ถามหลวงปู่ครูบาเที่ยงธรรม "ทำไม ไม่คุยกับหลวงปู่สรวง" หลวงปู่ครูบาเที่ยงธรรมตอบว่าคุยกันแล้ว "หลวงปู่สรวงท่านมาลา ท่านจะปลงสังขารอีก ๖ เดือนนี้" หลังจากนั้นหลวงปู่สรวงก็มรณะภาพตามคำบอกของ หลวงปู่ครูบาเที่ยงธรรมจริงๆ

    ท่านจะรู้ก่อนว่าใครจะมาหาเพราะท่านคุยกับเทวดาได้ ท่านเป็นพระที่ไม่ยึดติดอะไร ใครมีความทุกข์อย่างไรท่านจะทักได้ถูกต้อง หากท่านพิจารณาโดยญาณแล้วเห็นว่าช่วยได้ จะช่วยทันที ท่านเมตตามากเป็นพระที่ไม่เหมือนใครเพราะไม่ยึดถือกฎเกณฑ์

    ท่านชอบเปิดเพลงสวดของจีนและธิเบต จนชาวบ้านแถวนั้นพูดกันว่าท่านชอบฟังเพลงแต่ท่านก็ไม่ว่าอะไร ท่านกลับหัวเราะและบอกว่า "ท่านเป็นพระบ้า" ท่านบอกว่าปล่อยให้พวกชาวบ้านคิดว่าท่านเป็นพระบ้าน่ะดีแล้วเพราะจะได้ไม่มายุ่งกับท่าน ท่านดำรงตนเป็นพระโพธิสัตว์ คือเน้นการช่วยเหลือคน รักษาคนป่วยประเภทที่หมอตามโรงพยาบาลเห็นว่าเหลือวิสัยแล้ว

    ท่านรู้จักกับลป.สรวง ที่บ้านละลม จ.สุรินทร์ เป็นอย่างดี โดยมีปฏิปทาคล้ายกัน คือไม่ยึดติดอะไร ไม่มีอดีต ลืมอายุ และช่วยเหลือมนุษย์ โดยท่านบอกว่าเป็นศิษย์อาจารย์เดียวกัน เพราะในแถบนี้ท่านมีอาวุโสที่สุด
    นับเป็นพี่ใหญ่ในสายพระโพธิสัตว์ของย่านนี้ ต่อมาผมจึงได้ทราบว่าพระอาจารย์ของท่านก็คือพระอรหันต์โบราณผมยาวรูปร่างสูงใหญ่ ที่อยู่ในดินแดนมิติพิเศษภพซ้อนภพของเทือกเขาพนมกุเลนในเขมร

    ท่านไม่สรงน้ำ แต่ใช้การเพ่งกสินไฟชำระร่างกายแทน ท่านบอกควรรักษาโรคเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ และอังคาร

    ครูบาเที่ยงธรรมท่านไม่ยึดติดในอะไรทั้งสิ้น ท่านบอกการรักษาศีลไม่สำคัญเท่ารักษาจิต การกระทำทุกอย่างของเราจะถูกบันทึกควบคุมโดยเบื้องบนที่อยู่เหนือศรีษะของเราขึ้นไป ๓ คืบ

    ที่วัดท่านได้สร้างเจดีย์ใหญ่ไว้องค์หนึ่ง ทั้งลักษณะรูปทรงและสีสันไม่เหมือนที่อื่น เจดีย์นี้ท่านสร้างด้วยตัวของท่านเองเพียงคนเดียวโดยไม่มีแบบแปลนใดๆ คือทำไปเรื่อยๆ เพราะท่านจำลองมาจากเบื้องบน การสร้างก็ใช้เวลาไม่นานเลยโดยท่านจะให้คนงานผสมปูนให้ แล้วท่านก็เอามือเปล่าตักปูนโปะเข้ากับแบบที่เตรียมไว้โดยไม่กลัวว่าปูนจะกัดเนื้อท่าน ท่านใช้การวิ่งขึ้นวิ่งลงโดยเอา ๒ มือโปะปูนจนกลายเป็นเจดีย์ขึ้นมาทั้งองค์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

    ในรูปถ่ายที่เห็นว่าท่านนั่งอยู่ท่ามกลางดอกบัวนี้ แท้จริงแล้วตอนที่ลูกศิษย์ถ่ายภาพนี้ท่านนั่งอยู่บนก้อนหินเตี้ยๆ รอบๆ ตัวท่านก็เป็นดินแห้งๆ ไม่มีแอ่งน้ำอะไรเลย แต่เมื่อถ่ายรูปล้างออกมาก็ปรากฏว่ากลายเป็นท่านนั่งอยู่กลางสระบัวที่สวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ใจ

    "ผ้ายันต์จักรวาล"
    หลวงปู่เที่ยงธรรมมอบผ้ายันต์แดงแล้วกำชับว่า"เอาติดตัวไปเรียกเงินเรียกทองร้อยล้านพันล้าน" ประสบการณ์เด่นด้านโชคลาภและโภคทรัพย์ เป็นของดีนอกดีใน ท่านว่าของท่านไม่มีวันเสื่อม เป็นผ้ายันต์แบบ ๒ หน้า จากที่สัมผัสได้จะมีกระแสพลังแผ่ออกมาจากผ้ายันต์

    ภาพบันทึกความทรงจำที่บูรพาจารย์พระเหนือโลกสามองค์พบกัน
    มีหลวงปู่หมุน หลวงปู่อิง หลวงปู่ครูบาเที่ยงธรรม สามพระเหนือโลกแห่งยุคพร้อมทายาทธรรมในปัจจุปันหลวงปู่อุดมทรัพย์กับหลวงตาขวัญเมืองในงานทำบุญบ้านอาจารย์หม่อมนิรนามไตรภูมิ

    ขอขอบคุณท่านบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    หลวงปู่หมุน หลวงปู่สรวงหลวงปู่อิง ร่วมปลุกเสกและเข้าพิธีรวยทันใจ

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ

    IMG_20260131_224716.jpg IMG_20260131_224749.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 กุมภาพันธ์ 2026 at 01:43
  17. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,051
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1769876729110.jpg

    "อย่าเอาประวัติเราไปโฆษณาเลย มีอีกหลายท่านที่เก่งกว่าเรา ของเราถ้าจะดีก้อให้ดีกับตัวมันเอง"
    คำกล่าวของหลวงพ่อรวย วัดท่าเรือ อ.แกลง จ.ระยอง

    ประวัติหลวงพ่อรวย วัดท่าเรือ (พระครูสุนทรธรรมานุศาสก์ ) จนุทสิริ

    หลวงพ่อรวย นามเดิม ชื่อ รวย ประกอบเกื้อ เกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2449 ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเมีย

    ในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (ตรงกับวันคล้ายวัดเกิดของท่าน พระสุนทรโวหาร (สุนทรภู่) (อย่างที่เราท่านรู้จักกัน)..
    ที่มาของพระชุดเนื้อผงพิเศษ......
    หากจะกล่าวถึงเกจิภาคตะวันออก ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างเช่น หลวงปู่หิน. หลวงพ่อโต. .หลวงปู่ทิม. และอีกหลายท่านที่เก่งๆๆ หนึ่งในนั้น คือ หลวงพ่อรวย วัดท่าเรือ จนมีซินแส ที่เคยทำนาย หลวงปู่ทิม ว่าจะได้รับความนิยมมาแล้ว ..หลวงพ่อรวยก้อเช่นกัน ..ซินแสผู้นั้นก็ได้ทำนายหลวงพ่อรวยไว้ว่าต่อไปจะมีผู้คนนิยมชมชอบเหมือนกัน.. หลวงพ่อรวยเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย แห่งภาคตะวันออก..........
    .......หลวงพ่อรวยนั้นได้เริ่ม เล่าเรียนวิชาไสย์เวส ตั้งแต่เป็นคาราวาส จนถึงตอนบวชเป็นพระ ก้อยังฝากตัวเป็นศิษย์ ขอเรียนวิชา กับเกจิดังๆๆมากมาย จนได้รับการยกย่อง จากเกจิช้ันแนวหน้า เช่น หลวงพ่อคูณ หลวงพ่อเปิ่น ครั้นร่วมงานพุทธาภิเษกพร้อมกัน
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่ไว้ให้หนูครับ

    .....26 มิถุนายน 2449-2568 ขอร่วมน้อมรำลึกในวาระครบรอบ 119 ปีชาตกาลพระครูสุนทรธรรมานุศาสก์ หรือหลวงพ่อรวย จันทสิริ อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าเรือ ต.แกลง จ.ระยอง.....พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ชาวเมืองระยอง และพุทธศาสนิกชนให้ความเลื่อมใสศรัทธาอย่างยิ่ง ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2471 ณ พัทธสีมาอุโบสถวัดเขาดิน (วัดเก่า) โดยมีพระครูสุนทรสมานคุณ (หลวงพ่อแอ่ว) เจ้าคณะจังหวัดระยอง เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้นามฉายาว่า “จันทสิริ” ปี 2487 ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดท่าเรือ ซึ่งในขณะนั้นโยมมารดาได้ถึงแก่กรรมลง เมื่อหลวงพ่อจัดการงานศพมารดาเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้ปรารภกับญาติโยมว่า “จะขอครองเพศบรรพชิตไปจนตลอดชีวิต” จากนั้นได้ฝึกฝนเจริญสมาธิถือศีลภาวนา ปฏิบัติธรรมสมาธิเก่งกล้า อีกทั้งยังได้จัดสร้างเหรียญ ผ้ายันต์ เครื่องรางของขลังต่างๆ จนเป็นที่เลื่องลือในความเข้มขลัง มากด้วยพุทธคุณ กล่าวได้ว่าท่านเป็นพระเกจิอันดับต้นๆ ในยุคของหลวงปู่คร่ำ แห่งวัดวังหว้า, หลวงปู่บุญ แห่งวัดบ้านนา ฯลฯ สมัยนั้นถ้าเอ่ยชื่อหลวงพ่อรวย ต้องบอกว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักท่าน ฯ....ด้านวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังก็มีอาทิ พระบูชา พระกริ่ง-พระชัย พระรูปหล่อ พระนาคปรก พระปิดตา พระสังกัจจายน์ พระเนื้อผง พระเนื้อโลหะ พระสมเด็จ ล็อกเกต รูปถ่าย แหนบ ผ้ายันต์ และเหรียญออกตามวาระรุ่นต่างๆ ทุกรุ่นล้วนเป็นที่เลื่องลือในความเข้มขลังมากด้วยพุทธคุณทั้งโชคลาภ เมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย ปัจจุบันบางรุ่นบางพิมพ์ก็ยังหาบูชาได้เช่นกัน ฯ หลวงพ่อรวย มรณภาพอย่างสงบเมื่อวันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน 2536 สิริอายุ 87 ปี 65 พรรษา ท่ามกลางความเศร้าโศกของบรรดาศิษยานุศิษย์ แต่ความเลื่อมใสศรัทธาในคุณงามความดีของท่านไม่เคยจางหายไปจากจิตใจของชาวบ้าน ปัจจุบันสรีระหลวงพ่อรวย บรรจุอยู่ในโลงไม้สักตั้งประดิษฐานที่ศาลาวิหารวัดท่าเรือ ให้ประชาชนพุทธบริษัทผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป ได้มากราบสักการะขอพรพร้อมปิดทองรูปหล่อหลวงพ่อรวย ขนาดเท่าองค์จริง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต คงเหลือไว้แต่เพียงคุณธรรมความดีงาม ตลอดจนความศักดิ์สิทธิ์ในวัตถุมงคลรุ่นต่างๆ ของหลวงพ่อให้แก่บรรดาศิษยานุศิษย์ และศรัทธาญาติโยมชาวบ้านทั้งหลายสืบต่อไป.
    ***ขอขอบพระคุณบทความดีๆจากอาจารย์ฑีฆายุ คงอ่อน ผู้อำนวยการนิตยสารร่มโพธิ์มากๆครับ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 100 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260131_224853.jpg IMG_20260131_224924.jpg
     
  18. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,051
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1769949813922.jpg

    พระพุทธสิหิงยอดธง พรหมรังษี ปี ๒๕๑๒ วัดพรหมรังษี กรุงเทพ

    โบราณกาล พระยอดธงจะจัดสร้างเพื่อติดยอดธงเพื่อคุ้มครองคนรอบข้างเพราะบารมีและ พุทธคุณจะสามราถคุ้มครองได้ และมักสร้างเพื่อแจกกับแม่ทัพนายกองผู้นำพระพุทธสิหิงยอดธงนี้สร้างเมื่อ ๒๕๑๒ วัดพรหมรังษีซึ่งเป็นวัดที่สมเด็จพระพุฒธาจารย์โตท่านเคยมาพำนัก เป็นพิธีใหญ่เกจิในยุคนั้นมาร่วมกันปลุกเสกมากมาย เช่น หลวงปู่โตณะ วัดประดู่ฉิมพลี และได้ใช้รูปแบบพระพุทธสิหิงซึ่งเป็นพระพุทธรุปศักดิ์สิทธ์มาเป็นพระยอดธงพุทธคุณเด่นทางคุ้มครอง มหาอำนาจ

    วัดพรหมรังษี แสมดำ บางขุนเทียน มีประวัติเกี่ยวพันกับสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) โดยเชื่อว่าท่านได้เคยธุดงค์มาพักปักกลดที่บริเวณนี้ ทำให้ชาวบ้านเกิดความศรัทธาและร่วมใจกันสร้างวัดขึ้น ต่อมาจึงได้มีการตั้งชื่อวัดว่า "วัดพรหมรังษี" เพื่อเป็นเกียรติและระลึกถึง

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 400 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260201_193732.jpg IMG_20260201_193759.jpg IMG_20260201_193815.jpg
     
  19. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,051
    ค่าพลัง:
    +21,459
    พระสมเด็จประธานพร (พระผงของขวัญ) อาภัคโคโรยเหล็กยอดพระธาตุพนม ปี ๒๕๒๘
    หลวงพ่อโชติ อาภัคโค
    คุณป้าช่อพกาเล่าว่า มีคนมาไปสอบรับราชการหลายครั้งแล้วไม่เคยได้ เลยมาเช่าพระประธานพรไปบูชา และกลับมาบอกที่วัดว่า รอบนี้สอบติดแล้ว หลังจากี่ได้บูชา พระสมเด็จประธานพรไป
    ผู้สร้างคือ พระครูพิบูลธรรมภาณ โชติ อาภัคโค
    สร้างปี2526เสร็จปี2529

    ผู้สร้างคือ พระครูพิบูลธรรมภาณ โชติ อาภัคโค
    สร้างปี2526เสร็จปี2529
    ผงที่นำมาจัดสร้างประกอบด้วย
    ผง สมเด็จพระญาณสังวร สุก ไก่เถื่อน วัดราชสิทธาราม
    ผู้มอบให้คือพระหลานชาย พระสังวราชุ่ม ซึ่ง พระสังวราชุ่มคืออาจารย์ที่หลวงพ่อมะขามเฒ่านับถือหากจะบอกไป สมเด็จพระสังฆราชสุก คือ พระอาจารย์ สมเด็จโต นั่นเอง
    นี่คือผงตกทอดในวัดพลับ ยุคก่อนซึ่งไม่ได้หามาง่ายๆ
    ผงชิ้นส่วนสมเด็จจำนวนมากที่หลวงปู่อ่อง สะสมไว้สมัยอยู่วัดพระยาทำ
    ผงวิเศษ12นักษัตร ของหลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ ซึ่งเป็นพระมอญ และ เป็นผงที่บอกได้ว่า ผงหนุนดวงนั่นเอง คือสุดยอดผงที่เป็นที่ปรารถนาของคนสายมอญ
    ผงวิเศษ5ประการที่แท่งชอล์กเกิดจาก ผงที่ลบจากดวงชะตาที่เป็น เกษตร มหาอุจ มหาจักร ราชาโชค เป็นชะตาพิเศษนำมาปั้นเป็นแท่งและลบเข้าตำราเยี่ยงสมเด็จโต ถือว่าเป็นอะไรที่พื้นดวงชะตาของคนสำคัญหนุนนำการเข้าสู่ลบผงวิเศษซึ่งน่าจะเป็นเคล็ดที่น้อยคนจะได้ไว้เช่นนี้
    ผงวิเศษที่หลวงพ่อคง วัดถนนหักใหญ่ พระอาจารย์ของหลวงพ่อคูณมอบให้!!! ฟังไม่ผิดหรอกครับท่านมอบให้พระรูปสำคัญไว้ท่านถวายมาใส่ชุดนี้แบบเต็มๆอย่าถามว่าหลวงพ่อคงเป็นไงเพราะเป็นอาจารย์รูปเอกที่หลวงพ่อคูณไปเรียนวิชาตะกรุดด้วย
    ผงพระกรุบึงพระยาสุเรนทร์ที่หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะองค์ มอบให้ หลวงพ่อทองอยู่สำเร็จวิชาดับดาวได้ เพียงใช้นิ้วชี้ไปที่ดาวดวงไหนจะหรี่เเสงจนดับได้ทันที
    ผงพระกรุอัมพวา
    ผงกรุพระธาตุพนมปี2518ที่ล้มลงมาที่สำคัญคือ
    พระชุดนี้ทุกองค์โรยผงเหล็กเปียกที่หุ้มยอดพระธาตุพนมที่เชื่อว่า ญาคูขี้หอม ปรุงแร่ชนิดนี้ไว้ถือเป็นของกายสิทธิ์ชนิดหนึ่ง
    ผงหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ
    ผงหลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ
    ผงยาพระฤาษีพันปี ลพบุรี

    ...........

    พระผงของขวัญ (พระผงสมเด็จอาภัคโค )หลวงปู่โชติ วัดภูเขาแก้ว จ.อุบลราชธานี

    ประวัติการสร้างพระสมเด็จอาภัคโค
    มงคลฤกษ์ในการสร้างพระผงสมเด็จอาภัคโค พระเดชพระคุณท่านพระครูพิบูลธรรมภาณ (หลวงปู่โชติ อาภัคโค) วัดภูเขาแก้ว อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ได้ให้มงคลฤกษ์สร้างพระผงสมเด็จอาภัคโคเป็นปฐมฤกษ์ในวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2526 เวลา 09.09 น. ตรงกับวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 5 ปีกุน จุลศักราช 1345 โดยท่านพระครูพิบูลธรรมภาณ (หลวงปู่โชติ อาภัคโค) เป็นประทานจุดเทียนชัยเจริญสวดพระคาถา นั่งบริกรรมภาวนาอธิษฐานจิตขอพุทธบารมีสร้างพระผงสมเด็จอาภัคโค พร้อมกับพิมพ์พระผงสมเด็จอาภัคโคขึ้นเป็นปฐมฤกษ์ 9 องค์ และมีคณะศิษยานุศิษย์ผู้เข้าร่วมในพิธี ได้แก่ นาวาตรีกวี รัตนวโรภาส คุณอุดม รัมมะวาสน์ คุณเทพ ขาวมงคล พ.ต.อ. นายแพทย์ปราโมทย์ ศรศรีวิชัย คุณมัณฑนา ศรศรีวิชัย และคุณย่าอนงค์ ศรศรีวิชัย เป็นผู้ดำเนินการสร้าง ในขณะกดพิมพ์พระจะต้องภาวนาพระคาถาว่า "สัง วิ รา ปุ กะ ยะ ปะ" ดังนั้น เมื่อท่านมีพระผงสมเด็จอาภัคโคของวัดภูเขาแก้วไว้บูชาแล้ว ท่านควรจะภาวนาพระคาถานี้อยู่เสมอ เพื่อเป็นการเสริมประสิทธิภาพด้วยพลังจิตของท่านเอง จะทำให้พระผงสมเด็จอาภัคโคของท่านมีประสิทธิภาพยิ่งๆ ขึ้นไป
    การกดพิมพ์พระผงสมเด็จอาภัคโคเป็นอันแล้วเสร็จในวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2528 ตรงกับวันวิสาขบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 ปีฉลู จุลศักราช 1347 ใช้เวลาในการสร้าง 1 ปี 9 เดือน 14 วัน ครบ 84,000 องค์ และพระผงพระเกจิอาจารย์ที่หลวงปู่โชติเคารพนับถือสายพระกัมมัฏฐานอีกจำนวนหนึ่ง เช่น พระรูปเหมือนพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระผงรูปเหมือนพระอาจารย์ขาว อนาลโยเพื่อให้ศาสนิกชนมีไว้สักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว พร้อมทั้งได้จัดพิธีมหาพุทธาภิเษกขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ นับว่าเป็นของดีของวิเศษที่ทุกท่านควรให้ความสนใจเก็บสะสมไว้สักการะบูชาต่อไป สถานที่สร้างพระผงสมเด็จอาภัคโค คือ ศาลาริมคลองมอญ ณ บริเวณของคุณย่าอนงค์ ศรศรีวิชัยนั่นเอง
    รายการมวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้สร้างพระผงสมเด็จอาภัคโคท่านได้สร้าง ระหว่างปี ๒๕๒๖ ถึง ๒๕๒๙ โดยผงมวลสารที่นำมาจัดสร้าง ประกอบด้วย
    1. ผงวิเศษพระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม
    2. ผงวิเศษวัดพลับ สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร (สุก ไก่เถื่อน) พระอาจารย์พุฒ วัดใหม่พิเรนทร์ ได้จากหลานชาย พระสังวรานุวงศ์เถร (หลวงปู่ชุ่ม) วัดราชสิทธาราม ได้นำมาถวายหลวงปู่อ่อง ยโสธร เมื่อปี 2508 พระสังวราชุ่ม คืออาจารย์ที่หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่านับถือ หากจะบอกไป สมเด็จพระสังฆราชสุก คือ พระอาจารย์ สมเด็จโต นั่นเอง
    3. ผงวิเศษดอนเจดีย์ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระนพรัตน์ วัดป่าแก้ว (ขรัวตาคง) อาจารย์ ม.ร.ว. สิทธิประภัทร เกษมสันต์ ได้นำมาถวายหลวงปู่อ่อง ยโสธร ที่วัดอัมพวา กรุงเทพฯ เมื่อปี 2492
    4. ผงวิเศษและชิ้นส่วนพระผงสมเด็จวัดระฆังฯ หลวงปู่อ่อง ยโสธร เก็บรักษาไว้ตั้งแต่จำพรรษาอยู่วัดพระยาทำ กรุงเทพฯ
    5. ผงวิเศษ 5 อย่าง คือ ผงอิทธิเจ ผงปัทถมัง ผงมหาราช ผงพุทธคุณ และผงตรีนิสิงเห หลวงปู่อ่อง ยโสธร ได้มาจากหลวงปู่คง พุทธสร วัดถนนหักใหญ่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา
    6. ผงยาวิเศษพระฤาษีพันปี หลวงพ่อศรีทัต วิปัสสโน วัดหนองสามหมื่น อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ได้ถวายหลวงปู่อ่อง ยโสธร จำนวนหนึ่ง และไปนำมาจากถ้ำบนเขาบังเหย จังหวัดลพบุรี เมื่อปี 2506
    7. ผงวิเศษหลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ จังหวัดประทุมธานี ท่านพระครูสารทราพัฒนกิจ (หลวงพ่อละมูล) วัดเสด็จ ได้มอบให้เมื่อปี 2509
    8. แร่เหล็กมันปูเกาะล้าน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พระภิกษุ (ไม่ทราบนาม) ซึ่งเป็นน้องชาย จ.อ.สวัสดิ์ ทองเสริม ได้มอบให้เมื่อครั้งเดินทางไปราชการที่สถานีทหารเรือสัตหีบ เมื่อเดือน มีนาคม 2505
    9. ผงวิเศษและชิ้นส่วนพระกรุ วัดอัมพวา กรุงเทพฯ หลวงปู่อ่อง ยโสธร เก็บรักษาไว้จำนวนมากขณะจำพรรษาอยู่ที่วัดอัมพวา
    10. ผงวิเศษ หลวงปู่อ่อง ยโสธร ซึ่งท่านผสมเป็นแท่งจากผงชอล์คของบุคคลต่างๆ ที่ได้มาให้ท่านตรวจดวงชะตา โดยเลือกเฉพาะบุคคลที่มีเกษตรมหาอุจ มหาจักร และราชาโชค ทำเป็นผงวิเศษ 5 ประการ เป็นเคล็ดที่น้อยคนจะได้ไว้
    11. ผงเกสรดอกไม้รอบโลกจากประเทศต่างๆ นาวาอากาศตรีหญิงเผ่าทอง เมนะรุจิ (ยศขณะนั้น) นำมาถวายหลวงปู่อ่อง ยโสธร เมื่อปี 2508
    12. ผงสังเวชนียสถานสี่แห่งในชมพูทวีป คือ ผงดินที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา ที่ปรินิพพาน และใบศรีมหาโพธิ์ที่ตรัสรู้ ซึ่งหลวงปู่อ่อง ยโสธร เก็บรักษาไว้และได้นำมาจากประเทศอินเดียอีกในปี 2523
    13. ผงวิเศษบึงพระยาสุเรนทร์ ผงใบลานเผา พระผงบึงพระยาสุเรนทร์ชำรุด 30 กว่าองค์ ท่านพระครูสุตาธิการี หรือหลวงปู่ทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร มอบให้
    14. ผงตะใบพระกริ่ง พระบูชาจากวัดต่างๆ คุณอุดม รัมมะวาสน์ และคุณสงัด ปัจฉิมสุภาคม มอบให้
    15. เปลือกต้นศรีมหาโพธิ์พุทธคยา หลวงปู่สิม พุทธธาโร ให้คุณธนา ศรีพันธ์ุ นำมามิบให้
    16. ผงวิเศษ ท่านพระครูญาณวิลาส (หลวงพ่อแดง) วัดเขาบันไดอิฐ จังหวัดเพชรบุรี พ.ต.ต.ประสงค์ เจิมพร นำมามอบให้เมื่อเดือนสิงหาคม 2526
    17. ผงกบิลว่าน 108 และเกสรดอกไม้ 108 หลวงปู่อ่อง ยโสธร ได้เก็บรวบรวมไว้
    18. ผงวิเศษ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ หรือ พระมงคลเทพมุนี วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ศิษย์ฆราวาสของท่านได้นำมาถวายหลวงปู่อ่อง ยโสธร 3 ก้อน
    19. ผงวิเศษ พระอาจารย์เมี๊ยก ฉันทวุฑโฒ วัดสัมมาธัญญาวาส กรุงเทพฯ มอบให้
    20. ผงมวลสารอื่นๆ อีกจำนวนมาก ที่ท่านพุทธศาสนิกชน ผู้ใจบุญทั้งหลายนำมามอบให้
    21. ผงวิเศษพระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม ดร.พระมหาสม สุมโน นำมามอบให้เพิ่มเติม ดังนี้
    21.1 ผงอิฐพระธาตุพนมองค์เดิม
    21.2 ผงเกสรดอกไม้ 108 ซึ่งได้จากฐานพระบุเงิน,บุทอง จากกรุพระธาตุพนมเมื่อปี 2518
    21.3 ผงผอบสำริดหลังเดิม ซึ่งเป็นที่บรรจุพระอุรังคธาตุ
    21.4 ผงพระยอดพระธาตุองค์เดิมช่วงกลาง
    21.5 ผงพระยอดพระธาตุองค์เดิมช่วงบนด้านนอก
    21.6 ผงยอดพระธาตุช่วงบนสุดด้านใน ซึ่งเข้าใจว่าเป็น "ขี้เหล็กไหล"
    21.7 ผงเหล็กเปียก ซึ่งหล่อหุ้มยิดพระธาตุองค์เดิม
    ที่สำคัญคือ พระชุดนี้ทุกองค์โรยผงเหล็กเปียก
    ที่หุ้มยอดพระธาตุพนม ที่เชื่อว่า ญาคูขี้หอม
    ปรุงแร่ชนิดนี้ไว้
    ด้านหลังองค์พระปั๊ม "อาภัคโค"
    นามขององค์หลวงปู่ไว้ด้วยครับ
    พิธีมหาพุทธาภิเษก พระผงสมเด็จอาภัคโค
    วัดภูเขาแก้ว อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี
    วันที่ 9 เมษายน 2529 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5
    ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร ประทานพิธี
    1.เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ
    2.พระอรรถกิจโกศล วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ
    3.พระภาวนาพิศาลเถร(พุธ) วัดป่าสาละวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา
    4.พระญาณสิทธาจารย์ วัดพิทักษ์ปุณณาราม อ.กลางดง จ.นครราชสีมา
    5.พระสุนทรธรรมภาณ วัดศรีธรรมมาราม อ.เมือง จ.ยโสธร
    6.พระชินวงศาจารย์ วัดกระดิ่งทอง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์
    7.พระครูวิริยาภรณ์(เริ่ม ปรโม) วัดจุกกะเฌอ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
    8.พระครูธรรมสารสุมนต์(คูณ) วัดหนองแวง อ.เมือง จ.ขอนแก่น
    9.พระครูอุดมธรรมรักษ์(ยอด) วัดศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร
    10.พระครูเขมคุณโสภ(จันทร์) วัดศิริวรรณบรรพต อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา
    11.พระครูประโชตินวการ วัดใหม่กลอ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา
    12.พระครูนิมิตรสิทธิการ(เป้า) วัดถ้ำพรสวรรค์ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์
    13.พระครูปทุมสารคุณ(อินทร์) วัดบ้านบัว อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา
    14.พระครูปิยเขมคุณ(โป้ะ) วัดบ้านปิง อ.ขุขันธุ์ จ.ศรีสะเกษ
    15.พระครูวิสุทธิธรรมธาดา(สมพงษ์) วัดภูด่านแต้ อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร
    16.พระศิริปุญญาทร(วิชัย) วัดตูม อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา
    17.พระครูวินิตวัฒนคุณ(พั่ว) วัดศิริมงคล อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี
    18.พระครูสรนาทวิเศษ วัดกษัตราธิราช อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา
    19.พระครูปลัดก่อเกียรติ อินทวีโร วัดกษัตราธิราช อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา
    20.พระครูใบฎีกาเที่ยง ปภงกโร วัดเขากระโดง
    อ.เมือง จ.บุรีรัมย์
    21.พระครูปลัดสาย วัดตะเคียนราม อ.ขุขันธุ์ จ.ศรีสะเกษ
    22.พระอาจารย์กิ ชมมุตตโม วัดสนามชัย อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
    23.พระอาจารย์สิงห์ทอง วัดสุนทราราม อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร
    24.พระปลัดสกนธ์ กมโล ภูหล่น อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี
    25.พระอาจารย์วิชัย วัดราชประชาสรรค์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
    26.พระครูพิบูลธรรมญาณ(โชติ) วัดภูเขาแก้ว อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
    มีพระสงฆ์สมณะศักดิ์เจริญพระพุทธมนต์ดังนี้
    1.พระเทพสุเมธี วัดศรีอุบลรัตนาราม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
    2.พระโพธิญาณมุนี วัดเลียบ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
    3.พระสุนทร ธรรมภาณ วัดศรีธรรมาราม อ.เมือง จ.ยโสธร
    4.พระครูวิจิตรธรรมภาณี วัดสุปัฎนาราม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
    5.พระครูศีลคุณภรณ์ วัดแสนสำราญ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
    6.พระครูชิโนวาทสาธร วัดไชยมงคล อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
    7.พระครูพุทธิสาร สุนทร วัดเมืองเดช อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี
    8.พระครูพิพัฒน์สังวร วัดศรีนวล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
    9.พระครูประจักษ์อุบลคุณ วัดใต้ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
    10.พระครูอมรวิสุทธิ์ วัดบูรพา อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

    ..........

    ๏ ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่โชติ อาภัคโค ๏
    วันนี้วันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นวันครบรอบ ๙๕ ปี ชาตกาล หลวงปู่โชติ อาภัคโค วัดภูเขาแก้ว อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี หลวงปู่โชติ อาภัคโค ท่านเป็นพระสุปฏิปันโนรูปหนึ่ง ท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ดี ฉันโน ท่านปฏิบัติได้ดีเยี่ยม และท่านเป็นสหธรรมิกกับหลวงปู่บุญเพ็ง กัปปโก

    หลวงปู่ดี ฉันโน ศิษย์หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล องค์นี้ ท่านมีความสามารถในทางกสิณ ๑๐ อย่างเยี่ยมยอดที่สุด และทางด้านจิตภาวนากรรมฐานก็นับว่ายอดเยี่ยมอีกเช่นกัน พระอาจารย์ดี ฉันโน ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมากในยุคนั้น ถ้าจะพูดว่าความเก่งแล้ว ท่านทําได้แสดงได้อย่างปุถุชนธรรมดา มองตาค้างเลยทีเดียว

    ความมีชื่อเสียงของท่านพระอาจารย์ดีนี้ได้ยินเข้าหูของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งมีความรักชอบในเชิงเวทมนตร์อยู่มาก ชอบฤทธิ์อํานาจ ชอบความอัศจรรย์ที่มีอยู่ในโลกนี้ แม้ที่ใดท่านบอกว่า “นั้นลึกลับมีอาถรรพณ์เขาจะต้องเข้าไปพิสูจน์ด้วยตนเองจึงจะเชื่อ”

    ท่านผู้นั้นต่อมาเรารู้จักในนาม หลวงปู่โชติ อาภัคโค แห่งวัดภูเขาแก้ว จ.อุบลราชธานี ท่านหลวงปู่โชติ อาภัคโค ท่านเป็นพระภิกษุสงฆ์ ที่เคยพบพระกรรมฐานมาตั้งแต่สมัยเป็นสามเณร และท่านเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่นิยมชมชอบใน เรื่องประพฤติปฏิบัติธรรมมากกว่าสิ่งอื่น ในฐานะตําแหน่งหน้าที่ ท่านเคยดํารงตําแหน่งที่สําคัญในคณะสงฆ์ แต่สิ่งเหล่านี้ ท่านหลวงปู่โชติ ก็ได้สนองเจตนาอันดีของครูบาอาจารย์อยู่ระยะหนึ่ง

    ต่อจากนั้นท่านได้ลาออกจากตําแหน่ง เพราะมีความประสงค์ที่จะออกเดินธุดงค์ ปฏิบัติธรรมตามเยี่ยงครูบาอาจารย์ผู้สําเร็จผลมาแล้ว ซึ่งท่านก็ได้รับผลที่น่าภาคภูมิใจในเวลาต่อมา

    ท่านหลวงปู่โชติ อาภัคโค ท่านเกิดเมื่อวันเสาร์ที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๗๓ ปีมะเมีย ท่านเป็นคนชาวอุบลราชธานี โดยกําเนิด บิดามารดาเป็นชาวนา ท่านพระอาจารย์โชติ เกิดมาคู่ หรือที่เรียกว่า “ฝาแฝด” นั้นเอง ฝาแฝดคู่นั้น ก็คือ โชติ ประเสริฐสิน และ ชาลี ประเสริฐสิน แต่ทั้งสองคนมีอุปนิสัยไม่เหมือนกัน คือ ท่านหลวงปู่โชติ สมัยเป็นฆราวาส ท่านมีจิตใจฝักใฝ่ธรรม สนใจพระพุทธศาสนา ส่วน นายชาลี ที่เป็นคู่แฝดเขาไม่ชอบทางบวชเรียน ชอบสร้างบ้านสร้างเรือน ทํามาหากินไปตามทางของโลก

    พออายุของท่านได้ ๑๕ ปีเต็ม ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรที่ วัดสระแก้ว แก่งสะพือ โดยมีท่านพระครูพิบูลสมณกิจ เจ้าคณะอําเภอพิบูลมังสาหาร เป็นพระอุปัชฌาย์

    หลังจากได้บวชเป็นสามเณรแล้ว ท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัย ที่วัดสีนวล จ.อุบลราชธานี ณ ที่แห่งนี้ท่านได้อยู่ศึกษาถึง ๓ ปี ต่อจากนั้นท่านได้เดินทาง เข้ามาอยู่จําพรรษาที่วัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ โดยได้รับพระเมตตาจาก สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสโส อ้วน)

    ต่อมาท่านได้ย้ายมาจําพรรษาที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ไปอยู่ปรนนิบัติ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธัมมธโร)

    ในปีพ.ศ.๒๔๙๓ ท่านสามารถสอบผ่าน ได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค นับเป็นความวิริยะอดทนได้เป็นเยี่ยม

    ท่านหลวงปู่โชติเป็นผู้มีวาสนาอยู่มาก เพราะท่านได้เข้ามารับสนอง พระเดชพระคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ถึงสองท่านแต่ละท่านต่างก็มีคุณธรรมปราดเปรื่องด้วยคุณวุฒิทั้งวัยวุฒิ นับว่าท่านหลวงปู่โชติ ได้จดจําคุณธรรมทั้งหลายมา ด้วยดีตลอดขณะที่อยู่ใกล้ชิดท่าน

    ต่อมาทางด้านการศึกษาต้องหยุดชะงักลงเพราะท่านป่วยด้วยโรคชนิดหนึ่ง คือ เล็บมือเป็นขุย ๆ ท่านจึงไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช และที่โรงพยาบาลนี้ ท่านได้เข้าไปพิจารณาศพ ที่พิพิธภัณฑ์ซากศพ จนเกิดพระกรรมฐานขึ้นภายในจิตใจตั้งแต่บัดนั้นมา

    ธรรมปีติเกิดขึ้นกับใจในครั้งนั้น ทําให้อิ่มเอิบรู้ซึ้งถึงความเป็นจริงแห่งชีวิต

    ในปีต่อมาท่านได้อุปสมบท เป็นพระภิกษุสงฆ์ ได้รับฉายา ว่า “อาภัคโคภิกขุ” และได้เดิน ทางกลับบ้านเกิด ที่จังหวัดอุบลราชธานี มาอยู่จําพรรษาที่วัดภูเขาแก้ว อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี และในขณะนั้น หลวงปู่ดี ฉันโน เป็นเจ้าอาวาส

    เมื่อมาถึงถิ่นแล้วท่านได้เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม และได้ฝึกพระกรรมฐานอย่างจริงจังกับ หลวงปู่ดี ฉันโน จนมีสมาธิแก่กล้าแล้วท่านจึงได้กราบลาพระอาจารย์เดินธุดงคกรรมฐาน

    ในปี พ.ศ.๒๔๙๗ ท่านได้ เริ่มออกเดินธุดงค์ไปฝั่งประเทศลาว ซึ่งมีพระสหธรรมิกไปด้วยรูปหนึ่ง ท่านเป็นคนกล้า ไม่กลัวอะไรง่าย ๆ ท่านถือว่า “เอาความตายไปแลกกับธรรมะ ความดีงามนั้น คุ้มค่ากว่าอะไรทั้งหมด”

    การบุกป่าฝ่าดงในครั้งกระนั้น ท่านหลวงปู่โชติ อาภัคโค ท่านได้อาศัยป่าเป็นบ้าน และเป็นเรือนตาย เพื่อค้นคว้าศึกษาธรรม ดินแดนประเทศลาว อันได้แก่ ภูหลวง หรือชาวบ้านเรียกว่า “ภูจําปาศักดิ์” นั้นสูงมากเป็นภูเขาที่กินเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาลบนยอดเขา มีวัดร้างปรางค์กู่เก่าแก่โบราณ และยังเห็นร่องรอยของเมืองโบราณอันรุ่งเรืองมาก่อน

    ณ ที่นี้มีความอาถรรพณ์มาก สมบัติของเก่าแก่ก็มีมากเช่นเดียวกัน พระธุดงค์ที่มีจิตใจอ่อนไหวกับอาการของโลกไปเห็นสิ่งของเย้ายวนจิตใจเก็บมาเป็นสมบัติของตนเอง ก็ไปตายบนนั้นมากมายเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังมีภัยจากสัตว์ป่าอีกด้วย

    ภาคปฏิบัติธรรมของพระธุดงคกรรมฐาน ท่านต้องสละกายและจิตใจทุ่มเทลงไปเพื่อธรรมะ หลวงปู่โชติ อาภัคโค ไม่เคยหวั่นไหว ท่านป่วยเป็นไข้ป่าก็ได้อาศัยธรรมะนี้รักษาจนหายขาด การเจ็บป่วยของท่าน ทําให้ท่านได้รู้จักความตายอย่างสิ้นเชิง ๔๘ ชั่วโมง ท่านบอกว่า “เกือบถูกปลงศพเผาทิ้งกลางป่าเสียแล้ว กลับฟื้นขึ้นมาอีก เลยต้องรีบเร่งสร้างความดีขนานใหญ่”

    ความเด็ดเดี่ยวแห่งองค์ธรรมที่ท่านปฏิบัติอยู่ภายในถ้ำเสือโคร่งหัวเท่ากระบุงมานอนเฝ้าหน้าปากถ้ำทุกวัน งูจงอางดงตัวขนาดเสาเรือน ท่านมองไม่เห็น เลยไปเหยียบเข้า แต่มันก็ไม่ทําอันตราย ซึ่งผิดปกตินิสัยงู มักจะแว้งกัด ท่านจึงรู้ซึ้งถึงพระธรรมมาก และไม่ขอเลิกละแห่งการปฏิบัติพระกรรมฐาน

    ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น เป็นความจริงที่มหัศจรรย์ เมื่อใครลงมือปฏิบัติแล้ว ย่อมรู้ และ เข้าใจเองโดยไม่ต้องถามใคร ๆ อีกต่อไป

    จิตใจก็เช่นเดียวกัน ปกติปุถุชนธรรมดา มักจะไม่รู้ไม่เข้าใจ เป็นจิตใจที่ล้มเหลว รู้ไม่จริงทั้งนั้น ครั้นเมื่อได้ประพฤติปฏิบัติ ก็จะพบกับความอัศจรรย์ของจิต ท่านหลวงปู่โชติ กล่าวว่า “ปัจจุบันนี้อาตมายังไม่ตาย ใคร อยากปฏิบัติอาตมาก็จะแนะนําให้

    ปัจจุบัน หลวงปู่โชติ ท่านมรณภาพลง เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๑ สิริอายุ ๘๘ ปี พรรษา ๖๓
    Cr.พุทธธรรมกรรมฐาน ม.รามคำแหง

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูง

    พระสมเด็จประธานพร (พระผงของขวัญ) อาภัคโคโรยเหล็กยอดพระธาตุพนม ปี ๒๕๒๘

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260201_200543.jpg IMG_20260201_200605.jpg
     
  20. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,051
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1769955113487.jpg FB_IMG_1769955116377.jpg

    หลวงปู่เลิศท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ชาวบางปะอิน อยุธยาเมืองกรุงเก่าให้ความเคารพนับถือศรัทธามากอีกองค์หนึ่ง ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์สุดยอดแห่ง "คงกระพันชาตรี"ท่านเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.อยุธยา วัตถุมงคลต่างๆของหลวงปู่เลิศ ต่างมีประสบการณ์จนเป็นที่เลื่องลือกล่าวขานกันว่า"ใครมีวัตถุมงคลของหลวงปู่เลิิศบูชาติดตัวไว้ไม่มีวันตายโหง

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระปิดตาพระครูโลกอุดร วัดชุมพลฯ จ.อยุธยา รุ่นปลดหนี้ ปี ๒๕๔๑
    หลวงปู่เลิศ วัดชุมพลฯ และครูบาชัยวงศาพัฒนา วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ร่วมอธิษฐานจิต

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260201_210945.jpg
    IMG_20260201_211010.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...